มนุษย์ต่างดาวเขียนหนังสือ

ทำเอง ได้เอง

เพิ่งสังเกตว่า
หน้าร้อนเมืองไทย ดอกไม้จากต้นไม้ใหญ่ๆเยอะเชียว
เมื่อก่อนไม่เห็นรู้สึกว่ามันเยอะขนาดนี้
เวลาไปเมืองนอกยังแอบอิจฉาต้นไม้บ้านเขาเลย
ว่าทำไมเวลาเปลี่ยนฤดู ก็มีเปลี่ยนสีใบ ออกดอกสวยงาม
ของเมืองไทยมีแต่เขียวยันเต

แล้วต้นไม้เมืองไทยก็พิสูจน์ว่า
เรามันตาถั่วเอง ต้นไม้ออกดอกเยอะแยะ
ดันไม่เคยสังเกตเห็น

เราเริ่มสังเกตถึงความมีอยู่ของชมพูพันธ์ทิพย์
เมื่อปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัย
ในฐานะว่าที่บัณฑิตปริญญาตรี
ขณะที่กำลังขมักเขม้นกับการปั่นวิทยานิพนธ์
เงยหน้าไปมองต้นไม้ใหญ่ในสนาม
ก็เห็นสีชมพูงามๆปะปนอยู่กับสีเขียวๆ
ตั้งแต่นั้น ทุกปี เมื่อย่างเข้าเดือนกุมภาพันธ์ก็จะรอคอยเทศกาลสีชมพูนั้น
และก็นึกถึงโต๊ะดราฟท์ตัวเขื่อง เทปเพลงMr.Z ที่เปิดจนจะยาน
บนสตูดิโอของนักศึกษาปีห้า เสมอๆ

เราเริ่มสังเกตถึงความมีอยู่ของต้นคูณ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เมื่อความแปรปรวนของอากาศยามเปลี่ยนฤดูมาเยือน
แดดที่แผดเผา แสงแดดที่แรงจนต้องเดินตาหยี
หมายความว่า โลกสีชมพูพันธ์ทิพย์
จะเริ่มแซมด้วยสีเหลืองอำไพของดอกคูณ
และเมื่อดอกเหลืองออกพวงงาม
อร่ามเต็มไปหมดทั่วท้องถนนแล้วล่ะก็
นั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่า
ถึงเวลาเชงเม้งแล้วสิเรา



สี่ห้าปีหลังๆมา เวลาไปเชงเม้งอากง
พระบิดาจะกว้านซื้อสลากกินแบ่งเป็นจำนวน 20-30 ใบ
แล้วแจกให้ลูกหลาน คนงาน ที่มาเชงเม้งกันนี้
พร้อมกับบอกว่า อากงให้โชค

ปรกติก็ไม่ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล
แต่จะได้มาตามงานประเภทนี้

ห้านาทีที่แล้วเราเพิ่งปิดเว็บไซต์กองสลากไป
พร้อมกับผลที่ไม่น่าผิดหวัง เพราะไม่น่าหวังอะไร

แต่ก็เปิดตรวจดูทุกปี เอ่อ just in case น่ะ...


เราเกิดมาไม่พร้อมกันกับความโชคดีทางด้านจับฉลาก
หรืออะไรที่ได้มาโดยต้องเสี่ยงโชค
เป็นปรกติที่รางวัลจับฉลากจะไม่เคยถึงมือเรา
สลากนี่ ไม่เคยเฉียดแม้แต่เลขท้ายสองตัว

รางวัลใหญ่ไม่ต้องไปฝันถึงเลย

พี่ติ๊กชีโร่บอกว่า สลากยังมีกินแบ่ง
แต่เหตุไฉนใครๆได้กินก็ไม่แบ่งตูเลย ฮ่าๆ





ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือเปล่า
ที่ชะตาชีวิตไม่อาจจะหาความสนุกได้จากการเสี่ยงโชค
แต่จะว่าไป มันก็ดีเหมือนกัน
ตรงที่ว่า ไม่ต้องหวังว่า สิ่งดีๆมันจะบินมาตกตรงหน้าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
ยิ่งทำให้รู้สึกว่า ต้องการอะไรดีๆ ก็ต้องทำ
ไม่ใช่ว่าหวังว่าจะรวย แต่ดันเอาแต่เช้าชามเย็นชาม
ไม่ใช่ว่าหวังว่าคนอื่นจะดีกับเรา แต่ดันทำตัวเป็นคุณนายใส่คนอื่น
ไม่ใช่ว่าหวังว่าชีวิตจะมีความสุข แต่ทำตัวอ่อนไหวไปกับทุกสรรพสิ่ง
ไม่ใช่หวังว่าบุญจะหล่นทับ แต่แม้แต่หมาสักตัวก็ยังไม่ช่วยมัน



แปลว่า อยากได้ผลอะไร
ก็ต้องทำซึ่งเหตุที่จะกำเนิดผลนั้นๆก่อน(สิเฟ้ย)


คือเราอาจจะไม่เห็นผลการกระทำบางอย่างของเราหรอก
แต่มันก็ดูเมคเซนส์กว่าการที่อยู่เฉยๆ แล้วหวังให้สิ่งดีๆจะวิ่งมาชนเองตั้งเยอะ
แล้วถ้ามองอีกมุมนึง เราก็จะแอบเห็นผลการกระทำของเราอยู่เสมอ

ในใจเรานี้เอง


ตัวอย่างเช่น ถ้าเราทำดีโดยไม่หวังผล
ใจเราก็จะแช่มชื่น สบายใจ มีความสุข
นั่นก็คือผลจากการทำดีไม่หวังอะไร

แต่ถ้าเราทำดีแบบหวังผล
แรกๆที่ทำดีเราอาจจะยังมีความสุขอยู่
เพราะหวังว่า อ้ะ ทำแล้ว เดี๋ยวเราก็ได้ดี
แต่เมื่อผลดีมันไม่มา หรือมันไม่ได้อย่างที่หวัง
ก็เสียใจ ผิดหวัง
นั่นก็คือผลจากการทำดีแต่หวังนู่นหวังนี่
แล้วเผลอๆก็พาลหมดศรัทธาการทำดีไปซะอย่างนั้น


ฉะนั้น เวลาเรารู้สึกว่าเราทำดีแล้วไม่มีใครเห็น
ในวันที่เราเหนื่อยเพราะเราผิดหวังจากการทำดีแล้วไม่เห็นดี
ให้ลองดูไปเถอะ
แล้วจะเห็นว่ามันแสนจะเป็นผลแห่งกรรมของตัวเอง
เทียบคนสองคนทำดีเรื่องเดียวกัน คนนึงหวังคนนึงไม่หวัง
คนที่หวังผิดหวัง คนที่ไม่หวังอะไรก็ทำดีมีความสุขปรกติ
แสดงว่า มันไม่ใช่เรื่องของการทำดีไม่ได้ดี
อย่างที่พาลแอสซูมเอาเองแล้ว
แต่มันเป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณาตัวเองแล้ว
ว่าตั้งตัวเองไว้ที่จุดไหน
หวังอะไรมากไปจนมองข้ามผลดีที่เกิดขึ้นหรือเปล่า

ลองย้อนกลับไปคิดกันดู
ในเรื่องที่เราคิดว่า เราทำดีแล้ว แล้วผิดหวัง เสียใจ
เพราะไม่ได้อย่างนั้นอย่างนี้อย่างที่คิดว่าควรจะได้
เราลองมองดีๆว่าเหตุมันเกิดจากอะไรกันแน่

และในหลายๆครั้ง
เราอาจจะมองเห็นว่า เพราะเราตั้งความคิดไว้ไม่ถูกที่เองก็ได้
ก็แค่ตั้งความคิดซะใหม่ ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
แล้วจะพบได้ว่า ความสุขมันเกิดของมันได้
โดยที่ไม่ต้องออกแรงหวังเลย




Create Date : 05 มีนาคม 2551
Last Update : 5 มีนาคม 2551 0:07:37 น. 0 comments
Counter : 254 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

JeyZ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รหัสสมาชิก 3 พันนิดๆ
เป็นมนุษย์ต่างดาว
มีแมวเป็นนาย มีกายเป็นบ่าว
ทำงานหลายอย่าง
ชอบทำอาหาร ชอบชิมอาหาร
ชีวิตนี้ก็ไปมาหลายที่อยู่เหมือนกัน
เป็นมิตร ไม่กัด ตรงไปตรงมา
ไม่ถนัดสนทนากับเกรียน และชาวภาษาวิบัติ
[Add JeyZ's blog to your web]