lozocat
ใส่ข้อความที่ต้องการให้เลื่อนๆๆที่นี่
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
11 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
หนีแม่เที่ยว ไปเปรี้ยวอิตาลี ตอนที่สี่

วันนี้ตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัว แล้วลงมาทานอาหารเช้า ด้วยความคาดหวังว่าอาหารเช้าของโรงแรมในอิตาลีจะเหมือนกับสวิส จึงไม่ค่อยได้กระตือรือร้นในการอยากทานอะไรในตอนเช้าสักเท่าไหร่ แต่พอได้ก้าวเท้าเข้าไปในห้องอาหาร พร้อมยื่นกุญแจห้องให้พนักงานรับทราบว่าลงมาทาน ก็ทำให้ทัศนคติเกี่ยวกับ อาหารเช้าที่นี่เปลี่ยนจากเดิมไปในทันที เนื่องจากของกินที่นี่..เพียบ!

ถึงแม้ว่าอาหารไม่ได้มีหลายชาติเหมือนบุฟเฟ่บ้านเราไทยแลนด์ แต่ก็ถือว่าเยอะมากพอให้ใช้เวลาได้เลือกสรร ไม่ใช่แค่มีขนมปังแข็งๆ สองสามก้อน ชีส เนย ไส้กรอกโยเกิร์ต นม ชาและกาแฟ เหมือนที่โรงแรมสี่ดาวในสถานที่ตากอากาศแห่งหนึ่งในสวิสจัดไว้ให้ลูกค้ายามเช้า แต่ที่นี่ยังมีมูสลี่ ผลไม้ น้ำผลไม้ ส่วนขนมปังก็มีให้เลือกหลายชนิด โยเกิร์ตก็เป็นแบบถ้วยพลาสติก คล้ายกับที่ขายในบ้านเรา แถมยังอร่อยมากมาย เมื่อเลือกอาหารได้แล้วก็จัดการให้พลังงานกับร่างกาย เพราะวันนี้จะต้องเดินทางต่อเพื่อไป เวนิส

กลับขึ้นไปเอากระเป๋าที่เก็บของเรียบร้อยแล้วลงมาเช็คเอ้าท์ ก็เจอพี่หมึก หนุ่มน่ารักสัญชาติอเมริกันยังคงทำงานอยู่เนื่องจากเข้ากะกลางคืน ความจริงเราเจอกันตั้งแต่เมื่อค่ำวานนี้แล้ว และคุยกันอย่างถูกอัธยาศัย แม้กระทั่งเวลาต้องจากกัน พนักงานคนนี้ก็ยังกล่าวลาด้วยความจริงใจ ซึ่งสิ่งที่ประทับใจที่สุดก็คือรอยยิ้มที่แลดูมีความรับผิดชอบในหน้าที่บริการลูกค้า

ล่ำลากันเรียบร้อยก็เดินไปสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อไปรอขึ้นรถไฟไป Venezia หรือ เมืองเวนิส รถไฟที่ได้นั่งเป็นตู้สุดท้ายของขบวน ซึ่งต้องเดินไปขึ้นข้างหน้าโน่น ส่วนตู้ที่อยู่ใกล้สถานีที่สุดเป็นตู้ของพวกชั้นหนึ่ง ไอเรามันเป็นชนชั้นสอง ก็ต้องเดินทางไกลกันนิดนึง สภาพภายในรถไฟเรียกได้ว่าค่อนข้างทันสมัย เพราะเป็นเส้นทางที่ต้องรองรับนักท่องเที่ยวนับพันนับหมื่นเดินทางไปเยือนเมืองเวนิส การเดินทางโดยสารรถไฟระหว่างเมืองของที่นี่จัดว่าดีทีเดียว เพราะเขาเปิดเมืองให้รองรับการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่านักท่องเที่ยวจะมีปัญหา หรือไม่เข้าใจอะไร ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาและให้ข้อมูลอยู่หลายจุด ที่สำคัญเรื่องภาษาไม่เป็นปัญหา เพราะเขายินดีช่วยเหลือแม้ว่าจะต้องใช้ภาษามือช่วยก็ตาม...น่ารักจริงๆ





เมื่อหาที่นั่งเจอแล้ว ก็จัดการเก็บกระเป๋าขึ้นบนช่องใส่ของเหนือศีรษะ แล้วนั่งลงตามหมายเลขเก้าอี้ ที่นั่งที่ได้นั้นเป็นที่นั่งแบบหันหน้าเข้าหากันสี่ที่มีโต๊ะอยู่ตรงกลางไว้วางของ หนุ่มน้อยผมทองตรงหน้าเหลือบมองผู้มาใหม่แล้วหันหน้ากลับไปมองนอกหน้าต่างเหมือนเดิม คล้ายกับไม่มีสิ่งน่าสนใจอะไร.... นี่ฉันมันไม่น่าสนใจขนาดนั้นเลยหรือฟระเนี่ย! ทำให้ไม่กล้ายิ้มทักทายให้เพราะยิ้มให้คุณน้องเขาไม่ทัน

แปดโมงห้าสิบห้านาที ประตูรถปิดสนิท รถไฟเริ่มเคลื่อนขบวนออกตัวไปอย่างช้าๆ ท้องฟ้าแจ่มใสก็ใจดีเริ่มแจกจ่ายวิตามีดี ให้มนุษยชาติที่นั่งริมหน้าต่างอย่างเราเต็มๆ จึงทำให้ต้องมองหาม่านบังแดด ซึ่งปกติ บนรถไฟในซูริคจะมีม่านไว้ให้ผู้โดยสารบังแดด โดยการค่อยๆดึงม่านลงมาจากข้างบน แค่นั้นก็เรียบร้อย แต่ที่รถไฟขบวนนี้ ดึงอย่างไร ม่านบังแดดก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน หนุ่มน้อยที่นั่งฝั่งตรงข้ามคงเวทนา จึงยกนิ้วชี้อันเรียวยาวไปกดปุ่มเล็กๆ ข้างหน้าต่างเพื่อให้ม่านเลื่อนลงมาอย่างนุ่มนวลและสวยงาม!!
...อาย อายซะไม่มีชิ้นดี...รู้สึกเหมือนเป็นชะนีไทยไร้คุณภาพอย่างไรไม่รู้ในตอนนี้ แต่ช่างมันเถอะ คิดในทางกลับกัน ถ้าหากเด็กคนนั้นได้ไปขึ้นรถไฟที่ซูริค ก็คงต้องหาปุ่มกดเอาม่านลงเหมือนกันละว้า เออ..คิดได้แล้วก็สบายใจไทยแลนด์



สิบเอ็ดโมงครึ่ง รถไฟแล่นมาจอดบนเกาะของเวนิส ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากสถานีรถไฟ ก็มองเห็นเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำคูคลองอยู่เบื้องหน้า ซึ่งบรรยากาศคล้ายๆ กับประเทศไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่เวนิสของแท้ดั้งเดิมนี้ สวยและสุดยอดกว่าหลายเท่าตัวนัก ที่สำคัญ น้ำไม่เน่าเป็นคลองแสนแสบอีกด้วย ว่าแล้วก็เดินสำรวจหน่อยซิว่ามีอะไรบ้าง มองเห็นจุดประชาสัมพันธ์มีแผนที่ขาย อืม..ไม่เอาดีกว่าเสียดายเงิน ที่สำคัญ อ่านแผนที่ไม่เป็น เอามาไม่มีประโยชน์แถมรกอีกต่างหาก ก็เลยเดินไปเรื่อยๆ ไม่รีบไม่ร้อนอะไร มองเห็นท่าเรือมีนักท่องเที่ยวรอคิวขึ้นเรือมากมาย ก็สงสัยว่าไปไหนกันนะ อยากตามไปด้วยเหลือเกิน แต่เห็นจำนวนคนแล้ว คำนวณกับคุณภาพ คงจะไม่คุ้มกับการเสียเวลารอคอย จึงปลีกตัวออกห่างเดินข้ามสะพานไปอีกฟาก ทางเดินบนสะพานขนาดใหญ่ มีพื้นที่ให้เดินไม่มากนัก เนื่องจากมีคนนำกระเป๋าเลียนแบบยี่ห้อดัง มาปูผ้าวางขายกันอยู่เกลื่อน ครั้นพอเห็นท่าไม่ดี ก็จัดการจับมุมผ้าทั้งสี่รวบเข้าด้วยกัน แล้วแบกขึ้นหลังวิ่งหนี เฮ้อ...นึกว่าของแบบนี้จะมีแต่โซนเอเชียบ้านเราซะอีก เอ..หรือว่าคนพวกนี้ไปรับสินค้าเลียนแบบมาจากแถวบ้านเราแล้วเอาไปขายแข่งกับของแท้ที่อิตาลี และฝรั่งเศสหว่า แต่เท่าที่สังเกตก็ไม่มีใครยอมเสียสละเวลาก้มลงดูสินค้าเลียนแบบเหล่านั้นเลย อาจเป็นเพราะเขาไม่นิยมกัน และที่สำคัญ มันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ถูกจับทั้งคนซื้อและคนขายนะคะ









เที่ยงกว่าแล้ว หิวมากมาย ก็เลยเดินหาร้านอาหาร แต่เวลานี้ดันเกิดอยากกินเส้นใหญ่เย็นตาโฟ เฮ้อ...กระเพาะมาร จะไปหาให้ได้ที่ไหนกันเล่า ก็เลยเปลี่ยนความคิดไปที่เส้นอย่างอื่น มาอิตาลีทั้งที กินสปาเกตตี้นี่แหละ เห็นรูปอยู่ตรงหน้าน่ากิน ก็เลยจัดแจงเดินเข้าไปนั่ง พนักงานสาวเดินมาทักทายพลางยื่นเมนูให้ อืม...ตามระเบียบการสั่งอาหารแล้ว เราต้องสั่งอาหารเรียกน้ำย่อยก่อนอันดับแรก จากนั้นจึงเป็นจานหลัก แล้วปิดท้ายด้วยของหวาน อันนี้เพื่อนสาวถ่ายทอดวิชามาให้ ตั้งท่าเปิดเมนูอย่างผู้เชี่ยวชาญ เอานิ้วชี้ป้อมๆ เลื่อนดูลงมาเรื่อยๆ ก็อ่านภาษาอิตาลีไม่ออก ภาษาอังกฤษเรื่องอาหารก็ไม่แตกฉาน คำไหนที่รู้แล้วก็ไม่อยากกิน เลยเอานิ้วจิ้มที่ชื่อแรกของเมนูเรียกน้ำย่อย 6 Euro เอามาลองหน่อยดิ๊



และแล้วอาหารจานแรกก็ถูกวางตรงหน้า เป็นปลาตัวเล็กๆ ผอมๆเท่านิ้วก้อย ห้าตัว เสิร์ฟมาพร้อมกับ ผักอะไรก็ไม่รู้อยู่ในจานเดียวกัน ซึ่งตอนแรกคิดว่า เป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก แต่พอกินเข้าไปแล้วก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันคืออะไร หลังจากกำจัดเนื้อปลาตัวจ้อยทั้งหมดแล้ว พนักงานก็รีบกลับเข้าไปในครัวเสิร์ฟ จานหลัก อันเป็นสปาเกตตี้ทะเลที่เอาสั่งไว้ พร้อมกับน้ำส้มคั้นแก้วใหญ่ รสชาติจัดว่าใช้ได้ ไม่เลี่ยน จึงกินได้เรื่อยๆ จนอิ่ม ไม่สามารถสั่งขนมหวานปิดท้ายได้อีก ดังนั้นมื้อนี้จึงหมดไปยี่สิบกว่ายูโร





บ่ายโมงกว่า เดินเล่นต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นร้านขายของที่ระลึก จึงเข้าไปสัมผัสสักเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินเข้าเดินออกอีกหลายร้าน เพื่อเช็คราคาสินค้า หากร้านไหนราคาถูกใจไม่แพงก็จะกลับไปซื้อ (ท่าจะว่างจัดนะเรา...) ซึ่งตอนแรกกะไว้ว่าจะถ่ายรูปเอาไปเป็นที่ระลึกเฉยๆ แต่พอได้หยิบชิ้นที่หนึ่งจ่ายเงิน มันก็มีชิ้นที่สอง สาม สี่ ตามมาเรื่อยๆ ด้วยความคิดที่อยากจะเอาไปให้เพื่อนที่ไม่มีโอกาสมาเที่ยว ก็เลยได้ไปสองถุงใหญ่ เต็มทั้งสองมือ ไหนจะกระเป๋าเสื้อผ้า กระเป๋าสะพายข้าง ของฝากอีกสองถุง เฮ้อ...เต็มทั้งสองมือและบ่าหนึ่งข้าง










Create Date : 11 พฤษภาคม 2553
Last Update : 11 พฤษภาคม 2553 0:40:48 น. 8 comments
Counter : 584 Pageviews.

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ
กำลังวางแผนเที่ยวสวิสกับอีตาลี่อยู่พอดีเลย

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ


โดย: Lovely_Phim วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:5:15:46 น.  

 
รอชมปิซ่านะคะ


โดย: apple.007 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:23:32 น.  

 
สวัสดีจ้าไปเที่ยวด้วยนะคะ


โดย: แม่น้องพี (แม่น้องพี ) วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:00:01 น.  

 
เมืองสวยจังงง ตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ


โดย: That's m3 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:58:35 น.  

 
สวยดี น่าไปจัง จะมีโอกาสไหมนี่


โดย: ่ิboonbright (โคราชดง ) วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:32:38 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...





โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:22:09 น.  

 
..โอ๊ยย..!!..เมืองเวนิช น่ารักมาก..อยากล่องเรือ..อยากปายจังเยย..ตบะจาแตกแย้วว..คุณลูก..<เfont>


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:22:16 น.  

 
ไปโล้ดค่ะคุงแม่ ค้างสักคืนกำลังดี ถ้าสองคืนก็โรแมนติค แต่ต้องมีชายหนุ่มไปด้วยน่ะค้า ไปคนเดียว มันหงาววววววน่ะ หุ หุ


โดย: naririn วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:39:31 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

naririn
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันนะคะ.....

lozocat

ข้อความและรูปภาพทั้งหมดในBlog นี้ขอสงวนลิขสิทธิ์นะคะ ไม่นำออกเผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตนะคะตัวเอง

เพลง
MusicPlaylistView Profile
Create a playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add naririn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.