lozocat
ใส่ข้อความที่ต้องการให้เลื่อนๆๆที่นี่
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
สองสาวเปรี้ยว เที่ยวปารีส 2

ยังไม่ทันล้มตัวลงนอนพัก อาการก็กำเริบ ถอดเลกกิ้งออกมาขาแดงเป็นแนวเลย ตาเริ่มบวม ใต้ตาคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด อาการแพ้สลัดผัก! ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า แต่ตั้งแต่มาอยู่ยุโรป ทุกครั้งที่กินสลัด มักจะมีอาการแบบนี้ หลังจากกินเข้าไปแล้วเกือบชั่วโมง แล้วตัวเองก็ชอบลืมว่าตัวเองแพ้ ก็สั่งทุกทีเวลาอยากกินผัก เคยสังเกตตัวเองเหมือนกัน เวลาทานผัก ทีละชนิด จะไม่เป็น แต่ถ้าเอามารวมกันในจานเดียวแค่นั้นละ ผื่นแดงเต็มตัวเลย


เพื่อนสาวเห็นแล้วขำ มันหัวเราะใหญ่เลย พลางเอาน้ำมาให้กิน เพราะไม่รู้จะทำอะไรได้ดีกว่านี้ ยาก็ไม่มี นอนก็ไม่ได้แล้ว ออกไปเดินกันเถอะ เพื่อนสาวก็บอกว่า ดีเหมือนกัน จะได้ไม่เสียเวลา ว่าแล้วก็จัดแจงเตรียมตัวออกจากห้อง ไอเราก็เดินเกาแขนเกาขาอยู่ตลอดเวลา ซื้อน้ำมากินหมดเป็นขวด ๆ พยายามไม่คิดถึงมัน เดี๋ยวมันก็ลืมแล้วหายคันไปเอง







เดินกลับไปประตูชัย เพื่อไปตั้งต้น แล้วถ่ายรูป ตั้งใจว่าจะขึ้นไปดูวิวเมืองข้างบน แต่ตอนนี้ข้างบนคงจะแดดร้อนมากมาย เอาไว้แดดร่มค่อยขึ้น ก็เลยตัดสินใจไปหอไอเฟล ไปยังไงดี ตอนนี้อากาศแจ่มใส เดินอยู่ใต้ต้นไม้ต้นใหญ่มากมาย ไม่ร้อนเท่าไหร่ เดินไปก็แล้วกันจะได้ดูเมืองเขาไปด้วย ไม่รีบไม่ร้อนอะไร มองเห็นหอไอเฟลอยู่ลิบๆ ก็เดินตามไปเรื่อยๆ ผ่านสถานที่สำคัญมากมาย หยุดแวะถ่ายรูปบ้าง นั่งพักบ้าง และแล้วก็มีผู้ชายคนหนึ่ง เดินเข้ามาหา แล้วบอกว่า เมื่อกี้ที่เดินสวนกัน ทำให้ฉันอยากพาพวกเธอไปเที่ยวชมเมือง ไปกับฉันไหม สองสาวมองหน้ากัน เราเดินสวนมันตอนไหนวะ แล้วชายคนนั้นก็ชี้ไปที่รถตู้สีขาว บอกว่าจะพาไปเที่ยว ...เฮ้ย! จะบ้าเหรอ ใครเขาจะไปด้วย เราก็เลยรีบเดินหนีอย่างเร็ว มันก็ยังตามไม่เลิก จนกระทั่งเดินมาไกลพอสมควร ชายคนนั้นก็วิ่งกลับไปเอารถ คราวนี้เราเลยวิ่งข้ามถนนกัน เพื่อไปที่สวนสาธารณะ ที่มีคนเยอะๆ เพราะกลัวหมอนั่นจะตามมาอีก พอคิดว่าปลอดภัยแล้วก็มานั่งวิเคราะห์กันว่าเพราะอะไร ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้กล้าเข้ามาถามแบบนั้น เพื่อนสาวก็บอกว่า เคยอ่านในหนังสือ ผู้ชายฝรั่งเศส ถ้าชอบใจผู้หญิงคนไหนก็จะเดินตาม หรือไม่ก็เข้ามาคุยด้วยเลย ถ้าเคสนี้เป็นอย่างที่เพื่อนสาวว่าก็ไม่เอาด้วยหรอก น่ากลัว!


หายตื่นเต้นบ้างแล้วก็ต้องกลับมาตื่นเต้นใหม่อีกครั้ง เพราะภาพที่เห็นเบื้องหน้า คือหอไอเฟล ขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่สูงเสียดฟ้า แม่เจ้า....ช่างงดงามยิ่งใหญ่อะไรเช่นนี้ ว่าแล้วก็วิ่งข้ามสะพานไปถ่ายรูปใกล้ๆ ก็มองเห็นแถวอันเหยียดยาวของผู้คนที่ต้องการชมความงามเบื้องบน เห็นคิวแล้วก็ขอบายเพราะขืนยืนต่อแถวไป คงไม่ได้ไปเที่ยวไหนกันพอดี อยู่คลุกคลีนอนเล่น ทักทายไอเฟลจนเต็มอิ่ม เพื่อนสาวเริ่มหิว ก็เลยเดินไปซื้อเครปกิน ปรากฏว่าเจอคนไทยขายเครปอยู่ด้วย โลกมันกลมจริงๆ








เย็นมากแล้ว นั่งเมโทรกลับมาเดินดูถนนช๊อปปิ้ง เข้าร้าน Louise Vitton เดินสำรวจราคา ต่ำสุดเป็นกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก สองร้อยสิบห้ายูโร โอ้ว...มีอยู่สองร้อยห้าสิบทั้งตัว ถ้าซื้อไปนี่คงไม่ต้องไปไหนกันแล้ว ทำได้แค่ดูจริงๆ ด้วยสิ ว่าแล้วก็ไปหาอะไรเจริญตาเจริญใจกว่านี้ดีกว่า เพื่อดับกิเลส จึงไปที่ประตูชัย เพื่อที่จะขึ้นไปดูวิวข้างบน แต่การจะขึ้นไปได้นั้นก็ต้อง เดินขึ้นไป... เหนื่อย สุด ยอด ทางเล็กๆ แคบๆ มีคนเดินตามเราอีกหลายชีวิต ถ้าเราหยุด เขาก็อาจชมเชยเราในทางลบได้ มันจึงเป็นเส้นทางที่กดดัน...เมื่อขึ้นมาถึงข้างบนลมแรงมาก แล้วก็หนาวมาก ที่สำคัญ เหนื่อยมากเช่นเดียวกัน แต่เป็นความสวยงามที่น่าจะได้สัมผัสสักครั้ง อยู่สู้ความหนาวได้ไม่นานก็ต้องกลับลงมาดูของที่ระลึก เพราะร้านจะปิดแล้ว เราก็ต้องรีบลงไปด้วยเหมือนกัน จากนั้นจึงเดินกลับไปที่พัก ก่อนจะถึงโรงแรม เห็นมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ก็เลยเข้าไปหาอะไรรองท้องก่อนนอน แต่พอเข้าไปแล้ว กลายเป็นคนจีน ขายอาหารญี่ปุ่น เมื่อจัดการอาหารเรียบร้อย ก็กลับไปพักผ่อนเอาแรงที่ห้อง พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่












เช้าวันต่อมา ออกจากโรงแรม สิบโมง ขึ้นเมโทรไปพิพิธภัณฑ์ลุฟท์ ( Louvre Museum ) พอไปถึงก็เริ่มหิว เพราะยังมีอะไรตกถึงท้องเลย จึงแวะเข้าไปนั่งร้านอาหารที่อยู่ในมิวเซียม เข้าไปนั่งเรียบร้อย ก็มีพนักงานมารับออร์เดอร์ เราก็สั่งชุดอาหารเช้าสองที่ พนักงานก็ยิ้ม เราก็สงสัยว่ายิ้มอะไร เหลือบไปดูเมนู เห็นว่าอาหารเช้าตั้งแต่ แปดโมงเช้า ถึงสิบโมงเช้า อ่อ....อย่างนี้นี่เอง นี่มันสิบเอ็ดโมงจะครึ่งแล้วนี่นะ เราก็หัวเราะแล้วถามว่า ยังพอมีอาหารเช้าเหลือให้พวกฉันกินบ้างหรือเปล่า พนักงานก็ยิ้มแล้วบอกว่า แน่นอน สั่งได้เลยไม่มีปัญหา... น่ารักมาก! เสร็จแล้วพนักงานก็เริ่มเข้ามาถามทีละคนว่าจะรับเครื่องดื่มอะไร ขนมปังแบบไหน โดยพลัดกันเข้ามาถาม จนพวกเราแปลกใจ ทำไมถึงได้กระตือรือร้นอยากเข้ามาคุยกันจังวะ พนักงานที่เดินผ่านก็ยิ้มให้ เฮ้อ...เป็นอะไรกันไปหมด พอกินเสร็จจ่ายเงินเรียบร้อย พนักงานยังไม่วายยิ้มแล้วบอกลาเราอย่างที่เรียกว่า แทบจะไปส่งที่ประตู ที่สำคัญกว่านั้น พนักงานชายในร้านทุกคน หล่อมากค่ะ









เมื่อท้องอิ่ม สมองก็แล่น พอมีแรงเดินลุยมิวเซียม ว่าแล้วก็เข้าไปข้างใน แต่กว่าจะเข้าไปได้ต้องต่อคิวตรวจกระเป๋าและร่างกายก่อน ซึ่งสายๆ แบบนี้คิวไม่ยาวเท่าไหร่ เมื่อตรวจเสร็จก็ลงบันไดเลื่อนเข้าสู่ ทางเข้ามิวเซียมอย่างแท้จริง ก่อนจะเข้าไปชมต้องซื้อบัตรก่อน มีให้บริการทั้งเคาน์เตอร์และตู้ขายอัตโนมัติ ซึ่งแทบจะว่างทุกตู้ ไม่ค่อยมีคนใช้ เราเดินไปที่ตู้ขายตั๋ว แล้วกำลังจะซื้อ ก็มีพนักงานชายคนหนึ่งเข้ามาบอกว่าพวกเธอเสียแค่ครึ่งราคาก็พอนะสำหรับเด็ก! เออ....สองสาวมองหน้าแล้วหัวเราะ พนักงานคนนั้นคงจะรู้ตัวแล้วว่าปล่อยไก่ จึงเอามือเกาหัวและหัวเราะด้วย ซึ่งเราก็ขอบคุณที่ให้คำแนะนำ







ทันทีที่เข้าไปชมของสะสมในพิพิธภัณฑ์ ก็รู้สึกสนุกกับการได้เห็นอะไรแปลกใหม่ ของเก่าและ ภาพเก่าหลายศตวรรษ มันทำให้รู้สึกว่า นี่นะเหรอความยิ่งใหญ่ของยุโรปที่มีมานานหลายยุคหลายสมัย เดินดื่มด่ำกับศิลปะไปเรื่อยๆ ก็ไม่ทันได้สังเกตว่า คนข้างกายหายตัวไปเรียบร้อยแล้ว เราหลงกัน! แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็เจอกันเองนั่นแหละ เพราะคงไปดูโมนาลิซ่าเหมือนกัน ว่าแล้วก็เดินตัวปลิว ถ่ายรูปมือเป็นระวิง หยุดดูภาพเขียนแต่ละภาพ ให้ความรู้สึกเหมือนจริง ยิ่งเดินอยู่คนเดียวในห้องแสดงภาพเขียน มีความรู้สึกว่า ภาพคุณยายใจดียืนยิ้มให้ไม่ว่าจะก้าวเดินไปทางไหน คุณยายก็ยังจับจ้องมองและยิ้มให้เราอยู่ตลอดเวลา น่ากลัวและน่าทึ่งไปพร้อมๆ กัน









มาถึงห้องแสดงภาพ อันเป็นประวัติศาสตร์ ภาพของโมนาลิซ่า สตรีสาวผู้มีรอยยิ้มอันเป็นปริศนา ผู้คนเข้าไปถ่ายรูปกันมากมาย แต่ถือว่ายังน้อยนัก ถ้าเทียบกับหน้าเทศกาล คาดว่าคนคงล้นห้องจัดแสดง ตอนแรกที่อ่านข้อมูลมา ไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่จะเปิดให้ถ่ายรูปหรือไม่ เพราะครั้งหนึ่งเคยปิด ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แต่วันนี้ โชคดีมาก ได้ถ่ายรูป แถมได้ยืนดูในระยะที่เรียกได้ว่าใกล้ชิดกันเลยทีเดียว ถ้าเธอเป็นมนุษย์ เธอคงจะได้ค่าตัวไม่น้อยเลย ในแต่ละวัน กับการนั่งเฉยๆ ให้คนจากทั่วโลกมาเก็บภาพประทับใจกับเธอ







และแล้วสองสาวก็กลับมาพบกันอีกจนได้ ในห้องโมนาลิซ่า พลัดกันถ่ายรูปจนหนำใจแล้วก็พากันหลงอีกรอบ คราวนี้กล้องแบตฯหมดแล้ว ที่เหลือก็คือ มือถือ พยายามเก็บให้น้อยที่สุด เพื่อประหยัดแบตเตอร์รี่ แต่กระนั้นก็ได้มาเกือบสองร้อยรูป มีครั้งหนึ่ง เดินถ่ายรูปไปมาในห้องจัดแสดงภาพ จู่ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่ชายตัวใหญ่ เดินเข้ามายึดมือถือไปเสียเฉยๆ ไอเราก็ตกใจ ซวยแล้วไง ไหน..มีป้ายตรงไหนวะ ว่าห้ามถ่าย ก็มองหน้าเจ้าหน้าที่คนนั้น เขาก็ถามว่า มาจากญี่ปุ่นเหรอ เราก็บอกว่าเปล่า เขาก็ชี้ให้ไปนั่งที่เก้าอี้ เราก็ปฏิบัติตามโดยดี แล้วเขาก็ยกมือถือเราขึ้นมา กดชัตเตอร์ แชะ...ได้ภาพงามๆ มาอีกหนึ่งใบ! โธ่..เล่นเอาตกอกตกใจหมด เมื่อถ่ายรูปให้แล้วก็คืนมือถือให้ พลางถามว่ามาเที่ยวเหรอ มากับใคร พักที่ไหน ยูนี่น่ารักนะ สเปคฉันเลย ถ้ามาคนเดียวเดี๋ยวฉันพาไปเที่ยว เออ...เจออีกคนแล้ว นี่ขณะปฏิบัติหน้าที่นะเนี่ย กรรม! มันเป็นกันทั้งประเทศหรือวะเนี่ย กว่าจะหลบออกมาได้ ก็ต้องรีบเผ่น อย่างรวดเร็ว น่ากลัวจริงๆ เดินไปได้สักพักได้รับข้อความจากเพื่อนสาว ให้ไปเจอกันข้างหน้า โอเครู้เรื่อง ว่าแต่ ตอนนี้อยู่ส่วนไหนของมิวเซียมละเนี่ย กว่าจะหาทางออกเจอก็ใช้เวลาพอสมควร








Create Date : 22 กรกฎาคม 2553
Last Update : 3 มิถุนายน 2554 21:13:02 น. 13 comments
Counter : 428 Pageviews.

 
ปารีสสสส สวยจัง


โดย: j a r n i k วันที่: 22 กรกฎาคม 2553 เวลา:17:18:53 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ไปเที่ยวด้วยคนค่าาา คิดถึงปารีสจัง


โดย: apple.007 วันที่: 22 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:28:53 น.  

 
ช่ายแย้ว ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ หุหุ


โดย: naririn วันที่: 22 กรกฎาคม 2553 เวลา:23:14:49 น.  

 
มาเที่ยวด้วยค่ะ เวลาไปเดินLOUVREทีไร ไม่เคยเบื่อเลย


โดย: ceacar salad วันที่: 23 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:52:32 น.  

 
สวยน๊ะค๊ะแต่เสียดาวไม่ชัด


โดย: maistyle วันที่: 25 กรกฎาคม 2553 เวลา:13:58:20 น.  

 
คุงลูกจร้า..

หอไอเฟล..ฉวยยยยๆๆๆ..มั๊กๆๆ อะจร้า..

..ระวังตัวหน่อยน๊า..คุงแม่เพิ่งดูหนังฝรั่งaction เรื่อง taken ..แบบว่าลูกขออนุญาติพ่อ แม่ มาเที่ยวปารีสกะเพื่อนแย้วถูกจับตัวปายขายต่ออะ..ตื่นเต้นจิงๆ..เปงห่วงน๊า..จ๊วบ จ๊วบ..Photobucket


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 26 กรกฎาคม 2553 เวลา:15:56:21 น.  

 
รูปเอาไปแต่งและย่อขนาดมา มันเลยไม่ชัดอ่ะค่ะ ขออภัยด้วย แต่ของจริงสวยงามมากมาย


โดย: naririn วันที่: 28 กรกฎาคม 2553 เวลา:1:03:32 น.  

 
..แวะมาเยี่ยมคุงลูกห้ายหายคิดถึง..วันนี้เอาหัวใจมาฝากน๊า..Photobucket


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 28 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:52:36 น.  

 
สวัสดีครับ
มาตามไปเที่ยวปารีสด้วยคนครับ


โดย: patarapol-juri วันที่: 1 สิงหาคม 2553 เวลา:2:49:17 น.  

 
..ฮัลโหลล..วันหยุด..

คุงลูกเจียข้าวเที่ยงอะยัง..Photobucket


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 7 สิงหาคม 2553 เวลา:14:24:03 น.  

 
..คิดถึง..คุงลูกน๊า..

คุงแม่..เจ็บคอเพิ่งค่อยยังชั่ว..

..พรุ่งนี้..วันแม่แล้ว..

..ขอพลังแห่งความรัก..ของคุณแม่...จงช่วย

ปกป้องคุ้มครองให้คุงลูกประสบแต่ความ

โชคดี..มีความสุข..แย้วอย่าลืมทำความดีกะ

คุงแม่ของตะเองนะจร๊า
.Photobucket.












โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 11 สิงหาคม 2553 เวลา:22:12:01 น.  

 
..ต๊ะเอ๋.. อาคุงลูก.. วันนี้ปายหนายจร้า..

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 13 สิงหาคม 2553 เวลา:10:04:16 น.  

 
Photobucket..ม่ายปายเยี่ยมคุงแม่บ้างเยย..


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 16 สิงหาคม 2553 เวลา:20:42:16 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

naririn
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันนะคะ.....

lozocat

ข้อความและรูปภาพทั้งหมดในBlog นี้ขอสงวนลิขสิทธิ์นะคะ ไม่นำออกเผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตนะคะตัวเอง

เพลง
MusicPlaylistView Profile
Create a playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add naririn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.