All Blog
621020 วัดใหญ่อินทาราม กับวัดใหม่พระยาทำ
621020 วัดใหญ่อินทาราม กับวัดใหม่พระยาทำ
ส่วนใหญ่เราเรียกแค่วัดใหญ่ ไม่เคยเรียกชื่อเต็ม วัดใหญ่อินทาราม และเรียกวัดใหม่แทนชื่อเต็มวัดใหม่พระยาทำ ใคร ๆ เรียกชื่อเล่นมากกว่าชื่อจริงกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ชื่อคน ชื่อเล่นนั้นสำคัญนักเพราะใคร ๆ ก็เรียกขาน
ความเป็นเด็กจะคุ้นเคยวัดใหญ่ เพราะบ้านอยู่ตรงข้ามวัดใหญ่ และมีเพื่อนเรียนในบริเวณวัดใหม่
รั้ววัดใหม่จะติดกับฝั่งเมรุของวัดใหญ่ ตอนเด็ก ๆ สามารถเดินจากวัดใหญ่ไปวัดใหม่ได้เลย ทำไปทำมา ทำไมจึงกั้นรั้วซะก็ไม่รู้ได้ เขตรั้วติดกัน แต่ต้องกั้นเขตแดน กีดขวางทางเดินสัญจร
ที่วัดใหญ่ จำได้ว่า สามารถเข้าออกได้หลายทาง มีอยู่ช่วงหนึ่ง กั้นทางออกฝั่งถนนตรงโรงไฟฟ้าเก่า ถนนอัครนิวาส ได้ยินเขาพูดกันว่า มีผู้หญิงแอบมาหาพระตอนดึก ๆ เจ้าคุณไพโรจน์เจ้าอาวาสสั่งปิดซะเลย
ส่วนวัดใหญ่กับวัดใหม่ ไม่รู้ความว่าเกิดเหตุอันใด หรือเห็นคนเดินไปเดินมา เป็นแค่ทางผ่าน วุ่นวาย
สองวัดนี้นับเป็นเพื่อนบ้านกัน แต่ปิดเส้นกั้นระหว่างกัน ด้วยเหตุจำเป็นอันใด ตอนนั้นยังเด็ก ไม่รู้เรื่องและเหตุผล รู้แต่ทำให้เราลำบากมากขึ้น
ด้วยวัดใหม่มีโรงเรียน 2 โรงคือ โรงเรียนพัฒนศิลป์ หมวยนิเรียนที่นี่ กับโรงเรียนเฮงฮ่าง สอนภาษาจีน แต่โดนสั่งปิดสมัยรัฐบาลกลัวจีนคอมมิวนิสต์
เมื่อต้องไปกับหมวยนิ ทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางเดิน อ้อมไกลไปอีก
ลานวัดใหม่จะมีเส้นหมี่ลวกใส่ถั่วงอกใส่น้ำจิ้มราดเป็นซีอิ๊วดำ อร่อยมาก ๆ จานเล็ก ๆ จานละ 1 สลึง หรือ 25 สตางค์ เด็กรุ่นหลังไม่รู้จักคำว่าสลึง
มารู้ภายหลังว่า คนขายเป็นยายของเพื่อน ทำอร่อยที่สุด ที่สำคัญบ้านนี้ลูกหลานสวยงาม ระดับดารานักแสดงชั้นนำของเมืองไทย

 



Create Date : 20 ตุลาคม 2562
Last Update : 20 ตุลาคม 2562 7:47:19 น.
Counter : 752 Pageviews.

0 comment
621019 สถูปพระเจ้าตากที่วัดใหญ่
621019 สถูปพระเจ้าตากที่วัดใหญ่
               เราเป็นเด็กหน้าวัดใหญ่ มันจำเป็นเหมือนกันนะ ที่ควรจะรู้จักวัดของเราบ้างไม่มากก็น้อย
               ที่ที่ไปบ่อยพอควร ไปฝึกขี่จักรยานตอนเด็ก ไปทำบุญทุกวันพระถ้าเป็นวันหยุด ตามแม่ไปน่ะตอนเป็นเด็ก ตอนแม่มีอายุมากขึ้น ว่างงานมาก ทุกวันพระ แม่กับเพื่อนจะไปนอนค้างที่โบสถ์
               หน้าโบสถ์ มีสถูปเก่า ๆ เรียง ๆ กันไป ดูน่ากลัวเกินกว่า จะไปเดินสำรวจ ทำไมทางวัดไม่ปรับภูมิทัศน์ แย่กว่านั้น เหมือนจะเป็นที่ที่ทิ้งหรือวางของไม่จำเป็น
               เรื่องสถูปหรือเจดีย์เล็กที่เก็บกระดูกคนตาย คงไม่เข้ามาอยู่ในหัว ถ้าสมาร์ททีวีไม่โผล่เรื่องราวที่หนุ่มเมืองชลคนหนึ่ง คิดว่าจะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ได้ เลยสนใจฟังและเป็นประเด็นที่เขียนในวันนี้ ขอไม่เอ่ยชื่อผู้ทำคลิป แต่ถ้าเปิดชื่อเรื่องนี้ดู จะเจอแน่นอน
               เขาพยายามบอกว่า สถูปเหล่านี้เป็นของสมเด็จพระเจ้าตากสิน พระมารดา และทหารประจำพระองค์ 4 นาย แม้ว่าจะพยายามเพ่งชื่อที่เขาเห็นนั้น ยังไม่อาจคล้อยตามได้ ด้วยเหตุการณ์ที่สลักผ่านมานานสองร้อยกว่าปีแล้ว คงจะรางเลือนเต็มที
               เขาบอกว่า มองเห็นเป็นชื่อคน และวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 ทั้ง 6 สถูปเหมือนกัน และที่เห็นชัดคือรูปครุฑ ซึ่งชาวบ้านธรรมดาไม่มีสิทธิ์ใช้แน่ เฉพาะรูปครุฑนี้น่าสนใจ ว่าเริ่มใช้เมื่อไรและใช้กับใคร
               จริงเท็จไม่รู้เกี่ยวกับสถูป คงต้องรอให้หนุ่มคนนี้ค้นคว้าต่อไป แต่เปิดประเด็นว่า สถูปของใคร แล้วทำไมสลักรูปครุฑด้วย ใครสนใจลองไปเที่ยววัดใหญ่อินทารามได้

 



Create Date : 19 ตุลาคม 2562
Last Update : 19 ตุลาคม 2562 8:34:31 น.
Counter : 558 Pageviews.

0 comment
คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ปูพื้นฐานให้เข้าใจ
คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ปูพื้นฐานให้เข้าใจ
#Developmental Psychology #Mindset #How to
#Gen B Baby Bloomers #Disruptive Era
 
#Developmental Psychology จิตวิทยาพัฒนาการ วิชาที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการที่
เป็นระบบระเบียบ สามารถคาดคะเนได้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าของบุคคล อันเป็นผลมาจากวุฒิภาวะและประสบการณ์ ซึ่งเกิดขึ้นตลอดชีวิต ตั้งแต่แรกเกิด ในที่นี้เน้นด้านสติปัญญา ความรู้ ความจำ เชาว์ปัญญา และความคิดอย่างมีเหตุผล ด้านอารมณ์ ด้านสังคม การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม รวมถึงบุคลิกภาพจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคนให้เต็มตามศักยภาพที่มีอยู่ในแต่ละคน
#Mindset ความคิด ความเชื่อ ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม วิธีจัดการกับสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย การเรียงลำดับสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ควรทำ ผู้นำเรื่องนี้คือ Carol Dweck (2006) นักจิตวิทยามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นำเสนอว่า วิธีการคิดที่แตกต่างในแต่ละบุคคล ทำให้เกิดความเชื่อที่ต่างกัน และนำไปสู่การกระทำและความสามารถในการแก้ปัญหาต่างกัน
#How to สอนวิธีคิด ที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองในการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างอุปนิสัยที่โดดเด่น เป็นเคล็ดลับที่หาเรียนไม่ได้ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย แต่เกิดจากประสบการณ์ในชีวิต
การประสบความสำเร็จ ต้องอาศัยความฉลาด ในการหาวิธีคิดที่ดีและคิดเป็น  และรู้วิธีการที่จะทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
#Gen B Baby Bloomers กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2489 – 2507 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ทหารเกณฑ์หลังสงครามจบกลับมาอยู่บ้าน แต่งงานและมีลูกเต็มบ้าน ด้วยยังไม่มีการคุมกำเนิด บ้านเมืองสงบ และต้องการกำลังคนมาฟื้นฟูบ้านเมือง
คนกลุ่มนี้มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎเกณฑ์ กติกา มีความอดทนสูง ทุ่มเทให้กับการทำงานและองค์กรมาก สู้งาน พยายามคิดและทำอะไรด้วยตัวเอง เป็นเจ้าคนนายคน ถูกครอบครัวสั่งสอนมาให้ประหยัด อดออม จึงใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง เป็นพวกอนุรักษ์นิยมเคร่งครัดในขนบธรรมเนียมประเพณี
รุ่นลูกเป็น Gen X เกิดมาในช่วงที่ไม่ลำบาก โลกสงบ สันติภาพ เริ่มมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น คอมพิวเตอร์ วิดีโอเกม วอล์คแมน ชอบอะไรง่าย ๆ ไม่เป็นทางการ ให้ความสำคัญกับงานพร้อมกับครอบครัว เรียนรู้ทุกอย่าง ทำทุกเรื่องโดยไม่พึ่งพาใคร เป็นตัวของตัวเองสูง มีความคิดเปิดกว้าง มีความคิดสร้างสรรค์ มีแนวโน้มต่อต้านสังคม ไม่เคร่งศาสนาและยึดขนบธรรมเนียมประเพณี ยืดหยุ่นกับวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป เช่น การอยู่ก่อนแต่ง หรือการหย่าร้างเป็นเรื่องปกติ เพศที่ 3 กล้าเปิดเผยตัว
 #Disruptive Era ยุคสังคมปั่นป่วน ทำลายล้างสิ่งเดิม ๆ แล้วสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา เกิดจาก Digital Revolution ทำให้คน gen B ยุ่งยากในการปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น เนตไร้สาย การเล่น Facebook Line วิถีชีวิตเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพราะสมองไม่เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงแบบความเร็วสูง ไม่ใช่การเติบโตแบบทีละก้าว หรือค่อยเป็นค่อยไป

 



Create Date : 30 กันยายน 2562
Last Update : 30 กันยายน 2562 5:39:59 น.
Counter : 581 Pageviews.

0 comment
ร้อนจนตับแตกตับแลบกันทีเดียว
ร้อนจนตับแตกตับแลบกันทีเดียว
เริ่มต้นปุ๊บ ก็บ่นกันปั๊บเลยนะ การเปลี่ยนไปสู่สภาวะโลกร้อน ปัญหาอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ ปัญหาขยะพลาสติคล้นเมือง อุ๊ยปัญหาใหม่ ๆ ทั้งนั้น ที่รุ่น gen B สร้างทิ้งให้ลูกหลาน
พายุฤดูร้อนย่อมผ่อนคลายความร้อนรุ่มกลุ้มอุราลงไปได้บ้างหรอกน่า
คนไทยรู้ดีว่า เมษานี่มันร้อนจริง ๆ แต่ถ้ารู้ว่าผ่านไปอีกหกสิบกว่าปี ไอ้ที่บ่นกันว่าร้อน ๆ นัก เทียบกันไม่ได้เลย จากยี่สิบกว่าองศา พรวดพราดกลายเป็นสี่สิบกว่าองศา ด้วยสาเหตุที่โทษกันไปโทษกันมาระหว่างผู้คนที่เห็นแก่ตัวกับธรรมชาติที่โหดร้าย
            ใครผิดใครถูกไม่รู้ล่ะ คนรับกรรมคือชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ไม่มีเงินซื้อเครื่องปรับอากาศและจ่ายค่าไฟ ทว่าจะโชคดีเมื่อสิ้นเดือนและลมร้อนคลายลง
ส่วนคนที่ทนร้อนไม่ไหว ลงทุนจ่ายเงินซื้อเครื่องปรับอากาศ มีคำเตือนว่า ที่บ่นว่าร้อนกันนัก พอเห็นบิลค่าไฟจะหนาวกันขึ้นมาทันที คงแจ้งแก่ใจใครต่อใครหลายคน ที่ดับร้อนด้วยการเปิดแอร์ทั้งวันทั้งคืน
เมื่อก่อนหน้าร้อน เรารู้สึกว่าร้อน เอาน้ำเย็นลูบกาย พอคลายร้อนกันได้บ้าง ชาวไร่ชาวนายังทำงานกลางแจ้งได้ แต่ตอนนี้สิ มันร้อนแบบแสบผิวหนังทีเดียวเทียว ขนาดคนอยู่บ้านสองชั้น ต้องแอบมานอนชั้นล่างกัน เพราะชั้นสองร้อนจนสุดจะทน
อันที่จริง เราก็ทน ๆ กันมาได้ ยิ่งเป็นคนจน ความอดทนเป็นของคู่กายเสมอมา เพราะร้อนจัดมากเมื่อไร เมื่อนั้นฝนตกลงมาห่าใหญ่ทุกที แล้วความเย็นจะผ่านเข้ามาแทนที่ ทำให้ไม่ต้องทนร้อนชั่วนาตาปี หรือร้อนจนทนกันไม่ไหว ต้องโอดโอยว่า “ร้อนจนตับแตกแล้ว”
            เขาถึงว่า พอร้อนมาก ๆ ฝนจะกระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เรียกกันว่าพายุฤดูร้อน
ช่วงสงกรานต์จึงมีการเล่นสาดน้ำกันให้เปียกชุ่ม แถมน้ำที่สาดต้องแช่น้ำแข็งให้เย็นชื่นอุรา
ภาพของสงกรานต์เปลี่ยนจากน้ำอบหอมกรุ่นค่อย ๆ ประพรมลงบนฝ่ามือผู้สูงอายุ เพื่อขอรับพรในวันขึ้นปีใหม่ กลายเป็นวัยรุ่นนั่งท้ายปิ๊กอัพสาดน้ำราดกลุ่มอื่นอย่างเมามัน
เมืองชลจะมีงานสงกรานต์ที่หน้าศาล แต่ละอำเภอจะมาสร้างซุ้มหรือสถานที่สวยงามมาก ๆ และมักโดนถล่มด้วยพายุฤดูร้อนนี่แหละ ผู้สร้างจึงต้องทำอย่างแข็งแรง ทนแดดทนฝน บางปีเละตุ๊มเป๊ะ เพราะนายอำเภอมาจากต่างที่ ไม่รู้ฤทธิ์เดชของพายุที่โคตรรุนแรง ทำให้งานพังไม่เป็นท่า
            ธรรมดาชาวบ้านร้อนจนตับแตก มีคนอธิบายว่า ตับในที่นี้หมายถึงจากที่มุงหลังคามัดกันเป็นตับ ๆ พอร้อนจัด จากที่มัดไว้จะแตกออกจากกัน ไม่ใช่ตับของคนในร่างกายแตกหรอกนะ บางทีบอกร้อนจนตับแลบ ความหมายเช่นเดียวกัน
ตับในที่นี้คือใบจากที่มัดกันเป็นตับ ๆ นั่นเอง ส่วนจากคือใบจากต้นจากที่ขึ้นริมชายทะเล
มีแต่คนเท่านั้นที่ทำให้เกิด
ไม่มีสัตว์อื่นใดทำได้เลย
เมื่อเรียนผูก ต้องเรียนแก้
ปู่ย่าสร้าง ลูกหลานแก้ไข

 



Create Date : 29 กันยายน 2562
Last Update : 29 กันยายน 2562 14:27:55 น.
Counter : 457 Pageviews.

0 comment
สังคมปั่นป่วน ล้มล้างสิ่งเดิม ๆ
เมื่อสังคมใหม่ต่างจากเดิม
 
สังคมปั่นป่วน ล้มล้างสิ่งเดิม ๆ
            เมื่อเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด
คนยุคเบบี้บลูม ปรับตัวแทบไม่ทัน ยิ่งสูงอายุเลยหกสิบ ทุกอย่างพลิกกลับหน้ามือเป็นหลังมือ ได้แต่ทำตาปริบ ๆ มองโลกที่ก้าวกระโดดอย่างไม่หยุดยั้ง
            สังคมเปลี่ยน เป็นเรื่องปกติวิสัย จะเปลี่ยนเร็วหรือเปลี่ยนช้า ขึ้นอยู่กับบริบทในขณะนั้น
            จำได้ว่า ตอนเรียนปริญญาตรี พ.ศ. 2517 คอมพิวเตอร์เริ่มพัฒนา แต่ยังไม่เห็นหน้าเห็นหลัง ขนาดศูนย์คอมพิวเตอร์ โดนให้เปลี่ยนชื่อ เพราะคำว่าคอมคล้ายกับคอมมิวนิสต์ เอากะเขาสิ แล้วเป็นอย่างไร แค่ช่วงไม่กี่สิบปี กลายเป็นเนตไร้สายไปเสียนี่ ตามไม่ทันเลย
            ช่วงที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วมาก จะเรียกการปฏิวัติ เช่น ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม
ตอนนี้เป็นยุคการปฏิวัติเทคโนโลยี แต่มันมาอย่างเฉียบพลัน เลยเรียกว่า ยุคก่อกวน Disruptive Era หรือสังคมปั่นป่วน
            คนรุ่นเราคงปั่นป่วนมาก เลยใช้คำนี้ อะไร ๆ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ส่วนคนรุ่นนี้อาจเฉย ๆ กระมัง เพราะโตมากับเนตไร้สาย กับโลกแคบแค่ลัดนิ้วมือเดียว
            อะไร ๆ มันเปลี่ยนแบบปรับตัวกันไม่ทันทีเดียว ที่เคยทำได้กลับทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ เคยใช้โทรเลขเพื่อบอกเรื่องด่วน กลายเป็นโทรทางไกลแล้วต้องไปโทรที่ทำการโทรศัพท์ของจังหวัด ต่อมาโทรที่บ้านก็ได้แต่ราคาแพงเว่อร์ ตอนนี้ล่ะ อยู่แค่ปลายนิ้ว จะโทรใกล้โทรไกลราคาเดียว ตอนนี้โทรฟรีด้วยซ้ำถ้ายอมจ่ายค่าเนตเป็นรายเดียวแล้วโทรผ่านไลน์
            อาชีพบางอย่างเคยสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยกลับเป็นล้มหายตายจาก
            นวตกรรมหรือปัญญาประดิษฐ์เป็นสิ่งสร้างความมั่งมีศรีสุขได้ แต่คนคิดจะต้องแปลกแหวกแนว แบบว่า ไม่เคยมีมาก่อน ไม่เคยมีใครคิดได้ ไม่คิดบนฐานเดิมที่เคยมีแต่ต้องสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็น ซึ่งคงจะขัดหูขัดตาคนรุ่นก่อน ทั้งที่ถ้าทำแล้วอาจได้ผลดีเกินคาดก็เป็นได้
            Big surprise เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่คิดและทำ แต่คนรุ่นก่อนคงปวดหัวมึนตึ๊บ มันคงจะเกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ และเกือบจะทุกเรื่อง ซึ่งคนรุ่นก่อนคงต้องทำใจยอมรับถ้าคิดจะอายุยืนยาวและอยู่ร่วมกับคนรุ่นใหม่ที่คิดใหม่ ทำใหม่ และสร้างความประหลาดใจให้มากขึ้นไปเรื่อย ๆ ถึงจะมีบางคนพยายามจะหยุดยั้งไม่ให้สังคมเปลี่ยนก็ตามที
            จำไว้เถอะ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม Society change เป็นเรื่องปกติจริง ๆ

 



Create Date : 29 กันยายน 2562
Last Update : 29 กันยายน 2562 14:26:32 น.
Counter : 372 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments