ติดตาม twitter ได้ที่ @karnoi กด
ติดตามข้อมูลเว็บทาง FaceBook กด

cartoonthai
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 231 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add cartoonthai's blog to your web]
Links
 

 

น้ำจิ้มอาหารทะเลสุดแซ่บ สูตรน้ำจิ้มรสเด็ด มีให้เลือกถึง 6 สูตร 6 สไตล์ตามชอบ ทำเองง่าย ๆ




น้ำจิ่มซีฟูด 6 สูตร

น้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มอาหารทะเลสุดแซ่บ สูตรน้ำจิ้มรสเด็ด มีให้เลือกถึง 6 สูตร 6 สไตล์ตามชอบ ทำเองง่าย ๆ เสิร์ฟพร้อมอาหารทะเลปิ้งย่าง หรือเมนูลวกจิ้ม รับรองอร่อยเด็ดเกินห้ามใจ
-
น้ำจิ้มซีฟู้ดสูตร 1 (สูตรสำหรับอาหารทะเลลวกจิ้ม)
---------------------------------------------------------------
น้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรนี้เหมาะกับอาหารทะเลแนวลวกจิ้ม ทีเด็ดอยู่ตรงที่มีความเผ็ดจี๊ดจนน้ำหูน้ำตาไหล ส่วนผสมไม่เยอะแค่จับพริกขี้หนูมาผสมกับกระเทียม รากผักชี เกลือ และน้ำตาลทราย ที่ขาดไม่ได้คือ น้ำมะนาว เสิร์ฟพร้อมอาหารทะเลลวก กินเพลิน ๆ ข้าวสวยไม่ต้อง แค่นี้ก็อิ่มหนำสำราญใจแล้วค่ะ
-
ส่วนผสม
-
พริกขี้หนูสวน (สีเขียวผสมสีแดง) 20 เม็ด
พริกขี้หนูเม็ดใหญ่ 20 เม็ด
กระเทียมไทยแกะเปลือก 1/2 ถ้วย
รากผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 7 ช้อนชา
น้ำมะนาว 1/2 ถ้วย
น้ำต้มสุก 1/2 ถ้วย
-
วิธีทำ
-
1. ใส่พริกขี้หนูทั้งหมดลงในเครื่องปั่น ตามด้วยกระเทียม รากผักชี เกลือ น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว ปั่นให้เข้ากันพอหยาบ
-
2. ใส่น้ำต้มสุกลงไป คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ
-
น้ำจิ้มซีฟู้ด สูตร 2 (สูตรใช้ครกโขลก)
-----------------------------------------------
น้ำจิ้มซีฟู้ด เมนูน้ำจิ้มที่มีความเผ็ดระดับกลาง เหมาะสำหรับคนชอบกระเทียมมาก ๆ เพราะได้ลิ้มรสชาติกระเทียมไปเต็ม ๆ และยังเหมาะกับครัวเรือนที่ไม่มีเครื่องปั่น ถ้าได้จิ้มปลาหมึกลวกหน่อยรับรองเคี้ยวเพลินจนวางไม่ลงเชียวล่ะ
-
ส่วนผสม
-
พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด
กระเทียมไทย 10 กลีบ
รากผักชีโขลกละเอียด 2 ราก
น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 4 ช้อนชา
-
วิธีทำ
-
1. โขลกพริกขี้หนูสวน กระเทียมไทย และรากผักชีเข้าด้วยกันพอหยาบ ๆ
-
2. เติมน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลทราย คนให้น้ำตาลทรายละลายเข้ากัน
-
3. ตักใส่ภาชนะที่มีฝาปิดแช่ไว้ในตู้เย็น สามารถเก็บได้นาน 3 วัน
-

น้ำจิ้มซีฟู้ด สูตร 3 (สูตรใส่ผักชีและน้ำตาลปี๊บ)
----------------------------------------------------------
อาหารทะเลมื้อไหน ๆ ก็ต้องมีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด สูตรนี้ใช้ความหวานละมุนจากน้ำตาลปี๊บ และใส่เกลือแทนน้ำปลา ปรุงออกมาครบรส ทั้งเผ็ด เค็ม เปรี้ยว และหวาน เวลาจิ้มกับกุ้งเผาจะได้ลิ้มรสผักชีหอม ๆ อีกด้วย
-
ส่วนผสม
-
น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม
เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำร้อน 3 1/2 ถ้วย
น้ำมะนาว 4 ถ้วย
พริกขี้หนู 200 กรัม
กระเทียมไทย 200 กรัม
ผักชี 200 กรัม
-
วิธีทำ
-
1. ใส่น้ำตาลปี๊บลงในอ่างผสม ตามด้วยเกลือและน้ำร้อน คนให้เข้ากันจนให้น้ำตาลปี๊บละลายเป็นน้ำ จากนั้นเติมน้ำมะนาวลงไปคนให้เข้ากัน
-
2. เทส่วนผสมน้ำที่ผสมไว้ลงในเครื่องปั่น ตามด้วยพริกขี้หนู กระเทียม และผักชี ปั่นให้เข้ากันตามความละเอียดที่ต้องการ ตักใส่ขวดโหลแก้ว หรือภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด
-

น้ำจิ้มซีฟู้ด สูตร 4 (สูตรโบราณ)
-----------------------------------------
น้ำจิ้มซีฟู้ด สูตรโบราณ ใส่พริกขี้หนูลงไปตามชอบ ใส่น้ำส้มสายชูลงไปแทนน้ำมะนาว ไม่ใส่น้ำปลาแต่ใส่เกลือลงไป ใช้การโขลกพอหยาบทำให้ได้ลิ้มรสเนื้อน้ำจิ้มจริง ๆ แถมสูตรนี้ยังสามารถนำไปจิ้มกินคู่กับไก่ต้มน้ำปลาได้อีกด้วยนะคะ
-
ส่วนผสม
-
พริกขี้หนู 1 กำมือ
กระเทียม 5 กลีบ
เกลือป่น ปลายช้อน
น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
-
วิธีทำ
-
1. โขลกพริกขี้หนู กระเทียม และเกลือป่นพอหยาบ
-
2. เติมน้ำส้มสายชูและน้ำตาลปี๊บลงไป คนผสมให้ละลายเข้ากัน ชิมรสตามชอบ
-

น้ำจิ้มซีฟู้ด สูตร 5 (สูตรใส่ใบโหระพา)
------------------------------------------------
น้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรนี้จะมีสีเขียวจัดเพราะจะใส่พริกขี้หนูเขียวอย่างเดียว และเพิ่มความเขียวขจียิ่งขึ้นด้วยใบโหระพา เพิ่มความเค็มด้วยน้ำปลา รสชาติจะออกเปรี้ยวและหวานนำจากน้ำเชื่อม รสเผ็ดไม่มาก เหมาะสำหรับคนไม่ทานเผ็ด แถมสีสันของน้ำจิ้มยังเป็นสีเขียวดูแล้วสบายตาอีกด้วย
-
ส่วนผสม
-
พริกขี้หนูสีเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมไทยสับ 1 ช้อนโต๊ะ
รากผักชีสับ 2 ต้น
ใบโหระพา 1/2 ถ้วย
น้ำเชื่อม 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
-
วิธีทำ
-
1. ใส่พริกขี้หนู กระเทียมสับ รากผักชีสับ ใบโหระพา น้ำเชื่อม น้ำปลา และน้ำมะนาวลงในเครื่องปั่นแล้วปั่นทุกอย่างให้ละเอียดและเข้ากัน
-
2. ตักใส่ภาชนะมีฝาปิด สามารถเก็บไว้ได้ 3 วัน
-

น้ำจิ้มซีฟู้ด สูตร 6 (สูตรใส่สับปะรด)
----------------------------------------
น้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรนี้เพิ่มความแปลกแต่แฝงไปด้วยรสชาติที่กลมกล่อมด้วยการใส่สับปะรดลงไปผสมกับพริกขี้หนู กระเทียม น้ำตาลทราย เพิ่มความเปรี้ยวจากน้ำมะนาวและน้ำส้มสายชู และมีรสเค็มจากเกลือ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากรากผักชี ถ้าอยากรู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไรต้องลอง
-
ส่วนผสม
-
เนื้อสับปะรด 1 ถ้วย
กระเทียม 1/2 ถ้วย
พริกขี้หนูสีแดง 1 กำมือ
รากผักชี 5 ราก
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย
น้ำมะนาว 1/4 ถ้วย
น้ำปลา 1/2 ถ้วย
เกลือ 20 กรัม
-
วิธีทำ
-
นำทุกอย่างใส่ลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้แล้วปั่นรวมกันให้ละเอียดตามชอบ
-
ถ้าอยากจะให้น้ำจิ่มสีออกมาเป็นสีเขียวล้วน ก็ใส่แต่พริกขี้หนูเขียว
ถ้าอยากจะให้ออกมาเป็นสีแดงล้วน ก็ใส่แต่พริกขี้หนูแดง


สูตรอาหารอื่น ๆ  //jarnprod.blogspot.com




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2560    
Last Update : 30 สิงหาคม 2560 23:11:47 น.
Counter : 2964 Pageviews.  

สปาเก็ตตี้ซีฟู้ด (Seafood Spaghetti)




เมนูพาสต้าอิตาเลียนวันนี้นำเสนอ สปาเก็ตตี้ซีฟู้ด (Seafood Spaghetti) รสแซ่บ สปาเกตตีเส้นกลมตัน ลวกสุกแบบกัดแล้วเส้นยังมีลักษณะไตแข็งเล็กน้อย คลุกเคล้ากับซอสซีฟู้ด เป็นพาสต้าจานเด่นของชาวอิตาเลียนเลยก็ว่าได้ หลายๆ คนชอบทานอาหารซีฟู้ด เมนูอาหารที่นำเสนอวันนี้ทำไม่ยาก ลองไปดูกันเลย....
Seafood Spaghetti
source: //www.webstruc.com.au
เครื่องปรุงและส่วนผสม
  • สปาเกตตี 200- 240 กรัม
  • น้ำมันมะกอก ¼ ถ้วย +2 ช้อนโต๊ะ
  • พาร์สเลย์สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมไทยสับละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • หอยตลับทั้งเปลือก 500 กรัม
  • ปูม้า (250 กรัม) ลอกเยื่ออกหั่นแว่น 1 ตัว
  • ไวน์ขาว ¼ ถ้วย
  • มะเขือเทศกระป๋องสับหยาบ พร้อมน้ำในกระป๋อง (565 กรัม) 1 กระป๋อง
  • เนื้อหอยเชลล์ 5 ตัว 
  • หอยแมลงภู่ทั้งเปลือก 5 ตัว 
  • กุ้งแช่บ๊วยไม่แกะเปลือก 6 ตัว 
  • พริกไทยดำป่น 1 ช้อนชา
  • เกลือสมุทร 1 ช้อนชา
  • เปลือกพริกป่น (ปาปริก้า) 1 ช้อนชา
  • พาร์สเลย์สำหรับตกแต่ง
วิธีทำ
  1. ต้มน้ำในหม้อใบใหญ่ให้เดือดจัด ใส่เกลือป่นลงไปเล็กน้อย ใส่สปาเกตตีลงต้มจนสุกแบบ al dente (กัดแล้วเส้นยังมัไตแข็งเล็กน้อย) ตักเส้นขึ้นให้สะเด็ดน้ำ ใส่อ่างผสม แล้วเคล้าด้วยน้ำมันมะกอกเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เส้นติดกัน
  2. ใส่น้ำมันมะกอก ¼ ถ้วย และกระเทียมลงในกระทะ เปิดไฟปานกลาง ผัดเอาแค่กระเทียมเริ่มเหลือง จากนั้นใส่พาร์สเลย์ หอยตลับ เร่งเป็นไฟแรง ผัดให้เปลือกหอยสุกอ้า ใส่ปูม้าและปลาหมึก ใส่ไวน์ขาว ยกกระทะกระดกไปมาให้ทั่ว (ส่วนผสมเคล้ากัน) ผัดจนสุกและไวน์ขาวเหลืองครึ่งหนึ่ง 
  3. ใส่มะเขือเทศพร้อมน้ำมะเขือเทศ เคี่ยวจนน้ำซอสเหลือครึ่งหนึ่ง ใส่หอยเชลล์ หอยแมลงภู่ และกุ้ง ผัดพอสุก ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยป่น และเปลือกพริกป่น ใส่น้ำมันมะกอกที่เหลือ ปิดไฟ
  4. ใส่สปาเกตตีลงไปคลุกเคล้ากับซอสที่ผัดในกระทะให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยพาร์สเลย์พร้อมเสิร์ฟ (สำหรับ 4-5 คนรับประทาน)

ที่มา:zabwer

สูตรอาหารอื่น ๆ  //jarnprod.blogspot.com




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2560    
Last Update : 30 สิงหาคม 2560 23:10:31 น.
Counter : 260 Pageviews.  

ข้าวผัดปลาทูสมุนไพร




เมนูอาหารไทยวันนี้ขอนำเสนอ ข้าวผัดปลาทูสมุนไพร อีกเมนูอาหารสำหรับคนรักสุขภาพ เมนูข้าวผัดถือว่าเป็นอาหารที่ทำได้ง่าย อีกทั้งหากเรามีข้าวเหลือจากมื้อก่อนหน้า ก็เอามาอุ่นโดยทำเป็นข้าวผัดทานก็อร่อยไปอีกแบบ จะผัดกับหมู เนื้อ ไก่ หรือใส่ไข่ก็ได้ สำหรับคนที่ชอบปลาแล้วละก็ ลองนำเมนูข้าวผัดสมุนไพรใส่ปลาทู สูตรนี้ไปลองทำทานกัน...^^
ข้าวผัดปลาทูสมุนไพร

ส่วนประกอบและเครื่องปรุง
  • ข้าวสวย 1 จาน
  • ปลาทูทอด 1 ตัว (ใช้แค่ซีกเดียวก็ได้)
  • ตะไคร้ 
  • หอมแดง 
  • ต้นหอม 
  • ผักชี
  • พริกชี้ฟ้า 
  • พริกขี้หนูตำ
  • มะนาว 
  • กระเทียม
  • ซอสปรุงรส 
  • น้ำมันพืช
วิธีทำ
  1. ตักข้าวสวยใส่จาน ทิ้งไว้ให้เย็น เวลาผัดข้าวจะได้เป็นเม็ดสวย
  2. แกะปลาทูที่ทอดแล้ว เอาแต่เนื้อ 
  3. หั่นพริกชี้ฟ้าเฉียงๆ รวมทั้งตะไคร้ หอมแดง ต้นหอม ผักชีหั่นรอไว้
  4. กระเทียมทุบหรือบุบหยาบ ๆ ก็พอ
  5. เริ่มผัด โดยตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช จากนั้นใส่พริกขี้หนูตำ และกระเทียมลงไปพัดเจียวให้พอหอม
  6. ใส่เนื้อปลาทูที่แกะลงไปผัดให้หอมอีกครั้ง 
  7. ใส่ข้าวสวยลงผัดให้เข้ากัน ตามด้วยตะไคร้ซอย หอมแดงซอย ปรุงรสด้วยซอสนิดหน่อย (ปลาทูจะเค็มอยู่แล้ว อย่าใส่น้ำปลามากเด๋ยวจะเค็มเอา)
  8. ผัดให้เข้ากัน ใส่ต้นหอม พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง (หรือจะเปลี่ยนเป็น ใบโหระพา หรือสาระแหน่ ก็ได้)
  9. ผัดคลุกเคล้า...กลิ่นหอมโชยเข้าจมูกแล้ว ก็ปิดไฟได้
  10. ตักใส่จาน ปรุงรสด้วยมะนาว เป็นอันเสร็จ
ข้อแนะนำ
สูตรข้าวผัดสมุนไพรนี้ อาจใช้หมู เนื้อ หรือไก่ แทนปลาทูก็ได้ แล้วแต่ชอบ




ขอบคุณสูตรจากคุณ Kuky@bloggang.com

สูตรอาหารอื่น ๆ  //jarnprod.blogspot.com




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2560    
Last Update : 30 สิงหาคม 2560 23:03:01 น.
Counter : 240 Pageviews.  

ต้มจืดฟักใส่กระดูกหมู




สูตรอาหารไทย เมนูอาหารประเภทต้ม : ต้มจืดฟักใส่กระดูกหมู ช่วงนี้เข้าหน้าหนาว อากาศเริ่มเย็น ลมพัดโบกโบย แต่บางวันก็ร้อน เรียกได้ว่า อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย จนอาจทำให้หลายท่านเจ็บไข้ได้ป่วยได้ หากรู้สึกไม่สบายก็ทานอาอารประเภทต้ม ทานน้ำชุบร้อน ช่วยได้มากทีเดียว สำหรับเมนูยอดฮิตเมนูหนึ่งคือ  ต้มจืดฟักใส่กระดูกหมู ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ทำให้ร่างกายสดชื่นมีเรียวแรงขึ้นมาได้ดีเชียว ฟักอ่อนนั้นเป็นผักที่มีสรรพคุณทางยา ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ แก้หลอดลมอักเสบ ช่วยขับปัสสาวะ แก้โลหิตเป็นพิษ บวมน้ำ แก้ธาตุพิการอีกด้วย ประโยชน์มากมายขนาดนี้ สงสัยเย็นนี้ครัวจะต้องมาทำต้มจืดทานสักถ้วยแล้วล่ะ ดังนั้น ลองมาดูสูตรต้มจืดฟักใส่กระดูกหมูกันเลย ที่มีวิธีทำง่ายๆตามนี้ครับ....

ต้มจืดฟักใส่กระดูกหมู
เครดิตรูปจากครัวดงละคอน@Oknation.net
ส่วนประกอบและเครื่องปรุง
  • ฟักเขียวอ่อน 1 ลูกเล็ก ปอกเปลือกล้าง หั่นเป็นชิ้นให้เรียบร้อย
  • เห็ดหอมแห้ง 4-5 ดอก (แช่น้ำให้นิ่ม หั่นเป็นชิ้น)
  • กระดูกหมู 500 กรัม (ครึ่งกิโลกรัม)
  • รากผักชีทุบ 5 ราก
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงปรุงรส 1 ก้อน (ใช้แบบไม่มีผงชูรส)
  • กระเทียมปอกเปลือกทุบพอแตก 7 กลีบ
  • แครอทและต้นหอมหั่น (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้แล้วแต่ชอบ)
เครื่องปรุงต้มจืดกระดูกหมู

ขั้นตอนและวิธีทำ
  1. นำหม้อใส่น้ำสะอาดตั้งไฟ ใส่รากผักชีลงไป  
  2. พอน้ำเดือด ใส่กระดูกหมูลงไป ขั้นตอนนี้สำคัญ หลังจากใส่กระดูกหมูลงไปแล้ว เปิดไฟแรง ให้น้ำเดือดจัด (น้ำจะมีฟองพุดๆ) แล้วหรี่ไฟลงทันที ใช้ไฟอ่อนๆ เคี่ยวกระดูกหมูประมาณ 30 นาที วิธีนี้จะทำให้น้ำต้มใส ไม่ขุ่น
  3. นำฟักอ่อนและเห็ดหอมใส่ลงไปปรุงรสด้วยเกลือป่น ผงปรุงรส  ซีอิ๊วขาว ชิมรสชาติตามชอบ
  4. ต้มต่อไปด้วยไฟอ่อนๆ จนฟักสุก และกระดูกหมูจะนุ่ม การสังเกตุดูฟักสุกนั้น เนื้อฟักจะใส นิ่ม ก็เป็นอันใช้ได้ครับ (ข้อแนะนำ ระวังอย่าใช้ไฟแรงหรือน้ำเดือดพล่านจะทำให้น้ำซุปขุ่น หมั่นช้อนฟองและไขมันออกเรื่อยๆ จะทำให้น้ำซุปใสน่ารับประทาน)
  5. ชิมรสชาติปรุงรสตามชอบอีกครั้ง ใส่ต้นหอม ปิดไฟได้เลย
  6. ตักให้ถ้วย โรยผักชี เหยาะพริกไทยเล็กหน่อย เสริฟกับข้าวสวยร้อนๆ 

มื้อเย็นวันนี้ ไม่รู้จะทานอะไรดี นึกเมนูอะไรไม่ออก ก็ขอแนะนำต้มจืดฟักกระดูกหมู ต้มหม้อใหญ่ๆ ทานได้หลายๆ คน อีกทั้งเก็บไว้อุ่นทานตอนเช้าได้อีกด้วย อิ่มกาย อิ่มใจ สุขภาพดีไปอีกมื้อ



ที่มา:zabwer
สูตรอาหารอื่น ๆ  //jarnprod.blogspot.com




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2560    
Last Update : 30 สิงหาคม 2560 23:01:50 น.
Counter : 531 Pageviews.  

น้ำพริกกุ้งสด รสแซ่บเว่อร์ (Thai Chili and Shrimp Dipping Sauce)




สูตรและวิธีทำน้ำพริกกุ้งสด (Thai Chili and Shrimp Dipping Sauce) - อาหารไทยคู่ครัวเรือนนั่นคือ เมนูน้ำพริก ทานกับผัก สำหรับวันนี้นำเสนอเป็น "น้ำพริกกุ้งสด" อร่อยง่ายๆ อย่างไทยเรา

เมืองไทยนั้นขึ้นชื่อว่าอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืช ผัก ผลไม้ และคนไทยแต่กาลนานมา พ่อแม่มักสอนให้เรากินง่ายอยู่ง่าย มีผักที่ปลูกเอง จากนั้นก็แค่ตำน้ำพริก ก็อิ่มง่ายๆ ไปอีกหนึ่งมื้อ "น้ำพริก" เป็นอาหารที่อยู่เคียงคู่กับคนไทยมาช้านาน มีความหลากหลายสารพัดน้ำพริก สารพัดรสชาติ แต่ละภาคแต่ละท้องถิ่นก็จะมีกรรมวิธีการปรุง แตกต่างกันไป แต่ที่ไม่ต่างคือ อร่อยแซ่บๆ สไตล์ไทยนั่นเอง ลองไปดูสูตรน้ำพริกกุ้งสดที่นำมาเสนอกันเลย...
สูตรน้ำพริกกุ้งสด
ส่วนประกอบ
  • กุ้ง 7-10 ตัว ปอกเปลือกออกให้หมด ลวกด้วยน้ำเกลือ
  • กะปิอย่างดีห่อใบตองย่างให้หอม  1+ 1/2 ช้อนโต๊ะ (หรือประมาณ 80 กรัม).
  • กระเทียมตัดหัวท้าย ลอกเปลือกแข็งๆ ออก 10 กลีบ (ประมาณ 50 กรัม) 
  • พริกขี้หนูสวนสีแดงเขียว  8-10 เม็ด (ปรับเพิ่ม/ลด ตามความชอบ)
  • มะเขือพวงเด็ด  50 กรัม
  • หอมแดง 2 ลูก (ไม่ใส่ก็ได้ รสชาติไม่ต่างกันมาก)
  • ไข่ต้ม, ผักสดหรือผักนึ่งสำหรับทานกับน้ำพริก (ถั่วฝักยาว, กะหล่ำปลี, แตงกวา, อื่นๆ)
น้ำพริกกุ้งสด
เครื่องปรุง
  • น้ำตาลปี๊บ  ½   ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว  2-3  ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา  1-2  ช้อนโต๊ะ
***ปริมาณน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาล อาจจะต้องใช้มากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับความเค็มของกะปิ  ความหวานของน้ำตาล และขนาดตัวกุ้งด้วยค่ะ

วิธีทำทีละขั้นตอน
  1. นำกุ้งปอกเปลือก เด็ดหัวทิ้ง แล้วลวกด้วยน้ำเกลือต้มเดือดจนสุก (เพื่อดับคาว) จนกุ้งออกสีชมพู นำออกมาสะเด็ดน้ำ พักไว้
  2. นำกะปิห่อด้วยใบตอง ย่างไฟ เพื่อเพิ่มความหอม
  3. นำพริกขี้หนู, หอมแดง และกระเทียมไปคั่วในกระทะด้วยไฟอ่อน จนสุกหอม จากนั้นจึงนำไปตำในครกพร้อมกะปิและเนื้อกุ้งสัก 4-5 ตัว จนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
  4. จากนั้นใส่มะเขือพวงลงไป โขลกย้ำเบาๆ แค่พอมะเขือพวงแตก
  5. ปรุงรสด้วยน้ำตาล, น้ำปลาและน้ำมะนาว 
  6. สุดท้ายนำกุ้งที่เหลือ ใส่ลงไป โขลกทุกอย่างเบาๆ (ไม่ต้องให้กุ้งเละ) คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำอุ่นลงไปเล็กน้อยไม่ต้องมาก (เพื่อปรับความข้น) เพียงเท่านี้ก็เป็นอันว่า เสร็จเรียบร้อย
  7. ตักน้ำพริกใส่ถ้วย เสริฟพร้อมผักสด (หรือผักนึ่ง), ไข่ต้มและข้าวสวยร้อนๆ และที่ขาดไม่ได้เลยต้องชะอมชุบไข่ทอด ทานคู่กันกับน้ำพริกกุ้งสดอร่อยแซ่บหลายๆ
น้ำพริกกุ้งสดในขั้นตอนที่ 6

น้ำพริกกุ้งสด


ขอบคุณภาพและสูตรจาก : ครัวดงละคอน@Oknation.net
สูตรอาหารอื่น ๆ  //jarnprod.blogspot.com




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2560    
Last Update : 30 สิงหาคม 2560 23:00:40 น.
Counter : 237 Pageviews.  

1  2  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.