lozocat
ใส่ข้อความที่ต้องการให้เลื่อนๆๆที่นี่
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
หนีแม่เที่ยว ไปเปรี้ยวอิตาลี ตอนที่สาม

กว่ารถไฟจะถึงมิลาน ก็เล่นไปบ่ายสามโมงเย็น เซ็งจิต! แต่ดีนะที่จองที่พักคืนแรกเอาไว้ใกล้สถานีรถไฟ พอก้าวเท้าออกจากสถานีมองตรงไปข้างหน้า ก็มองเห็นป้ายชื่อโรงแรมไกลลิบๆ ว่า New York Hotel อืม…ชื่ออเมริกาแต่มาอยู่ยุโรป มาไกลจริงๆ ว่าแล้วก็ไม่รอช้า รีบปรี่ข้ามถนนเดินไปตามป้ายที่มองเห็นนั่นทันที เมื่อก้าวเข้าไปข้างในโรงแรมเล็กๆ แห่งนี้ ก็เจอเข้าจนได้ ผู้ชายอิตาลีผมดำ หน้าออกแขก โอ้แม่เจ้า น่ากลัว... เป็นโรคไม่ค่อยถูกกับคนหน้าตาแบบนี้ซะด้วยสิ แต่ก็ทำใจกล้า เดินเข้าไปยื่นใบจองห้องที่ปรินซ์มา พนักงานหนุ่มที่เคาน์เตอร์รีเซปชั่นรับกระดาษไป พร้อมกับขอพาสปอร์ต เพื่อถ่ายเอกสารและกรอกเอกสารให้เรา จากนั้นก็คืนพาสปอร์ตพร้อมยื่นกุญแจห้องให้แล้วบอกทาง รับกุญแจเรียบร้อย เราก็เดินก้มหน้างุดๆ ขึ้นลิฟท์ไปห้องพัก แล้วค่อยโล่งใจหน่อยที่ออกมาได้จากตรงหน้าเคาน์เตอร์ เฮ้อ! สงสัยฉันจะเป็นโรคจิต จริงๆ อย่างที่เพื่อนสาวมันว่า


เอาของเก็บในห้องเสร็จก็ลงมาที่เคาน์เตอร์ใหม่อีกครั้ง (ทั้งที่จริงไม่อยากมา) เพื่อฝากกุญแจ พนักงานหน้าแขกอิตาลีก็ถามว่า เคยมาที่นี่หรือยัง เราก็ส่ายหน้าทำหน้างง หมอนั่นก็เลยหยิบแผนที่ให้ พร้อมอธิบาย และวงกลมสถานีรถไฟ( Metro )ให้เสร็จสรรพ ประมาณว่า ถ้ายูหลงยูก็หาทางมาสถานีนี้นะ ถ้าจะไปดูโอโม่ ก็ไปลงที่สถานีนี้ บลา บลา ฯ ว่าแล้วก็รีบขอบอกขอบใจ เพื่อรีบไปก่อนที่สถานที่ท่องเที่ยวจะปิดเนื่องจากเย็นมากแล้ว


เดินลงไปที่สถานีเมโทร เห็นตู้ขายนมสด ขวดใหญ่ 2 Euro ก็เกือบสอยมาแล้ว แต่เห็นขวดแล้ว ขี้เกียจหิ้ว ไว้ขากลับค่อยซื้อก็แล้วกัน ก็เลยหาทางไปดูโอโม่ ถามทางชาวบ้านไปเรื่อยว่าเราต้องไปรถไฟสีอะไร ซื้อตั๋วที่ไหน ก็ได้ความว่าซื้อที่ตู้ขายตั๋ว ไอเราก็กดมั่วๆ ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า แต่ก็ได้เป็น ซิงเกิลมาซึ่งเดินทางได้เที่ยวเดียว ว่าแล้วก็เดินไปรอขึ้นรถไฟ





เมื่อถึงสถานีที่ต้องการ ก็เดินตามผู้คน (เอาอีกแระ ทำไมเป็นคนอย่างนี้เนี่ย ไม่รู้จักอ่านป้าย เดินตามคนอย่างเดียวเลย) แต่ก็เลือกคนนะ เลือกคนที่ดูแล้วว่าเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกัน เพราะอย่างไรซะ เขาก็ต้องไปที่เดียวกันกับเราอยู่แล้ว ชัวร์! (รู้สึกมั่นใจขึ้นมาเชียว) เมื่อออกจากสถานี ก็มองเห็นสถาปัตยกรรมอันสวยงามของมิลาน ตั้งเด่นตระหง่าน อยู่ตรงหน้า ช่างงดงามเสียนี่กระไร ว่าแล้วก็เดินไปทางซ้าย เพื่อ...เข้าไปช็อบปิ้งในร้าน BENETON .... ไม่ได้เข้าใจผิดว่าทางเข้าอยู่ในร้านขายเสื้อผ้า แต่ที่เข้าไปก็เพราะต้องการผ้าพันคอ สักผืน เอาไว้คลุมไหล่ เนื่องจากใส่เสื้อกล้ามแขนกุดไปเพราะอากาศมันร้อน แต่แหม จะเข้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเขาเมืองเขาทั้งที ก็ต้องเคารพกติกานิดส์นึง ว่าแล้ว มาถึงถิ่นจะไม่ซื้ออย่างอื่นเลยก็กระไรอยู่ ก็เลย แอบหยิบกระเป๋าสะพายข้างคอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดไปจ่ายตังค์พร้อมกับผ้าพันคอสีดำผืนใหม่ อย่างสบายใจที่ได้ใช้เงินที่มีอยู่อันน้อยนิด เฮ้อ...เสียทรัพย์ประดับกายตั้งแต่วันแรก










ออกจากร้านก็ตรงไปยังตึกสูงสง่า เพื่อที่จะเข้าไปชมภายในวิหาร และขึ้นไปถ่ายรูปข้างบน มีทั้งราคาขึ้นลิฟท์ 7 Euro และราคาเดินขึ้นบันไดไปเอง แหม สูงซะขนาดนี้ ขอลิฟท์เท่านั้นเจ้าค่ะ แพงกว่าไม่ว่ากัน ประหยัดเวลาและพลังงานของอิฉัน เอาเวลาไปยืนโพสท่าถ่ายรูปสวยข้างบนดีกว่า











มองทิวทัศน์จากบนนี้ทำให้เห็นเมืองในมุมกว้าง แล้วยิ่งมองลงไปข้างล่าง ผู้คนที่ยืนเกาะกลุ่มกัน ดูตัวเล็กนิดเดียว ฉันได้แต่เดินวนไปวนมา ถ่ายรูปมุมต่างๆ ตั้งกล้องถ่ายเองบ้าง เสนอหน้าไปถ่ายให้ชาวบ้านเขาบ้าง เพื่อเป็นอุบายให้เขาถ่ายให้เราเป็นการแลกเปลี่ยน ดื่มด่ำกับความงามจนคิดว่าคุ้มกับค่าขึ้นลิฟท์แล้ว ก็กลับลงมาข้างล่าง ถ่ายนั่นถ่ายนี่ไปเรื่อย เริ่มเบื่อ ก็เลยเดินช๊อบปิ้ง คราวนี้ไม่ได้ซื้อแล้ว เพราะว่าขี้เกียจถือ และยังต้องเดินทางไปอีกหลายวัน












เดินมากเริ่มหิว เพราะยังไม่ได้หาอะไรกินเป็นชิ้นเป็นอัน ก็เลยได้ที่นั่งเป็นร้านอาหารน่ารักทีเดียว พนักงานก็เข้าใจภาษาอังกฤษมาก หมายถึงน้อยมากน่ะ สั่งสปาเก็ตตี้กับโค้ก นั่งกินจนอิ่ม ก็ขอตัวไปเดินให้ทั่วเมืองต่อ จนกระทั่งฟ้าเริ่มมืด ก็เข้ามาเดินในดูโอโม่ เห็นร้าน หลุยส์วิกตอง ก็รีบเดินเข้าไปสัมผัสอย่างใกล้ชิด แต่แหม พี่นายทวารเห็นเราเป็นกะเหรี่ยงเอเชียโทรม ไม่ยอมเปิดประตูให้ซะอย่างนั้น ไม่เป็นไรเปิดเองก็ได้ฟระ ว่าแต่ประตูมันหนักเอาเรื่องแฮะ! พอเข้ามาในร้านได้ ก็แอบส่งสายตาเคืองให้พี่เขานิดนึง ประมาณว่า ยูอาจไม่รู้หรอกว่า คนส่วนใหญ่ที่ซื้อยี่ห้อยูใช้นั้น ก็คือพวกเอเชียอย่างฉันนี่แหละ แต่วันนี้ฉันสมบุกสมบันมาตั้งแต่เช้าแล้ว แถมยังไม่มีเงินซื้อกระเป๋าของยูด้วย แค่อยากเข้ามาดู มีปัญหาอะไรหรือเปล่า...


ตำหนิด้วยกระแสจิตเสร็จก็ ทำเป็นเดินดูโน่น ดูนี่ ดูกี่ที เพ่งจนตาจะถลน ราคาก็ไม่เห็นจะลดลงมาสักนิด เฮ้อ ทำไมมันถึงแพงแท้น้อ ว่าแล้วก็จรลีจากไปเสียดีกว่า ก้าวเท้าสั้นๆ ไปถึงประตู พนักงานประจำ Door คนเดิม ก็เตรียมจะยื่นมือเปิดประตูให้ แต่ช้ากว่าหญิงเหล็กคนนี้ ที่ใช้พละกำลังทั้งหมด ผลักประตูออกไปอย่างสุดกำลัง เดินจากไป แล้วไม่หันกลับไปมองอีกเลย…





ว่าแล้วก็หามุมเล็กๆ สงบจิตสงบใจตัวเองดีกว่า สั่งน้ำส้มคั้นมา พร้อมกับขนมกินเล่นอีกหนึ่งจาน แต่ร้านนี้ดีหน่อยตรงที่เพิ่มมันฝรั่งทอดกรอบให้ฟรี แกล้มกับเครื่องดื่ม เราก็เลยได้แต่นั่งชิวๆ ฟังเพลงบรรเลงเปียโน ที่มีนักเปียโนมาเล่นโชว์ให้ฟังกันสดๆ ช่างไพเราะเสนาะหูเสียนี่กระไร ว่าแล้วก็ยกน้ำส้มคั้นที่เพิ่งมาเสริฟ ขึ้นบรรจงจิบอย่างมีศิลปะ ยังไม่ทันที่แก้วน้ำจะแตะริมฝีปาก เพลงบรรเลงก็จบลงพร้อมเสียงปรบมือ ส่วนคนบรรเลงก็....เก็บของ... กลับบ้าน... กรรม!





เมื่อไม่มีเพลง ไม่มีการบรรเลง แล้วจะนั่งจิบน้ำส้มคั้นไปเพื่ออะไร แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว นั่งมองชาวบ้านชาวช่อง ดูพนักงานที่ทำงานง่วนกันในร้าน มองคู่รักที่พากันมาสวีทข้ามประเทศให้ตัวเองอิจฉาเล่น ในเมื่อมีเวลาอยู่มิลานแค่วันนี้ ก็ขอนั่งอยู่ที่นี่ให้นานหน่อยก็แล้วกันนะ ขอสูดอากาศของประเทศอิตาลี...สักคืน
















Create Date : 10 พฤษภาคม 2553
Last Update : 10 พฤษภาคม 2553 0:48:30 น. 2 comments
Counter : 371 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 เวลา:7:23:13 น.  

 
..เพิ่งกลับจากตจว...เหนื่อยมาก..โอ้โห..เขียนปายถึงตอนที่ 5 แย้วหรอจร้า..เก่งจิง..ตัวแค่เนี๊ย...มาถึงก้อต้องแอบมาพักผ่อนอ่าน..ปายเที่ยวอิตาลีซะหน่อย..เฮ้ยยย..รูปสวยจัง..หายเหนื่อยเรยเรา..


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:11:49 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

naririn
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันนะคะ.....

lozocat

ข้อความและรูปภาพทั้งหมดในBlog นี้ขอสงวนลิขสิทธิ์นะคะ ไม่นำออกเผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตนะคะตัวเอง

เพลง
MusicPlaylistView Profile
Create a playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add naririn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.