มนุษย์ต่างดาวเขียนหนังสือ

บุคคลข้างสนาม

เราไม่รู้ว่าเราจัดอยู่ในพวกเห็นอกเห็นใจชาวบ้านขนาดไหน
แต่รู้แน่ๆว่าเราจัดอยู่ในพวกแยกการเข้าข้างกับความเข้าใจออกจากกัน
หลายๆครั้งหลายๆหน ที่เราพูดคุยในเรื่องปัญหาของชาวบ้าน
โดยที่มักจะเอาสมองไปเป็นบุคคลที่สามมองเข้าไป
พร้อมๆกับการเอาใจไปใส่ในบุคคลที่หนึ่ง
จนเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนฟังจะรู้สึกไปว่าเราไม่ยอมเข้าใจเขาหรือเปล่า
ด้วยพฤติกรรม "เข้าใจ...แต่" ที่เราเป็นเสมอมา

เอาเป็นว่าเรามองตัวเอง
เราก็คงจะเป็นคนน่าหมั่นไส้ไม่น้อย
ที่นอกจากไม่เข้าข้างกันแล้ว ยังดูเหมือนไม่เข้าใจ
แล้วยังจะชอบเสนอมุมมองคนนอกให้ฟังอีก
(แต่ไม่ใช่อยู่ๆจะไปยัดเยียดนะ ถามมาก็ตอบไป
บางทีก็ อ้าว ให้เข้าข้างกันก็ไม่บอก อิอิ)

จริงอยู่ ความเข้าใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นเรื่องที่ดี
แต่มันมักจะใช้เข้าข้างตัวคนๆนั้นพอๆกับการแจกแจงให้เห็นความเป็นจริง

อารมณ์ที่เราเห็นๆเข้าข่ายอย่างนี้ ก็แบ่งเป็นสองประเภท คือ

1. Individualism จ๋า
คือ ถ้าฉันทำดีแล้ว ฉันก็ดีแล้วของฉันงี้แหละ
เหตุผลคนอื่นไม่สนใจ ไม่สนใจว่าใครมองว่าไง
อารมณ์แบบนี้ อาจจะชมตัวเองว่ามีความมั่นใจในตัวเองได้
หรือฉันมีโลกส่วนตัวที่ไม่มีใครจะเข้าใจได้
แต่มันก็อีหรอบเดียวกัน
นั่นก็คือ ในโลกนี้ มีแต่เหตุผลและลอจิกของฉัน
คนอื่นไม่ใช่ฉัน เขาไม่รู้หรอก

อย่างในกระทู้ เราก็เห็นกันบ่อยๆ
พอเรื่องพิพาทเป็นเรื่องใกล้ตัวเท่านั้นแหละ
ก็พยายามพูดให้คนบอกว่า ส่วนตัวคนนั้นเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้
แล้วก็จะให้คนทั้งโลกมาเข้าใจว่าเออ ไอหมอนี่เป็นคนอย่างนี้แหละ
หรือฉันต้องทำอย่างนี้เพราะว่าอย่างนั้นอย่างนี้
แล้วจะให้ทุกคนมาเข้าใจ ใครไม่เข้าใจก็เป็นควายซะงั้น

2. ต้องการความรักจ๋า
คือ ช่วยด้วย ฉันอยากให้ทุกคนมาเข้าใจสิ่งที่ฉันเป็นอยู่มากๆเลย
การที่ไม่แสดงออกว่าเข้าใจฉัน บอกว่าฉันทำดีแล้ว
เป็นการกระทำที่ไร้จิตใจเป็นอย่างมาก

อย่างในกระทู้เช่นกัน เห็นกันบ่อยๆว่า
เวลาที่มีคนมาตั้งกระทู้ปรึกษาปัญหา
แต่พอมีคนตอบไปๆ บางทีก็กลับมาแก้ต่างซะงั้น
อย่างสมมติว่า ปรึกษาเรื่องงาน คนตอบก็ไปตอบทางเลือกในการแก้ปัญหา
คนตั้งก็มาไล่ตอบว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ อย่างนี้ไม่ได้
สรุปทำอะไรไม่ได้เลย เอ็งจะมาขอความเห็นใจ การเข้าข้างลูกเดียว



ทั้งสองแบบ เราเห็นจุดร่วมของมันอย่างหนึ่ง
นั่นก็คือ การที่คลุกวงในมากไป อินกับเรื่องของตัวเองมากไป
เมื่อไหร่ที่คนเราเป็นอย่างนั้น
ให้เหตุผลร้อยแปดที่มันถูกต้องกว่า หรือมันถูกต้องพอๆกัน
ฉันก็จะก้มหน้าก้มตาดำผุดดำว่ายอยู่ในเรื่องราวของฉันอยู่ดี

ดีที่ยังมีคนที่รู้จักคลุกวงนอกอยู่ในโลก
ไม่งั้น โลกที่มีแต่คนที่อินกับเรื่องตัวเอง คงจะวุ่นวายกว่านี้ไม่รู้กี่เท่า
(แค่นี้ก็น่าจะเป็นประชากรส่วนใหญ่บนโลกแล้ว)

ในชีวิตจริงก็คงไม่ต้องยกอะไรกันให้มากมาย
เพราะเห็นๆกันอยู่ ไม่ต้องมองใครที่ไหน
ก็ตัวเราๆที่นั่งๆกันอยู่นี่แหละ
ไม่มีใครไม่เคยอินกับเรื่องของตัวเองจนลืมความเห็นรอบข้างหรอก
แต่เวลาพอนึกได้ขึ้นมา ก็ต้องเขกหัวตัวเองสักโป๊ก
บางทีก็เพราะผิดพลาดไป หรือไม่ได้รับผลดีขึ้น
แล้วก็พยายามกระเสือกกระสนแก้อยู่ในวังวนความอินตัวเอง
ทำให้ทางออกมันไม่ใช่ทางออกที่แท้จริง
กว่าจะแก้ได้ หรือถึงเวลามันผ่านไปเอง
ก็ขึ้นหืด จิตใจเสียหายกันใหญ่โต
ไอที่เราว่าฉลาดแล้ว เข้าใจสถานการณ์แล้ว
มามองอีกทีมันกลับตาลปัตรไปเสียทุกทีที่เผลออิน



เรามักทำตัวเป็นบุคคลที่หนึ่งเสียเคยชิน
เราไม่ค่อยชินกับการที่ทำตัวเป็นบุคคลที่สาม
เพื่อตรวจสอบความคิดของตัวเองกันเท่าไหร่
เราไม่เชื่อสายตาคนนอก ที่ไม่รู้เรื่องราวรายละเอียดทั้งหมด
บางทีเราไม่เชื่อแม้แต่ตัวเอง
แต่เราก็พยายามจะทำตัวฉลาด ทำตัวดี
โดยการที่เอารายละเอียดทั้งหมดในชีวิต
มายำๆประมวลๆเอา
(เพิ่งเขียนเรื่องนี้ไปเมื่อ 3 ไดก่อน วันที่ 22 มิถุนายน)
แล้วก็เพราะอินไปหน่อย ผลการประมวลมันก็เลยเละๆเทะๆซะเป็นส่วนมาก

การมองแบบบุคคลที่ 1 ทำให้เราเห็นรายละเอียดทุกขุมขน
แต่การมองในแบบบุคคลข้างสนามนั้น
เป็นการมองแบบคนที่อาจจะไม่รู้รายละเอียดนัก
แต่ก็เป็นมุมมองที่เป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
มันจะทำให้เราได้ตรวจสอบความคิดตัวเอง
และเปิดมุมมองสถานการณ์ให้กว้างขึ้น มองได้รอบด้านมากขึ้น
ทำให้คิดอะไรได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล
และเลือกได้ถูกต้องมากขึ้นในการที่จะหยิบปัจจัยอะไรขึ้นมาคำนวณ



มาฝึกมองแบบบุคคลที่สามกันบ้างไหม
ชีวิตจะได้หลุดกรอบที่ตัวเองขีดไว้อยู่เองอย่างที่เคยเป็นมา




Create Date : 05 มีนาคม 2551
Last Update : 5 มีนาคม 2551 1:54:52 น. 0 comments
Counter : 192 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

JeyZ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รหัสสมาชิก 3 พันนิดๆ
เป็นมนุษย์ต่างดาว
มีแมวเป็นนาย มีกายเป็นบ่าว
ทำงานหลายอย่าง
ชอบทำอาหาร ชอบชิมอาหาร
ชีวิตนี้ก็ไปมาหลายที่อยู่เหมือนกัน
เป็นมิตร ไม่กัด ตรงไปตรงมา
ไม่ถนัดสนทนากับเกรียน และชาวภาษาวิบัติ
[Add JeyZ's blog to your web]