Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2558
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
3 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 
ท่ามกลางเรื่องแย่ๆของเรา มันก็ยังมีจุดดีที่เราเห็น



ช่วงนี้ป๋าไม่สบาย เข้าโรงพยาบาลวันที่ 2 มิ.ย. 58 แอดมิทไปสองวันก็ชัก เข้าไอซียูที่ รพ.พญาไท 2 ไปสองวัน แล้วย้ายไปที่ สถาบันประสาท อยู่ไอซียูสองสัปดาห์และห้องธรรมดาอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ ออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 58 นอนที่โรงพยาบาลรวม 1 เดือนเต็ม

อย่าถามถึงความรู้สึก แย่มาก ช่วงแรกร้องไห้เกือบทุกวัน พอเห็นค่าใช้จ่ายแล้วก็ร้องไม่ออก
รู้สึกว่าดวงเราไม่ดีที่พ่อต้องทรมานและป่วยไข้ ต้องเสียเงินเยอะ(เงินนี่ไม่ใช่ประเด็นหลัก) แต่ยังขอบคุณเทวดา ที่ยังประทานรูปแบบในการเอาตัวรอดให้เราพอมีช่องหายใจได้บ้าง มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

1. น้องสาวไม่ได้ทำงานพอดี มีเวลาอยู่กับป๋าเต็มๆ

2. ได้เวลาขายหุ้นบริษัท (ซึ่งขึ้นมาเท่าตัวใน Nasdaq) พอดี ได้เงินมาจำนวนนึง ซึ่งพอจะเอาไปหมุนเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาป๋าได้

3. ลูกจ้างในบ้านขอลาออกไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้าง ไปอย่างต่ำ 20000 บาท (รวมค่าอาหารและค่าเมตตา) และมาจ้างคนแถวบ้านรายวัน วันละ 300 วันไหนไม่มาก็ไม่ต้องจ่าย แถมไม่ต้องเสียค่าอาหารให้เขาอีก สุขภาพจิตเราดีกว่ามีเด็กลูกจ้าง (แน่นอนว่าเหนื่อยกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แต่โดยรวมแล้วโอเคกว่า)

4. รถเอาไปซ่อมซะนาน ได้มาวันก่อนป๋าจะเข้าโรงพยาบาล 1 วัน สะดวก มีรถใช้ไปเยี่ยมป๋าทุกวันได้จากที่ทำงาน (จากอยุธยา เข้าไปถนนราชวิถี)

5. หมอจากพญาไท แนะนำให้ย้ายออกไป รพ. ประสาท เพื่อหยุดค่าใช้จ่ายซึ่งโชคดีมากๆทีได้เตียง และหมอยังแนะนำให้ใช้ 30 บาท รักษาทุกโรค ประหยัดค่าใช้จ่ายไปเป็นแสน

6. หัวหน้าเพื่งโทรมาบอกเมื่อวานว่าได้เงินเดือนขึ้น 12500 บาท




แต่ป๋าก็ยังต้องฟื้นฟูกันต่อทั้งทางสมองและกายภาพ เราต้องไม่เสียกำลังใจและสู้ต่อไป ถึงจะเหนื่อยกายเหนื่อยใจ ก็ต้องทน 


พ่อมีคนเดียวทั้งชีวิตนี้





Create Date : 03 กรกฎาคม 2558
Last Update : 3 กรกฎาคม 2558 11:47:46 น. 6 comments
Counter : 1642 Pageviews.

 
ความกตัญญู คนก้รัก เทวดาก็รักครับ

ฝากลิ้งไว้ให้อ่าน http://www.winbookclub.com/article.php?articleid=246

ชื่อ
When it rains, it pours.


โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 3 กรกฎาคม 2558 เวลา:13:40:10 น.  

 
อยู่ๆก็คิดถึงก็เลยเข้ามาหา

ช่วงนี้พี่ก็งานรุมเร้า (ทำสองงานตอนนี้ มาช่วยอาที่บอก ตกลงก็ไม่ได้กลับถาวร คือกลับไปสอน เสาร์อาทิตย์ก็บินมาทุกเสาร์อาทิตย์) และมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับชีวิตเต็มไปหมด

พี่เลิกมีแม่บ้านไปนานแล้ว (เกือบปี) ตอนนี้ทำเองทุกอย่าง เหนื่อยมาก แต่ช่างมัน คือมันก็ไม่สะอาดกิ๊กเท่าตอนมีแม่บ้านนะ แต่ก็สบายใจดี แต่ตอนมีของพี่ก็เป็นรายวัน ๆ ละ 300 นะ ไม่ได้จ้างรายเดือน (สองหมื่นนี่ เอ่อ ...)

ช่วงกลางปีพ่อป่วยอยู่โรงพยาบาลเกือบสองเดือนเหมือนกัน พี่สาวกับพี่ชายรับบทหนักมาอยู่เฝ้า พี่ชาย (และครอบครัว) มาอาทิตย์ละ 2 คืน พี่สาวอยู่อีก 5 คืน พี่เลยมาช่วย (บินไปมาทุกอาทิตย์ นั่งรถบ้าง แล้วแต่สภาพ หรือว่าตั้งต้นอยู่ที่ไหน) อาทิตย์ละ 2 คืน โดยอยู่คู่กับพี่สาว มันจะได้ออกไปไหนได้บ้าง (อยู่คนเดียวลำบากมาก พ่อกินข้าวโรงพยาบาลไม่ได้เลย ต้องออกไปซื้อทุกมื้อ)

ค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งหมดรวมค่าผ่าตัด ค่าห้อง และอื่นๆ ล้านห้า เพราะอยู่เอกชน ก็พยายามดิ้นรนไปรพรัฐนะ แต่น้อง ๆ ของพ่อเค้าก็ไม่อยากให้ไป บอกปัดว่าเงินไม่พอเดี๋ยวช่วยจ่าย

ในความเป็นจริงคือ ช่วยมา 3 แสน

T-T

ส่วนพี่เองมีปัญญาช่วยไป 2 ที่เหลืออีก 1 ล้าน พี่สาวจ่าย

เงินเก็บเกษียณของมันหมดเลย เงินเหมือนจะไม่ใช่ประเด็น แต่บางทีมันก็ใช่นะ

ตอนนี้ก็สงสารพี่สาวว่าอายุก็ 50 ละ มีเงินเก็บอยู่ก้อน คือก็ยังทำงานนะ เงินเดือนก็อาจจะมากกว่าคนปกติหน่อย แต่ให้ควักทีละล้านนี่มันก็โหดอยู่เหมือนกัน แก่ตัวไป มันก็โสด ใครจะเลี้ยงมันล่ะ แต่เงินเก็บเรามันก็มีอยู่แค่นั้นจริง ๆ เราเก็บเป็นบ้าน ที่ดิน ไม่ได้เก็บเป็นเงินกัน หุ้นก็ไม่มี อะไร ๆ ที่ขายได้เร็ว ๆ ก็ไม่มี

เดี๋ยวมาต่อ.. ทำงานก่อน


โดย: พี่หมูน้อย วันที่: 27 กันยายน 2558 เวลา:14:17:39 น.  

 
ทำงานไม่ได้ กลับมาอย่างไวว่อง

หลังจากที่พ่อพี่งอแงจนได้ที่ (คือตอนอยู่รพก็งอแงมาก) พอเห็นว่าค่าใช้จ่ายเยอะ ก็หนีกลับบ้านไม่ยอมอยู่รพ (แต่ทำให้แผลไม่หายจนปัจจุบัน และเสียค่าใช้จ่ายในการมากหาหมอทุกอาทิตย์ น่าจะหมดไปมากกว่าถ้าอยู่ต่ออีกซัก 2 อาทิตย์ให้หายๆไป) ตอนนี้ทุกคนก็วุ่นวายกับการที่พ่อพี่เดินทางมา ๆ ไป ๆ

เมื่อต้นเดือน(กันยา) คุณยายพี่ก็เสีย นั่นคือหลังจากแม่พี่ผ่านมหกรรมการเดินทางมาดูแล สลับกับพาพ่อมาส่งหาหมอทุกเดือน แต่งานนี้เรียกว่าทำใจกันมาเป็นปีแล้ว ยายก็ 91 แล้วนะ (พ่อ 78) เป็นมะเร็งข้างในเกือบหมด ต้นเดือนยายก็หายใจเฮือกสุดท้ายแล้วเดินทางข้ามภพไปซะงั้น อยู่รพซัก 2-3 อาทิตย์สุดท้ายของชีวิต อยากกลับบ้านตลอด กินข้าวไม่ลงมานานแล้ว แต่แม่พี่ก็สามารถป้อนให้กินได้

พี่เองไม่อยากพูดคำนี้ แต่ก็เตือนให้แม่ไปหายายอยู่ตลอด อย่างน้อยเดือนละหนก็ยังดี แต่พ่อก็งอแงเหลือเกิน ทำให้ไม่หายซักที เป็นภาระทั้งลูกและภรรยา พวกเรามองหน้ากันแล้วพูดเลยว่า ถ้าเรามีพฤติกรรมเช่นนี้ตอนแก่ ๆ ไป อย่าลืมเตือน ๆ กันเองนะ ไม่รักไม่ดูแลตัวเองไม่ได้ เพราะเราจะกลายเป็นภาระให้ลูกหลาน

หมดเรื่องยายกับแม่แล้ว ตอนนี้พี่เองก็จะต้องพยายามเดินทางไปหาพ่อแม่บ้างแล้ว แต่ก็ติดงานอยู่ทางนี้ในวันหยุด 4 วันที่อยู่เชียงใหม่ก็ไปไหนไม่ได้

คงต้องเริ่มปีหน้า ตั้งแต่มาช่วยที่นี่ปีกว่า แม่เริ่มไม่อยากให้มาช่วย เพราะแทบไม่ได้เห็นหน้าลูกสาวเลย
ก็เลยได้อาศัยไปเจอพ่อกับแม่ที่กทมแทน ตอนเขามาหาหมอ


โดย: พี่หมูน้อย วันที่: 27 กันยายน 2558 เวลา:14:51:34 น.  

 
เปิ้ล พี่จะบอกว่าเปิ้ลหนักกว่าพี่มาก พี่เหนื่อยกายเสียส่วนใหญ่ ส่วนที่เหนื่อยใจมี 4 ส่วนคือ
1. เด็กนักศึกษา ตอนช่วงนั้นคุยกับมันทีไร น้ำตาจะไหล แบบว่ารู้สึกว่ามันใจร้ายมาก ที่ส่งงานให้เราแก้ภายในเวลาอันสั้น เช่นเราขอให้ส่งศุกร์ก่อนเที่ยง (เพราะจะได้ปรินท์แล้วเอาไปด้วย) มันส่งเสาร์กลางคืน โดยจะเอาคืนวันอาทิตย์ แล้วเราเดินทางไง คือเปิดดูทางมือถือได้ (ทรมานเรา แต่มันแคร์ไหม) แต่จะให้แก้ยังไงล่ะ และที่ทำคือแจ้งเพื่อทราบตลอด เช่นส่งมาแล้วบอกว่าเดดไลน์วันจันทร์เช้าครับ (อาจารย์ไปคิดเองว่าต้องส่งคืนมันเมื่อไร) จนฟางเส้นสุดท้ายพี่เลยบอกมันว่า ครูไม่แก้แล้ว ถ้าอาจารย์ท่านอื่น ๆ โอเค เอาเล่มมาให้ครูเซ็นต์เลย จบ ช่วงที่ผ่านมามันเงียบไปพี่ก็ไม่สบายใจนะ กลัวอาจารย์คนอื่นเขายื่นคำขาดให้มันว่าถ้าอาจารย์จู้ไม่แก้ให้เธอก็ไม่จบ แต่เมื่อวันก่อนอาจารย์ในกลุ่มบอกว่าแก้ให้แล้วนะ ใกล้เสร็จละ ถ้าเสร็จแล้วจะส่งไปให้เซ็นต์ พี่ก็โล่งใจไป 1 เรื่อง
2. เรื่องบ้าบอที่เล่าตรงนี้ไม่ได้อีกนิดหน่อย คือมีคนโทรมารบกวนเรื่องไม่เป็นเรื่อง ตั้งแต่เดือนมคที่ผ่านมา ทุก ๆ เดือนก็โทรมากวน แต่พี่เคลียร์แล้ว--แบบไม่ถูกใจพี่เท่าไร แต่ไม่กระทบคนอื่น(มากนัก) พี่ก็โอเค
3. เรื่องงานเฉพาะกิจที่ตอนนี้ก็จบไปแล้วเหมือนกัน งานเยอะมากและทุกคนแบบว่ากวนทั้งตัวแล้วหัวใจ หมดค่าโทรศัพท์ไปเดือนละ 3000 สองเดือนติด งานจริงจบไปตั้งแต่กลางเดือนกค เดือนสคก็ยังตามมากวนต่อเนื่อง ตอนนี้ตามมาให้แปลเอกสารอีก แต่ก็ทำใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ทำไป และคงเป็นเรื่องสุดท้ายละ
4. หลานไปอยู่ด้วยที่เชียงใหม่ มันพูดไม่รู้เรื่องเลย พี่ก็อยู่อาทิตย์ละ 4 วัน มันอยู่ 5 แล้วมันก็ต้องกวนสามีพี่ให้ไปนู่นนี่นั่น ทุกครั้งที่พี่ไม่อยู่ คือพอพี่อยู่มันไม่กล้า เรายิ่งรู้สึกแย่ใหญ่ สันดานแบบนี้ใครสอนวะ แบบว่าแทนที่จะเกรงใจมากขึ้น เปล่า นี่หลังจากอยู่มา 4 เดือนก็เริ่มจูนกันมากขึ้น พี่ต้องพูดปากเปียกปากแฉะ ตอนนี้มันดีขึ้น หลังจากทั้งตี ทั้งอบรม-ไม่อยากตีนะ 18 แล้ว- แต่อดไม่ได้จริง ๆ มันเหมือนคนบ้า ในบางครั้ง พี่ถามมันว่ารู้ตัวไหมว่าทำแบบนี้ บางครั้งมันไม่รู้ตัว เช่นเอาผ้าเข้าไปอบในตู้ที่มีผ้าของมันเองนั่นแหละ เพิ่งอบแห้งอยู่ในนั้น มันบอกว่ามันไม่เห็นว่ามีผ้าอยู่ในนั้น มันพูดไม่หยุดในบางครั้ง พอถามว่าทำไมพูดแบบนี้ มันบอกว่าบางครั้งหนูพูดไปเรื่อย ๆ โดยไม่คิดค่ะ มีอยู่ครั้งพาไปกินข้าว มันหันหลังไปดูคนข้างหลังทุก ๆ 3 วินาที จนพี่ทนไม่ไหว ถามมันว่านั่งเฉย ๆ ไม่ได้หรือ หันไปดูแบบนี้ จะเอาอะไร มันบอกว่าไม่ได้เอาอะไร หนูหันไปดูคนแล้วก็หันแปลเป็นภาษาจีนในใจ จะบ้าตาย พี่เลยต้องบอกว่าทำอะไรคิดหน่อยว่าคนอื่นจะเดือดร้อนไหม

เขาว่าปีเกิดพี่ชงปีนี้พอดี ก่อนจะรู้ก็ยังร้สึกว่าปีนี้โอเคนะ งานที่มีเข้ามา ที่เหนื่อยทั้งหมดส่วนใหญ่เหนื่อยกาย ไม่ค่อยเหนื่อยใจ อย่างนั่งรถ พี่ก็เลือกที่จะไม่ขับไปเอง เพราะพี่ควักงานขึ้นมาทำกระเจิงเลย พอดีว่าพี่มีงานที่ถ้าปรินท์ออกมา ทำได้ระหว่างนั่งรถ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าการนั่งรถมันเสียเวลามาก เท่าที่จะเหนื่อย และอ้วนขึ้น (พอเหนื่อยก็เลือกที่จะกิน)

อย่างเมื่อคืนบินมา พี่ก็ตรวจข้อสอบเสร็จไปวิชานึงเป็นต้น คนอื่นไม่ได้เดินทางอย่างพี่ ยังทำงานได้น้อยกว่าพี่เยอะเลย

พอมาคิดดู การแก้ไข/งานทุกอย่างก็เสร็จสิ้นไปเกือบหมดละ คงหมดสิ้นเอาปลาย ๆ ปีนี้แหละ ยังขำเลยว่าเออ ปีหน้าไม่ชงละ เรื่องงี่เง่า #2 เขาก็ว่าจะเคลียร์ให้เราภายในธคนี้ เฮ้อ





โดย: พี่หมูน้อย วันที่: 10 ตุลาคม 2558 เวลา:13:37:27 น.  

 
เปิ้ล พี่ว่าจะเตือนมาตลอดเรื่องน้องไม่ทำงาน จากการที่พี่มีพี่สาวไม่ทำงาน (แต่เขามีรายได้มากกว่าพี่หลายเท่านะ) พี่สาวพี่มีนิสัยที่เข้ากับคนได้ยาก (ขึ้น) คือเนื่องจากไม่ต้องฝึกความอดทน เวลาเราไปทำงาน (ที่ไม่ใช่งานส่วนตัวทำเองงุ้กงิ้กอยู่ที่บ้าน) เราต้องอดทน อดกลั้นอะไรหลาย ๆ อย่าง เราได้เปลี่ยนบรรยากาศด้วย สมมติว่าตื่นมาก็อยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหน เจอคนเดิม ๆ ทำให้เราไม่มองเห็นข้อดีของคนที่อยู่ด้วย ถ้าเราไปเจอคนอื่น เจอนู่นี่นั่น ทำให้เราต้องปรับตัวเข้าหาคนตลอดเวลา จะทำให้เราเป็นคนที่อยู่ด้วยง่าย

12 ปีที่พี่สาวพี่ไม่ทำงาน เธอเรียนปตรีใบที่ 2 และ 3 ที่รามและเที่ยวเป็นงานหลักและมันสำคัญมาก (แน่นอนอยู่ละ ว่างนี่หว่า ถ้าไม่ได้เที่ยวตปท 2 เดือนครั้ง มันจะเครียดมาก เคยไปเที่ยวกับมัน ก็เครียด ไม่อยากไปด้วยอีกเลย) ดูแลพ่อและแม่ตอนที่มากทม ประมาณเดือนละ 3-4 วัน เวลาที่เหลือนอกเหนือจากนัดเพื่อนที่เรียนทำนู่นนี่นั่น ก็วางแผนเที่ยวอย่างเดียวเลย และบิ้วท์คนอื่น ๆ ให้ไปเป็นเพื่อน

ตอนนี้มันกลับมาทำงานได้ 2-3 ปี นิสัยเสียที่สะสมมาสมัยที่ไม่ทำงานยังอยู่ครบ ข้อดี (หรือข้อเสียไม่รู้) คือทำงานบริษัทญาติตัวเอง เอาเพื่อนสมัยเรียนมาเป็นลูกน้อง (เพื่อนคนนี้ก็เหมือนน้องเปิ้ล คือที่บ้านให้ดูแลพ่อแม่และหลานอยู่กับโดยไม่ให้ทำงาน แต่บ้านเขามีสวน พี่คนนี้ก็เลย ทำสวนขายผลไม้ และเรียนรามเป็นปริญญาที่ 3 เหมือนกัน) ก็เลยเอาแต่ใจได้ดังเดิม



โดย: พี่หมูน้อย วันที่: 16 ตุลาคม 2558 เวลา:12:15:07 น.  

 
เงินไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง แต่ความที่เราซื้อนู่นนี่นั่น เรามักจะงง ๆ นึกว่ามันใช่

อย่างการทำงานมันก็ไม่ควรทำเพื่อเงิน (แต่เราก็อดไม่ได้ ?)

เปิ้ลเป็นเหมือนพี่สาวพี่ คือเป็นคนออกเงินส่วนใหญ่ ที่บ้านจริง ๆ ก็มี แต่เหมือนว่าหลัง ๆ นี่เกี่ยงให้มันออกให้อยู่เรื่อย ที่บ้านขายของไง พอใช้เงินหมุน มันก็จะกระตุก ๆ แต่พอมีคนจ่ายให้ (อย่างเต็มใจ) มันก็ไม่ต้องคำนวณใช่ไหม สบายเนื้อสบายตัวไป

พอทำนาน ๆ ก็ชิน จะควักเงินตัวเองก็นะ แบบว่าเสียดาย

บางทีก็สงสารคนหาเงินเหมือนกัน





โดย: พี่หมูน้อย วันที่: 24 ตุลาคม 2558 เวลา:17:42:03 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Piterek
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Google
New Comments
Friends' blogs
[Add Piterek's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.