If I had 9 life i would..
 
 

Australia Visa

http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H7152031/H7152031.html

ขอหนังสือรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ ไปออสเตรเลีย
ถ้าทำธุรกิจส่วนตัว ไม่ทราบไปจ้างเค้าเขียนให้ที่ไหนคะ ตามร้านรับแปลภาษาได้หรือเปล่า หรือว่า ต้องเขียนเอง (ไม่เก่งอังกฤษนะคะ) ขอบคุณคะ

จากคุณ : เสือน้อยจอมโหด - [ 29 ต.ค. 51 17:37:41 ]

ความคิดเห็นที่ 1

จ้างเรามะ อิอิ

ล้อเล่นค่ะ

ไม่ต้องไปจ้างหรอกค่ะ ห้องนี้พี่ๆ เพื่อนๆ ใจดีหลายคน แต่ว่า ให้คุณพยายามด้วยตัวคุณเองก่อน ลองร่างด้วยความเข้าใจของตัวเองมาให้ดู แล้วเดี๋ยวพี่ๆ เพื่อนๆ ก็มาช่วยแก้ไข หรือให้คำแนะนำเองแหละค่ะ

ลองดูนะ

ในblog เรามีตัวอย่าง เป็นภษาอังกฤษ แต่ไม่ได้เป็นตัวอย่างของกิจการส่วนตัว เป็นหนังสือรับรองจดหมายการทำงานจากหน้วยงาน น่าจะพอได้ไอเดียบ้างนะคะ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sassykate&date=15-03-2008&group=4&gblog=4

จากคุณ : SassyKate - [ 29 ต.ค. 51 19:03:56 ]


ความคิดเห็นที่ 2

ขอบคุณมากๆเลยคะ ภาษาไม่แข็งแรงสุดๆคะ พูดได้ แต่เขียนเรียงๆไม่ได้เลย คือ มันยากนิดนึงนะคะ เพราะว่า แฟนไม่ได้จดทะเบียนสมรส เป็นเจ้าของกิจการส่วนตัว ส่วน เราทำงานด้วยกันคะ แต่ไม่ได้ เป็นลูกจ้างประจำงี้อ่าคะ คือช่วยเค้าทำงานเฉยๆ ต้องเขียน ให้แฟนรับรองเราด้วย ส่วนมากไปเที่ยว ไปกับทัวร์ ทัวร์จะจัดการให้ นี่จะไปเยี่ยมญาตินะคะ เลย ต้องทำเองหมดเลย

ถ้าคุณ sassykate มีอะไรแนะนำรบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณคะ

จากคุณ : เสือน้อยจอมโหด - [ 29 ต.ค. 51 22:43:36 ]


_________________
ความคิดเห็นที่ 3

เอ่อ...ไม่ค่อยรู้เรื่อง เรื่อง วีซ่า ออสเตรเลียอ่ะค่ะ เคยขอครั้งนึงเมื่อหลายปีก่อน ราวๆ 5 ปีที่แล้ว แต่ไม่ผ่าน ฮา.....

จดหมายที่ว่า มันคงไม่ใช่จดหมายรับรองการทำงานแล้วล่ะค่ะ คงต้องเรียกว่าจดหมายออกค่าใช้จ่ายให้ เพราะถ้าบอกว่า

"แฟนไม่ได้จดทะเบียนสมรส ช่วยเค้าทำงานเฉยๆ" ก็แสดงว่าตอนนี้คุณไม่ได้ทำงานอะไรเลย หลักฐานก็ขจะยากนิดนึง เพราะว่า ปกติ คำว่า "แฟน" มันไม่ค่อยมีน้ำหนักนัก

แต่ก็ลองดูก็ได้ค่ะ ก็ ให้แฟนคุณ เขียนจดหมายแนะนำตัวกับสถานทูต ว่า ทำงานอะไร ถ้าเป็นเจ้าของกิจการ ก็ต้องแสดงหลักฐานไปด้วย เปิดมานานกี่ปี มีพนักงานกี่คน หลักฐานการจดทะเบียนบริษัท ไรเทือกนั้น แล้วก็บอกไปว่า ไปครั้งนี้จะไปทำอะไร และมีคุณ ซึ่งเป็นแฟน ร่วมเดินทางไปด้วย โดยเค้าจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้คุณทั้งหมด และจะไปพักที่ไหน

จากนั้นก็แนบหลักฐานต่างๆ นานา ที่แสดงว่า คุณกับเค้ามีความสัมพันธ์กันแนบแน่น มานานแค่ไหน...

บวกกับหลักฐานด้านล่าง ที่ดิฉันลองไปค้นมาแล้วเจอแบบฟอร์มใบสมัคร (แต่ไม่รู้ปัจจุบันหรือป่าวนะคะ)
จากเว็บนี้อ่ะค่ะ
http://www.immi.gov.au/allforms/foreign/48rtha.pdf
ลองCapture มาตอนนึง

คือ ที่บอกว่า ท่านอื่นๆ ในห้องนี้จะช่วยเรื่องแปล หมายถึงว่า คุณต้องร่างมาก่อนน่ะคะ ว่าจดหมายว่ายังไง บอกแค่นี้ มันยากนะคะ

ลองร่างเป็นภาษาไทย แล้วก็พยายามเขียนเป็นภาษาอังกฤษตามความเข้าใจของคุณอ่ะค่ะ

แต่ถ้าจำไม่ผิด สมัยก่อน เพื่อนเราใช้จดหมายรับรองเป็นสปอนเซอร์ของน้า เป็นภาษาไทยนะคะ ก็ผ่านนะคะ

อันนี้ไม่ทราบจริงๆ ลองโทรไปถามสถานทูตว่า เอกสารอื่นๆ ต้องแปลมั้ย ถ้าไม่แปล เราเขียนจดหมายสปอนเซอร์เป็นภาษาไทยได้มั้ย

ถ้าได้จะได้ไม่ต้องแปล





_____________
ความคิดเห็นที่ 5

หนังสือรับรองการทำงาน หรือจดหมายใดๆ ที่ใช้ประกอบสำหรับยื่นขอวีซ่าออสเตรเลียที่สถานทูตออสเตรเลียกรุงเทพ (ผ่านทาง VFS) สามารถใช้เป็นภาษาไทยได้ครับ ดังนั้นจดหมายที่แฟนคุณเขียนถึงสถานทูตก็ร่ายเป็นภาษาไทยได้เลย ไม่ต้องไปเสียเงินจ้างเค้าแปลครับ

จากคุณ : ดอส - [ 30 ต.ค. 51 02:22:48 ]

______________

ความคิดเห็นที่ 7

เข้ามายืนยันอีกคนค่ะว่า จดหมายรับรองการทำงานหรือาชีพสามารถใช้ภาษาไทยยื่นวีซ่าได้ค่ะ เพราะว่าเราก็ใช้ยื่นมาแล้วและก็ผ่านค่ะ คือเราโทรไปถามที่เอเจนซี่ของสถานทูตก่อนค่ะว่าจะใช้เป็นภาษไทยได้ไหม เขาบอกได้ค่ะ

จากคุณ : hexe_lovely - [ 1 พ.ย. 51 00:07:57 ]





 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2551   
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2551 21:37:45 น.   
Counter : 2564 Pageviews.  


วีซ่า ไต้หวัน

http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H7138758/H7138758.html

มีคนตั้งกระทู้ถามว่า

จะเดินทางไปไต้หวันครับ ได้ค้นหาข้อมูลวีซ่าไต้หวัน มีบอกว่า คนที่มีหรือเคยได้วีซ่าอเมริกา,ญี่ปุ่น,แชงเกน,ออสเตรเลีย และอีกบางประเทศ ไม่ต้องยื่น statement หรือหลักฐานการเงินเหรอครับ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ใครไปขอยังมีข้อยกเว้นนี้อยู่หรือไม่ แล้วค่าวีซ่ายังอยู่ที่ 1,800 บาทรึปล่าวครับ


เลยไปกูเกิ้ลมา เจอรีวิวของท่านนึง ได้แบบนี้

...เห็นพักนี้มีรีวิวไต้หวันเยอะมาก ก็เลยขอตามกระแสหน่อยครับ ถือว่าเอาข้อมูลมาแชร์กันแล้วกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ....

สำหรับไต้หวันไม่มีสถานฑูตในไทยนะครับ สาเหตุจากปัญหาทางการเมืองระหว่างไต้หวันกับจีน
ถ้าประเทศใดอยากมีความสัมพันธ์ทางการฑูตกับจีน ต้องถือว่าไต้หวัน (รวมถึงทิเบตด้วย) เป็นมลฑลหนึ่งของจีนครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยที่จีนมีความสำคัญทางเศรษฐกิจกับเราอย่างมากก็เลยจำต้องยึดหลักการนี้ด้วยครับ

ดังนั้นการทำวีซ่า (หรือการติดต่อกับรัฐบาลไต้หวัน) ต้องทำผ่านสำนักงานตัวแทนของไต้หวันในประเทศเรา ที่มีชื่อเก๋ๆว่า "สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย (Taipei Economic and Cultural Office in Thailand)"

ตั้งอยู่ที่ ชั้น 20 เอ็มไพร์ทาวเวอร์ 195 ถ.สาทรใต้ กทม. 10120
โทรศัพท์ 0-2670-0228, 0-2670-0200-9
โทรสาร 0-2670-0229
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 09.00-16.00 น.
แผนกวีซ่า เปิดทำการ จันทร์- ศุกร์ 9.00-12.00 น.

หลักฐานที่ใช้สำหรับการขอวีซ่า
1. พาสปอร์ตที่มีอายุการใช้งานเหลืออยู่ อย่างน้อย 60 วัน นับจากวันที่เดินทางกลับจากไต้หวัน
2.รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป (พื้นหลังสีอะไรก็ได้ .. รูปถ่ายผมพื้นหลังสีทึบเค้ายังให้ผ่านเลยครับ)
3.หลักฐานทางการเงิน สมุดเงินฝาก(สำเนา+ตัวจริง) หรือเอกสารรับรองทางการเงินจากธนาคาร
4.หลักฐานทางการทำงาน สลิปเงินเดือน และหนังสือรับรองการทำงาน
5.บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ตัวจริงและสำเนา (สำหรับตัวจริงเค้าจะคืนให้หลังจากตรวจสอบสำเนาแล้ว)
6.ค่าธรรมเนียม
- Single 1,500 บาท (ที่ผมไปขอได้มา 14 วันครับ อายุวีซ่า 3 เดือน-ต้องเข้าไต้หวันภายใน 90 วันหลังจากได้วีซ่าแล้ว)
- Multiple 3,000 บาท
- ถ้ายื่นแบบ Group Visitor Visa 750 บาท
- มีแบบ Resident ด้วย Single 2,800 บาท และ Multiple 3,800 บาท (ไม่ทราบรายละเอียดครับ)
7.Application Form ไปรับที่สำนักงานได้เลยครับ ที่สำนักงานมีตัวอย่างการกรอก/รายละเอียดติดไว้ที่บอร์ดข้างหน้าครับ หรือไปโหลดที่
http://www.boca.gov.tw/lp.asp?ctNode=92&CtUnit=58&BaseDSD=7&mp=2

หมายเหตุ สำหรับช่องที่ให้กรอกที่อยู่ในไต้หวันให้กรอกไปก่อนได้เลยนะครับ ไม่ต้องจองโรงแรมก่อน

ล่าสุดรู้สึกว่าราคาวีซ่าประเภท SINGLE จะขึ้นเป็น 1,800 บาทแล้ว ครับ

ที่มา http://209.85.175.104/search?q=cache:R5MTwkyqZEYJ:www.hflight.net/forum/m-1180270090/+%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99&hl=th&ct=clnk&cd=1&gl=th
ผู้โพสต์ : nathann
โพสต์เมื่อ May 27, 2007, 7:48pm


ได้เรื่องยังไง ทำแบบไหน มาบอกด้วยนะคะ เพราะว่า คิดว่าจะไปขอเหมือนกัน ขอให้โชคดีค่ะ

จากคุณ : SassyKate - [ 27 ต.ค. 51 12:07:59 ]
_________

ความคิดเห็นที่ 2

อันนี้ ค้นมาจากกูเกิล หน้าเว็บของ Embassy Of Taiwan
http://www.boca.gov.tw/ct.asp?xItem=1462&ctNode=93&mp=2

What documents are required when applying for a visa to enter the Republic of China (Taiwan)?
1. A passport with validity for at least six months.

*The passport must not be noted “Prohibited from entering the Republic of China”.

2. A properly completed visa application form.

* The form can be obtained free of charge from ROC embassies, consulates or representative offices, as well as from the Bureau of Consular Affairs (BOCA) and the Central, Southern, Eastern branch offices of the Ministry of Foreign Affairs.

* The form can also be downloaded from BOCA’s Web site.

* The applicant must sign the form to confirm the truthfulness of the form’s contents.

3. Two photographs

*The photographs must be 2"x2" in size.

*The photographs must be taken within the last six months.

*The photographs must be in color, and must be taken against an off-white backgtound.


4. Other supporting documents according to the applicants' visit purpose.

จากคุณ : SassyKate - [ 27 ต.ค. 51 12:09:45 ]

___________________

ความคิดเห็นที่ 3

Enforcement Rules for the Issuance of ROC Visas to Foreign-Passport Holders

คลิกที่นี่ค่ะ http://www.boca.gov.tw/ct.asp?xItem=1306&CtNode=111&mp=2
Standard Fee Rates for ROC Visas in Foreign Passports

Article 2
The Ministry of Foreign Affairs (hereinafter referred to as the “Ministry”) and overseas missions of the Republic of China (hereinafter referred to as “ROC overseas missions”) shall collect the following fees when handling visas:


1. Visa fees
2. Special handling fees
3. Postage and telegram charges.

The aforementioned fees, the amounts for which are set out in Articles 3, 4 and 5 below, shall be paid according to where the visa application is submitted and in the currency specified as follows:
1. Visa fees for applications made in Taiwan shall be paid in New Taiwan dollars (hereinafter referred to as “NT dollars”).
2. Visa fees for applications made at ports of entry in Taiwan shall be paid in NT or US dollars.
3. Visa fees for applications made outside of Taiwan (hereinafter referred to as
“overseas”) shall be paid in US dollars. If payment is made in a local currency, the amount payable shall be calculated by ROC overseas missions to be the equivalent of the stipulated US-dollar amount, and submitted to the Ministry for prior approval.

Article 3


Fees are categorized into visitor visa fees and resident visa fees. The rates are as follows:
1. Single Entry Visitor Visa: NT$1,600 per application made in Taiwan; US$50 per application made overseas.
2. Multiple Entry Visitor Visa: NT$3,200 per application made in Taiwan; US$100 per application made overseas.
3. Single Entry Resident Visa: NT$2,200 per application made in Taiwan; US$66 per application made overseas.
4. Multiple Entry Resident Visa: NT$4,400 per application made in Taiwan; US$132 per application made overseas.


Article 4

Special handling fees shall apply as follows:
1. An additional charge of NT$800 or US$24 shall apply to visa applications made on arrival at ports of entry in Taiwan.
2. An additional 50% surcharge on rates as stipulated according to the different visa types in Article 3 shall apply to rush handling. However, if the request for rush handling is made in response to an emergency or to fulfill official duties, the applicant may be exempted from the additional charge.
3. An additional charge of NT$800 or US$24 shall apply to applications made in Taiwan by holders of a visitor visa who wish to reapply for a different type of visitor visa or a resident visa.
4. Visa applications made by passport-holders from countries that charge a special handling fee to holders of a Taiwan passport shall be charged the equivalent additional amount for each visa application.


The rush handling mentioned in Item 2 above refers to the Ministry or ROC overseas missions , in consideration of the urgency of the situation, either dispatching specially-assigned personnel to immediately process applications or issuing a visa earlier than the standard processing time.

ที่มา http://www.boca.gov.tw/ct.asp?xItem=1307&CtNode=112&mp=2

เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อที่ทำงาน ถือวีซ่าเมกา 10 ปี จะไปไต้หวันก็ยังต้องขอวีซ่านะคะ และยื่นเสตทเม้นอยู่นะ เราว่าไม่น่าจะเกี่ยวนะคะ เพียงแต่อาจจะไม่ได้ขอยากเหมือนประเทศทางแถบยุโรป หรือ เมกา
แก้ไขเมื่อ 27 ต.ค. 51 14:04:12

จากคุณ : SassyKate - [ 27 ต.ค. 51 12:13:15 ]

________________
ความคิดเห็นที่ 4

ขอบคุณ SassyKate คุณ ที่ไป search มาให้

ผมเองก็ได้เข้าไปทำการบ้าน search ดูข้อมูลต่างๆ มาแล้วครับ ส่วนมากก็บอกแต่ว่าเอกสารอะไร ยิ่งเวบไซต์ของสำนักงานเศรษฐกิจ (หรือสถานฑูตไต้หวันในไทย) ก็บอกแต่ว่าใช้เอกสารอะไร ไม่ได้บอกถึงข้อยกเว้นตรงนี้ เพราะเหมือนเวบนี้ทำให้กับคนที่จะขอวีซ่าไต้หวันทั่วโลก ไม่ใช่สำหรับประเทศไทย

วันนี้ผมโทรไปสอบโดยตรงกับทางสถานฑูตมาแล้วครับ ก็คือสรุปแล้ว ถ้าคนมีวีซ่าอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แชงเก้น และมีอีกสองสามประเทศ "ไม่ต้องยื่นหลักฐานทางการเงิน" ประกอบนะครับ

ผมเลยดีใจครับ ไมต้องไป update bookbank ต่างๆ เพราะมีวีซ่าของประเทศต่างๆ ที่เค้าแจ้งมาทั้งหมด

จากคุณ : klomban - [ 27 ต.ค. 51 22:16:58 ]







 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2551   
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2551 21:21:01 น.   
Counter : 2949 Pageviews.  


UK Visa ที่ อิตาลี

http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H7159589/H7159589.html

มีคนมาตั้งกระทู้ถามว่า เรียนที่อิตาลีแล้วจะขอวีซ่าไปอังกฤษได้ยังไง กูไปกูเกิ้ลมาแล้วเจอมาแบบนี้ เอามาแปะไว้ใน Blog เผื่อมีประโยชน์กับใครๆ


ที่มา: http://ukinitaly.fco.gov.uk/en/visas/

How to apply for a UK visa in Italy

Where can I get information?
UK Border Agency and the British Embassy Rome work in partnership with a commercial organisation: Worldbridge Service. You can find out whether you need a visa and how to apply through the Worldbridge Service's website: http://www.visainfoservices.com.

Worldbridge Service also provides information through an e-mail and telephone enquiry service: if you are calling from within Italy, you can get information about how to obtain a visa by calling WorldBridge’s user pay phone service at 899 755 736. Trained agents will provide you with visa application information. There is a fee of 2 Euro per minute to make this call.

You can also use the pay phone service at +39 02 4070 8218. Trained agents will provide you with visa application information. There is a fee equivalent to US$14 to make this call. You can only pay for the service (using a secure, automated system) with a credit or debit card with the Visa, MasterCard or Maestro logo. All the information provided is supplied and approved by UK Border Agency. Please note that Visa enquiries sent by email to other Sections of the Embassy will not receive a reply.


Do I have to pay?
Website and e-mail information is free of charge but there is a charge for using the telephone service.

Where can I get advice?
Worldbridge Service and its staff cannot give you advice on how to complete your application, or what type of visa you should apply for. If you need help with your application or advice about the UK's immigration rules and requirements, you should seek advice from a qualified immigration adviser. In the UK these are immigration advisers regulated by the Office of the Immigration Services Commissioner (OISC) or legally qualified professionals regulated by designated professional bodies. Their websites are:

Law Society of England and Wales
Law Society of Scotland
Law Society of Northern Ireland
Institute of Legal Executives

How do I submit my application?
Worldbridge Service manages a Visa Application Centres in Rome where you should submit your application and your biometric fingerscans.

Who decides whether I will get a visa?
Your visa application will be processed and decided by UK Border Agency staff. Neither Worldbridge Service, nor any of its staff play any part in, nor can they influence the outcome of your visa application. If any member of staff employed by Worldbridge Service claim to be able to influence your application you should inform the British Embassy as soon as possible.

จากคุณ : SassyKate - [ วันฮาโลวีน 18:12:30 ]




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2551   
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2551 21:28:06 น.   
Counter : 226 Pageviews.  


China Visa

หลังจากตัดสินใจว่าจะไปหายอดชายอันเป็นที่รักที่เซี่ยงไฮ้ แบบปุบปับ Smiley ก็มีเวลาแค่ 5 วัน เพื่อการเคลียร์งานและการซื้อตั๋วเครื่องบินและทำวีซ่า ดีที่ว่า วีซ่าจีนไม่ซีเรียสหรือยุ่งยาก น่ากลัว น่าลำบากใจ เหมือนกับหลายประเทศที่คนไทยหลายคนสยองและหวาดผวา เมื่อคิดว่าอยากจะไปเที่ยวแต่ต้องขอวีซ่าให้ได้เสียก่อน...


แต่เดิมปกติการณ์ วีซ่าจีนไม่ต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน หรือ Statement Book Bank ที่เราๆ ท่านๆ รู้จักนั่นเอง, ไม่ต้องแสดงหลักฐานการทำงาน เพื่อยืนยันว่าชั้นจะกลับมาแน่นอน ไม่ต้องแสดงหลักฐานตั๋วเครื่องบินเพื่อบอกว่าชั้นจะไปวันไหนและกลับวันไหน และสุดท้าย ไม่ต้องแสดงแม้กระทั่งหลักฐานว่าชั้นจะไปพักหรือซุกหัวนอนที่ไหน ... ถือแค่ พาสปอร์ต กับรูป 1 ใบ เดินดุ่ยๆ ไปกรอกใบสมัครที่นั่น หรือจะโหลดมากรอกที่บ้านแล้วถือไปวันไปยื่นเลยก็ได้


แต่การณ์ไม่ปกติคราวนี้ก็เนื่องจากว่า ในระหว่าง วันที่ แปด เดือนแปด ปี สองพันแปด ที่ว่านั้น จีน เป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาโอลิมปิก Beijing Game, One World One Dream... ทำให้ต้องเข้มงวดเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย คนเข้า คนออก ก็ต้องมีรายละเอียดมากขึ้น ดังนั้นหลักฐานข้างบนที่ว่าแล้วพูดกันว่าไม่ต้อง ไม่ต้อง มาในวันนี้ เลยต้องนำไปแสดงเพื่อให้ได้รับวีซ่าด้วยSmiley


หลักฐานการไปยื่นขอวีซ่าในระหว่างนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน (จนท. เค้าบอกว่างั้น) ให้เตรียมดังนี้


1. พาสปอร์ตตัวจริง ที่มีอายุการใช้งานเหลือมากกว่า หกเดือน


2. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว หรือ สองนิ้วก็ได้ เพื่อติดในใบสมัคร


3. ใบจองตั๋วเครื่องบิน


4. ใบจองโรงแรม หรือหลักฐานแสดงที่พักพิงในระหว่างที่ไปเที่ยว


5. ใบสมัครที่กรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว โหลดจากหน้านี้ http://www.chinaembassy.or.th/eng/lsfw/qzxk/default.htm


6. เงินค่าสมัคร โดยปกติจะมีหลายแบบ หลายเรท ขึ้นอยู่กับว่า ด่วนไม่ด่วน และประเภทไหน แต่ในช่วงนี้ ทางสถานทูตจีนจะให้วีซ่าประเภทเดียวเท่านั้นคือ Single Entry แบบ 1 เดือน และ อยู่ได้นาน 30 วัน มีอายุ 3 เดือนนับแต่วันได้รับวีซ่า หากต้องการวีซ่าแบบอื่นๆ เช่น Double entry, Multiple Entry แบบหกเดือน หรือ 1 ปี ให้มายื่นใหม่หลังเดือนกันยา...


รายละเอียดเพิ่มเติมแบบต่างๆ ก็อ่านเพิ่มจากลิงค์นี้ http://www.chinaembassy.or.th/eng/lsfw/qzxk/t164568.htm


SassyKate ก็เตรียมหลักฐานตามลิสต์ข้างบน โดยแพลนคือ จะเดินทางคืนวันที่ 16 และกลับวันที่ 24 ส.ค. แต่วันที่ตัดสินใจคือวันที่ 12!!! ดังนั้นมีเวลาอยู่ไม่กี่วันที่จะดำเนินการทุกอย่าง ในเรื่องต่างๆ อาทิ ตั๋วเครื่องบิน, วีซ่า และเคลียร์งาน เพื่อจะได้ไปแบบไม่มีห่วง


มีหลายคนสงสัยว่า ไม่มีใบจองโรงแรมได้มั้ย คำตอบคือได้ แต่ต้องมีหลักฐานแสดงให้เค้าเห็นว่า เราจะพักที่ไหน โดย เคสของ SassyKate คือ นัดไปเจอยอดชายนายตาหวานแต่จะไปพักกับเพื่อนรุ่นพี่ก่อน แล้วเมื่อยอดชายเสร็จจากงานก็จะแวะมารับเพื่อพาเข้าห้องหอ เอ้ย เข้าโรงแรมที่พำนักอันเป็นส่วนตัว ในลำดับต่อไป Smiley


แต่กันเหนียว เราก็เตรียมจดหมายรับรองจากที่ทำงานและนามบัตรของเราไปด้วย พร้อมกับปริ๊นอีเมล์ที่คุยกับพี่สาวแนบไปด้วย


ก๊อปอีเมล์ที่เรายื่นแทนใบจองโรงแรม มาให้ดูเป็นไอเดียค่ะ
--------------------------
พี่เราเขียนว่า...



ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะน้าเก๋ที่รัก


พี่ คิดว่า ถ้าเก๋ search Jasmin Garden Hongqiao ก็พรินต์ที่อยู่กับแผนที่ออกมาได้เลยถ้าเห็นแผนที่เซี่ยงไฮ้ จะอยู่มาทางสนามบิน หงเฉียว ตรงข้ามกับ แมริออทหงเฉียว โอเทลเลยค่ะ พริ้นเป็นภาษาจีนนะคะไว้ให้แทกซี่ อังกฤษไว้ให้ตัวเอง ลงจากรถไฟ คาดว่าในเมืองเหมือนสุขุมวิท มานนทบุรี เค้าจะพาขึ้นทางด่วน ไม่ต้องเสียอะไรรถไฟ ประมาณ 45 แทกซี่ประมาณ 25 หยวน

ถ้าเรียกรถจากสนามบินปูดองเลย จะประมาณร้อยกว่า ก็กะเอาว่าจะเลือกทางไหนนะคะแทกซี่ปลอดภัย ไม่โกง ไม่น่ากลัว และมักจะอ่านแผนที่แม่น เริ่มต้นที่ 11ค่ะถ้ามาทางด่วนลงที่ exit Hong Xu เอาไว้ดูเวลาแทกซี่ขับ โดยไม่ต้องอธิบายให้เหนื่อย เค้ารุ้ค่ะเวลาลงพอถึงถนนที่มี ต้นไม้เยอะ ๆ ไฮโซหน่อยก็จะเป็นหงเฉียวพอเห็น ก่อสร้างกลางถนน เค้ากำลังทำสถานีรถไฟใต้ดิน จะเป็นไฟแดง หยักขวา จะเป็นรั้วหมู่บ้านพี่เค้าทำเป็นสีฟ้าแอ๋น ทางเข้าจะหยักขวาสุดก่อสร้างนั่นล่ะค่ะประตูโรมันสีขาว ทีนี้ จะเห็นแมริออท คล้าย ๆ เวิร์ลเทรดสมัยก่อน ตึกไม่สูงสีแดง ๆ ใหญ่ ๆ อยู่ฝั่งตรงข้าม

ดังนั้น เก๋จะแน่ใจได้ว่า จัสมินเลี้ยวขวาถ้าจะเข้ามาเลยก็ได้ หรือจะไปยูเทิน ลงที่แมริออทก็ได้ พี่อยากไปรับแต่เช้ามาก ๆ ...คุณโจบอก แหมถ้าโสดจะไปรับหรอก เหอ ๆ พูดเล่นน้าพี่ไม่เคยไปแอร์พอร์ตอีกเลยค่ะ ตั้งแต่มาถึง เล่นอยุ่กับลูก ไม่ได้ไปไกล ถ้าไปรับคงต้องออกตัวแต่ตีห้าครึ่งและน้าเก๋เก่ง คงขึ้นรถไฟได้ล่ะ หรือเรียกแทกซี่ยาวมาเลย จ่ายสองเท่าแต่ไม่เหนื่อยลากกระเป๋า เช้าวันอาทิตย์รถคงไม่ติดนึกออกมั้ย เซี่ยงไฮ้ก็เหมือนกรุงเทพฯ แหละค่ะ เหมือนสุวรรภูมิ ข้ามมานนทบุรีงัย

ที่อยู่นะ ..............จากทางเข้าเลี้ยวขวาแรกHong qiao Rd. /ตัดกับ Hong Mei Lu(Road)Shanghai

โทร....................... หาหนังสือ เที่ยวเซี่ยงไฮ้ด้วยตนเอง ของสำนักพิมพ์วงกลม ติดตัวมาด้วยจะมีประโยชน์มากเลยค่ะเอาชุดว่ายน้ำ หมวก แว่นกันแดด แต่งตัวซัมเมอร์สุด ๆ ร้อนสายเดี่ยว ขาสั้น ผ้าใบ เดินกระจายแบบนั้นนะแลกเงินมาจากเมืองไทยดี ที่หลังการบินไทย ได้เรทดีนะคะ ประมาณ หยวนละ 4.8 เอาล่ะ

ขอให้โชคดี อ้อ ..อย่าลืมกล้องไว้ถ่ายรูปพุชายล่ะ หุหุ

............................................
อันนี้เมล์ที่เราถามไปหาเค้า.....

พี่ปุ่นคะ เมื่อเช้าตอนแชทกัน เก๋จดเบอร์โทรกับ มือถือพี่ไม่ทัน เน็ตมันหลุด ข้อความมันเลยไม่เซฟ รบกวนขอเบอร์โทรใหม่อีกครั้งด้วยนะคะ เอาเบอร์โทรที่บ้าน กทม. ด้วย จะได้โทรถามว่า จะฝากอะไรหรือป่าว ตกลงว่า เก๋จะออกเดินทางวันเสาร์กลางคืน ก็คือวันที่ 16 แต่ในตั๋ว มันจะเป็นวันที่ 17 8> >

ตอนนี้ที่ราคาโอเคหน่อยก็มี China Eastern Airline 18840
> > กำหนดการคือ จะไปถึงที่นั่นตอนเช้าวันอาทิตย์ที่ 17 ประมาณ 7 โมง แล้วจะโทรหาพี่นะคะว่าจะไปหาพี่ยังไง
> > แล้วก็ เก๋จะบินกลับ กทม. วันอาทิตย์ที่ 24 ตอนสามทุ่ม
> > > และวันที่ 14 เก๋จะคอนเฟิมพี่อีกครั้งหลังจากที่คุยกับเพื่อนแล้วว่าจะได้เจอเค้าวันไหน แต่ที่แน่ๆ ก็คือ จะไปขอรบกวนพักด้วยคืนวันอาทิตย์และก็อยู่ไปจนกว่าเพื่อนจะมารับอ่ะค่ะ
> > หวังว่าคุณโจ คงไม่ว่านะคะ
> > คิดถึงทุกคนค่ะ>


และในในสมัคร Section 4 / Your contact information ข้อ 4.7-4.10 ก็ใส่รายละเอียดของพี่สาวไปให้ครบ


ไปก็ไม่ต้องแต่เช้าหรอกค่ะเพราะถ้าไปรอให้เค้าเปิดประตูคนจะเยอะมาก เราไปถึงราวๆ 10 โมง ก็สบาย กดบัตรคิว รอคิวประมาณ ร้อยกว่าคน แต่ใช้เวลารอเรียกประมาณ 40 นาที พอถึงคิวตัวเองต้องคอยมองหน้าปัดเลขคิวจากเคาน์เตอร์ต่างๆ เพราะว่าเค้าจะไม่มีเสียงประกาศ


พอถึงคิวตัวเองก็เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ แล้วยื่นเอกสารทั้งหมดให้ จนท. ในเคสของเรา จนท. อ่านเอกสารทุกอย่างที่เรายื่นไปอย่างละเอียด โดยเฉพาะอีเมล์จากพี่สาว อ่านไปแล้วเค้าก็ขำ ยิ้มๆ แล้วถามว่า พี่ทำอะไรที่นั่น แล้วก็ชวนคุยเรื่องบริษัทของเราว่าเป็นหน่วยงานอะไร เพราะเห็นเคยออกทีวีบ่อยๆ แต่ไม่ได้ซีเรียสอะไร สุดท้ายก็ถามว่า จะรับวันไหน เพราะราคาจะแตกต่างกันไป คือ


แบบ 4 วัน ทำการ ยื่นวันนี้ นับไปอีก 3 วันทำการ จ่าย 1000 บาท


แบบ 2-3 วันทำการ ยื่นวันนี้ พรุ่งนี้เช้า (วันทำการ) มารับ จ่าย 1800 บาท


แบบ ด่วน 1 วันทำการ ยื่นเช้ามารับบ่าย จ่าย 2200 บาท


ของเราเอาแบบด่วนเลย เพราะเราไปยื่นวันพฤหัส ที่ 14 และต้องออกตั๋วก่อนเที่ยง วันที่ 15 ขี้เกียจไปๆ กลับๆ เลยจ่ายแพงสุดไปเลย...Smiley


พอเค้าถามว่าจะมารับวันไหน และบอกคำตอบไป จนท. จะเขียนใบรับตัวเล่มให้ เราก็นำตัวเล่มนั้นมาจ่ายเงินในวันที่ไปรับเล่ม แต่ก่อนจะไปเราก็ถามให้แน่ใจว่า ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ยคะ จนท. ตอบว่า ไม่มีค่ะ เราคิดว่าหากไม่ให้วีซ่า เค้าคงไม่รับเอกสารและพาสปอร์ตเราไว้มั้ง..


เคยได้ยินมาว่า ทุกคนก็น่าจะผ่านหมด ยกเว้น กระเทย จีนจะไม่อนุญาตให้เข้าประเทศอ่ะค่ะ


พอถึงเวลาบ่ายสาม เราก็ไปรับตัวเล่ม ขั้นตอนการรับเล่มคือ ไปเข้าแถวรอจ่ายเงิน หลังจากนั้นจะได้ใบเสร็จเล็กๆ มา 1 ใบ นำใบเสร็จไปยื่นช่องรับตัวเล่ม ก็เรียบร้อยจ้า...


เฮ้อ ในที่สุดก็เรียบร้อย...แต่ยังไม่มีจัดกระเป๋า และค้นข้อมูลเลย ไม่มีแพลนอะไรในหัวซักอย่าง ฮ่าๆๆๆ รู้แต่ว่า ช้านจาปายยยยยSmiley






แต่ถ้าใครหลงเข้ามาอ่านของเราแล้วยังไม่เข้าใจ ก็ คลิกไปอ่านเพิ่มเติมที่ลิงค์นี้นะคะ เจ้าของ Blog เขียนไว้ค่อนข้างละเอียด ค่ะ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=gorgeous-memory&month=04-2006&date=02&group=1&gblog=5




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551   
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 20:47:14 น.   
Counter : 258 Pageviews.  


UK Visa ตอนที่ 1 เตรียมตัว

ในที่สุด เยสสสสสส ได้มาแร้ววว แว้วววว UK Visa Visitor 6 เดือน Multiple

ดีจายยย สองสามวันมานี่มีเรื่องให้ดีใจหลายเรื่อง อิอิ

ไหนๆ ก็ได้มาแระ หลังจากบากบั่นทำงานหนักในเวลากลางวัน และอยู่ดึกๆ ดื่นๆ เพื่อย่องเบาเตรียมข้อมูลไปขอวีซ่า ทำไปทำมา ใช้เวลาเกือบเดือน นับแต่ได้รับการยั่วยวน เอ๊ยเชิญชวนจากยอดชายอันเป็นที่รักว่าจะพาไปลอนดอน...ก็มาตอบแทนบุญคุณพันทิพ ด้วยการเขียนเรื่องเล่าเพื่อเป็นข้อมูลกับคนที่สนใจจะไป โดยไม่ต้องง้อทัวร์หรือพึ่งเอเยนต์เพื่อขอวีซ่า...

เราก็วางแผนไปเยอะ คิดไปคิดมาหลายตลบ หาความเป็นไปได้ แล้วก็เริ่มลงมือ

1. ศึกษาว่าจะ ขอวีซ่าแบบไหน น่าจะมีโอกาสผ่าน (มีสปอนเซอร์ หรือรับผิดชอบตัวเอง)
2. พอเลือกได้แล้วว่าจะขอแบบไหน ก็มาดูว่ามีเงินเท่าไหร่ จึงจะดูสมเนื้อสมน้ำ กับประเภทวีซ่าที่ขอ
3. ทำแผนการท่องเที่ยว
4. จองที่พัก
5. จองตั๋วเพื่อการเดินทาง รถเมล์ รถไฟ ใต้ดิน บนดิน เรือบิน ศึกษาดูให้หมด
6. เตรียมเอกสารจากที่ทำงาน จดหมายยืนยันการไปและกลับมา
7. ไปยื่นวีซ่าโลด

-------------------------------------
1. ศึกษาว่าจะขอวีซ่าแบบไหน

สาเหตุที่ต้องศึกษาเพราะเราจะได้รู้ว่า ราควรจะเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
คนส่วนมากมักจะกังวลกับการขอไปเที่ยว แต่มีเงินน้อยมากในบัญชี หรือมีไม่เคยมีเงินมาก่อน เลยคิดจะใชวิธีไปท่องเที่ยวโดยมีสปอนเซอร์...

ประเทศอื่นไม่รู้ รู้แต่ UK ไม่น่ากังวล เพราะถ้ามีงานประจำที่แสดงให้เค้าเห็นว่า มันมั่นคง และเราจะกลับมาทำงานแน่ๆ....

ได้อะไรมากมายจากการอ่านพันทิพ พบว่า ส่วนมากวีซ่า UK ท่องเที่ยวไม่ยาก คนที่มาโพสต์ว่าไม่ผ่านส่วนมากจะขอแบบไปเรียน ซึ่งอันนั้นเรื่องเงินเป็นหลัก

ตอนแรกเราก็คิดว่าจะขอแบบให้เพื่อนชายรับรองดีมั้ย แต่มาคิดไปคิดมา อ่านไปอ่านมา เอ้ย ลองดูซักตั้ง เอาตัวเอง เอาหน้าสวยๆ เป็นประกัน ฮา ให้มันรู้ไปว่า อายุปูนนี้แล้วจะไม่ผ่าน

พอติดสินใจได้ดังนั้น (จริงๆ มีแผนสองคือ ถ้าขอเองไม่ผ่าน จึงจะทำเรื่องขอใหม่ด้วยการไปหาสปอนเซอร์มา แน๊...เห็นมั้ยทุกอย่างต้องเตรียมการ....)

2. มีเงินเท่าไหร่

พอตัดสินใจได้ว่าจะขอเอง เราก็เริ่มเลย วางแผนว่า ขอเองแบบไหน
- แบบไปกับทัวร์
- แบบไปเอง หรือ แบกเป้ นั่นเอง

เงินแค่นี่ แต่อยากไปหลายวัน ไปเองแบบแบกเป้ดีกว่านะเราพอคิดดังนั้น ก็เตรียมการว่า ไปแบบแบกเป้ ต้องทำไรบ้าง แล้วก็เริ่มขบวนการปั่นบัญชี ด้วยการบังคับขู่เข็ญเพื่อนชายโอนเงินมาให้ฉันซะดีๆ ถ้าอยากมีอนาคตร่วมกัน เพื่อนชายก็ว่านอนสอนง่าย จะโอนทันที 2 แสน OMG เราบอกไม่ต้อง ทั้งๆ ที่เสียดาย(กะฮุบ) จำใจกัดลิ้นตัวเองบอกไปว่า เอาธรรมดาไม่หวือหวา แค่หกหมื่นก็พอ (คิดคำนวณแล้ว 1000 ปอนด์สำหรับโชว์สถานทูตว่าไปแบบแบกเป้ 2 อาทิตย์เท่านี้ก็พอ)

3. วางแผนท่องเที่ยว

- หาข้อมูลที่ที่อยากจะไปดู ไปชม ไปจับ ไปสัมผัส...ทั้งหมดทั้งมวลจากอินเตอร์เน็ตนั่นแล...แล้วปริ๊นออกมา ปริ๊นๆๆๆ (กระดาษออฟฟิศ)
รวบรวมไว้
- ศึกษาเส้นทางว่าไอ้ที่เราจะไปมันอยู่ตรงไหน Zonning นั่นเอง http://www.tfl.gov.uk/
- เริ่มเขียน Itineray ว่าแต่ละวันจะไปไหนบ้าง เดินทางยังไง ใช้เงินเท่าไหร่
- อีเมล์ติดต่อไปขอดูงานในตัวด้วยซะเลย ไหนๆ ก็ไหนๆ แระ เลือดบรรณารักษ์มันแรง
- แล้วร่างคร่าวๆ ว่า 15 วันที่จะไป เราจะไปไหนบ้าง โดยแอบเก็บงำเรื่องไปกะผู้ชายไว้ไม่ให้สถานทูตรู้ อิอิ ก็ไปคนเดียวเจงๆๆ (ตอนกลางวัน) พอกลางคืนเค้าเลิกงานเราก็ไม่รู้นี่ว่าเค้าจะพาไปไหน หนูไม่รู้จริงๆๆๆ

จนแล้วจนรอด เราก็ทำ Itinerary สำเร็จ

London-Bath-Cardiff-Edinburgh-Manchester-London
6-20 April 2008


หลังจากนั้น ก็...

ข้อ 4 เรื่องที่พัก


- กาลนี้ขอเลือก Youth hostels จากเว็บ http://www.hotstelsweb.com และอ่านรีวิวจากเว็บ http://www.hostelz.com แล้วก็เลือกดูความน่าจะเป็นว่าอันไหนน่าจะพักได้ ให้ปลอดภัย ผลจากการค้นคว้าครั้งนี้ได้ความรู้เยอะมาก ว่า youth hoste ราคาไม่แพงเลย แต่นอนรวมกัน บางห้องก็หญิงล้วน ชายล้วน แต่ที่น่าสนใจคือ "รวม" เราก็เลือกไปหลายอัน หวังว่า... เตียง 2 ชั้นบ้าง 3 ชั้นบ้าง ห้องนึง มี 14 คนก็มี 18 คนก็มี แต่พวกไหน private นั่นต้องจ่ายต่อหัวต่อห้องไปเรย ดูดีๆๆ

พอเลือกเสร็จตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไปไหนบ้าง พักที่ไหนบ้าง ก็จองเลย...ค่าจองก็ 10% เสียค่า service charge อีก 2 usd ต่อ 1 ที่ แล้วก็ปริ๊นเอกสารการจองออกมาเก็บไว้

แต่ละที่จะมีเงื่อนไขการยกเลิก ต้องยกเลิกในระยะเวลาที่เค้ากำหนด เช่น 24 ชั่วโมงก่อนวันเช็คอิน หรือ 48 ชั่วโมง ถ้าไม่ทำ หรือบอกเลิกช้า ก็จะโดนชาร์จ 1 คืนแรก โดยตัดเงินจากบัตรเครดิตที่เรารูดไป..(ดีนะใช้บัตรนายยอดชาย)


5. จองตั๋วการเดินทาง


5.1 ตั่วเครื่องบินจาก BKK-LHR
ใช้เว็บ http://www.expedia.com

5.2 ระหว่างในลอนดอน http://www.tfl.gov.uk

เราเลือก Osyter card แบบ Travel card 7 days โซน 1-2 ราคา 24.20 ปอนด์ ไม่รวมราคามัดจำบัตร หมายความว่า ตลอดเวลา 7 วัน ไปไหนก็ได้ ในโซน 1-2 ขึ้นๆ ลงๆ กี่เที่ยวก็ได้ ทั้งรถไฟ รถเมล์ ในราคานี้ แต่ห้ามออกนอกโซน

5.3 ระหว่างลอนดอนไปเมืองอื่นๆ โหอันนี้สนุกมาก ขอบอก

London-Cambridge http://www.megabus.com
ส่วนมากรถของบริษัทนี้ราคาถูก แต่ไม่ค่อยมีไปเมืองไกลๆ และราคาส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ 1 ปอนด์ มีหลายรอบ ตลอดวันเลย เราก็เลือกเอาที่มัน 1 ปอนด์นั่นแล..

London-Oxford http://www.megabus.com
ก็เลือก 1 ปอนด์ อีกนั่นแล


London - Baht http://www.nationalexpress.com
เว็บนี้เป็นรถโค๊ช ได้ราคาตั๋ว Fun fare มา 6 ปอนด์ ตอนแรกมีราคา 1 ปอนด์ แต่จองไม่ทัน พอเห็นราคา 1 ปอนด์ หรือ fun fare ก็รีบๆ เลยนะคะ เพราะหมดไวมาก เค้าให้เวลา 30 นาทีหลังจากคลิกเลือก ต้องจ่ายเงินให้เสร็จ ถ้าไม่ทัน ก็ต้องทำใหม่ กลับมาอีทีตั๋วราคานั้นก็อาจจะหมดไปแล้ว ของเราเจอมาแล้วค่ะ มัวแต่นั่งงมหาว่า ทำไมวันเดียว บางเที่ยวมี 1 ปอนด์ บางเที่ยว 10 ปอนด์...กว่าจะรู้ตัวว่า ราคา 1 ปอนด์ นั่นคือ Fun fare มันก็หมดไปแล้ว เลยได้ 7 ปอนด์มาแทน


Bath-Cardiff http://www.nationalexpress.com
อันนี้ได้มา 10.25 ปอนด์

Cardiff - Edinburgh http://www.bmibaby.com
อยู่ไกลหน่อย ต้องใช้เรือบินเพื่อประหยัดเวลาได้ตั๋วราคา 0.04 ปอนด์ แต่ภาษี 18.90 ปอนด์ เลยได้ตั๋วเรือบิน 1 ชั่วโมง ราคา 18.94 ปอนด์ ดีจายยย

Edinburgh - Manchester http://www.nationalexpresseastcoast.com
สายนี้เป็นรถไฟ ได้ราคา 10.25 จากราคา 35 ปอนด์ เลือกที่วิ่งนานที่สุด หยุดเปลี่ยนสองที เพราะไม่อยากเสียค่าโรงแรม ไปเช้าที่ Manchester เลย

Manchester-London http://www.megabus.com
1 ปอนด์ อีกเช่นเคย
-------
6. เอกสารจากที่ทำงานที่รับรองเรา ใจความแบบนี้ (อันนี้มาเพิ่มเติมเลยเอาเวอร์ชั่นที่ไปขอของจีนมาลง)


13th August, 2008

TO WHOM IT MAY CONCERN

YOUR COMPANY NAME – is a state-funded public organization by the initiative of the Royal Thai Government. YOUR COMPANY NAME has been established under the constitution under Thai laws 2004.

This letter is to certify that Miss YOUR NAME, a passport holder no. YOUR PASSPORT has been employed by YOUR COMPANY NAME in the position of YOUR POSITION starting from 15th August 2005 up to present; her current salary is $$$$$ Baht per month.

YOUR NAME has informed me of her desire to take vacation in Shanghai and Beijing, China from 17th until the 25th of August, 2008. She has assured me that at the end of her vacation, on Tuesday August 26, 2008 she will immediately return to Thailand to continue her employment in the Office of the President.

Your kind arrangement in granting her visa to enter your country is appreciated. Should you require any additional details, please kindly contact us in return.

Yours faithfully,


YYYY XXXXX
Administration Director
YOUR COMPANY
Tel.:(((((((((


พอได้ดังนี้ก็ไปโหลดแบบฟอร์ม วีซ่ามาอ่านและกรอก กันโลด....http://www.vfs-uk-th.com/applicationform.aspx


ต่อ ตอนที่ 2 ละกันนะ

เข้ามาแปะโฆษณาขายของเว็บตัวเอง
http://www.marketathome.com/shop/shopping-in-germany




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551   
Last Update : 20 มีนาคม 2556 0:14:15 น.   
Counter : 3706 Pageviews.  


1  2  

SassyKate
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




SassyKate is a Sassy girl.

Dream what you want to dream, Go where you want to go, Be what you want to be, Because you have only one life and one chance to do all the things you want to do.
[Add SassyKate's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com