กรกฏาคม 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ตัวไกลใจอยู่ด้วยกันจ้า.....เน่าได้อีกตรู
คืนก่อนวันเดินทางกลับจากอเมริกา เป็นธรรมดาที่เราก็ย่อมอยากจะอยู่กับคนที่เรารักให้ได้มากที่สุดว่ามั้ย แต่สำหรับแฟนของอิชั้นแล้ว เนื่องจากเป็นแฟนกีฬาตัวยงดังนั้นคุณชายจึงนั่งหน้าจอรอเช็คผลเบสบอลจนดึกดื่น ขนาดเราแอบย่องมาด้านหลังยังไม่รู้ตัว คิดดู๊

เราก็งอนสิ เรียกมานอนก็ไม่สนใจ บอกว่าให้นอนก่อนเลยเพราะพรุ่งนี้ยูต้องตื่นแต่เช้าไปสนามบิน ป้าดดดด หมากสีดา ทำไมเล่นตัวจังซี่ เราเลยงอนตุ๊บป่อง เออ ให้มันได้จังซี่ เราเลนทำการขนหมอน ผ้าห่มมานอนที่โซฟาห้องนั่งเล่นซะเลย ประชดๆเข้าใจบ่

นอนเล่นๆกะรอให้แฟนมาง้อปลุกไปนอนที่เตียง....กาลเวลาผ่านไปช่างเนิ่นาน หมากสีดาก็ลุกขึ้นจากหน้าคอมพ์ คิดในใจ อิอิ ต้องมาปลุกเราไปนอนแน่ๆ .... แต่คุณผู้ชมคะหมากสีดาเดินตรงไปที่ห้องนอนค่ะ จากนั้นก็ไม่เห็นว่าจะออกมาอีกเลย ฮ่วยๆๆๆๆ ได้ยังไง...

ว่าแล้วอิชั้นก็ แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (แกล้งทำเสียงร้องไห้เจ้าค่ะ) เงียบค่ะเงียบ ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก เราเลยต้องเงียบบ้าง และหลับตาแกล้งหลับต่อไป

สักพัก หมากสีดา เริ่มสำนึกผิด เดินออกมาจากห้องตรงมาที่เรานอนอยู่ คุกเข่าลง ทำอะไรยุกยิกๆๆ สักพักก็จัดการจับหัวเราผงกขึ้น สอดหมอนไฟฟ้าลงรองต้นคอเราไว้ จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปนอนต่อ

คุณผู้ชมคะ เรื่องของเรื่องคือคืนก่อนอิชั้นคอตกหมอน เลยปวดต้นคอมาถึงวันนี้ คุณแฟนอิชั้นก็เลยหาวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยวิธีการนี้ อิชั้นก็นิ่งๆแกล้งหลับ เออ แต่สบายดีแฮะ อาการปวดต้นคอก็ค่อยๆหายไป.....

สักพักแฟนเราก็เดินออกมาอีก เดินเข้ามาใกล้ๆและถามว่าอยากนอนที่ไหน ห้องนอนหรือว่าที่นี่ เราก็ตอบไปว่าถามได้ ก็นอนกับยูสิ รอให้ง้ออยู่เนี่ย แค่นั้นแหละก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังๆพร้อมกัน

ตัดมาตอนเช้า เราตื่นเช้ากว่าทุกวันราวๆ 7.30 น.อาบน้ำแต่งตัวเสร็จราวๆ 9 โมงตรง แฟนก็ยังไม่ตื่น อ้าว ไหนบอกให้ตื่นแต่เช้า ไหงตัวเองนอนไม่ยอมตื่น เราเลยตื่นเข้าไปปลุก เราก็พบว่าเค้าตื่นแล้วแต่ไม่ยอมลุก นอนทำหน้าเศร้าๆซึมๆ เราก็ไม่ด้คิดอะไร (แต่รู้ว่าคงเศร้าที่ต้องจากกันอีกหน อิอิ ) แต่เรา ณ ตอนนั้นคือตื่นเต้นที่จะต้องนั่งเครื่องกลับคนเดียวมากกว่าจะเศร้าเพราะจากกันกับแฟน เราเลยบอกให้เค้ารีบไปอาบน้ำอาบท่าดี๋ยวเราตกเครื่องว่างั้น

ขณะที่เราบอกเค้าอยู่นั้น แฟนเราก็ดึงเราไปกอดผลก็คือล้มตึงลงไปนอนอยู่บนเตียง แล้วเราสองคนก็กอดกันนิ่งๆ เงียบๆอยู่อย่างนั้น แล้วน้ำตามันก็ซึมออกมาช้าๆ แค่นี้ก็รู้แล้วล่ะว่าเรารักกันแค่ไหน ....

จากนั้นเราสองคนก็มุ่งหน้าไปยังสนามบิน ระหว่างนั้นก็ไม่ค่อยเศร้าละเพราะมัวแต่วึ่นๆกับการดำเนินการเรื่องประเป๋า เรื่องบอร์ดดิ้งพาส กระทั่งตอนจะเดินเข้าเกท ซึ่งต้องนั่งใต้ดินไป ซึ่งเค้าเข้าไปกับเราไม่ได้ ตอนนั้นเองที่เรารู้สึกใจหายขึ้นมา แล้วผู้ชายคนนั้นก็ดึงร่างอวบๆของเราไปกอดซะแน่น แล้วเรก็ต่อมน้ำตาแตก ณ บัดนาว ฮืออออออ น้ำตาไหลพรากๆๆๆๆ คุณพี่ผิวหมึกที่เครื่องตรวจกระเป๋ามองค้อนๆว่าพวกเมิงจะเศร้ากันทำไมนักหนาเนี่ย ตรูรออยู่

ระหว่างทางเดินไปรถไฟฟ้าใต้ดิน แฟนเราก็เดินเลียบไปกับผนังกระจกทำให้มองเห็นเราตลอดเวลา เราหันมาทีไรก็เห็นเค้ายืนมองเราอยู่ น้ำตามันก็ยิ่งไหล ภาพสุดท้ายก่อนเราจะเดินลงบันไดเลื่อนไปก็คือแฟนเราโบกมือบ๊ายๆให้และยิ้มให้กำลังใจเรา....

พอถึงเมืองไทยความคิดถึงมันก็ยังคงอยู่ วันก่อนเราออนเอ็ม คุยกะที่รักคุณชายก็ถามว่าอยากให้เค้ามาหาที่ไหนแถบเอเชีย ตอนปลายปีนี้ อิอิ เราเลยแซว คิดถึงเราเหมือนกันเหรอ เค้าบอกยิ้มๆ I love you.


วู้ๆๆๆ



Create Date : 15 กรกฎาคม 2552
Last Update : 15 กรกฎาคม 2552 19:31:52 น.
Counter : 280 Pageviews.

1 comments
  
จริงๆค่ะ การที่รักอยู่ไกลเศร้าจริง

ถึงของแฟงเราแค่อยู๋ห่างกันคนละจังหวัด แต่การไปหากันมันยากจริงๆด้วยข้อจำกัดที่เยอะหลาย

อย่างตอนที่วันที่ต้องแยกกันหลังจากไปเที่ยวกัน ตาที่รักของแฟงเอาแต่เล่นคอมจนแฟงไปหลายๆรอบ แทนที่จะอยู่ด้วยกัน มานั่งเล่นคอมซะนี่
โดย: d_regen วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:35:36 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

loveTRAVEL1977
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นคนชอบเดินทางและท่องเที่ยว ว่างๆก็อ่านหนังสือ มีความหวัง มีความฝัน และต้องอยู่อย่างมีความหมายบนโลกนี้