Iceicy Blog Dhamma หน้าแรก หลักธรรม ปรัชญา ท่องเที่ยวธรรม เก็บตกธรรม บทสวดมนต์ บทเพลงธรรม เว็บบอร์ด iceicy ไอที ไดอารี่
Link to us:
Group Blog
 
All blogs
 

วิธีดับทุกข์ เพราะ...ลูก (ตอนที่ ๑)








 





วิธีดับทุกข์ เพราะ...ลูก (ตอนที่ ๑)


ในขัตติยสูตร(๑๕/๑๐)
พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า
"ลูกคนใด เป็นลูกที่เชื่อฟัง....ลูกคนนั้น
นับว่าเป็นลูก ที่ประเสริฐสุดกว่าลูกทั้งปวง"



"ความคิดและการกระทำของพ่อแม่ในยุคปัจจุบัน มักมุ่งแต่จะหาเงินไว้ให้ลูก หวังให้ลูกเรียนเก่ง เรียนสูง ทำงานเบา ทำงานมีเกียรติ ได้เงินเดือนสูง ร่ำรวย..."

"ส่วนมากจะไม่สนใจคุณธรรมในตัวของลูกเลย ผลก็คือ พ่อแม่ส่วนมากในยุคนี้ ต้องผิดหวังน้ำตาตก เป็นโรคประสาท ทั้งที่มีเงินทองเหลือล้น " ดังพุทธภาษิต ( นันทิสูตร ๑๕/๙) ว่า"คนมีลูก ย่อมเสียใจเพราะลูก..คนมีวัว ก็ย่อมเสียใจเพราะวัวเหมือนกัน"

"เพราะลูกในยุคปัจจุบัน พากันเป็น "ลูกบังเกิดเกล้า" กันเป็นส่วนมากเสียแล้ว ต้นเหตุ ก็เกิดจากการ "เลี้ยงลูกไม่ถูกวิธี" นั่นเอง คือ มักตามใจลูกในทางผิดๆ เช่น ถนอมลูก ไม่ยอมให้ลูกทำอะไรเลย มีพ่อแม่หรือมีคนรับใช้ทำให้เสร็จ ลูกอยากได้อะไรก็ให้ อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ตามใจ ประเคนให้ ตามใจลูกทุกสิ่ง ผลหรือ ? ลูกก็เลยกลายเป็นลูกเทวดา ปรารถนาอะไรก็ได้ดั่งใจ กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวจัด ใช้เงินเก่ง ไม่เห็นคุณค่าของเงินทำอะไรเองก็ไม่เป็น ตีนไม่ติดดิน เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ..."

"ทางที่ถูกนั้น "ควรมุ่งปลูกฝังคุณธรรม" หรือ
ศีลธรรมลงในจิตใจของลูก เสียแต่เมื่อยังเล็กๆอยู่ เพราะเมื่อเด็กมีศีลธรรมหรือคุณธรรมในใจแล้ว ย่อมเป็นลูกที่มีกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ เคารพและเชื่อฟังพ่อแม่ ย่อมทำในสิ่งที่ดีงาม นำความชื่นใจและปลื้มใจมาให้พ่อแม่ เมื่อระลึกถึงเขา"

"แต่ถ้าลูกขาดคุณธรรมแล้ว ถึงจะมีความรู้วิชาชีพสูง ก็เอาตัวไม่รอด แม้พ่อแม่จะมีฐานร่ำรวย ลูกมันก้ผลาญหมด แต่ถ้าลูกเป็นคนดีถึงฐานะจะยากจน ลูกก็สร้างขึ้นมาได้"

"ถ้าไม่รีบปลูกฝังศีลธรรม ลงในตัวของลูกไว้แต่เล็กๆ แล้วโอกาสที่ลูกจะเป็นเด็กดีค่อนข้างยาก และจะยิ่งยากมากขึ้นทุกวัน ทั้งนี้เพราะวิทยาการทางวัตถุ ยิ่งเจริญมากขึ้นเท่าไร จิตใจของคนในโลกก็ยิ่งต่ำลง เห็นแก่ตัวมากขึ้น โหดร้ายมากขึ้น..."

"ต้นเหตุที่สำคัญ คือ ทุกคนต้องแข่งขันกันมีวัตถุให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมความสุขทางเนื้อหนัง การเอารัดเอาเปรียบกัน ก็ย่อมจะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว.."

พ่อแม่ก็ต้องออกไปหาเงินเพื่อให้พอใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนพลเมือง โอกาสที่จะเลี้ยงลูกเองแบบเก่าจึงไม่มี สายสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก ก็ยิ่งจะห่างไกลออกไปทุกที"

ด้วยเหตุนี้เพื่อนจึงมีความสำคัญ ที่ลูกมักจะให้ความเชื่อถือมากกว่าพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ที่ดีส่วนมาก มักจะไม่ตามใจลูกในทางที่ผิดเมื่อเห็นลูกทำผิด ก็มักจะตักเตือนหรือดุด่า จนถึงเฆี่ยนตี เป็นต้น

ตรงกันข้ามกับเพื่อน มีแต่คำหวาน ตามอกตามใจแม้ในสิ่งที่ผิดๆ ลูกจึงมักจะรักเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ คนเราเมื่อรักกันแล้วก็ย่อมจะต้องถนอมน้ำใจกัน ก็มักพยายามทำอะไรๆ ตามที่เพื่อนชอบหรือขอร้อง

"จุดมืดหรือจุดสว่างของลูก จึงอยู่ตรงนี้เอง ถ้าคบกับเพื่อนที่ดีก็เป็นบุญตัว ถ้าคบเพื่อนชั่ว ก็พาตัวพินาศเสียอนาคต กว่าจะรู้สึกตัว ก็หมดโอกาสเสียแล้ว"




Create Date : 01 สิงหาคม 2549    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2551 23:03:29 น.
Counter : 564 Pageviews.  

"คุณธรรมของผู้ยิ่งใหญ่"โอวาท ท่านเล่าจื้อ








 




โอวาทสำหรับผู้นำ
โอวาท ท่านเล่าจื้อ
(คัดบางตอนจาก TAO OF LEADERSHIP)
แปลโดย วันทิพย์ สินสูงสุด



"ความเป็นผู้นำของพวกท่านไม่ได้อยู่ที่เทคนิค
หรือการแสดง..แต่อยู่ที่ความเงียบ และความสามารถ
ของพวกท่านที่จะแสดงความเอาใจใส่"

"คนส่วนมากถูกความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดรบกวน...
...แต่ผู้นำที่ฉลาดจะพอใจในสิ่งที่มีอยู่
แม้ว่าจะเล็กน้อย..."

"คนส่วนมากนำชีวิตให้ยุ่งเหยิง...
แต่ผู้นำที่ฉลาดจะสงบ และไตร่ตรอง"

"คนส่วนมากแสวงหาสิ่งซึ่งใช้กระตุ้น และสิ่งใหม่ๆ...
...แต่ผู้นำที่ฉลาดจะชอบสิ่งสามัญ และเป็นธรรมชาติ"

"เพื่อที่จะรู้ว่าาคนอื่นประพฤติอย่างไร ต้องใช้ความ
รู้รอบ....แต่เพื่อรู้ตนเองต้องใช้ปัญญา"

"เพื่อที่จะบริหารชีวิตของคนอื่น
ต้องใช้ความเข้มแข็ง...
...แต่เพื่อบริหารชีวิตของตนเอง
ต้องใช้อำนาจอันแท้จริง..."

"ความสงบนิ่งของผู้นำจะชนะความเร่าร้อนของกลุ่ม....
...ความมีสติของผู้นำ เป็นเครื่องมือเบื้องต้นแห่งงานนี้"

"ยิ่งเธอมีมาก เธอก็จะได้รับมากขึ้น...
เธอยิ่งต้องเฝ้าดูแลมากขึ้น....
เธอก็อาจสูญเสียมากขึ้น....
นี่เป็นเจ้าของหรือถูกเป็นเจ้าของกันแน่.."

"..แต่ถ้าเธอยอมสละสิ่งต่างๆ เสีย
เธอก็สามารถยกเลิกการใช้ชีวิต
ไปเฝ้าดูแลสิ่งของต่างๆ นั้นได้.."

"ขอให้พยายามสงบนิ่ง....
เพื่อจะได้ค้นพบความมั่นคงภายในของเธอ...
...ถ้าเธอมีความมั่นคงภายในแล้ว....
เธอจะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการ...
...เช่นเดียวกัน เธอจะถูกล้างผลาญน้อยลง
และจะอยู่ได้ยาวนานขึ้น.."

"ผู้นำที่ฉลาดรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมาแล้วก็ไป
ดังนั้น ทำไมจึงยึดฉวย และเกาะแน่นเล่า....
ทำไมจึงวิตก และงอตัวเพราะกลัวด้วยเล่า..ทำไม
จึงอยู่ในความเพ้อฝัน แห่งสิ่งที่อาจเกิดหรือไม่ด้วยเล่า..."

"น้ำนั้นเหลว อ่อนและยอม...
แต่น้ำจะกัดเซาะหิน
ซึ่งแข็งและไม่ยอม.....
...ผู้นำที่ฉลาดรู้ว่า การยอมรับจะเอาชนะการต่อต้าน"

"ความสุภาพอ่อนน้อมจะละลายการตั้งรับที่แข็งที่อ..."
....นี่เป็นคำพูดจริงที่มีความขัดแย็งในตัวเอง
อีกข้อหนึ่ง อะไรที่อ่อนนั้นจะแข็งแรง..."

"คุณสมบัติสามประการนี้เป็นสิ่งทรงคุณค่าต่อผู้นำ
...เมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย
...ความเรียบง่ายและมัธยัสถ์ทางวัตถุ.....
...มีสำนึกแห่งความเสมอภาค
....หรือความลดน้อมถ่อมตน"



...คุณธรรมของผู้ยิ่งใหญ่...
ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้
ให้กำเนิด โดยมิอ้างเป็นเจ้าของ
บำรุงเลี้ยง โดยมิถือเป็นบุญคุณ
เกื้อกูล โดยมิก้าวก่าย
ไม่นำความยิ่งใหญ่ ไปแทรกแซงขู่เข็ญบังคับใคร
เมื่อได้รับการเทิดทูน ท่านไม่ท้อแท้
เมื่อกิจการงานอ้นยิ่งใหญ่สำเร็จลง
ท่านถอนตัวจากไป....



Create Date : 13 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2551 23:04:18 น.
Counter : 748 Pageviews.  

เจ้าคุณนรรัตนราชมานิต"Do no wrong is do nothing!"







 






เจ้าคุณนรรัตนราชมานิต
(ธัมมวิตักโก ภิกขุ)
วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร


จงระลึกถึงคติพจน์ ว่า
"Do no wrong is do nothing!"
"ทำอะไรไม่ผิดเลย ก็คือ ไม่ทำอะไรเลย!"
ความผิดนี้แหละเป็นครูอย่างดี
ควรจะรู้สึก บุญคุณ ของตัวเอง
ที่ทำอะไร ผิดพลาด และควรสบายใจ
ที่ได้พบ กับอาจารย์ ผู้วิเศษ
คือความผิด จะได้ตรงกับคำว่า
"เจ็บแล้วต้องจำ" ตัวทำเอง ผิดเอง นี้แหละ
เป็นอาจารย์ ผู้วิเศษเป็น Good Example
ตัวอย่างที่ดี เพื่อจะได้ จดจำไว้ สังวรระวัง
ไม่ให้ผิด ต่อไป แล้วตั้งต้นใหม่
ด้วยความ ไม่เลินเล่อ เผลอประมาท
อดีตที่ผิดไปแล้ว ก็ผ่านพ้น ล่วงเลย ไปแล้ว
แต่อาจารย์ ผู้วิเศษ ยังคงอยู่ คอยกระซิบ
เตือนใจ อยู่เสมอ ทุกขณะว่า
"ระวัง! อย่าประมาทนะ! อย่าให้ผิดพลาด
เช่นนั้นอีกนะ!"



Create Date : 29 มิถุนายน 2549    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2551 23:04:37 น.
Counter : 1007 Pageviews.  

" ทุกข์ของภิกษุ ๓๐ รูป "







 




พระไตรปิฏก (ฉบับทางพ้นทุกข์)

โดย พระอาจารย์บุญหนา อโสโก



ภิกษุ ๓๐ รูป อีกกลุ่มหนึ่ง เรียนกัมมัฏฐาน
ในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า
แล้วจำพรรษาในวัดป่า ทำกติกากันว่า
ผู้มีอายุ เราควรทำสมณธรรม ตลอดคืน
ในยามทั้งสาม เราไม่ควรมายังสำนักของกันและกัน
แล้วต่างคนต่างอยู่


เมื่อภิกษุเหล่านั้นทำสมณธรรม
ตอนใกล้รุ่งก็โงกหลับ
เสือตัวหนึ่งก็มาจับภิกษุไปกินทีละรูปๆ
ภิกษุ ก็มิได้เปล่งแม้วาจาว่าเสือคาบผมแล้ว


ภิกษุถูกเสือกินไป ๑๕ รูป ด้วยอาการอย่างนี้
ถึงวันอุโบสถภิกษุที่เหลือก็ ถามว่า
ท่านอยู่ที่ไหน และรู้เรื่องแล้ว ก็กล่าวว่า
ถูกเสือคาบควรบอกว่า บัดนี้เราถูกเสือคาบไปแล้ว
ก็อยู่กันต่อไป


ต่อมาเสือ..ก็จับภิกษุหนุ่มรูปหนึ่ง
ภิกษุทั้งหลายก็ถือไม้เท้า และคบเพลิง
ติดตามหมายว่าจะให้มันปล่อย
เสือก็ขึ้นไปยังเขาขาด ทางที่ภิกษุทั้งหลายไปไม่ได้
เริ่มกินภิกษุนั้น
ตั้งแต่นิ้วเท้า


ภิกษุทั้งหลายนอกนั้น ก็ไม่แต่กล่าวว่าสัปบุรุษ
บัดนี้ กิจที่พวกเราจะต้องทำไม่มี
ขึ้นชื่อว่าความวิเศษของภิกษุทั้งหลาย
ย่อมปรากฏในฐานเช่นนี้


ภิกษุหนุ่มนั้น
นอนอยู่ในปากเสือ
ข่มเวทนา เจ็บปวด
แล้วเจริญวิปัสสนา
ตอนเสือกินถึงข้อเท้า
เป็นพระโสดาบัน
ตอนกินไปถึงหัวเข่า
เป็นพระสกทาคามี
ตอนเสือกินไปถึงท้อง
เป็นพระอนาคามี
ตอนเสือกินไปยังไม่ถึงหัวใจ
ก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา


จึงเปล่งอุทาน ดังนี้ว่า
เรามีศิล ถึงพร้อมด้วยวัตร
มีปัญญา มีใจมั่นคงดีแล้ว
อาศัยความประมาท ครู่หนึ่ง
ทั้งที่มีใจไม่คิดร้ายในเสื้อ
มันก็จับไว้ในกรงเล็บ
พาไปไว้บนก้อนหิน
เสือจงกินเราถึงกระดูก
และเอ็นก็ตามที
เราจักทำกิเลสให้สิ้นไป





Create Date : 25 มิถุนายน 2549    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2551 23:05:26 น.
Counter : 476 Pageviews.  

"บุรุษผู้รู้ความ"!!







 





ไม่เป็นคนโอ้อวด
ไม่มีมายา
เป็นคนซื่อตรง


ขอจงมาเถิด



เราจะสั่งสอน เราจะแสดงธรรม
เมื่อปฏิบัติตามคำที่เราสอนแล้ว
ไม่นานก็จะรู้เอง จะเห็นเอง
จะหลุดพ้นจากเครื่องผูก คือ อวิชชาไปได้


จากพระไตรปิฏก (ฉบับหลวง เล่ม ๑๓) “เวขณสสูตร” ข้อ ๔๐๑


ข้อคิด...


อวิชชา หมายถึง “ความหลงไม่รู้จริง”
“ภาวะที่ปราศจากความรู้”
ความรู้ในที่นี้หมายถึงความรู้จริงความรู้ถูกต้อง
ปกติสัตว์ทั้งหลายจะอยู่โดยไม่มีความรู้อะไรเลยนั้น
เป็นไปไม่ได้
แต่ถ้าความรู้นั้นเป็นความรู้ผิด
ก็มีค่าเท่ากับไม่รู้
คนจึงมีอวิชชาหรือความรู้ผิดอยู่เป็นประจำ
จึงมืดมน
ปัญหาของมนุษย์ก็คือปัญหาที่ว่า
อะไรเป็นความทุกข์ที่แท้จริง?
อะไรเป็นต้นเหตุที่แท้จริง
ที่ทำให้เกิดทุกข์?
อะไรเป็นความไม่มีทุกข์ที่แท้จริง?
และอะไรเป็นหนทางอันแท้จริง
ซึ่งจะให้ได้มาซึ่งความไม่มีทุกข์นั้นๆ?
การเรียนรู้ธรรมะก็คือ
รู้ในสิ่งที่ถูกต้องเป็นความจริง
คนศึกษาธรรมะ
จึงได้ประโยชน์มาก.....




Create Date : 24 มิถุนายน 2549    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2551 23:05:48 น.
Counter : 834 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

lcelcy
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มิถุนายน เดือนดี๊ดี " จุดกำเนิด iceicy's blog Dhamma"
ครบรอบ ๗ ปี แล้วค่ะ"

คนมาจากไหน?
เริ่มจาก เกิด แก่ เจ็บ และก็ตาย
คนก็หายไป !!...แต่ความดีไม่เคยหายไปด้วย..
ทุกคนจำวันเกิดตัวเองได้ไหม... ก็คงจำได้กันหมดอะน่ะ
เคยคิดจะทำอะไรดีดี....
ให้กับตัวเองและคนอื่น..ในวันครบรอบวันเกิดของตัวเองไหมค่ะ?

ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. ๒๕๔๙ (๗ ปีได้ผ่านมาแล้ว)
ฉันได้ทำสิ่งที่ชอบ และชอบในสิ่งที่ฉันได้ทำ
สิ่งนั้น คือ " บล๊อกเกี่ยวกับหลักธรรมข้อคิดต่างๆ "
เริ่มจากทำไม่เป็น ลองผิดลองถูก ทำจนสำเร็จ
ทั้งนี้ ขอขอบพระคุณ " กำลังใจ " คนรอบข้าง
และทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม iceicy's blog Dhamma น่ะค่ะ
(ซึ้งน่ะซึ้งน่ะเนี่ย!!!!)
<

วัตถุประสงค์ iceicy blog Dhamma
1. เพื่อเผยแพร่และสนับสนุนส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่กับประเทศไทย
2. เพื่อนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนา
3. เพื่อแบ่งปันความรู้ทางพระพุทธศาสนา และแลกเปลี่ยนข่าวสารทั่วไป
4. สรรเสริญบุคคลที่ควรสรรเสริญ ยกย่องบุคคลที่ควรยกย่อง

Google



Link to us:
ท่านสามารถนำ code ของ banner นี้
ไปติดที่เว็บของท่านได้ตามสะดวกน่ะค่ะ
ขอขอบคุณและขออนุโมทนามา ณ ที่นี้ด้วยน่ะค่ะ

Iceicy blog dhamma



New Comments
Friends' blogs
[Add lcelcy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.