Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
6 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
สองสาวเดี่ยวเที่ยว JaPan: ซากุระเบ่งบานที่สวนอุเอโนะ เยือนกัปปะบาชิ ย่านเครื่องครัว



ความเดิมตอนที่แล้ว สองสาวเดี่ยวเที่ยว JaPan: ไหว้พระ Asakusa ทานข้าวเคล้าเสียง ซามิเซน
กดอ่านจ้ะ

สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่านทุกท่านคะ สงสัยจะลืมอิชั้นไปหมดแล้วค่ะ (ฮือ ๆ ) ใช่สิคะ อิชั้นทิ้งร้างไปนานนับปีจนน๊อกรอบแล้ว ต้องกราบขอโทษจริง ๆ ค่ะ เพราะเพิ่งเสร็จภาระเรื่องเรียน ก้ไม่ได้ลืมคุณผู้ชมนะคะ

ช่วงที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปอบรมเรื่องเกี่ยวกับที่ทำงานนี่แหละค่ะ ได้เจอพี่คนนึงมาจากขอนแก่น คุยกันไปคุยกันมา พี่เขาบอก "พี่ก็รออ่านอยู่ เห็นเงียบไปนาน
" อ่ะจ๊าก ...มาเจอคุณผู้อ่านเต็ม ๆ ขอโทษค่ะคุณพี่ (ขอโทษสี่ทิศรอบวง) น้องมาแล้ว มาเขียนตอนจบแล้วเจ้าค่ะ (เดี๋ยวมีทริปเกาหลีต่อนะ แอบโฆษณาไว้ก่อน)

ตอนที่เขียนนี่เป็นเดือนมีนาคม ครบปีพอดีกับทริปนี้ที่ไปญี่ปุ่นมา (ดองไว้นานมาก) และเพิ่งเกิดเหตุการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่นไป เป็นกำลังใจให้ญี่ปุ่นเสมอนะคะ เราจะไปอีกแน่ ๆ ญี่ปุ่น
พร้อม เราพร้อม

ไปอ่านทริปนี้ (ปี 2010) กับวันสุดท้ายในญี่ปุ่นค่ะ
----------------------------

วันนี้เป็นวันเสาร์ คุณเพื่อนสาวชาวอังกฤษต้องกลับวันนี้แล้ว ส่วนเรากลับพรุ่งนี้ค่ะ

นี่คือด้านหน้า เกสท์เฮ้าส์ tokyo bAkpAk



นี่คือศาลเจ้า Saitokuji temple ตรงแยกที่ 5 (เดินจากสถานีรถไฟ) เป็นจุดสังเกตที่จะหาเกสท์เฮ้าส์นี้ค่ะ



ขึ้นรถไฟจาก minova มา ueno ผ่าน starbuck เหมือนเดิม เราจะเดินไปส่งเพื่อนขึ้น skyliner กลับนาริตะค่ะ

ว้า เจอกันแป๊บเดียวจะจากกันแล้วเน้อออ



ตั๋วรถไฟจากอุเอโนะ ไปนาริตะ ราคา 1 พันเยนค่ะ นับว่าถูกที่สุดในบรรดาการไปนาริตะจากโตเกียว ไม่แน่ใจเหมือนกัน สมัยนี้มีหนทางอื่นที่ถูกกว่านี้ไหม จริง ๆ ถ้าให้เพื่อนขับรถไปส่งก็คือฟรีค่ะ 55

ภาพในสถานี ueno ค่ะ สถานีนี้เป็นสถานีใหญ่ เราเดินทุกวันก็หลง คือไปขึ้นรถไฟถูกตามป้ายบอก แต่ว่าเดินไม่ได้ทางเดิมซักที งง ๆ



ร่ำลาเพื่อนส่งขึ้นรถไฟเสร็จ เราก็ลากกระเป๋า ไปบ้านพี่ที่ Ohkubo พี่พาไปกินข้าวมื้อสาย ตรงข้ามโรงแรม Hotel Sunroute Higashi shinjuku เป็นร้านที่ราคาไม่แพงนักบริการตัวเอง อยากกินอะไรหยิบมา จ่ายตัง (ภาพจาก google map)



จัดเต็ม



ตึกสีเบจนั่นคือ Hotel Sunroute Higashi shinjuku



กินเสร็จเราก็เดินไปสถานีรถไฟใต้ดิน ฮิกาชิ ชินจูกุ ข้างในมี display จิ้งจกด้วยล่ะ (ใครกลัวจิ้งจกแย่เลย แต่หลานเราชอบแฮะ 555)



หลับ ๆ ตื่น ๆ ก็มาถึง สถานีอุเอโนะ (สถานีเดียวกะที่มาเมื่อกี้น่ะแหละ) ไปสวนอุเอโนะกันค่ะ



เดินไปเดินมา เจอตู้ไปรษณีย์น่ารัก เชอบมาก หมาะกับคนชอบเขียนจดหมายอย่างเรา



บริเวณโดยรอบก็สวยงาม



เดินไปอีกหน่อยก็เจอซากุระตูม กรี๊ดๆๆๆ



คุณตาคุณยาย พากันมาชมซากุระ จะมีใครไหมที่อยู่กะเราไปจนแก่เฒ่าอย่างงี้ (.....) Smiley



เดินไปอีกหน่อย น้องเป็ดเพียบ อร่อย เอ๊ย น่ารัก..



ของกินก็เพียบ



ตรงนี้เป็นปากทางเข้าศาลเจ้า คนเยอะเชียว



ศาลเจ้า



ด้านในนะคะ



เครื่องรางของขลัง (ชอบนักแล) มีทุกประเภท สุขภาพ ความรัก การงาน การเงิน เดินทางปลอดภัย เอ่อ มีแบบรวมไหมคะ...



ออกมาจากศาลเจ้า เดินไปอีกไม่ไกล ก็เจอซากุระ ชมพูทั้งนั้นเลยค่ะ ชมพู.....



อ้วน ๆ เต็ม ๆ



ภายในสวน มีวัยรุ่นโชว์ตลกด้วย ดูกันเพลินๆ
ไม่รู้ภาษาไม่เป็นไร เนื้อหาเหมือนกับว่าต่อสู้กัน แล้วผิดคิวตลก ๆ จิ้มตา อะไรแบบนี้ ยืนดูแป๊บนึงก็ไปต่อค่ะ (คนยืนดูเยอะเหมือนกันน๊า)



เดินเรื่อยมา ก็มาออกทางที่จะไปตลาดอาเมโยโกะ พบอนุสาวรีย์ของ Saigo Takamori คราวที่แล้วมาถ่ายรูปตรงนี้ เป็นหน้าฝน ไม่มีซากุระ คราวนี้ได้ซากุระชมพูเต็ม ๆ



เราจะไปกัปปะบาชิกันค่ะ ไปซื้ออุปกรณ์ทำขนมให้น้องชายสุดที่รัก
ย่านกัปปะบาชิ เป็นย่านที่ขายอุปกรณ์เครื่องครัว ทุกสิ่งอย่าง อยู่ไม่ไกลจากอุเอโนะ อาซากุสะ แถว ๆ นั้น เดินไปไหวค่ะ (ดูจากแผนที่ไกล้อาซากุสะจริง ๆ ค่ะ)

ระหว่างทางมีชุดพยาบาลด้วย เอาเป็นแบบไปตัดชุดพยาบาลใส่ดีไหมเนี่ย (จริง ๆ ก็เหมือนกันแหละค่ะ แต่ของไทยไม่มีเดินเส้นสีน้ำเงินที่ปกแค่นั้น)



ระหว่างทางมีโปสเตอร์หนัง อะไรไม่รู้ล่ะ แมว ๆ ถ่ายไว้ก่อน



ย่านกัปะบาชิ เป็นย่านที่ขายอุปกรณ์ครัวเต็มสตรีม มีทุกสิ่งอันที่คนครัวต้องการ เช่นอันนี้ โมเดล ไอสกรีม อย่างใหญ่ อิ่มแน่ นู๋ขออันนี้



ถ้วย ชาม หุ่น ขายหมด



นี่เราเดินกันมายังไม่ถึงซอยที่ขายจริงจังสะใจนะคะ เป็นแบบซอยข้างเคียงเฉย ๆ
(อารมณ์แบบสำเพ็ง กว่าจะถึงซอยหลัก แถว ๆ นั้นก็มีขายบ้าง)

ตามซอยก็มีศาลเจ้าด้วยนะคะ



เรามาถึงปากซอยแล้วค่ะ จัดใหญ่กันไปเลย กลัวไม่รู้ว่าถึง กัปปะบาชิ แล้ว
(ถ้าหลงอีกก็อ่ะนะ)



เต็ม ๆ ยอดตึก



เราเข้ามาในซอยแล้วค่ะ ภาพนี้ถ่ายย้อนออกไปปากซอยนะคะ



ป้ายหน้าร้าน (ของกิน?)



อ้าววว มาดูชัด ๆ ข้างบนมันวัวนี่หว่า สงสัยขายของเครื่องร้านเนื้อแน่ ๆ เลย (หรือขายโมเดลแบบตัวที่เห็นไม่รู้)

ต่อ ๆ

เดินมาอีกหน่อยก็มาโผล่หน้าวัดอาซากุสะค่ะ แต่ไม่แวะ เพราะเมื่อวานแวะแล้ว และปวดขาจะแย่



เน้นหน่อย จะกลับแล้ว



เริ่มเย็น เราต้องเดินทางกลับบ้านที่ โอคุโบะแล้วค่ะ (ท่านที่เพิ่งเข้ามา หรือลืม ๆ ไปแล้ว โอคุโบะ เป็นย่านเกาหลี ที่อยู่ในชินจูกุ พี่ชายบอกว่าแต่ก่อนเป็นย่านไทย เลยซื้อบ้านอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้มีคนเกาหลีเยอะ ร้านค้าอะไรก็เป็นเกาหลีเป็นส่วนใหญ่--- รู้แระ ไปคราวหน้ารีวิวโอคุโบะตามซอกซอยดีกว่า)

ระหว่างขากลับ มีสิ่งนี้จัดแสดงอยู่ด้วยค่ะ มันคือ เกี้ยว ใช่ไหม



นั่งรถไฟกลับมาโอคุโบะ มาแถว ๆ แยกที่ ถนนโอคุโบะ ตัดกับถนนเมจิ (ฮ่า ๆ บ้านเราคงเรียกแยก โอคุเมจิ <-- ไม่ใช่เน้อ เค้าล้อเล่น) แถวนั้นมีร้านอาหารไทย
"ร้านรวมใจ"



ด้านหน้า



เจ้าของร้านเป็นคนไทยค่ะ ทำอาหารได้รสไทยมาก ๆ พี่สะใภ้อยากกินส้มตำ
จัดมา....



รับประทานอาหารกันสักพัก ก็กลับบ้าน หลานง่วงนอนแล้ว

เย็นนั้นถึงบ้านพี่ ก็กลับไปแพ๊คของเตรียมกลับไทยแล้วค่ะ ช่วงกลางคืน แวะไปซื้อสตรอเบอรี่ฝากที่บ้าน แวะเล่นเกมที่ คาบูกิโจ ตอนเช้าก็นั่ง ลีมูซีนบัสจากชินจูกุ ไปสนามบินประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงเลย ไม่ต้องเดินเยอะ ราคา 3 พันเยน (อาจจะแพงหน่อย แต่เราว่าสะดวกดี สำหรับขากลับที่ของเยอะ)

มาถึงที่ท่ารถ คนเยอะมาก ทำให้ต้องขึ้นรถเที่ยวเจ็ดโมง แม่เจ้า ชั้นบิน 9 โมงนะ พี่ชายส่งได้แค่ท่ารถ เพราะทำงานตอนเช้า ร่ำลากันนิดหน่อย (เจอกันบ่อยจัด เขามาเราไป อะไรกันตลอด)โชคไม่ดี เจอรถติดบนทางด่วนอีก ทำเอาถึงสนามบิน 8 โมงกว่า วิ่งสุดชีวิต เช็คอิน ไปซื้อที่ดัดขนตาชู 2 อัน บอกด่วน และวิ่งไปหน้าเกตทันที (ที่ดัดขนตาที่สนามบินถูกที่สุดแล้วค่ะ อิอิ)

ถึงหน้าเกตเป็นคนสุดท้าย....

บ๊ายบายนะเจแปน ไว้จะกลับมาอีก สัญญา...ญี่ปุ่นพร้อม เราพร้อม

ท่านผู้โดยสารคะ สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ยินดีต้อนรับค่ะ
แง.....เครื่องจะออกแล้ว บ๊ายบายนะ...เค้าจะมาอีกนะ



หลับ ๆ ตื่น ๆ สักพัก ก็มีอาหารมาเสริฟ เผลอแป๊บเดียวกินหมดไปแระ ไม่ได้ถ่ายรูป (ซะงั้น) การเดินทางกลางวันนี่น่าเบื่อ แถมเครื่องดีเลย์อีก
หมายความว่า เครื่องจะถึงมาเลย์ช้ากว่ากำหนด ครึ่งชัวโมง ทำให้เราต้องวิ่งหน้าตั้ง ไปขึ้นเครื่องจากมาเลย์กลับไทย !!
(ใครที่สงสัยว่าทำไมต้องไปต่อเครื่องมาเลย์ แวะอ่านตอนแรก ขั้นเตรียมตัว ได้เลยค่ะ)

ถึงมาเลย์ เลทไปครึ่งชั่วโมงจริง ๆ หมายความว่า เรามีเวลาครึ่งชั่วโมงก่อนเครื่องออก และตามปกติ ประตูเกตจะปิดก่อนเครื่องออก 20 นาที หมายความว่า เรามีเวลา 10 นาที

คราวนี้วิ่งไม่คิดชีวิต ถึงหน้าเกตคนสุดท้าย (เหมือนเดิม)

ไม่นานเครื่องก็ออกค่ะ

จะมาอีกนะ



อาหารบนเครื่องมาเลเซียแอร์ไลน์ ขากลับ

มาในกล่องโฟม


ท๊า ดา...




ถึงบ้านแล้ว นี่ไงของที่ซื้อมา



ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่าน (ยังมีเหรอ) 

อ่าน ปี 2010 เสร็จแล้ว ก็ไปต่อ season4 ของปี 2012 กันเลยจ้า ท่ี่นี่

ขอบคุณทุกท่านจริง ๆ ค่ะ



Create Date : 06 มิถุนายน 2554
Last Update : 10 สิงหาคม 2560 10:38:54 น. 1 comments
Counter : 4908 Pageviews.

 
ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ หนังสือพิมพ์


โดย: bbandp วันที่: 6 มิถุนายน 2554 เวลา:15:35:12 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

honeynut
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]









new counter start at 16/5/15

from old counter 571368 Hits at 16/5/15

100,000 Hits at 3/4/08

flag counter since at 21/09/17

Flag Counter


ขอบคุณ Graphic สวย ๆ จาก

เนยสีฟ้า
ญามี่
gasara



come visit meeee

Fanlisting





fanlisting คือ?

ปฏิทิน



Friend Link

บล๊อกที่ยังอยู่ในใจเสมอ
Friends' blogs
[Add honeynut's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.