lozocat
ใส่ข้อความที่ต้องการให้เลื่อนๆๆที่นี่
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
18 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
หนีแม่เที่ยว ไปเปรี้ยวอิตาลีตอนที่ หก

ตอนที่ หก

สะลึมสะลือ เจ็ดโมงครึ่ง Breakfast นะ ...... ไม่...ง่วงอ่ะ จานอน
งัวเงียๆ แปดโมงครึ่ง อาหารเช้าปิดสิบโมงนะ .... อืม...ขออีกนิด
สะดุ้งตื่น เก้าโมงเช้า เขาจะเก็บแล้วนะ .....อืม....
ลืมตาขึ้นมา เก้าโมงครึ่ง อีกครึ่งชั่วโมงจะปิดแล้วนะ ..... ไม่กินก็ได้วะ!...


จนแล้วจนรอด เก้าโมงสี่สิบ รำคาญใจ ตื่นก็ได้ฟระ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เก้าโมงห้าสิบห้า เดินลงไปข้างล่าง เพื่อเอากุญแจไปฝาก ครั้นจะอ้าปากถามทางไปเที่ยว คุณลุงพนักงานประจำเคาน์เตอร์ต้อนรับ ก็รีบพูดขึ้นมาว่า Breakfast ใช่ไหม ทางโน้น พลางชี้ไปทางบันไดที่ทอดยาวลงไปชั้นใต้ดิน...เออ....กินก็ได้วะ


เมื่อเข้าไปในห้องอาหารขนาดเล็ก แต่ตกแต่งได้น่ารักมาก โต๊ะเก้าอี้ถูกจัดวางไว้อย่างมีระเบียบและสวยงาม บาร์อาหารและเครื่องดื่มก็มีของกินเพียบพร้อมมากมายไม่ผิดหวัง รู้สึกมีความสุขอย่างไรบอกไม่ถูกกับการได้มาอยู่ที่นี่ตามลำพัง ใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รีบร้อน อยากทำอะไรก็ได้ทำ ไม่ต้องกำหนดเวลา ก็ขนาดตอนนี้เป็นเวลาสิบโมงแล้ว แต่ลูกค้าท่านอื่นของโรงแรมยังเพิ่งทยอยเดินลงมาทานอาหารเช้า ทั้งที่น่าจะเป็นเวลาหยุดให้ทำการของห้องอาหาร แต่ทางโรงแรมก็กลับเชื้อเชิญแขกที่มาพัก ได้ใช้สิทธิ์ของตัวเองเต็มที่ น่ารักจริงๆ ขอยกนิ้วให้เลย


กินไปก็อ่านแผนที่ไปด้วย แล้วก็เลือกจุดสำคัญๆ ก่อน ว่าจะไปไหน เนื่องจากก่อนมาอิตาลีไม่ได้ศึกษาข้อมูลอะไรเลย เพราะมัวแต่ไปหาข้อมูลเที่ยวบูดาเปส ซึ่งก็ไม่ได้ไป คราวนี้พอจะเดินทางมาอิตาลี มีเวลาเตรียมตัวน้อยเหลือเกิน จึงหยิบเอาหนังสือเที่ยวอิตาลีเล่มน้อยฉบับภาษาไทย ซื้อมาจากเมืองไทยติดกระเป๋ามาด้วย ก็พอเป็นเพื่อนเที่ยวให้อุ่นใจได้บ้าง


สิบโมงยี่สิบ เดินทางไปขึ้นรถไฟเมโทร (Metro) สถานีใกล้ๆ ที่พัก ซึ่งเมื่อวานได้เดินผ่านมาแล้ว ตอนเดินหาโรงแรม เดินลงบันไดไปเพื่อเข้าสู่สถานี ก็ตรงไปที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ ซื้อตั๋ว Full day ราคาตั๋วอยู่ที่ 4 Euro ในขณะนั้น สามารถใช้ขึ้นรถบัส Metro หรือ Tram กี่เที่ยว ก็ได้ ภายในหนึ่งวัน เช้านี้เราเลือกไปวาติกันก่อนเป็นที่แรก เพราะว่ามันจะปิดวันอาทิตย์ จากสถานี Republica ไปนั้น คนไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ขาลงที่วาติกันนี่สิ คนเป็นแสน! นักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตาหลายเชื้อชาติ ต่างมารวมตัวกันที่สถานีนี้ และทุกคนมุ่งหน้าสู่นครวาติกันในวันนี้ ด้วยเหตุผลเดียวกันคือ....เดี๋ยวมันปิด!








ออกจากขบวนรถได้ก็เดินตามคนไปเรื่อยๆ เพื่อออกจากสถานีและเดินไปยังจุดหมายในวันนี้ เหมือนคนข้างหน้าจะรู้ทาง ซึ่งคนข้างหน้าก็มองคนข้างหน้าตัวเองอีกที ส่วนคนข้างหน้าของคนข้างหน้าก็มอง... มองอะไรก็ช่าง เอาเป็นว่า ที่ไหนมีนักท่องเที่ยวเป็นฝูง ที่นั่นแหละ ใช่เลย...แล้วอย่าทำเป็นเก่ง ออกนอกลู่นอกทาง อย่างที่ฉันกำลังทำอยู่นี่ เดินเข้าไปในโบสถ์ศาสนถานสำหรับบุคคลสำคัญเท่านั้น เฮ้อ ...แล้วฉันมันไม่สำคัญตรงไหนกันนะ อย่างน้อยฉันก็สำคัญอยู่บ้าง...สำคัญตัวผิด ! อันที่จริงแล้วอยากเข้าไปคุยกับทหารหน้าตาน่ารักที่เฝ้าอยู่ตรงประตูนั่นต่างหากเล่า เมื่อไม่ให้เข้าก็ไม่เป็นไร เดินกลับมาทางเก่าก็ได้ แล้วก็ตั้งเข็มใหม่ ตามผู้คนต่อไปเรื่อยๆ คราวนี้หนูจะไม่นอกลู่นอกทางแล้วค่า


เดินเข้าไปสู่พื้นที่ของเซนต์ปีเตอร์ ก็ต้องฝ่าด่านตรวจกระเป๋าด้วยเครื่อง จากนั้นก็เดินเข้าแถวตามคนเข้าไปเรื่อยๆ ไม่เสียตังค์แฮะ อ่อ..ลืมบอกไป หากแต่งตัวไม่สุภาพก็เข้าไม่ได้นะคะ สตรีสาวสวยชาวรัสเซียแต่งแขนกุดกระโปรงสั้นปี๊ด ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าทันทีที่เดินไปถึงประตู ซึ่งเธอก็ไม่หวั่นเดินกลับออกมาอย่างสวยๆ คนอะไรทำหน้าผิดหวังก็ยังสวย...



เมื่อเดินเข้าไปก็เห็นคนต่อแถวรอเข้าพิพิธภัณฑ์วาติกัน เห็นแถวแล้วพรุ่งนี้ท่าจะยังไม่ได้เข้าไป ก็เลยไปอีกแถวหนึ่งซึ่งสั้นกว่า ไปไหนก็ไม่รู้ต่อไปก่อน แล้วเขาก็พาเดินเข้าไปชมสุสานพระศพของท่าน Pope ตั้งแต่อดีตจนถึงคนล่าสุด แม่เจ้า! บรรยากาศทำไมมันเย็นยะเยือกได้ใจเยี่ยงนี้ พยายามเดินตามคนข้างหน้า ทำตัวเสมือนคนรู้จักกัน ตามติดไปเรื่อยๆ เพราะมันน่ากลัว ครั้นพอออกมาได้ก็รีบหายใจให้คล่องปอด แล้วก็มองเห็นคนกำลังขอทหารสวิส ผู้ยืนรักษาประตูถ่ายรูป เราเห็นว่าน่ารักดีก็เลยแอบเก็บรูปมาบ้าง จากนั้นก็เดินเข้าไปในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งดูเหมือนว่าข้างในกำลังมีพิธีอะไรสักอย่างอยู่ ก็ได้ถ่ายรูปมาเป็นที่ระลึก พร้อมกับยืนดูพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์นั้นอย่างเคารพ เสร็จแล้วก็เดินดูภาพวาดต่างๆ ภายในผนังและเพดาน รูปปั้นต่างๆ การตกแต่งภายในทั้งหมด ความรู้สึกของเราในตอนนี้ก็คงเหมือนชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาเที่ยวพระบรมมหาราชวัง และวัดพระแก้วในบ้านเรา ทุกอย่างช่างดูสวยงามไปหมด ภาพวาดที่มีอายุหลายร้อยปี รูปปั้นที่ทำให้ดูราวกับมีชีวิต ยิ่งได้เห็น ได้ไปสัมผัสก็ยิ่งมีความรู้สึกทึ่งตื่นตาตื่นใจ นี่นะเหรอ ศาสนสถานอันสำคัญ ของชาวคริสต์ ช่างงดงามอะไรเยี่ยงนี้





เดินดื่มด่ำกับบรรยากาศภายในกว่าชั่วโมงก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เอ๊ะ...คนเขามุงดูอะไรกัน ก็เลยไปตามกระแสกับเขาด้วย โอ้...ว้าว...งานแต่งงาน! มีการจัดพิธีแต่งงานกันในห้องเล็กๆ ข้างในวิหาร งานนี้มีหรือจะพลาด ดิฉันทำตัวเยี่ยงญาติบ่าวสาว คอยเก็บภาพความประทับใจเหล่านั้นเอาไว้ไม่ขาดตกบกพร่อง แถมยังได้ยืนดูอยู่ข้างหน้าสุด แทบจะได้จับชายกระโปรงชุดแต่งงานที่ยาวทำความสะอาดพื้นนั่นอีกด้วย เมื่อรอแล้วรอเล่าสาวเจ้าก็ไม่โยนดอกไม้สักที เราก็เลยเดินออกไปถ่ายรูปด้านหน้าตรงจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ แล้วเดินตามถนนไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอ อะไรก็ไม่รู้ เสียค่าเข้าชม 8.5 Euro เอาวะ ลองเข้าไปดู อย่างน้อยก็ได้มองวาติกันทั้งเมือง จากมุมสูง สวยอย่าบอกใครเชียว เดินเล่นได้สักพัก เพื่อนสาวก็โทรมาทักทายจากซูริค โห สัญญาชัดแจ๋วสุดยอด ขอบคุณ Lebara







เอาล่ะ เวลาแห่งการรอคอยก็มาถึงได้เวลาช๊อบปิ้งกันแล้ว แต่ก่อนไป ขอหาอะไรใส่ท้องก่อนได้มะ หิวแล้ว ก็ได้ร้านอาหารอิตาเลี่ยนแถวนั้น สั่งออร์เดิร์ฟมากินเล่น แล้วตามด้วยพิซซ่าอีก หนึ่งถาดใหญ่ กินไม่ไหว ใส่กล่องกลับบ้านนะคะคุณพี่ ล้างคอด้วยน้ำส้มคั้น ซึ่งอร่อยสุดยอด อยากสั่งอีกแก้วแต่ไม่มีที่ใส่แล้ว กระเพาะเต็ม.. จากนั้นก็เดินกลับไปถนนสายช๊อบปิ้งที่เราอดใจเดินผ่านมาเมื่อเช้า พอไปถึงก็เลี้ยวเข้าร้านกระเป๋า Guess แต่พอเดินเข้าไปข้างใน ก็เห็นกระเป๋าแบรนด์เนมมากมาย หลากหลายยี่ห้อ เดินดูอยู่นานก็ถูกใจกระเป๋าสตางค์ใบเล็กหนึ่งใบสามสิบห้ายูโร และก็เห็นกระเป๋าใส่เสื้อผ้าได้ประมาณสามสี่ชุดน่ารักๆ ราคา ร้อยยี่สิบห้ายูโร อีกใบก็เลยหยิบส่งให้พนักงานที่ยืนคอยแนะนำอยู่ข้างๆ เมื่อเดินไปจ่ายเงิน ขณะที่กำลังรอพนักงานเอากระเป๋าใส่ถุง เธอก็ถามเราว่ามาจากไหน ก็เลยตอบว่าไทยแลนด์ พี่สาวคนสวยยิ้มแล้วบอกให้หันหลังกลับไปดูอะไรบางอย่างที่อยู่เหนือขึ้นไปบนศีรษะ ปรากฏเป็นภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ ร้านนี้เมื่อหลายปีก่อน พนักงานบอกว่าพระองค์เสด็จฯมาบ่อยที่ร้าน ยามเสด็จฯเยือนวาติกัน ทำเอาเรายืนอึ้งไปพักหนึ่ง ด้วยความตื่นเต้นและตื้นตันใจ ที่เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ของไทยเป็นที่เคารพรักของชาวต่างชาติเช่นเดียวกัน ว่าแล้วก็ยิ้มขอบคุณพนักงานสาวที่บอกอะไรดีๆ ให้เราได้รู้ได้เห็นในวันนี้







เดินกลับไปขึ้นเมโทร เพื่อกลับไปโรงแรม เนื่องจากว่า ทั้งสองมือของข้าพเจ้าเต็มอีกแล้ว จึงเอาสัมภาระมาเก็บก่อน แล้วก็ชาร์จแบตเตอร์รี่กล้องด้วย ระหว่างที่รอแบตฯเต็มนั้น เราก็ลงมาเช็คเมล์ข้างล่าง ที่มีคอมพิวเตอร์ให้เล่นอยู่เครื่องเดียว แล้วก็มีเราเป็นเจ้าของอยู่ตอนนี้ ไม่มีใครแย่งเล่น สบายๆ


สี่โมงเย็นออกไปข้างนอกอีกที คราวนี้จะไปน้ำพุเทรวี่ ก็นั่งเมโทรไปลงสถานีตามที่หนังสือบอก พอออกจากสถานีก็เดินตามคนเหมือนเดิม เดินตามไปเรื่อยๆ ก็ถึงแล้ว น้ำพุเทรวี่ อันโด่งดัง มีประชากรมาสุมหัวกันตรงหน้าน้ำพุนั้นประมาณล้านแปดคน โอ้โห...คนจะเยอะไปไหนเนี่ย เครียดเลย กับการคิดว่าจะได้รูปงามๆ คนน้อยๆ แต่นี่ไม่ว่ามุมไหนก็มีแต่มนุษย์ท่องเที่ยว ขนาดเดินถอยหลังไปยังเหยียบเท้าคนไทยด้วยกันเลย “โอ้ย!” ...อุ้ยขอโทษค่า ...พี่เป็นคนไทยเหรอคะ “ใช่ค่ะ มาสัมมนาน่ะ” ดีเลยค่ะ ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยได้ไหมคะ ....ถือโอกาสซะ....





เมื่อได้รูปมาแล้วก็ขอบคุณพี่เขา อยากจะมุดไปถ่ายรูปด้านล่างแล้วก็ไปโยนเหรียญ แต่คงเป็นได้แค่ความฝัน ถ้ายืนอยู่ตรงนี้แล้วปาเหรียญลงไป เผลอๆ โดนหัวคนกำลังแอ็คท่าถ่ายรูป คงได้โดนด่าแน่ๆ เลยตัดใจ ไว้ค่อยมาใหม่ละกัน ว่าแล้วก็เดินออกจากตรงนั้น ตามกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากับทัวร์ ทำตัวเยี่ยงคนในกลุ่ม ได้ฟังที่ไกด์เล่า แถมเดินตามไปเที่ยวอีกที่ฟรีอีกต่างหาก ไกด์พาเรามาถึง Pantheon ได้แต่ถ่ายรูปด้านหน้า เข้าไปข้างในไม่ได้ เพราะ....กำลังมีพิธีแต่งงาน ผู้คนไปยืนเกาะรั้วดูกันอย่างสนใจ เมื่อเข้าไปไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ว่าแล้วก็เดินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึง บันไดสเปน คนเป็นหมื่นอีกแล้ว แถมยังมีคู่บ่าวสาวสองคู่ กำลังจะขึ้นบันไดฝ่าฝูงชนไปทำพิธีในโบสถ์ข้างบนนั้นอีก ทำไมขยันแต่งกันจริงๆน้า วันนี้เนี่ย เฮ้อ...อิจฉาซะไม่มีอ่ะ











คราวนี้กลับมาที่ถนนช๊อบปิ้งแบรนด์เนมชั้นนำกันบ้าง อยู่ตรงข้ามกับบันไดสเปนนั้นแหละ ไปยืนต่อคิดเข้าร้านหลุยส์ D&G Prada ฯลฯ เดินดูจนเหนื่อย ก็เดินขึ้นบันไดสเปนไปข้างบน นั่งชมวิว สัมผัสกับบรรยากาศสบายๆภายในเมืองอิตาลี จากนั้นก็เดินไปเมโทร Spanga เพื่อไป Coloseum ไปทำไมทั้งที่มันเย็นมากแล้ว นั่นก็เพราะ อยากไปสำรวจเส้นทางเอาไว้ก่อนน่ะ แม้ว่าจะเกือบทุ่มแล้ว แต่แสงแดดหน้าร้อนของยุโรปก็ยังมีให้เห็นอยู่ ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากสถานีเมโทร ภาพสิ่งมหัศจรรย์ของโลกก็ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ช่างสวยงามอะไรอย่างนี้ ว่าแล้วก็จัดการบันทึกภาพ เสร็จแล้วก็ข้ามถนนเดินเข้าไปชมความอลังการใกล้ๆ แล้วก็เจอสิ่งมหัศจรรย์ของวันนี้อีกแล้ว คู่แต่งงาน! มาถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก เป็นคู่ใหม่หนึ่งคู่ และอีกสองคู่เป็นคู่ที่เราเจอมาแล้วที่บันไดสเปนและเซนต์ปีเตอร์ เฮ้อ...ตาร้อนอย่างแรง! ก็เลยกลับมาสงบจิตพักใจที่โรงแรม คืนนี้ว่าจะนอนเร็วสักหน่อย แต่เปิดแผนที่ดูไปดูมา หันมองนาฬิกาอีกที สี่ทุ่มแล้วล่ะ นอนดีกว่า....








Create Date : 18 พฤษภาคม 2553
Last Update : 3 มิถุนายน 2554 19:55:38 น. 5 comments
Counter : 325 Pageviews.

 
อยากได้จัดให้อ่ะค่า


โดย: naririn วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:43:46 น.  

 
อย่าเครียด ๆ นะค้าคุงแม่ เข้ามาอ่านเร้ว มีแต่เรื่องมงคล ตอนนี้น่ะ เหอๆๆ


โดย: naririn วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:09:00 น.  

 
..หนุกหนาน และ สวยงาม มากเรยคุณลูก.. ชาตินี้ต้องพยายามเก็บตังค์ปายเที่ยวให้ได้..ว่าแต่แม่เกลียดการนั่งเครื่องบินไกลๆจังอะ..ทำไงดี.. อ้อ!อีกเรื่องคุณแม่อยากแนะนำให้คุณลูกเก็บต้นฉบับที่เขียนไว้..เผื่อจาด้ายเอาไปพิมพ์เป็นหนังสือให้คนอ่านเวลากลับเมืองไทยแล้ว


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:49:41 น.  

 
เกลียดการนั่งเครื่องไกล ๆ เหมือนกัน ชอบนั่งรถไฟมากกว่า หุหุ ขอเป็นรถไฟต่างประเทศนะคะ เข็ดแล้วรถไฟไทย


โดย: naririn วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:45:54 น.  

 
เห็นด้วยครับ ตีพิมพ์เมื่อไหร่แวะไปบอกด้วยน่ะครับ หนุกมั่กๆ


โดย: patarapol-juri วันที่: 12 มิถุนายน 2553 เวลา:16:48:58 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

naririn
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันนะคะ.....

lozocat

ข้อความและรูปภาพทั้งหมดในBlog นี้ขอสงวนลิขสิทธิ์นะคะ ไม่นำออกเผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตนะคะตัวเอง

เพลง
MusicPlaylistView Profile
Create a playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add naririn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.