Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
5 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
ตรวจสุขภาพในวัยเฉียดหลักสี่


เรื่องมีอยู่ว่า บริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี ซึ่งเราก็ไปตรวจมิได้ขาด ยกเว้นปีที่ท้อง (เพราะว่าผลเลือดมันจะไม่เหมือนคนปรกติ) ปีนี้ก็เช่นกัน เราก็ไปตรวจดังเช่นทุกปี ตรวจหลังกินเจได้ไม่ถึงสัปดาห์

ในราคา 6000 บาท ++ (ตรวจมะเร็งปากมดลูกเพิ่มพันกว่าบาท) โปรแกรมที่ตรวจก็คือ Standard C สำหรับหญิงสาวที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป



ผลที่ได้ทำเอาจิตตกเลย เอาเฉพาะอันที่ผิดปรกติเกินค่าที่กำหนดนะ

1. น้ำตาลในเลือดสูง 108 (ไม่เท่าไหร่ เพราะตัวเองมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานอยู่แล้ว)
2. โคเลสเตอรอล 228 (ก็ยังไม่เท่าไหร่ เพราะตรวจมาตั้งแต่สาวๆ ก็ค่าประมาณเท่านี้แหละ)
3. BUN 21 (Spec. Max. 20) อันนี้ตกใจเลย เพราะที่เคยตรวจมา ได้ค่ากลางๆมาโดยตลอด
4. คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปรกติเล็กน้อย (อันนี้ก็ค่อนข้างตกใจ)
5. นิ่วในไตด้านซ้าย 7 มม (ฮ้า ไปทำอะไรมาถึงเป็นนิ่วในไต)
6. ติ่งเนื้อขนาดเล็กที่ถุงน้ำดี 5 มม. (อะไรกั๊นนนน)






ทีนี้มาดูความหมายของ BUN 

BUN(Blood Urea Nitrogen)

การตรวจค่าBUN เป็นการวัดปริมาณไนโตรเจนที่พบในกระแสเลือดโดยปกติร่างกายจะย่อยสลายโปรตีนที่ตับ (liver)และจะนำของเสียดังกล่าวนี้ไปกำจัดผ่านไต(renal) เพื่อออกเป็นปัสสาวะต่อไปซึ่งสารของเสียนี้เรียกว่า ยูเรีย (urea) ซึ่งส่วนประกอบของยูเรีย คือไนโตรเจนดังนั้นหากไตไม่สามารถกำจัดของเสีย หรือยูเรียได้จะทำให้พบปริมาณไนโตรเจนในเลือดมีปริมาณสูงขึ้นนอกจากนั้นหากร่างกายมีปริมาณไนโตรเจนสูงอาจเนื่องมาจาก การขาดน้ำมีภาวะโรคหัวใจล้มเหลว หรือได้รับอาหารที่มีปริมาณโปรตีนสูง เป็นต้น

การตรวจBUN สำคัญอย่างไร

การตรวจBUN สามารถคัดกรองตรวจวินิจฉัยภาวะความผิดปกติการทำงานของไต และตรวจติดตามในการรักษาภาวะโรคไตได้โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการแสดงโรคไต ดังตารางที่ 1และผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคไต ดังตารางที่ 2นอกจากนั้นค่า BUN ยังสามารถใช้ตรวจติดตามปัญหาอื่นๆ เช่นภาวะขาดน้ำ (dehydration) เป็นต้น

ตรวจบ่อยแค่ไหน

ค่าBUN คนสุขภาพดี สามารถตรวจในการตรวจสุขภาพประจำปีได้ หรือในผู้ป่วยที่ต้องเข้าห้องฉุกเฉิน นอนโรงพยาบาลหรือตรวจการทำงานของไต ก่อนหรือระหว่างการได้รับยาบางชนิดหรือผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการแสดงของโรคไตซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา

ตารางที่ 1 อาการแสดงของภาวะไตทำงานผิดปกติ เช่นโดยทั่วไปอาการของภาวะไตเสื่อมนั้น ไม่จำเพาะเจาะจงนักหรือบางรายอาจจะไม่แสดงอาการของโรคก็เป็นได้

  • ความรู้สึกขาดน้ำ (feeling dehydrated)
  • เหนื่อยล้า อ่อนแรง (fatigue)
  • หายใจถี่ๆ สั้นๆ (short of breath)
  • อาการอื่นๆ ซึ่งไม่จำเพาะเจาะจง

ตารางที่ 2 ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคไต ดังนี้

  • โรคเบาหวาน
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว (heart failure), ภาวะหัวใจขาดเลือด(myocardial infraction)
  • ภาวะอ้วน
  • สูบบุหรี่
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต
  • อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

ค่าสูงผิดปกติ อาจเกิดจากดังนี้

  • อาจเกิดจากการทำงานของไตผิดปกติอาจเกี่ยวข้องกับภาวะไตเสื่อมเฉียบพลัน หรือไตเสื่อมเรื้อรัง
  • อาจเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว หรือภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน(heart attack)
  • อาจเกิดจากภาวะช๊อก
  • อาจเกิดจากภาวะขาดน้ำ (dehydration) หรือการดื่มน้ำน้อยเกินไป
  • อาจได้รับอาหารประเภทโปรตีนสูงมากเกินไป
  • อาจเกิดจากการได้รับยาบางชนิด
  • อาจเกิดการตกเลือดในทางเดินอาหาร (gastrointestinal bleeding)
  • อาจออกกำลังกายหักโหมเกินไป
  • ตับอ่อนอาจหลั่งเอนไซม์ย่อยอาหารบกพร่อง

การจัดการ

  • ให้พบแพทย์ เพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
  • งดหรือลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไต จากตารางที่ 2
  • ค้นหาความเป็นไปได้ที่อาจทำให้ค่า BUN สูง เช่น การดื่มน้ำน้อยเกินไปการรับประทานโปรตีนสูง เป็นต้น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพร้อมปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินต่อไป
  • หากท่านมีโรคประจำตัวให้รักษาและติดตามโรคประจำตัวที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคไตให้เหมาะสม
  • กรุณาแจ้งแพทย์หากท่านได้รับยา สมุนไพร หรือวิตามินใดๆอยู่เพื่อใช้ในการประเมินสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป


ลิงค์นี่น่าสนใจอ่า วิเคราะห์ผลเลือดโดย นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์


สาเหตุของการนิ่วในไต

จนถึงปัจจุบันแพทย์ยังไม่ทราบว่านิ่วในไตมีสาเหตุจากอะไร ปัจจัยที่สำคัญได้แก่การที่มีปัสสาวะน้อย และหรือมีการขับสารหรือเกลือแร่ออกมามาก เกลือแร่ที่สำคัญคือแคลเซี่ยม เมื่อรวมกับ oxalate หรือ phosphate ทำให้เกิดนิ่ว นอกจากนั้นอาจจะเกิดจากกรดยูริกที่ขับออกมามาก มีอาหารบางชนิดที่ทำให้เหิดนิ่วในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดนิ่ว กลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วได้แก่

  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นนิ่วในไต
  • มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
  • เป็นโรคไต เช่น cystic disease of kidney
  • มีโรค เช่น hyperparathyroidism ทำให้เกิดนิ่วได้บ่อย
  • มีสาเหตุหรือโรคทางพันธุกรรมหลายชนิดที่ทำให้เกิดนิ่วในไต
  • การขาดน้ำจากการดื่มน้ำไม่พอ หรือออกกำลังกายมากและรับน้ำไม่เพียงพอ
  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • การที่มีการอุดทางเดินปัสสวะ
  • Cystinuria มีโปรตีน amino acid cystine ซึ่งไม่ละลายในปัสสาวะทำให้เกิดนิ่ว
  • hyperoxaluria ร่างกายผลิตเกลือ oxalate ขับทางปัสสาวะมากไป
  • Hypercalciuria เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ร่างกายขับเกลือแคลเซี่ยมออกทางปัสสาวะมาไป
  • hyperuricosuria มีการขับกรดยูริกในปัสสาวะมาเช่นผู้ป่วยที่เป็นโรคเก๊าท์ ได้รับวิตามินดีมากไป
  • ยาบางชนิด เช่นยาขับปัสสวะ ยาแก้โรคกระเพาะที่มีเกลือแคลเซียมยารักษาโรคเอดส์บางชนิด


สาเหตุของนิ่วในทางเดินปัสสาวะตามชนิดของนิ่ว

การหาสาเหตุของนิ่วจะต้องนำนิ่วไปวิเคราะห์ว่าเป็นเกลือของสารอะไรรวมทั้งต้องนำปัสสาวะไปตรวจจึงจะทราบสาเหตุจะได้วางแผนการป้องกันและการรักษาชนิดของนิ่วที่พบบ่อยๆ

1. เกลือแคลเซียม Calcium stones (75%)ซึ่งพบว่าเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้ซึ่งมักจะรวมกับoxalate นิ่วชนิดนี้เห็นได้จาก x-ray

  • ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากไป Hyperparathyroidism
  • ผู้ป่วยที่มีการดูดซึมแคลเซี่ยมมากเกินไปอาจจะเกิดจากได้วิตามินดีมากเกินไป
  • ผู้ป่วยที่มีการขับแคลเซี่ยมและฟอสเฟตมากเกินไป
  • ผู้ป่วยที่ขับกรดยูริกในปัสสาวะมากไป
  • ผู้ป่วยที่มีระดับแมกนีเซี่ยมในเลือดต่ำ

2.  เกลือ Struvite (magnesium ammonium phosphate) Stones (15%)นิ่วชนิดนี้เห็นได้จาก x-ray ธรรมดานิ่วจะมีลักษณะเหมือนเขากวางstaghorn เกิดในผู้ป่วยที่มีทางเดินปัสสาวะอักเสบเรื้อรังเชื้อแบคทีเรียจะสลาย ureaให้เป็น ammonia ผู้ป่วยมักจะมีการติดเชื้อเรื้อรังการรักษาจะไม่หายหากไม่ได้เอานิ่วออกปัสสาวะจะเป็นด่างมักจะมีค่า pH>7 

3. เกลือ Uric acid stones (6%) เกิดจากที่รับประทานอาหารที่มีpurine สูงได้แก่ เครื่องใน สัตว์ปีก เป็นต้นปัสสาวะจะเป็นกรดโดยมีค่า pH<5.5 นิ่วชนิดนี้ไม่สามารถเห็นได้จากx-ray ธรรมดา

4. เกลือ Cystine stones (2%)เกิดจากความผิดปกติของร่างกายในการดูดซึมสารCystine


เดี๋ยวมาโพสต์ใหม่ ยิ่งโพสต์ยิ่งจิตตก




Create Date : 05 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2557 16:47:00 น. 1 comments
Counter : 564 Pageviews.

 
สำคัญมากเลยนะครับ สำหรับการตรวจสุขภาพของคนที่เริ่มมีอายุแล้ว เพราะบางทีเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าภายในของเราเสื่อมถอยไปอย่างไรบ้าง ถ้าเราไม่มาตรวจหรือหมั่นดูแลและตรวจร่างกาย มีบางรายไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลย พอมาตรวจทีก็เจอแต่โรคที่ต้วเองก็ไม่รู้สาเหตุที่มาที่ไป บางรายโชคดีที่เจอเร็ว บางรายโชคร้ายก็เจอช้าทำให้ต้องเสียเงินเสียทองกันมากเลย ดังนั้นทางที่ดีควรใส่ใจนะครับ ^^
บทความลดน้ําหนักอ่านได้ที่นี่


โดย: akeros วันที่: 9 มีนาคม 2558 เวลา:12:29:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Piterek
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Google
New Comments
Friends' blogs
[Add Piterek's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.