กรกฏาคม 2554

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
ลูกของเขา..แต่เราขอสอน
สืบเนื่องจากบล็อกที่แล้วของเราค่ะ ....เรื่องเป็นมายังไงกลับไปอ่านได้เลยนะคะ เอาเป็นว่าเราเข้าเรื่องเลยละกัน...

วันนี้ เมื่อกี๊นี่เองค่ะเรากะเพื่อนอีกคนตัดสินใจพูดเรือง "การอบรมสั่งสอน" ลูกสาวกับเพื่อนไปแล้วค่ะโดยไม่ได้นัดหมายอะไรนะคะ แต่ไม่รู้สิมันเป็นไปเองแบบอัตโนมัติ เรื่องของเรื่องคือ วันนี้ เรา เพื่อน(เจ้าของบ้าน) เพื่อน (ที่มีลูกสาว) น้องหวาน ไปเล่นแบตมินตันกันที่สนามใกล้บ้าน

น้องหวานดูหน้าบึ้งๆค่ะ แต่เราไม่ได้สนใจทักทายอะไร เฉยๆ ตอนเล่นกันน้องก็น่ารักค่ะ น้องขอมีสวนร่วมในการเล่นด้วยการเป็นเด็กเก็บลูกขนไก่ ซึ่งน้องก็ทำหน้่าที่ได้อย่างดี น่ารักค่ะไม่งอแง

พอเล่นใกล้จบน้องบอกแม่ว่า "น้องหวานอยากกินเป๊บซี่" คุณแม่ก็ "โอเคลูก" พูดจบก็จูงมือลูกพาไปซื้อเป๊บซี่ เราก็อืมมม กลับมาพร้อมเป๊บซี่หนึ่งกระป๋อง ลูกก็ดูดกินอย่างมีความสุข

กลับไปบ้าน พวกเรากำลังลดน้ำหนักกันเลยแวะซื้อปลาเผาไปกิน (ปลาทับทิมเผา พร้อมผักสดคล้ายๆเมียงปลาเผานั่นแหละค่ะ) และเราก็เสนอว่าจะตำส้มตำกินด้วยแบบว่าเข้ากันสุดๆ น้องหวานชอบกินส้มตำอยู่แล้วเลยขอให้เราตำส้มตำให้ด้วย ถึงตอนนี้ ระหว่างเรากำลังสาละวนกับการเตรียมการทำอาหาร น้องหวานเดินมาหาเราทำหน้าละห้อย เพื่อให้เห็นภาพเดี๋ยวจะทำเป็นบทสนทนาให้อ่านง่ายๆค่ะ

เรา... น้องหวานขา น้องหวานอยากกินส้มตำหรือคะ
หวาน... (นิ่งสิบวินาที) พยักหน้าหงึกๆ สองทีแทนคำตอบ
เรา... (ระหว่างนั้นผุดไอเดียปราบพยศ) น้องหวานขา ไหหนน้องหวานลองพูดอีกครั้งสิคะพูดให้เพราะๆนะคะ ว่า "น้องหวานอยากกินส้มตำค่ะ" ไหนลองพูดตามน้าอ้อสิคะ พูดได้มั้ยคะ ลองสิๆๆ น้าอ้ออยากฟังจังเลย

หวาน..น้องหวานอยากกินส้มตำค่ะ (ทำตามแบบเอียงอาย)
เรา...โห น้องหวนเก่งจังค่ะ ไหนลองพูดอีกว่า "น้าอ้อตำส้มตำให้น้องหวานได้มั้ยคะ"
หวาน... น้าอ้อตำส้มตำให้น้องน้ำหวานได้มั้ยคะ ....ไม่เผ็ด....ค่ะ
เรา... โห แบบนี้น้าอ้อรักตายเลยค่ะ จะตำให้สุดฝีมือเลยค่ะ (ส้มตำที่ว่าคือมะละกอ ใส่น้ำปลา มะนาว มะเขือเทศนะคะแบบเด็กๆ) แต่ตอนนี้น้องหวานไปอาบบน้ำก่อนนะคะ โอเค๊?
หวาน... ทำท่าโอเคกับเราพร้อมลงท้่ายด้วย ค่ะ อีกต่างหาก

(เราก็เลยถือโอกาสสอนให้เค้าพูดคะ ขา ลงท้ายอย่างสุภาพ ใครเรียกชื่อก็ให้ขารับ คะ ขา ทุกครั้ง เวลาเจอผู้ใหญ่ก็สวัสดีค่ะ จะลากลับก็ สวัสดีค่ะ อะไรอย่างนี้เป็นต้น )

หลังอาบน้ำเสร็จ น้องหวานก็มาร่วมวงกับเรา ทั้งๆที่หุงข้าวไว้แต่คุณเพื่อนกลับตามใจลูกไม่คดข้าวให้ลูก ตอนลูกบอกไม่อยากกินข้าวก็ตามใจ พวกเราก็ อืมมม อีกสักพักคงบ่นหิวข้าวแน่ๆ เลยอดไม่ได้เลยถามไปว่าไม่ป้อนข้าวลุกเหรอ เพื่อนบอกว่า "เค้ายังไม่หิว ค่อยรอตอนดึกๆหิวค่อยกินอีกที" เพื่อนสาวพูดแบบเรียบๆนิ่งๆ เหมือนเป้นเรื่องปกติ

กินเสร็จก็ตามคาด พวกเราก็นั่งเมาธ์มอยดูทีวีกันไป ราวสองทุ่มกว่า คุณลุูกก็งอแงบอกแม่ว่าหิวข้าวๆๆๆ ยังไงก็จะกินให้ได้ งานนี้เรานึกในใจ เฮ้อ ความผิดของใครเนี่ย จะไม่หิวได้ยังไงเพราะลูกไม่ได้กินข้าวเย็น แม้ว่าตอนกลางวันจะมให้กินขนม กินนำหวานไปเยอะแยะมากมาย แต่ไม่ได้ป้อนข้าวแบบจริงๆจังๆ แถมตอนหัวค่ำยังให้ลูกกินเป๊บซี่อีกกระป๋อง ลูกก็คงอิ่มกับของหวาน ขนมนมเนยที่แม่อนุญาตให้กิน พอถึงเวลามื้อเย็นเด็กเลยไม่หิว แม่ก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะไม่ได้มีวินัยมาแต่แรก สุดท้ายคุณแม่ดีเด่นของเราเลยต้องขับรถออกไปหาซื้อไข่มาเจียวให้ลุกกินตอนสองทุ่ม เอ้อออ

พอเพื่อนกลับมาเท่านั้นแหละค่ะ ระหว่างป้อนข้าวลูก เราก็ถามอะไรสักอย่างกับน้องหวาน แล้วน้องหวานก็ตอบเราว่า "ค๊าาาาาาา" แบบว่าเสียงหวานมาก คุณแม่นองหวานทำหน้าแปลกใจมากอุทานว่า "อุ๊ย พูดคะได้ด้วยเหรอเนี่ย" เรากะเพื่อนอีกคนมองหน้ากันเลิกลั่ก เลยพูดทีเล่นทีจริงว่า "เธอไมไม่ได้สอนลูกเหรอเนี่ย"


เท่านั้นแหละค่ะ เราก็เปิดการเจรจาซะเลย ต่อหน้าน้องหวานนั่นแหละ น้องหวานกินไปแม่ก็ฟังพวกเราอบรมกันไป ขอทำเป้็นบทแบบนี้นะคะ

เรา... ปู (นามสมติ) เราว่าน้องหวานอ่ะ ถูกตามใจมากไปเปล่า
ปู... อืออออ ใช่ รายนี้ไม่ฟังใครหรอก บอกอะไรสอนอะไร ไม่ๆๆๆๆ อย่างเดียว พูดอะไรก็ไม่ฟังหรอก
เรา ... เพราะเค้ายังเด็กไงเธอ เค้าเป็นเด็ก เราถึงต้องสอนเค้า หากเค้่าปฎิเสธในสิ่งที่ดีที่เราสอน อย่างการให้ไหว้ผู้ใหญ่ การพูดเพราะๆ เราก็ต้องดุเค้าให้เค้ารู้ว่าเค้าต้องทำนะ ไม่งั้นก็เป็นอย่างนี้
ปู... โอ๊ย สอนไม่ได้หรอก ย่า ปู่ เค้าสอนมาตั้งแต่เด็ก ตามใจมากหลานเถียงก็ชอบใจหัวเราะ บอกว่าหลานฉลาด เราเคยตีลูก ปู่อุ้มลูกเราหนีเลยว่าเราใหญ่เลย หาว่าเราไม่รักลูก เราทำอะไรไม่ได้เลยต้องเอามาเลี้ยงเอง

เรา... นี่แสดงว่าเค้าถูกเลี้ยงมาแบบตามใจแต่แรกใช่มั้ย
ปู...ใช่ แม่พูดอะไรเค้าไม่ฟังหรอก
เรา... แต่เราว่าน้องฟังนะ แต่ต้องย้ำหลายๆครั้ง เข้มงวดกับน้องกว่านี้หน่อย
ปู... เราไม่กล้าตี ไม่กล้าดุหรอก อ้อจะทำได้มั้ยดุหนน่อยลุกก็บอก "แม่ไม่รักน้องหวานเหรอ ดุหวานทำไม" ฟังแค่นี้เราก็ดุไม่ลงแล้ว สงสารเค้า ก็ต้องเป็นแบบนี้
เรา...เพราะเค้ายังเด็กไงปู เธอต้องสอนเค้า ต้องใจแข็งนะ

ปู... รอให้เค้าโตหน่อยไง ตอนนี้สอนไปเค้าก็ไม่รู้เรื่องหรอก
เรา... เฮ้ย ไม่ได้นะปูเธอไม่สอนตอนนี้เธอจะไปสอนตอนไหน หริอเธอจะให้แตโรงเรียนสอน (เราแอบอ่านสมุดพกของหลาน เพื่อนเขียนบอกครูว่าอยากให้ครูเน้นย้ำเรื่องการสวัสดีผู้ใหญ่ การพูดมีหางเสียงเพราะเธอบอกว่าสอนแล้วลูกไม่ทำตามเธอ)
ปู... ปู่ ย่า เค้าตามใจ
เรา... ลูกเธอฉลาดนะ เรียนรู้เร็ว เราสอนให้พูดมีหางเสียงวันนี้เค้าก็พูดนะ สอนให้สวัสดีเค้าก็สวัสดี (เธอสวัสดีสวยมาก พูดจาคะ ขา น่าเอ็นดู ลดความแข็งกร้าวลงไปเยอะเลยค่ะ)
ปู... กับแม่เค้าไม่กลัวหรอก
เรา.... เพราะฉะนั้นเราว่าเธอควรเปลี่ยนการสอนลูกเธอใหม่ ไม่งั้นเธอจะกลายเป็นคนที่ต้องทำตามลูกตลอดไป อะไรที่เค้าไม่ทำเธอก็ต้องจี้ ให้ทำห้เค้ามีเหตุมีผล อย่าที่เห็นเนี่ยเธอตามใจลูกมาก เป๊บซี่เธอก็ให้กิน แล้วเป็นไงลุกก็อื่มน้ำหวาน เลยไม่กินข้าวเย็น (ที่จริงเธอน่าจะบังคับให้ลูกกินเนื้อปลากับข้าวสวยแต่พดลูกไม่กินก็ไม่กินสุดทายก็ต้องกินมื้อดึก) ต่อไปเธอจะเหนือยนะ เด็กเค้าก็ขี้อ้อนไปตามประสา พออ้อนได้ผลอเค้าก็อ้อนสิว่ามั้ย ยิ่งบางทีเค้าเอาแต่ใจเธอก็ไม่ดุเค้า ปล่อยผ่านๆไปเค้าก็ไม่คิดว่ามันเป็นปัญหา (คราวนี้ยาวเลยค่ะ)


สุดท้าย เราก็สัญญากับเด็กน้อยไว้ว่าคราวหน้าหากเจอกันเด็กน้อยจะสวัสดีผู้ใหญ่ (เธอสาธิตให้ทุกคนดูด้วยค่ะ เรียกว่าไหว้ทุกห้านาทีแบบว่าอยากโชว์)

เรา..คราวหน้าเราเจอกันต้องทำยังไงนะคะ
หวาน...สวัสดีค๊าาาาาา (ไหว้ืทุกคนและยิ้มแฉ่ง)
เรา... โห เก่งที่สุดเลยค่ะ ก่อนกลับทำยังไงคะ
หวาน..... สวัสดีค๊าาาา (พร้อมยกมือบ๊าบ บาย)
เรา..แล้วอะไรอีกน๊า
หวาน ... พูดค๊าาาาาาาาาาาาา ค่ะ
เรา....น้องหวาน
หวาน..... ขา
เรียกได้ว่า จากนั้นไม่ว่าใคีรจะเรียกชื่อหวานๆๆ น้องเค้าจะ ขา คะ มาเลย จากเดิมจะบอกว่า "อะไร"...."มีไร"...."อะไรอีกล่ะ" เป็นต้น ขณะที่เราสอนอยู่นั้น แม่เค้าก็อยู่นะคะ ไม่รู้ว่าดีใจ เสียใจหรืองอนก็ไม่รู้นะคะ แต่ก็คงเก็บอารมณ์ได้อยู่ เลยไม่ได้แสดงความไม่พอใจอะไรออกมา

ไม่รู้ล่ะว่าเพื่อนจะคิดยังไง แต่เราก้คิอหวังดีกับเพื่อนและลูกสาวคนเดียวของเค้าจริงๆ จะว่าเจือกก็ยอม เพราะคำว่าลูกเทวดานี่มันอยู่ไม่ไกลความจริงเลยค่ะ ...

เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตหวานจะเป็นยังไงแต่วันนี้เราได้ทำและพูดในสิ่งที่อยากพูดมาแล้ว ก็หวังว่าเพื่อนจะนำไปคิด ไปใช้ไม่ใช่เอะอะก็ให้ครูสอนทั้งๆที่เพื่อนเราเป็นคนพูดเพราะกะลูกมากแต่ไม่ยักจะใส่ใจให้ลูกพูดเพราะๆ ตามใจลูกเกินไปในเรื่องที่ไม่ควร จนตัวเองต้องคอยเป็นเหมือนคนรองรับอารมณ์ลูก แบบนี้ไม่ไหวจริงๆ


ก่อนกลับน้องหวานเดินมาส่งเราที่หน้าบ้าน ยิ้มแฉ่งให้อย่่างน่ารัก และยกมือไหว้เราอย่างน่ารักน่าชัง

"คราวหน้าเจอกันอีกน๊า ค๊าาาาา สวัสดีค๊าาาาาาา"

คืนนี้ไม่เราก็น้องหวานคงละเมอพูดคำว่า "สวัสดีค๊าาาา " กันไปข้างนึงเลยแหละ




Create Date : 23 กรกฎาคม 2554
Last Update : 24 กรกฎาคม 2554 8:29:54 น.
Counter : 505 Pageviews.

13 comments
  
อ้อ ที่บ้านเรายังมีทุเรียนอีกหลายลูกเลยนะ สนม๊ายยยย ฮ่าๆๆ

อ้อเก่งแฮะ หลอกล่อเด็กๆได้เนียนมากๆ เห็นด้วยนะว่าเด็กๆสมัยนี้ค่อนข้าง spoil พ่อแม่บางรายก็ไม่ได้เข้มงวดส่วนนี้ซักเท่าไหร่ เวลาเราเห็นเด็กแบบนี้แล้วเราก็อดหงุดหงิดไม่ไ้ด้เหมือนกัน เราว่าดีมากๆเลยที่อ้อคุยกับเพื่อนเรื่องนี้ได้ เด็กยังอายุุน้อยอยู่น่าจะสอนง่ายกว่าตอนเค้าโตกว่านี้นะแล้วก็ดีกับตัวเด็กเองด้วยจ้ะ

ออกกำลังกายแถมกินอาหารสุขภาพแบบนี้ รับรองหุ่นดีทันวันแต่งงานแน่ๆเลยจ้า

โดย: Born to Bee วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:14:12:29 น.
  
ขอบคุณค่ะบี ตอนนี้ลดน้ำหนักจ้า ถ้าไม่อย่างนั้นจะตามไปกินแน่ๆ555 เรื่องกินนี่ไม่หวั้นค่ะ

เรื่องเด็กที่ถูกตามใจนี่น่าสงสารเค้านะ การตามใจมันคงดีแตตอนแรกเพราะพ่อแมไม่ต้องคิดมากอะไร ลูกร้องอยากได้อะไรก็ให้เพราะไม่อยากเสียเวลาดุ หรืออธิบายอะไรหลับหูหลับตาทำให้ลูกให้หยุดร้องอย่างเดียวพอ เราถึงไม่แปลกใจว่าทำไมแค่ให้ลูกพูดมีหางเสียงทำไมเพื่อนเราทำไม่ได้ เฮ้อออ
โดย: loveTRAVEL1977 วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:14:39:17 น.
  
พี่อ้อทำถูกแล้วล่ะค่ะ

แต่แม่เด็กคงแอบหน้าเสียนะคะ แต่เค้าก็ตามใจลูกเกินไปจริงๆค่ะ
ยังไง แอมว่าแม่เด็กคงใจอ่อนไปเรื่อยๆค่ะ เปลี่ยนได้ยากมาก
ไม่ใช่เปลี่ยนที่ลูกนะคะ เปลี่ยนที่แม่ก่อน ^^
โดย: aimeramm วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:16:02:52 น.
  
น้องแอม เพื่อนก็หน้าเสียไปเหมือนกันแหละแต่พี่กับเพือนอีกคนก็อดไม่ไหวจริงๆ ที่ทำเพราะหวังดีกับเพื่อน แต่ไม่รู้ว่าเค้าจะตีความหมายไปยังไง

อย่างที่แอมบอกตรงเลยเพราะพอตื่นมาเพื่อนพี่โทรมาบอกว่า ลูกสาวเหมือนเดิมทุกอย่่างคือ แม่ตื่นมาเตรียมของกลับบ้าน ลูกสาวตื่นมา โหวกเหวกโวยวายเร่งให้แม่เร็วๆ เสียงดังลั่นบ้าน ส่วนคนเป็นแม่ก็บอกได้แค่ว่า "ลูก เห็นมั้ยคะว่าแม่กำลังทำอะไร แม่กำลังจัดของอยู่ค่ะ" (ทำเสียงเนิบๆเหมือนแม่นาค2011) ส่วนลูกก็ไม่รู้ว่านั่นคือการดุแล้วของแม่ ก็โหวกเหวกต่อไป แถมไม่สวัสดีเจ้าของบ้านก่อนกลับอีก แม่ก็ไม่บอกลูก

สรุปคือเพื่อนพี่คนนี้เลี้ยงลูกไม่เป็นจริงๆ กลัวว่าลูกไม่รัก เลยไม่อยากดุลูก ลูกกรี้ดอยากได้อะไรก็ทำแทบทุกอย่าง ดุลูกก็ไม่เป็น เฮ้อ หวังว่าเด็กคนนี้โตขึ้นจะมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นกว่านี้ ขืนเป็นอย่างนี้คงไม่พ้นเด็กสก๊อยซ์เสียคนแน่ๆ เพราะพ่อแม่ตามใจจนแทบเสียคน
โดย: loveTRAVEL1977 วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:16:14:51 น.
  
การพูดมีหางเสียง ไปลามาไหว้เป็นสิ่งที่ดีในสังคมไทยเราที่ควรได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เด็กค่ะ อย่างที่ว่ากันว่า "ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก"

...เรื่องน่าสนใจและน่าคิดตามหลายประเด็นค่ะ...ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ

ขอบคุณที่แวะไปทักทายและยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
โดย: ชีวิตนี้ขอแค่สุขพอดี วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:31:46 น.
  
กำลังจะพูดเหมือนกับหัวข้อด้านบน
เนี่ยแหละค่ะคุณอ้อ ลูกน่ะมีก็มีได้ แต่จะสอนให้เค้าเป็นคนดี นี่ยากซะจริง
เสาร์อาทิตย์นี้ไปพักผ่อนที่ไหนหรือเปล่าคะ
ขิมก็แหงกอยู่บ้านค่ะ พักผ่อกจากการออกกำลังวันนึง เพราะเมื่อวันอังคารที่แล้ว วิ่งสิบไมล์ ซะแทบลมจับ ให้ร่างกายพักผ่อนบ้านก็ดีเนอะ
โดย: aArMel วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:40:56 น.
  
หวัดดีจ้า ขิมอ้อไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะอยู่บ้าน ไปตีแบด แล้วก็นั่นแหละเทศนาเพื่อนที่เลี้ยงลูกแบบนี้ ตอจากนี้คงไม่พูดอีกแล้วค่ะ ปล่อยไปตามยถากรรมเค้า เดี๋ยวจะหาว่าจุ้นจ้านมากไปกว่านี้ เรามีลูกก็ค่อยให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนค่ะ

โดย: loveTRAVEL1977 วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:0:03:57 น.
  
ขอบคุณเรื่องราวดีๆน๊า เขียนได้น่าติดตามมากเลย
โดย: iFreeZero วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:1:58:22 น.
  
ถ้าพี่เป็นแม่ของน้องน้ำหวานต้องดีใจมากๆ เลย ที่มีเพื่อนคอยให้คำแนะนำและสอนลูกให้อ่อนหวาน

ให้กำลังใจเรื่องลดน้ำหนักน่ะค่ะ พี่อยากจะลดแต่ห้ามใจไม่อยู่ พอเวลาหิวขอให้ทานให้อิ่ม พออิ่มแล้วก็เป็นทุกข์คืออ้วนและไม่สบายเพราะทานมากเกินไป
โดย: สวยตลอดกาล วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:4:51:10 น.
  
คุณอ้อสอนเด็กเก่งค่ะ รีบมีเป็นของตัวเองนะคะ
น้องคงจะน่ารักมากๆเลยหล่ะค่ะ
แล้วเตรียมงานแต่งเสร็จรึยังค่ะ
โดย: purplesnow วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:15:39:52 น.
  
สวสัดีค่ะ.....คุณอ้อ

เข้ามาอ่านบล็อคคุณอ้อ มีวิธีการสอนเด็กที่น่าทำตามจัง เรากำลังจะแต่งงาน อยากมีลูกเร็วๆ แต่ก็เสียวๆตัวเองเหมือนกันว่าเราจะอบรมเค้าให้เป็นเด็กดีได้หรือเปล่า ถ้าเป็นเหมือนตัวเราที่ผ่านมาละก็มีหนาวแน่...เพราะตัวเองก็เฮี้ยวน่าดู (กลัวดาบนั้นคืนสนองจริงๆค่ะ)

เห็นด้วยสุดๆเลยว่า การอบรมเด็กเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็กจริงๆ ว่าตอนนี้เราคิดอะไรอยู่ แล้วเราควรจะสอนเค้าแบบไหน เราชอบเด็กน่ารักค่ะ พูดมีหางเสียง และไม่ดื้อ......จะจำวิธีของคุณอ้อไปใช้ เผื่อวันไหนมีลูกของตัวเองจะได้สอนให้เป็นเด็กดี

ขอบคุณมากๆนะคะ ที่ไปเยี่ยมที่บล็อค ขออนุญาติ add เป็นเพื่อนนะ ^_
โดย: hi hacky วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:16:18:17 น.
  
ที่จริงแล้วอ้อก็ไม่รู้ว่าพอมีลูกของตัวเองแล้วลุกอ้อจะเป็นยังไงนะคะ ยังไม่เคยมีลูก เด็กเค้าดื้อ ซน เป็นเรื่องธรรมดา แต่พ่อแม่ควรใส่ใจในการอบรมเค้าให้มากกว่าเพื่อนเราค่ะ เราก็คงพูดเป็นครั้งสุดท้ายแล้วค่ะ หากแม่เด็กไม่ทำตามหรือปรับปรุงเราก็คงไม่อะไรแล้ว เพราะนี่ก็ทำเยอะไปมากแล้วจริงๆ การตามใจแบบผิดเราว่สเป็นการแก้ปัญหาไปวันๆค่ะ อย่างที่เพื่อนเราทำคือลูกอยากได้อะไรก็ให้ไปให้มันจบๆ เพราะไม่อยากเสียเวลาสอนเค้าเลยต้องตามใจ แต่ปัญหาระยะยาวไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง เราก็หวังว่าพอเด็กโตขึ้นเค้าจะดีขึ้นตามลำดับอายุ

ปล.ล่าสุด เพื่อนเล่่่าให้ฟังว่าตื่นเช้ามาอีกวันหลังจากที่เราสอนไป แม่ตื่นมาก่อน ลูกสาวตื่นแล้วเดินลงมาข้างล่างเจอแม่กวาดบ้านอยู่ เธอตะโกนเร่งให้แม่ปิดไฟเสียงดังลั่นบ้าน ทั้งๆที่เพือนเราอีกคน (เจ้าของบ้าน) กำลังทำงานอยู่หน้าคอมพ์ ลูกสาวบอกว่าอยากกลับบ้านแล้วให้เร้วๆ (ตะโกนดังมากกกกกกกกก) ส่วนแม่ก็พูดได้แค้ว่า ลูก ไม่เห็นหรือไงว่าแม่กำลังทำอะไรอยู่ (ทำเสียงเนิบๆช้าๆนะคะ) ลูกก็ไม่ฟังแหกปากต่อไป เจ้าของบ้านได้แต่ทำตาปริบๆ

และพอถึงเวลาแยกย้ายกัน ตัวแม่ก็ไม่ได้บอกให้ลูกสาวไหว้ผู้ใหญ่อีกตามเคย เพื่อนเราก็ไม่อยากพูดอะไรแล้ว สรุปขึ้นรถขับออกไปเฉยเลยค่ะ เอาเป็นว่าพวกเราพยายามสุดกำลังแล้วที่เหลือก็แล้วแต่เค้่าค่ะ
โดย: loveTRAVEL1977 วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:01:02 น.
  
ปล. อ้อไม่รู้ว่าลูกอ้อจะเป็นเด็กยังไงนะคะ แต่ก็ตั้งใจว่าจะเข้มงวดในการสอนเค้าให้มากกว่าที่เพื่อนทำ เพ่่อนเราไม่ใช่ว่าเค้าไม่สอนนะคะ แต่อ้อว่ามันยังไม่พอ ไม่เข้ม เล่นพูด บ่น ไปเรื่อยเด็กก็ไม่รู้ว่าดุเค้าหรือเปล่า คือพูดเนิบๆๆๆๆ เด็กก็เฉยไม่สนใจฟัง แต่ดูท่าแล้วอ้อคงเป็นแม่ใจยักษ์ดุลูกสุดๆ แน่ๆค่ะ :)
โดย: loveTRAVEL1977 วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:06:16 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

loveTRAVEL1977
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นคนชอบเดินทางและท่องเที่ยว ว่างๆก็อ่านหนังสือ มีความหวัง มีความฝัน และต้องอยู่อย่างมีความหมายบนโลกนี้