มนุษย์ต่างดาวเขียนหนังสือ

เรื่องของโลกเนต



เขียนเมื่อ 2002.12.03 - 2002.12.05

คริสต์มาสกำลังมา
ฉันไม่เคยมีชีวิตเกี่ยวข้องกับเทศกาลคริสต์มาส
แต่สามปีที่ได้อยู่เมืองนอกในช่วงนี้
จิตใจก็เลยเริ่มผูกพันไปเรื่อยๆ

ฉันชอบบรรยากาศช่วงคริสต์มาสจริงๆ
โดยเฉพาะที่นิวยอร์ก...

นิวยอร์ก เป็นสถานที่โรแมนติกในช่วงคริสต์มาส
ปีที่แล้วที่ลานน้ำแข็งหน้า Rockafeller Square, Manhattan
เย็นย่ำโพล้เพล้ รอบลานติดไฟดวงกลมนับหมื่น ต้นคริสต์มาส หิมะ
หญิงชายคู่หนึ่งมาเล่นไอซ์เสก็ต
แล้วชายผู้นั้นก็ขอหญิงสาวหมั้นกลางลาน
ท่ามกลางสักขีพยานนับร้อยที่ปรบมือให้
โชคดีจัง นอกจากเจอ Julianni แล้ว
วันนั้นยังได้เป็นสักขีพยานความรักที่แสนโรแมนติก
ในบรรยากาศที่แสนหวานของแมนฮัตตันอีก

เดินทางตามลำพังอย่างเคยกลับสู่ที่พักด้วยรอยยิ้ม
ด้วยรถไฟสายเก่าที่พาออกจากแสงสีสู่ความเป็นจริงอีกด้านหนึ่ง

ชีวิตเหมือนหนังที่โลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม
ตัวละครในเรื่องไม่รู้ว่ามันจะจบเมื่อไหร่
แต่มันก็ต้องเล่นต่อไปเรื่อยๆ
จนกว่าฟิล์มจะหมดม้วนเข้าสักวัน
ก็จบเอพพิโซดปัจจุบัน...

++++++++

เขียนไปเขียนมา ก็รู้แล้วล่ะว่าทำไมคนเขาติดอ่านไดอารีกันทั่วบ้านทั่วเมือง
ก็เพราะไดอารีเป็นเหมือนหนัง แต่ที่น่าสนใจกว่าหนัง
ก็คือมันเป็นชีวิตจริงๆที่โลดแล่นอยู่รอบข้างตัวนี่เอง
(ถึงไม่รอบข้างตัวก็บนโลกเดียวกันนี่แหละ)
การที่เข้าไปอ่านไดอารีใดประจำก็เหมือนเข้าไปในโลกส่วนตัวของเขา
และเขาก็เหมือนเป็นดารานำคนหนึ่ง
(เคยไหม เดินเจอคนเขียนไดอารี แล้วรู้สึกเหมือนเจอดารา
เอ่อ...ไม่นับเรื่องคุณภาพหน้าตานะ เอิ๊ก)
ที่เรารู้สึกสนิทสนมทั้งที่ยังไม่ได้เจอตัวจริง
บางทีเหงาๆ ก็เข้าไปอ่านไดอารีของคนอื่น
ก็ทำให้รู้สึกคลายเหงาไปได้เหมือนกัน
เพราะเหมือนเพื่อนเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องส่วนตัว
หรือไม่อย่างน้อยก็ยังให้ความรู้สึกว่า
ยังมีคนอื่น ที่ต้องดำเนินชีวิตของเขาไปเช่นกัน
ในบางขณะเราอาจคิดว่าเรารู้จักเขาดีเพราะเราตามเขาไปทุกที่
(ยิ่งเขียนละเอียดยิ่งรู้สึก)
บางทีก็เหมือนตามเก็บข้อมูลคนที่เราแอบชอบอยู่
เพราะเจ้าตัวไม่ยักกะรู้จักเราเสียหน่อย ก็เป็นได้

จากการที่เป็นทั้งคนอ่านและคนเขียนมาระยะหนึ่ง
การเขียนไดอารี ไม่ได้ทำให้พัฒนาตนเองเสมอไป
แต่การเขียนไดอารี บางครั้งเหมือน self image amplification
อาจทำให้ใครกลายเป็นดาราเสมือนได้ง่ายๆ
บางครั้งอ่านไดอารีใครก็ลืมไปว่าเขาก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกันกับเรา
มีผิดมีถูก ต้องการคนเข้าข้าง ไม่ต้องการคนที่ไม่ต้องการให้อ่านเข้ามาอ่าน

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นแค่มุมมองหนึ่งของไดอารีออนไลน์
คงได้เขียนเรื่องอย่างอื่นอีกในคราวต่อๆไป

++++++++


เราว่าคำว่า"คนในเนต" สำหรับเรา ไม่รู้สึกว่าเป็นคนนะ
อาจจะเป็น bot หรือเป็นscriptอะไรอย่างนั้น
เราให้คำนิยาม"คนในเนต"ในความหมายของคนทั่วไปว่า
"คนใช้เนต"มากกว่า คือคนเป็นๆนี่ล่ะ
ไม่ว่าเขาจะสร้างภาพตัวเองให้เป็นเพียงแค่บอท
หรือเจ้าชาย นางฟ้าในจินตนาการอย่างไร
สวมหน้ากากกี่อันในวันหนึ่งๆ
ตัวคนๆนั้นนั่นแหละ ที่รู้ตัวดีที่สุดว่า
อย่างไรก็ตาม ชีวิตเขาก็มีชีวิตเดียวเท่านั้น

เราไม่เถียงว่า ก็มีคนที่เห็นว่านี่เป็นแค่โลกสมมติ
ไม่มีใครมีตัวตนอยู่จริง ไม่มีสาระอะไรจริงแท้แน่นอน
บางคนว่าอย่าไปจริงจังกับมัน แต่ปิดสวิทช์คอม แค่ดิสคอนเนก
โลกเนตก็หายไปแล้ว

เราว่าจริงๆโลกเนตใบนั้น มันไม่ได้หายไปไหนหรอก
ปิดสวิทช์คอมก็ไม่หายไป ถ้าไม่ปิดสวิทช์ที่ใจตัวเอง
เราปาขยะลงไปในโลกเนต เราบอกว่าไม่มีผลอะไร ไม่มีอะไรมีตัวตน
ทั้งๆที่ตัวจริงๆของตนนั้นแหละ ทั้งคิด ทั้งพิมพ์ ทั้งคลิกเมาส์
เพื่อสร้างขยะที่จะขว้างลงไปในโลกที่คิดว่าเป็นโลกสมมตินั้น
แต่ดันหลอกตัวเองว่า นั่นไม่ใช่ตัวตนของตัวเอง
ถ้ามันไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สาระ มันก็ไม่ใช่ทั้งเพ

ทีเงี้ย สมมติได้ว่านั่นเป็นโลกสมมติ
กลับมาโลกที่คิดว่าเป็นของจริง เจอทุกข์เข้าหน่อยก็จะเป็นจะตาย
ไม่เห็นจะไม่แคร์แบบที่ทำกับโลกสมมตินั่นเลย

ต่างกันแค่คำว่าสมมติ กับไม่สมมติ
ที่ตัวเอง perceive และ illustrate ขึ้นมาเองทั้งสิ้น

เช่นนี้ อย่าหลอกตัวเองเลยว่าจริงๆแล้วตัวเองไม่ได้ทำ
ก็ตัวเอง ชีวิตจริงๆของตัวเองทั้งนั้น
ทำดี ทำเลว อิน ไม่อิน อยู่บนโลกที่กำลังหายใจอยู่นี่ทั้งหมดทั้งมวลนี่แล

เคยเล่น pen pal หรือ pen friend ไหม
จะแปลกอะไร ถ้าคนเราจะรู้จักกันจากการพูดคุยกันทางจดหมาย
จะแปลกอะไร ถ้าคนเรารู้จักกันแล้วจะพูดคุยกันทางจดหมาย
จะแปลกอะไร ถ้าคนเราจะหลอกลวงกันจากการพูดคุยกันทางจดหมาย
จะแปลกอะไร ถ้าคนเรารู้จักกันแล้วจะหลอกลวงกันทางจดหมาย

เหมือนในสังคมทั่วไป
เหมือนเราเข้าชมรมเฉพาะทาง
สมมติว่าเราเข้าชมรมปิงปอง
เราก็ไปมีสังคมในกลุ่มคนเล่นปิงปอง
แล้วมันก็มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นในสังคมนั้นๆแหละ
ใครสนใจจะมาเข้าชมรม ก็ได้
มันก็คือสังคมอีกกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง
เราว่าที่มันดูแปลกแยกกว่าชมรมคณิตศาสตร์ ชมรมปิงปอง
ชมรมวิทยุสมัครเล่น ชมรมจัดดอกไม้
ก็เห็นจะเป็นเพราะว่ามันไม่ได้มีมาในระยะเวลาหลายชั่วคน
มันเป็นสังคมที่ตั้งอยู่บนเทคโนโลยีใหม่ ทำให้เกิดโลกทัศน์แบบใหม่
ทำให้คนเราคิดว่ามันเป็นสิ่งใหม่
ทั้งที่ไม่ใช่เลย
รัก โลภ โกรธ หลง สร้างภาพ ทำลายล้าง สร้างสรรค์
ล้วนมีอยู่ครบถ้วนในทุกสังคมที่มีมนุษย์เข้าไปเกี่ยวพัน

ถึงกระนั้น ใครจะมองว่าโลกเนตดูเป็นคนละโลกกับเขานั้น
ฉันก็ว่าไม่แปลกนะ
โลกragnarok โลกชมรมโกะ และโลกอะไรต่อมิอีกหลายโลก
ฉันก็รู้สึกว่าเป็นคนละโลกกับโลกของฉันเช่นกัน

เรื่องของเรื่องก็แค่ว่า
ชีวิตฉันไม่ได้เดินทางไปผ่านเรื่องเหล่านั้น ก็แค่นั้นเอง.





Create Date : 03 มีนาคม 2551
Last Update : 3 มีนาคม 2551 22:48:56 น. 0 comments
Counter : 167 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

JeyZ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รหัสสมาชิก 3 พันนิดๆ
เป็นมนุษย์ต่างดาว
มีแมวเป็นนาย มีกายเป็นบ่าว
ทำงานหลายอย่าง
ชอบทำอาหาร ชอบชิมอาหาร
ชีวิตนี้ก็ไปมาหลายที่อยู่เหมือนกัน
เป็นมิตร ไม่กัด ตรงไปตรงมา
ไม่ถนัดสนทนากับเกรียน และชาวภาษาวิบัติ
[Add JeyZ's blog to your web]