lozocat
ใส่ข้อความที่ต้องการให้เลื่อนๆๆที่นี่
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
16 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
แอบเปรี้ยว..ไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัม

เมื่อขบวนรถไฟเคลื่อนตัวเข้าชานชลาที่หัวลำโพงซูริค อิฉันก็ใส่เกียร์หมาเร่งเดินไปขึ้นรถไฟขบวนสุดท้ายเพื่อกลับเข้าบ้าน เฮ้อ...จะเหนื่อยไปถึงไหนกันนะ ครั้นกลับไปถึง บ้านเงียบเชียบ อ่ะ..คุณเมทไม่อยู่ สงสัยไปบ้านผู้ชาย ว่าแต่...ทำไมครัวกรู รกฉิบ! โกรธ โกรธหัวเหวี่ยง เดินกระฟัดกระเฟียดทั่วบ้าน ก็ไม่รู้จะทำยังไง เอาไว้ให้มันกลับมาค่อยเทศนาสั่งสอนสักหน่อย ตอนนี้หมดแรงยิ่งกว่าเดิม ว่าแล้วก็ยกกระเป๋าเทของออกมาให้หมด เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เดินไปเปิดน้ำในอ่าง กะว่าจะแช่เท้าเนื่องจากปวดเท้ามากมาย ครั้นเปิดประตูห้องน้ำไป ก็อยากจะกรี๊ดดังๆ ตอนห้าทุ่ม แมร่ง...ไม่แช่ก็ได้วะอ่างเอิ่ง สกปรกกว่าครัวอีก ฮ่วย!คราวนี้ไม่โกรธแล้ว แต่พยายามทำใจให้ปลง ไม่เป็นไร โชคยังดีที่ห้องน้ำมีสองห้อง อาบห้องตัวเองก็ได้ ถึงไม่มีอ่างแต่ก็สบายใจกว่ากันเยอะ ที่แยกห้องน้ำความจริงแล้วแยกเพื่อแบ่งกันทำความสะอาด แต่เราสามารถใช้ได้ทั้งสองห้องตามปกติ ซึ่งปกติ หากไม่มีเวลาว่างมากจริงๆ ก็จะไม่อาบน้ำอ่าง เพราะเปลืองน้ำ
เมื่อร่างกายเย็นลง จิตใจก็เริ่มเย็นลงตามมา ของฝากทั้งหลายถูกจัดวางเอาไว้มุมห้อง เสื้อผ้าถูกโยนลงตะกร้า เสร็จแล้วก็คว้าโบชัวร์ของ City Night Line ของ Zurich HB เพื่อมองหาทริปต่อไปในวันพรุ่งนี้ดูยุ่งกว่าทำงานอีกนะเนี่ย ว่าแล้วก็เปิดดู..ไปไหนดีน้า...
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เมื่อรับสายก็ได้ยินถ้อยคำน่ารักจากเพื่อนสาว
“ฮัลโล แก ของฝากล่ะ” เออ ไม่ถามกรูสักคำว่าเป็นยังไง เหนื่อยไหม สนุกไหม
“เออ...ก็ดี กำลังเครียด ว่าจะไปไหนต่อดี”
“ไปอัมสเตอร์ดัมดิ ชั้นอยากไป” อ้าว...แกอยากไปแล้วบอกอะไรชั้นวะ
“อืม ไปก็ได้ พรุ่งนี้ว่างอยู่” เฮ้อ...ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองเลย
“ชั้นไม่หยุด แกไปคนเดียวละกัน แค่นี้นะ อย่าลืมของฝาก บาย..” อ้าว! อ้าว...ไปเองก็ได้วะ อุตส่าห์ดีใจ คิดว่ามันจะว่างไปด้วยกัน ผิดแผนอีกแล้ว แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อคนอย่างเพื่อนสาวแนะนำ มันต้องมีอะไรน่าสนใจ
สองทุ่มห้านาที เดินทางไปถึงสถานีหัวลำโพงซูริค เข้าร้านมิโกรส(Migros) ซื้อน้ำ ขนมปังและแอปเปิ้ลอีกสองลูก เนื่องจากกลัวหิวตอนกลางคืน สิบห้านาทีต่อมาเดินไปหาขบวนรถไฟที่จะไป เดินมองหาตู้รถไฟเบอร์ 175 ซึ่งเป็นรถไฟของ DB เยอรมัน แต่วันนี้จะไปเนเธอร์แลนด์ แล้วให้นั่งของเยอรมัน มันขัดใจอย่างไรบอกไม่ถูก เมื่อเดินขึ้นไปบนรถก็มองหาเตียงของตัวเอง ก็เจอคุณลุงคนหนึ่งซึ่งคาดว่าจะเป็นเพื่อนร่วมห้องขนาดสี่เตียง ก็คิดว่า ทำไมพนักงานมันไม่แยกห้องผู้หญิงผู้ชายให้ฟระ หรือมันเห็นเราเป็นกระเทย คิดแล้วก็ทำใจ เอาเป็นว่าห้องอื่นคงเต็ม อืม...อย่าคิดมาก มาเที่ยว อย่าเครียด







คุณลุงทักทายเราด้วยภาษาอังกฤษฟังง่าย เราคุยกันได้สักพัก รถไฟก็เคลื่อนตัวออกเดินทาง หลังจากนั้นก็มีพนักงานชายหญิง เข้ามาอธิบายอุปกรณ์ทุกอย่างที่มีอยู่ในห้องพักให้ฟังด้วยภาษาอังกฤษคล่องปาก พร้อมกับตรวจตั๋วและเก็บพาสปอร์ตไปด้วย เธอบอกว่าพรุ่งนี้เช้าก่อนถึงที่หมายจะนำมาคืนให้ แล้วบอกให้ล๊อกประตูด้วย เพื่อความปลอดภัย ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่าข้างนอกหรือข้างในกันแน่ที่ปลอดภัยกว่ากัน เอาเป็นว่าหากเกิดอะไรขึ้น กรูจาไปนอนหน้าห้องน้ำตรงทางเดิน
จัดแจงปิดประตูลงกลอนอย่างที่พนักงานบอก แล้วหันมาสนทนากับคุณลุงต่อ ลุงเล่าว่าเป็นคนฮอลแลนด์มาทำงานที่ซูริค คุยได้หน่อยเดียวลุงก็ถามว่า มาจากญี่ปุ่นเหรอ อืม....ป่าวคะ มาจากไทยแลนด์ คราวนี้คุณลุงก็หัวเราะ แล้วบอกว่า ฉันดูไม่ออกหรอกว่าเธอเป็นประเทศอะไรในเอเชีย แล้วเธอล่ะ แยกออกหรือไม่ว่าฉันเป็นคนยุโรปหรืออเมริกา เออ...ถูก! แยกไม่ออกเหมือนกันอ่ะคุณลุง คุยไปไม่นานก็ขอตัวไปเดินเล่นข้างนอก เดินเข้าห้องน้ำบ้าง ชมวิวมืดๆ ข้างทางบ้าง แล้วก็กลับมาที่ห้อง มองเห็นคุณลุงกำลังอ่านหนังสืออยู่อย่างตั้งใจ อยู่บนเตียงเหนือศีรษะ ก็ไม่กล้านอน เลยนั่งเขียนไดอารี่เป็นเพื่อนลุง แต่พอหยิบปากกาเตรียมจะเขียน คุณลุงก็ปิดหนังสือแล้วห่มผ้า นอน! อ้าว..ไม่ชวนกันเลย คนอุตส่าห์รอ
สี่ทุ่มครึ่ง ตื่นมาเข้าห้องน้ำ แล้วนอนต่อ จากนั้นไม่นานก็มีนายตำรวจสองนายเข้ามาตรวจ นี่คงจะถึงชายแดนแล้วล่ะสิ ตรวจเสร็จก็ลงกลอนนอนต่อ นอนไปได้สักพัก ก็ต้องตื่นมาเปิดประตูให้กับผู้มาใหม่ เนื่องจากเตียงอยู่ด้านล่างแล้วติดกับประตู จึงต้องทำตัวเป็น Door Girl เฮ้อ…คราวหน้าจะนอนข้างบน เด็กน้อยวัยสิบเจ็ด เดินเข้ามาในห้อง ไม่พูดอะไรก็โยนกระเป๋าไปข้างบน อันเป็นที่นอนของตนเอง พลางปูที่นอนอย่างลวกๆ ให้พอนอนได้ แล้วจัดแจงปีนขึ้นไปแล้วเปลี่ยนกางเกง ถอดรองเท้า นอน.... ไม่ได้เกรงใจคนที่มันอยู่ข้างล่างเลย คิดจะถอดก็ถอดซะอย่างนั้น เฮ้อ ...ดีนะมองไม่เห็นอะไรเท่าไหร่ (แอบเสียดายนะเนี่ย) คราวนี้กว่าจะกล่อมตัวเองให้นอนอีกครั้งก็ยากเสียแล้ว เพราะกว่าคุณชายเธอจะนอน ได้ ก็ทำโน่นทำนี่ โทรศัพท์ บ้าง อะไรบ้าง ก็ไม่เข้าใจว่าใครมันจะตื่นมารับโทรศัพท์มันตอนตีหนึ่ง







เจ็ดโมงครึ่ง มีพนักงานเอาพาสปอร์ตมาคืนสองหนุ่ม ซึ่งหนุ่มน้อยตื่นมาแอบงง นิดหน่อยที่เห็นชะนีนอนอยู่ในห้องด้วยอีกคน สงสัยเมื่อคืนมันรีบเลยไม่ได้สังเกต คุณชายเลยแอบหน้าแดง มันคงนึกได้ว่าเมื่อคืนนี้ที่รีบถอดกางเกง ชะนีคนนี้จะมองเห็นอะไรหรือเปล่า เราก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่แอบยิ้มให้มันเครียดเล่น ทั้งที่จริงแล้วไม่เห็นอะไรเลย เอาน่าอย่าคิดมากหลานชาย เมื่อทั้งคู่ได้พาสปอร์ตคืน ก็แสดงว่าใกล้จะถึงปลายทางของทั้งคู่แล้ว แล้วเราล่ะ ไม่เห็นมีใครเอามาคืนเลย หรือว่าจะไม่คืน!!
ก่อนคุณลุงจะลง ก็มีตำรวจขึ้นมาตรวจอีกรอบแล้ว ตรวจบ่อยเหลือเกิน พาสปอร์ตก็ไม่อยู่กับตัว ก็เลยพยายามทำตัวตามปกติ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องพยายาม เมื่อทุกคนในห้องลงจากรถไฟไปหมดแล้ว ก็ค่อยหายใจได้โล่งปอดหน่อย คราวนี้สบาย อยู่คนเดียว ทั้งห้องเป็นของเรา
เก้าโมงสิบนาที ถึงอัมสเตอร์ดัมโดยสวัสดิภาพ เดินออกจากชานชลา มองหาป้ายอินฟอร์เมชั่นทัวร์ริส เพื่อจะเข้าไปถามรายละเอียด เนื่องจากไม่ได้หาข้อมูลมาเลย กะมาเที่ยวเรื่อยๆ ก็ซื้อหนังสือเที่ยวอัมสเตอร์ดัมมาหนึ่งเล่ม เพราะที่จริงแล้วอยากได้แผนที่แบบที่เคยได้จากอิตาลี แต่ที่นี่ต้องเสียเงิน ไม่เอาดีกว่า เปิดหนังสือดูก็ได้ไหนๆ ก็จำใจซื้อมาแล้ว เสร็จแล้วก็เดินเข้าไปในเมืองมองหาอาหารเช้า แต่มองไปมองมาก็ยังไม่เห็นมีอะไรขาย นี่มันจะสิบโมงแล้วนะ เปิดสายจัง เดินไปเดินมาเจออิโรติกช๊อบ โอ้ว...น่าสน เพราะร้านตรงข้ามเป็นร้านอาหารที่กำลังเปิดอยู่ร้านเดียวในขณะนี้ จึงเดินเข้าไปสั่งสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า กับน้ำส้มคั้นหนึ่งแก้ว เป็นเซต ราคาสิบสองยูโร กินไปมองคนเดินเข้าร้านอิโรติกไป บางคนมาเป็นกลุ่มยืนหัวเราะคิกคักๆ แล้วพากันผลักเพื่อนๆ ให้เข้าไปดู ทั้งที่ตัวเองก็อยากจะเข้าไปดูใจจะขาด แต่กลับทำเป็นแกล้งเพื่อน คู่รักบางคู่เดินมาดูหน้าร้าน คุยกันกระหนุงกระหนิง ฝ่ายหญิงก็ตีแขนฝ่ายชายเบาๆ แล้วหัวเราะคิกคัก สักพักก็เดินเข้าร้านไป เฮ้อ... ดูไปดูมาก็เพลินดี เมื่อท้องอิ่ม สมองก็แล่น เดินดูร้านรวงต่างๆ อย่างเพลินตาเพลินใจ แล้วก็มาเจอ Sex Museum แปลกดี ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ก็กระดากใจเกินไป ที่จะเดินเข้าไปชมภายใน ก็เลยไปนั่งเรือชมเมือง ประมาณชั่วโมง ทำตัวเยี่ยงเด็กน้อยถูกผู้ปกครองบังคับให้มา แต่เมื่อได้ชมความสวยงามของบ้านเมือง ได้เห็นเรือบ้านที่จอดลอยลำอยู่ในคลอง แล้วได้ฟังมุกขำๆ จากไกด์ มันก็ทำให้เพลินดีเหมือนกัน







เสร็จแล้วก็ไม่รู้จะไปไหน เปิดหนังสือคู่มือดูก็เห็นชื่อคุ้นๆ ว่า Ann Frank ชื่อเหมือนหนังสืออ่านเล่น ที่เคยได้อ่านสมัยมัธยม เล่มหนาๆชื่อว่า บันทึกลับของแอนแฟรงค์ เป็นการเขียนแนวไดอารี่ แต่เป็นไดอารี่ส่วนตัวที่เป็นเรื่องจริง และเคยเกิดขึ้นจริง ของเด็กผู้หญิงครอบครัวชาวยิว ที่ต้องหลบซ่อนตัวจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อยู่ในบ้านที่สร้างขึ้นเป็นห้องลับ โอเค น่าสนใจ ใครจะคิดว่าจากหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งเคยได้อ่านมาในอดีต ในวันนี้กลับได้มาเยี่ยมเยียนบ้านของคนเขียนหนังสืออันเป็นประวัติศาสตร์เหล่านั้น

เมื่อรู้จุดหมายแล้วก็ออกเดินทางไปเรื่อยๆ ตามแผนที่ พอไปถึงก็มองเห็นผู้คนต่อคิวแถวเข้าบ้าน ซึ่งคล้ายๆ บ้านตึกแถวติดๆกันแบบเมืองไทย เมื่อซื้อบัตรเข้าชมเรียบร้อย นักท่องเที่ยวคนไหนที่มีสัมภาระมากกว่ากระเป๋าสะพายผู้หญิง ก็ต้องฝากเอาไว้ ไม่อนุญาตให้นำขึ้นไปด้วยได้ เนื่องจากต้องจำกัดน้ำหนัก เราเดินตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ ดูภาพและอ่านประวัติต่างๆ ที่มีจัดแสดงเอาไว้ให้อย่างสนุกสนาน เพราะไม่ค่อยได้มีโอกาสเข้าพิพิธภัณฑ์กับเขาสักเท่าไหร่ เดินเข้าไปในบ้านเรื่อยๆ ขึ้นบันไดไปหลายชั้น จนกระทั่งถึงทางเข้าห้องลับ อันเป็นประวัติศาสตร์ ขนแขนก็พลันลุกขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ตัวหนังสือที่เคยได้อ่านมาสมัยเด็ก บัดนี้วิ่งวนไปมาอยู่ในหัวสมอง ใครจะคิดว่าตัวเองจะได้มายืนอยู่ในสถานที่จริงในอดีต ซึ่งยังคงมีสภาพอย่างดีมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่าชั่วโมงที่ได้สัมผัสบ้านแห่งความทรงจำของคนในอดีต มันทำให้รู้สึกเศร้าอย่างไรบอกไม่ถูก เกี่ยวกับสงครามที่ต้องทำร้ายผู้บริสุทธิ์นับล้าน ตลอดเวลาที่เดินวนอยู่ในบ้านหลังนี้ มีความรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในอาณาจักรของคนในอดีต ที่กำลังเฝ้าจับตามองผู้มาเยี่ยมชมเรื่องราวของพวกเขา









ออกจากบ้านประวัติศาสตร์ ก็เดินไปที่ Madame Tussauds Wax Museum ตอนนั้นไม่รู้ว่าคืออะไร ไม่รู้จัก แต่ว่าไม่รู้จะไปไหนก็เลยไปยืนต่อแถวเข้าไปดูซิว่ามันคืออะไร เสียค่าเข้าชม 21 Euro ได้เล่น Pirate for the Caribbean ด้วย ก่อนเข้าไปข้างในได้ถ่ายรูปคู่กับหุ่นขี้ผึ้งของ พี่แจ๊ค สแปรโรว์ ได้คล้องแขน แนบอกอย่างมีความสุข ครั้นพนักงานถ่ายรูปเสร็จ ก็บอกให้มารับรูปหลังจากชมพิพิธภัณฑ์ เราก็บอกโอเค ถ่ายให้งามๆ นะ ว่าแล้วก็เดินเข้าไปในลิฟท์ที่รอรับนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมหุ่นขี้ผึ้ง เมื่อไปถึงห้องจัดแสดงก็นึกถึงพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งบ้านเราขึ้นมา คล้ายๆ กัน เดินดูไปหลายห้องก็ได้ฤกษ์เล่น Pirate for the Caribbean ซะที มีพนักงานยืนรอรับอยู่หน้าประตู กับผู้ชายที่แต่งชุดโจรสลัดผีอีกคน กำลังพยายามข่มขวัญให้เรากลัว ชิส์..ไม่มีทาง คราวนี้ประตูก็เปิดให้พวกเรา ซึ่งประกอบไปด้วย เรา และคู่รักอีกสองคู่ รวมเป็นห้าคน เดินเข้าไป แต่ปรากฏว่าคู่สวีทคู่หน้าที่ยืนหน้าประตูเลย กลับยืนนิ่ง แล้วหันมายิ้มให้เรา ยิ่งเมื่อเราสบตาให้ก็ยิ่งยิ้มให้ใหญ่ เออ..ไปก่อนก็ได้วะ มาคนเดียว กลัวก็กลัว ดันให้เดินข้างหน้าอีก ไม่มีหัวคิดเอาซะเลย ว่าแล้วก็ทำใจกล้า เดินดุ่มๆ ผ่านประตูไปอย่างผู้นำ ปรากฏว่าน่ากลัวนิดหน่อย พวกโจรสลัดผี ดันไปหลอกแต่คนข้างหลัง คนเขามาเป็นคู่ก็กรี๊ดกร๊าดตามประสา ส่วนคนเดินหน้าก็ แอบเซ็ง เมื่อเกมส์จบก็ออกมาเจอกับบรรดาคนดังและบุคคลสำคัญของโลก ยืนรอให้ไปถ่ายรูปด้วย งานนี้เลยขอควงแขนจัสติน ทิมเบอร์เลค ถ่ายรูปคู่ด้วยสักหน่อย








ออกจากหุ่นขี้ผึ้งก็เดินเข้าร้านของฝากที่ระลึก แล้วก็ถ่ายรูปร้านเซ็กซ์ช๊อบที่มีอยู่เป็นโซน อย่างไม่เคยเห็น ช๊อบปิ้งเสร็จท้องก็เริ่มหิวอีกแล้ว เลยแวะเข้าร้านอาหารจีน ได้ข้าวผัดกุ้ง ซุปหูฉลาม และโค้ก ในราคา 18.20 Euro กินจนอิ่ม ก็ไม่รู้จะไปไหนต่อก็มานั่งดูคนที่ Palace เพื่อรอเวลารถไฟออก
ทุ่มหนึ่งเดินเข้าไปที่สถานีรถไฟ ระหว่างทางก็คิดว่ามีเวลาอีกตั้งชั่วโมงครึ่ง ไปไหนดี ว่าจะย้อนกลับไปพิพิธภัณฑ์เรื่องบนเตียงก็ยังกระดายอายอยู่ ไม่เอาดีกว่า ก็เดินเข้าไปนั่งรอในสถานี ครั้นพอใกล้จะได้เวลาจึงตั้งใจว่าเดินไปถามประชาสัมพันธ์สาว ว่ารถไฟจอดที่ชานชลาไหน ยังไม่ทันได้ยื่นตั๋วให้ดู คุณเธอก็บอกว่าชานชลาที่สิบเอ็ด อารายวะ ยังไม่รู้เลยว่ากรูจะไปไหน เราก็ไม่เชื่อ ป้าแกคงไม่ได้มีตาทิพย์หรอก จึงเดินไปถามอีกเคาน์เตอร์นึง ซึ่งแม่นางน้อยก็หยิบตั๋วออกจากมือเราเอาไปดูแล้วก็เอื้อนเอ่ยออกมาว่า ชานชลาที่สิบเอ็ดบี!! โอ้แม่เจ้า หรือไสยศาสตร์จะมีอยู่จริง






เมื่อขึ้นรถไฟ ก็ตรงไปสำรวจห้อง คราวนี้เป็นหกเตียง โอ้โห แคบกว่าเดิมอีก แต่ก็ต้องนอน เพราะนั่งไม่ได้เลย เฮ้อ...จะบ่นมากก็ไม่ได้ เดี๋ยวเหนื่อย ว่าแล้วก็นอนดีกว่า ทิวลิปก็ไม่ได้ดู แถมไม่รู้ที่เที่ยวอีกต่างหาก ทริปนี้ เหนื่อยเหลือใจ
เที่ยงคืนกว่า ตำรวจร่างใหญ่ขึ้นมาตรวจบนรถไฟ เมื่อถึงชายแดน เรียกได้ว่า รื้อค้น เลยก็ว่าได้ เพราะแทบทุกกระเป๋าถูกรื้อออกมากองเอาไว้ ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงร่างบอบบางอย่างเรา อาจเนื่องด้วยกลัวการลักลอบนำยาเสพติดออกมาจากอัมสเตอร์ดัมก็เป็นได้ ยิ่งเด็กวัยรุ่นที่แต่งตัวฮิปๆ หน่อย ก็จะถูกค้นตัวด้วย ส่วนเรา หลังจากต้องรื้อของฝากและของใช้ออกจากกระเป๋าแล้ว ก็ต้องจัดเก็บเข้ากระเป๋าให้เหมือนเดิม กว่าจะยัดสัมภาระทุกอย่างเข้าไปได้หมด ก็ต้องใช้เวลา กว่าจะได้นอนอีก เฮ้อ.... เหนื่อยโว้ย อัมสเตอร์ดัมวันเดียว!









Create Date : 16 มิถุนายน 2553
Last Update : 3 มิถุนายน 2554 20:47:52 น. 12 comments
Counter : 1175 Pageviews.

 
บ้านเมืองสวยน่าเที่ยว เกาะกระเป๋าไปด้วยคน


โดย: Tree Rose วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา:18:54:17 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนจ้า


โดย: The Best of Me วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:0:29:21 น.  

 
สักวันจะต้องไปให้ได้ กะไปเยี่ยมเพื่อนที่ฮอลแลนด์แล้วให้เพื่อนพาเที่ยวนะค่ะ..อิอิ ขอบคุณที่พาเที่ยวนะค่ะ ภาพสวยๆๆๆ แล้วแวะไปกินหนมที่บ้านอีกน่ะ


โดย: Oathpp วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:8:30:22 น.  

 
ตามมาเที่ยวค่ะ ชอบเมืองนี้มาก อยู่ในแผนการเดินทางตลอดแต่ยังไม่ได้ไปเลยค่ะ


โดย: vanillahome วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:15:34:42 น.  

 
เมืองสวยจริงๆ ชอบหุ่นขี้ผึ้งด้วยค่ะ สวยดี


โดย: ClayAnn วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:21:27:58 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนค่า

เห็นหนุ่มหล่อจัสตินแว้ปๆๆอ่ะ


โดย: felice วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:0:26:38 น.  

 
ตัวอารายตายหรอ..คุณลูก..เศร้าปายด้วย..

..หมาอะป่าวว..ฮือ ฮือ ..คุงแม่ชอบเลี้ยงหมานะ..

ช่วงนี้คุงแม่มีงานเข้าเพียบ..เหนื่อยจังเยย..ไว้จามาตามอ่านต่อนะจร้า..Photobucket


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 22 มิถุนายน 2553 เวลา:19:37:53 น.  

 
น่าสนุกจังค่ะ
รูปสวยมาก
อยากไปเลย
ขอบคุณที่เข้ามาให้คำแนะนำดีดีนะคะ
(ภาษาอังกฤษ)
จะพยายามค่ะ


โดย: My sIGn (za_iwan ) วันที่: 23 มิถุนายน 2553 เวลา:1:34:45 น.  

 
..โถถถถถถถถถถถ ..ไว้คุงแม่ช่วยใส่บาตร..อุทิศส่วนกุศลปายห้ายเค้านะ..จร้า..จ๊วบ จ๊วบ..Photobucket


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 23 มิถุนายน 2553 เวลา:20:29:31 น.  

 
คุงลูก..หายเศร้าอะยัง..อยู่ที่โน้น..ด้ายดูบอลโลกบ้างอะป่าว..จร้าPhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucket


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:20:09:21 น.  

 
..ในที่สุด..วันเสาร์ก้อมาถึง..วันนี้ก้อด้ายมีเวลามานั่งอ่านแย้ว.. หนุก แต่ระทึกทุกครั้งที่อ่าน..ฉงฉัยคุงแม่เปงโรคกัวคนแปลกหน้า..อิ อิ ....ที่ชอบคือน่าติดตามและด้ายความปายด้วย..Photobucket


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 26 มิถุนายน 2553 เวลา:11:18:43 น.  

 
หวัดดีค่า
อัมสเตอร์ดัม สวยน่าเที่ยวจังค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบล็อคนะคะ
อียิปต์ไม่น่ากลัวหรอกค่ะ ได้บรรยากาศ
อีกแบบ แต่อาหารทานยากนิดนึง ถ้าไม่ชอบเครื่องเทศ


โดย: apple.007 วันที่: 26 มิถุนายน 2553 เวลา:23:35:07 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

naririn
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันนะคะ.....

lozocat

ข้อความและรูปภาพทั้งหมดในBlog นี้ขอสงวนลิขสิทธิ์นะคะ ไม่นำออกเผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตนะคะตัวเอง

เพลง
MusicPlaylistView Profile
Create a playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add naririn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.