Iceicy Blog Dhamma หน้าแรก หลักธรรม ปรัชญา ท่องเที่ยวธรรม เก็บตกธรรม บทสวดมนต์ บทเพลงธรรม เว็บบอร์ด iceicy ไอที ไดอารี่
Link to us:
Group Blog
 
All blogs
 

เกสปุตตสูตร (กาลามสูตร) ว่าด้วย ข้อห้ามมิให้เชื่อโดยอาการ ๑๐ อย่าง












 




พระพุทธเจ้าตรัสว่า ควรแล้วที่ท่านจะสงสัย ท่านทั้งหลาย



อย่าได้เชื่อถือ ตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา
อย่าได้เชื่อถือ ตามถ้อยคำสืบ ๆ กันมา
อย่าได้เชื่อถือ โดยตื่นข่าวว่าได้ยินอย่างนี้
อย่าได้เชื่อถือ โดยอ้างตำรา
อย่าได้เชื่อถือ โดยเดาเอาเอง
อย่าได้เชื่อถือ โดยคาดคะเน
อย่าได้เชื่อถือ โดยความตรึกตามอาการ
อย่าได้เชื่อถือ โดยชอบใจว่าต้องกันกับทิฏฐิของตัว
อย่าได้เชื่อถือ โดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้
อย่าได้เชื่อถือ โดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา





ที่มา :เกสปุตตสูตร (กาลามสูตร)ว่าด้วย ข้อห้ามมิให้เชื่อโดยอาการ ๑๐ อย่าง
พระไตรปีฎกภาษาไทย ฉบับหลวง พ.ศ. ๒๕๒๕ เล่ม ๒๐ ข้อ ๕๐๕ หน้า ๑๗๙ - ๑๘๔





Create Date : 12 กันยายน 2550    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2551 22:49:01 น.
Counter : 575 Pageviews.  

"คุณธรรม ๔ ประการ พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย" ในคราวสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี








 






คุณธรรมที่ทุกคนควรจะศึกษาและน้อมนำมาปฏิบัติมีอยู่สี่ประการ




ประการแรก

คือการรักษาความสัจ ความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม


ประการที่สอง

คือการรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเองให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจความดีนั้น


ประการที่สาม

คือการอดทน อดกลั้น และอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจสุจริตไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด


ประการที่สี่

คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริตและรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง








คุณธรรม 4 ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายาม ปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงามขึ้นโดยทั่วกัน แล้วจะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิด ความสุข ความร่มเย็นและมีโอกาศที่ จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อ ไปได้ดังประสงค์






มรรค ๘ แห่งการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม





การอยู่ร่วมกันหรือศีลธรรม ต้องเป็นหัวใจของการพัฒนาทุกชนิด





การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง






Create Date : 30 สิงหาคม 2550    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2551 22:49:50 น.
Counter : 911 Pageviews.  

"บุญกุศล ความดี ความชั่ว"












 






บุญกุศล ความดี ความชั่ว

เมื่อเห็นผู้อื่นเขาทำความดี
ตนก็ควรกล้าทำความดีเช่นเขา
เมื่อพบความบกพร่องของคนอื่น
ควรถือเป็นเครื่องสอนตนเองมิให้กระทำเช่นนั้น

ความสุภาพอ่อนโยน
เป็นรากฐานของความดี
จงให้เพื่อนของเจ้าพบความดีในตัวของเจ้าเอง
โดยไม่ต้องเอาความดีออกอวดเขา
ความดีนั้นเป็นผลแห่งการปฏิบัติของตนเอง
มิใช่ตกลงมาจากฟ้า เช่น ฝน หรือหิมะ
แม้เด็กสามขวบจะรู้จักความดีความชั่ว
แต่หากจะทำความดีกันจริงๆ แล้ว
แม้คนแก่วัยแปดสิบก็ยังทำได้ยาก

แม้เราจะช่วยเหลือผู้อื่น
แต่จงอย่าคาดหวังว่า
จะได้รับการขอบคุณกลับในวันหลัง
การทำความดีในจุดที่คนอื่นมองไม่เห็นนี่แหละ
ถึงจะเป็นคุณค่าที่แท้จริงของคนคนหนึ่ง
การทำดี "มันดีอยู่ในตัวแล้วขณะที่ทำ"
ส่วนการทำชั่วนั้น "มันก็ชั่วอยู่ในตัวแล้วขณะที่ทำ"

จงไปเที่ยวบอกบุญกับคนขี้เหนียว ที่ไม่เคยทำบุญ
จงบำเพ็ญทาน แต่ไม่ยึดติดในลักษณะของทาน
จงทำบุญกุศล แต่ไม่ผูกพันและหวังผลตอบแทน

กุศลนั้นเป็นสิ่งที่ต้องแสวงหาภายในจิตเดิมแท้
และเป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากโปรยทาน
การถวายภัตตาหาร ฯลฯ และอื่นๆ
เราต้องรู้จักแยกให้เห็นความแตกต่าง
ระหว่างความปีติอิ่มใจกับตัวกุศลแท้

ความรู้อันสงบนิ่งเปี่ยมด้วยปัญญาอันว่างไพศาล
นี่คือบุญกุศลอันแท้จริงที่อยู่เหนือโลก
ยากที่บุคคลสามัญจะค้นพบ
สำหรับการกระทำชนิดที่เป็นบุญกุศลแท้จริงแล้ว
จะต้องเต็มเปี่ยมอยู่ด้วยปัญญาบริสุทธิ์
จะต้องสมบูรณ์และเป็นโลกุตตระ

การสร้างความดีและความชั่ว
ทั้งสองอย่างนี้เนื่องมาจากความยึดมั่นถือมั่นต่อรูปธรรม
ผู้ที่ยึดมั่นในรูปธรรม ซึ่งทำความชั่ว
จะต้องทนรับการเกิดแล้วเกิดอีก
ด้วยประการต่างๆ อย่างไม่จำเป็น

ส่วนผู้ที่ยึดมั่นในรูปธรรม ซึ่งทำความดี
ก็ทำตัวเองให้ตกลงไปเป็นทาสของความพยายาม
มันจะเกิดความรู้สึกว่าตนเป็นผู้ขาดแคลนอยู่เสมอเท่าเทียมกันอย่างไม่มีที่มุ่งหมาย



"จงทำความดีบ้างโดยไม่ต้องให้ผู้อื่นรู้
แต่ถ้าทำความชั่วไว้ก็จงอย่าปิดบัง"


(ที่มา : หนังสืออภิมหามงคลธรรม หน้า ๒๑๘)






Create Date : 22 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2551 22:50:06 น.
Counter : 3879 Pageviews.  

สมาธิแบบพระพุทธเจ้า "สมาธิจะเสริมกำลังปัญญาของเราให้ปราดเปรื่อง"









 






สมาธิแบบพระพุทธเจ้า


สมาธิแบบพระพุทธเจ้า การกำหนดรู้เรื่องชีวิตประจำวัน...นี่เป็นเหตุเป็นปัจจัยสำคัญ..สำคัญยิ่งกว่าการนั่งสมาธิหลับตาสมาธิ คนเราทุกคนเกิดมาอาศัยสมาธิเป็นหลักใจ คนที่ทำอะไรด้วยความจริงใจ...เป็นลูกของพ่อของแม่ก็เป็นลูกด้วยความจริงใจ จะเป็นศิษย์ของครูบาอาจารย์ก็เป็นศิษย์ด้วยความจริงใจ จะเป็นอะไร ทำอะไร คิดอะไร เป็นไปด้วยความจริงใจ ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีสัจจะความจริงใจ...เมื่อมีสัจจะความจริงใจอย่างแน่วแน่ ชีวิตของเราทุกคนจึงเกี่ยวข้องกับสมาธิตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งวันตาย คนที่ไม่มีสมาธิย่อมมีนิสัยเหลาะแหละ ทำอะไรมีแต่จับจดไม่เอาจริงเอาจัง

สมาธิ...เป็นกิริยาของจิต เมื่อเรามีสติกำหนดรู้จิตอยู่ตลอดเวลา ถ้าเรานั่งกำหนดรู้จิตของเรา เรียกว่า..ปฏิบัติสมาธิในท่านั่ง ถ้ากำหนดรู้จิตในท่ายืน เรียกว่า..ปฏิบัติสมาธิในท่ายืน เมื่อเรามีสติกำหนดรู้จิตในท่านอน เรียกว่า..ปฏิบัติสมาธิในท่านอน เวลาเดินจงกรม เรามีสติกำหนดรู้จิตของเรา เรียกว่า..ปฏิบัติสมาธิในท่าเดิน
ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นแต่เพียงเปลี่ยนอิริยาบถบริหารกาย เพื่อมิให้ส่วนใดส่วนหนึ่งถูกทรมานเกินไป เพราะฉะนั้น สมาธิจึงมิใช่ เพียงการนั่งสมาธิอย่างเดียว...แม้แต่การยืน เดิน นั่งนอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด ถ้าเรามีสติรู้ตัวตลอดเวลา เราก็ได้ปฏิบัติสมาธิตลอดเวลา
ถ้าหากเรายึดหลักว่า เราจะฝึกสติของเราให้รู้อยู่กับการยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด ทุกขณะจิตทุกลมหายใจ เราก็ได้ฝึกสมาธิอยู่ตลอดเวลา
โดยไม่มีอุปสรรคใด ๆ มาขัดขวาง ... เมื่อเราเข้าใจกันอย่างนี้ การฝึกสมาธิจะไม่มีอุปสรรค เพราะเราจะปฏิบัติได้ทุกเวลา ทุกโอกาส


ผลที่เราจะได้จากการฝึกสมาธิ

ทำให้จิตของเราตั้งมั่น หรือมั่นคงต่อการทำธุรกิจต่างๆ ทำให้เรามีจิตที่สงบเยือกเย็น และมีเมตตาปรานีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จะมีความเคารพบูชา รักในบิดา มารดา ครูบาอาจารย์ดีขึ้น จะทำให้เราหมั่นขยันในการงาน ทำให้ความจำดีมีสติปัญญา เฉลียวฉลาดรอบรู้ คิดการงานใดจะไม่ท้อถอย โดยเฉพาะ สมาธิจะเสริมกำลังปัญญาของเราให้ปราดเปรื่อง

กฎหรือระเบียบ

ที่จะประพฤติบำเพ็ญตนให้เป็นลูกศิษย์ของ
พระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ที่เราจะตั้งใจปฏิบัติโดยเจตนา คือ ศีล...เรามาฝึกสมาธินี้เพื่ออบรมจิตของเราให้มีพลังงาน มีสติสัมปชัญญะ มีปัญญา เพื่อให้จิตของเรานี้เป็นลูกศิษย์ของ พระพุทธเจ้าโดยอัตโนมัติ เมื่อจิตมีสภาวะ รู้ ตื่น เบิกบาน ก็ได้ชื่อว่า จิตมีคุณธรรมความเป็นพุทธะ
( พระราชสังวรญาณ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย )



( ที่มา : หนังสืออภิมหามงคลธรรม หน้า ๑๘๙ )




Create Date : 15 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2551 22:51:01 น.
Counter : 1536 Pageviews.  

จงทำกับเพื่อนมนุษย์โดยคิดว่า








จงทำกับเพื่อนมนุษย์โดยคิดว่า




*
เขาเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของ
*
เขาเป็นเพื่อนเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏสงสาร ด้วยกันกะเรา
*
เขาก็ตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส เหมือนเรา ย่อมพลั้งเผลอไปบ้าง
*
เขามีราคะ โทสะ โมหะ ไม่น้อยไปกว่าเรา
*
เขาย่อมพลั้งเผลอบางคราว เหมือนเรา
*
เขาก็ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม เหมือนเรา ไม่รู้จักนิพพานเหมือนเรา
*
เขาโง่ในบางอย่าง เหมือนที่เราเคยโง่
*
เขาก็ตามใจตัวเองในบางอย่าง เหมือนที่เราเคยกระทำ
*
เขาก็อยากดี เหมือนเรา ที่อยาก ดี-เด่น-ดัง
*
เขาก็มักจะกอบโกย และเอาเปรียบเมื่อมีโอกาสเหมือนเรา
*
เขามีสิทธิ ที่จะบ้า ดี-เมาดี-หลงดี-จมดี เหมือนเรา
*
เขาเป็นคนธรรมดา ที่ยึดมั่นถือมั่น อะไรต่างๆ เหมือนเรา
*
เขาไม่มีหน้าที่ ที่จะเป็นทุกข์ หรือตายแทนเรา
*
เขาเห็นเพื่อนร่วมชาติ ร่วมศาสนา กะเรา
*
เขาก็ทำอะไร ด้วยความคิดชั่วแล่น และผลุนผลัน เหมือนเรา
*
เขามีหน้าที่รับผิดชอบ ต่อครอบครัวของเขา มิใช่ของเรา
*
เขามีสิทธิ ที่จะมีรสนิยม ตามพอใจของเขา
*
เขามีสิทธิ ที่จะเลือก (แม้ศาสนา) ตามพอใจของเขา
*
เขามีสิทธิ ที่จะใช้ สมบัติ สาธารณะ เท่ากันกับเรา
*
เขามีสิทธิ ที่จะเป็นโรคประสาท หรือเป็นบ้า เท่ากับเรา
*
เขามีสิทธิ ที่จะขอความช่วยเหลือ เห็นอกเห็นใจ จากเรา
*
เขามีสิทธิ ที่จะได้รับอภัย จากเรา ตามควรแก่กรณี
*
เขามีสิทธิ ที่จะสังคมนิยม หรือเสรีนิยม ตามใจเขา
*
เขามีสิทธิ ที่จะเห็นแก่ตัว ก่อนเห็นแก่ผู้อื่น
*
เขามีสิทธิ แห่งมนุษย์ชน เท่ากันกับเรา สำหรับจะอยู่ในโลก



ถ้าเราคิดกันอย่างนี้ จะไม่มีการ ขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้น.





พุทธทาส อินทปัญโญ โมกพลาราม.ไชยา ๒๒ พฤษภาคม ๓๑



ที่มา : หนังสืออภิมหามงคลธรรม หน้า ๒๑๖








 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2551 22:51:16 น.
Counter : 500 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  


lcelcy
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มิถุนายน เดือนดี๊ดี " จุดกำเนิด iceicy's blog Dhamma"
ครบรอบ ๗ ปี แล้วค่ะ"

คนมาจากไหน?
เริ่มจาก เกิด แก่ เจ็บ และก็ตาย
คนก็หายไป !!...แต่ความดีไม่เคยหายไปด้วย..
ทุกคนจำวันเกิดตัวเองได้ไหม... ก็คงจำได้กันหมดอะน่ะ
เคยคิดจะทำอะไรดีดี....
ให้กับตัวเองและคนอื่น..ในวันครบรอบวันเกิดของตัวเองไหมค่ะ?

ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. ๒๕๔๙ (๗ ปีได้ผ่านมาแล้ว)
ฉันได้ทำสิ่งที่ชอบ และชอบในสิ่งที่ฉันได้ทำ
สิ่งนั้น คือ " บล๊อกเกี่ยวกับหลักธรรมข้อคิดต่างๆ "
เริ่มจากทำไม่เป็น ลองผิดลองถูก ทำจนสำเร็จ
ทั้งนี้ ขอขอบพระคุณ " กำลังใจ " คนรอบข้าง
และทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม iceicy's blog Dhamma น่ะค่ะ
(ซึ้งน่ะซึ้งน่ะเนี่ย!!!!)
<

วัตถุประสงค์ iceicy blog Dhamma
1. เพื่อเผยแพร่และสนับสนุนส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่กับประเทศไทย
2. เพื่อนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนา
3. เพื่อแบ่งปันความรู้ทางพระพุทธศาสนา และแลกเปลี่ยนข่าวสารทั่วไป
4. สรรเสริญบุคคลที่ควรสรรเสริญ ยกย่องบุคคลที่ควรยกย่อง

Google



Link to us:
ท่านสามารถนำ code ของ banner นี้
ไปติดที่เว็บของท่านได้ตามสะดวกน่ะค่ะ
ขอขอบคุณและขออนุโมทนามา ณ ที่นี้ด้วยน่ะค่ะ

Iceicy blog dhamma



New Comments
Friends' blogs
[Add lcelcy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.