กันยายน 2553

 
 
 
1
2
3
4
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
5 กันยายน 2553
All Blog
นางงาม..รักเด็ก
ด้วยความที่คุณแฟนต้องไปพรีเซ็นต์งานที่ดี.ซี.และติอต่อธุระปะปังที่นู่นหลายวัน และไปพักที่บ้านพ่อกับแม่เขาถือโอกาสไปทำงานและเยี่ยมครอบครัวในเวลาเดียวกัน ทริปนี้คุณแฟนขับรถไปเอง สิบชั่วโมงจากแอตแลนต้ามาดี.ซี. เหตุที่ขับมาเองเพราะไม่รู้ว่าธุระจะเสร็จเมื่อไร เลยไม่ได้จองตั๋วเครื่องบิน เราบอกอยากนั่งรถไปด้วยจัง เค้าบอกสงสัยถ้ายูนั่งมาด้วยคงเกินสิบชั่วโมงเพราะเราต้องใหhเค้าหยุดแวะนั่นแวะนี่ตลอดทาง แต่ระหว่่างทางจากแอตแลนต้ามาดีซี ไม่ค่อยมีอะไรหรอกเค้าว่านะ เราบอกมีไม่มีไม่รู้แต่เอาท์เลทมันต้องมี และนั่นแหละคือความต้องการ เค้าขำบอกว่าคราวหน้าละกันนะจะพานั่งรถเล่น

พร่ำมาซะเยอะเข้าเรื่องดีกว่า พอที่บ้านรู้ว่าแฟนจะกลับไปดีซี หลานๆก็ดีใจใหญ่เพราะจะได้เจอลุงใจดีของพวกเค้า ปกติเด็กๆจะมาค้างที่บ้านปู่ ย่าของพวกเค้าทุกวันหยุดอยู่แล้ว คราวนี้พิเศษตรงที่จะได้เจอลุงเลยกระดี๊กระด๊าเป็นพิเศษ แฟนบอกว่าให้เราตื่นเช้าๆนหน่อยนะวันอาทิตย์เราบอกทำไมล่ะ แฟนบอกว่าหลานสามหล่อจะมาหาที่บ้านและเค้ารู้ว่าถ้าเค้ามาเค้าต้องแชทกับเราและเด็กๆก็จะได้เจอกับเรา สรุปคือเด็กๆอยากเจอเรา หนึ่งในนั้นก็มี "เบน" หวานใจของเราด้วย เบนคือพี่คนโตของน้องชายอีกสองคน ทั้งสามพูดเก่งมาก แย่งกันพูดเลยล่ะ น่ารักซะ แต่หนุ่งมาดสุขุมขวัญใจเราที่สุดคือเบน :)


ตัดมาเช้าวันนี้ เจ็ดโมงครึ่งเราก็ดีดตัวออกจากที่นอนโดยอัตโนมัติ หน้าหน้าแปรงฟังออนไลน์ และก็เป็นไปตามคาดเด็กๆรอหน้าสลอนหน้าคอมพ์ส่งเสียงระงมเป็นนกกระจอกแตกรัง แถมยังฝากข้อความไว้ใน Voicmail อีกต่างหาก แต่เสียงไม่ชัดจับใจความได้ว่าคิดถึงเราและอยากให้เราไปหาอีกครั้ง ^_^


จากนั้นเด็กๆก็ต่างชวนเราคุยเรื่องของเค้า เช่น Garrett ซึ่งเข้าโรงเรียนเดียวกันกับพี่ชายแล้ว I am in first grade now. เด็กน้อยรายงาน I go to same school Ben. หนุ่มน้อยบอกด้วยความภูมิใจ I have 2 friends. คนพูดบอกยิ้มๆ เราบอกว่า I am glald that know that you are a good boy and love going school everyday.อ่อ ลืมบอกว่า Garrett ใส่แว่นจำไม่ได้ตอนแรกเพราะเห็นแค่ตา นึกว่าเบนเลยทักผิด ทำเอาเบนแอบน้อยใจหรือเปล่าไม่รู้ เพราะงานนี้ Garrett จ้อคนเดียว ขรธที่เบนยินเงียบๆดูน้องๆคุยอย่างเดียว พอเราทักว่าทำไมเงียบจัง เบนบอกเราว่า I am happy to see them talk to you. พูดจบก็ยืนยิ้มอยู่ด้านหลังน้องๆ ส่วนแฟนเรานั้นถูกเด็กๆบังจนมิดไม่ได้คุยกันเลย

เด็กๆ คุยกับเราจนถึงสามทุ่มก็บอกว่าต้องไปนอนแล้วล่ะ ก่อนไปนอนเด็กๆก็มา Goodnightกับเรา น่ารักมากๆ เด็กๆบอก Goodnight,I meant good morning :) ดูสิว่าน่ารักมั้ย บ้านนี้เลี้ยงลูกชายได้ Sweet มาก แต่เวลาซนก็เอาเรื่องอยู่ เกือบลืมบอกไปเด็กๆถามเราว่า When we will meet you again? เราบอก I don't know.depend on uncle Roo เด็กๆหันไปบอก We would like to meet her uncle Roo.แฟนเราขำกลิ้งบอก Soon เด็กๆบอกกับเรา Soon แล้วก็ยิ้มซะกว้างเลย น่ารักสุดๆ

เด็กไม่ว่าชาติไหน ภาษาใดก็ล้วนแต่มีความน่ารักในตนเองเสมอ เด็กสามคนนี้เราเชื่อว่าเมื่อเค้าโตขึ้นเค้าจะเป็นเด็กที่มีจิตใจอ่อนโยน รักครอบครัวและเข้มแข็ง เพราะแม้ว่าพ่อแม่จะแยกทางกันแต่ดูเหมือนว่าเด็กๆ จะไม่รู้สึกขาดหายหรือสับสนอะไรในชวิตเพราะแม่พ่อแม่จะแยกกันแต่เค้าก็ยังทำหน้าที่พ่อแม่ที่ดี ยังไปมาหาสู่กัน แบ่งวันดูแลลูกไม่ให้ขาดลองเป้นครอบครัวแบบไทยๆอย่างเราที่ส่วนใหญ่เลิกกันแล้วแบ่งสมบัติไม่พอต้องแบ่งลูกกันเลย แถมยังกีดกันไม่ได้มาเจอกันอีก แถมใส่ข้อมูลอีกฝ่ายแบบแย่ๆ ให้ลูกฟังเรียกได้ว่าเลิกกันแล้วไม่มีดีสักอย่างใส่แต่ความแย่ๆ เลวๆให้ลูกฟัง อันนี้คือแบบไทยๆที่เราเห็นจนชินตา พอเด็กโตขึ้นความฝังใจก็จะรักคนที่อยู่ด้วยและเกลียดอีกคนไปเลย แถมไม่มีความผูกพันกับอีกฝ่าย มาเจอกันอีกทีก็ประดักประเดิด

ครอบครัวที่เลิกรากันที่เรารู้จักที่เป็นครอบครัวฝรั่งนะคะ ส่วนใหญ่จะทำอย่างที่น้องชายแฟนทำ คือแบ่งกันดูแลลูกๆ อย่างเท่าเทียมและไปมาหาสู่กันในฐานะพ่อ แม่แต่ไม่ใช่สามีภรรยาแม่ก่อนเลิกกันเค้าคงมีปญหามากกมายแต่เพื่อลูกทั้งสองสามารถอดทนอดกลั้นไม่ทำบรรยากาศให้เสียทุกอย่างเพื่อลูกล้วนๆ


แต่สำหรับครอบครัวแบบไทยๆเท่าที่เราเห็นต้องรอให้เกลียดกันที่สุด มองหน้ากันไม่ติดก่อนถึงเลิกกัน ยื้อกันไปอยู่นั่นแหละ ยื้อไม่พอทะเลาะกันอีก สร้างบรรยากาศมาคุในครอบครัว บางคนบอกไม่ได้ทะเลาะกันเลย แต่เราจะบอกว่าบรรยากาศมันจะบอกความรู้สึกได้ เพราะรังสีอัมหิตมันแผ่ซ่านไปทั้งบ้านเด็กๆจะรู้สึกยังไงกับบ้านทีไม่มีความรักเหลืออยู่ อย่าบอกว่าทนเพื่อลูก ให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบ เพราะเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบไม่ใช่มีพ่อ แม่ ลูกเท่านั้นค่ะ เพราะมันจะมีประโยชน์อะไรหากการดำรงอยู่ซึ่งคำว่า พ่อ แม่ลูก แต่พ่อแม่ไม่ได้รักกันอีกแล้ว สำหรับเราเอาเวลาที่ยื้อให้อีกฝ่ายกลับบมารักมาหลงไปตกลงกันให้ได้เรื่องการเลี้ยงดูลูกๆดีกว่าว่าจะให้ใครดูแล เงินทอง สมบัติแบ่งยังไงดีกว่านะคะ

อย่างนี้ง่ายกว่่ารักษาสถาบันครอบครัวที่มีคำว่าพ่อ แม่ ลูก เยอะเลยค่ะ



ด้วยความไม่ได้เจอกันนานเด็กๆก็คุยนาน



Create Date : 05 กันยายน 2553
Last Update : 5 กันยายน 2553 11:59:41 น.
Counter : 347 Pageviews.

5 comments
  
อืมมมม อารมณ์ความเป็นพ่อแม่จริงๆ

กุ้งก็รักเด็กนะคะ แต่ขอ 20+ กลัวข้อหาพรากผู้เยาว์ 5555..........
โดย: Honey and Moonney วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:14:07:00 น.
  
มาดูนางงามรักเด็ก...อ่านแล้วหลานๆน่ารักมากขอให้ได้เจอกันไวๆ แล้วจุ๊บให้หายคิดถึงไปเลย
โดย: saralove&Dan วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:15:27:18 น.
  
เห็นด้วยค่ะ ครอบครัวต้องรักกันไว้มากๆ
โดย: diamondsky วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:17:23:37 น.
  
อ่านแล้วก็ยิ้มไปกับความน่ารักของเด็กๆค่ะ เพื่อนของเราอยู่เทนเนสซี มีลูกชายอายุประมาณสิบขวบ ก็เอามาเล่าให้ฟังว่าลูกได้ร่วมขับร้องเพลงประสานเสียงของโรงเรียน แล้วก็บอกว่า "I am so proud"

ขอให้วีซ่าผ่านเร็วๆนะคะ
โดย: aArMel วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:20:27:03 น.
  
เด็กเยอะ ๆ สนุกทุกที่แหละค่ะ พาเราอารมณ์ดีไปด้วยนะคะ
โดย: Jujastar วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:21:23:16 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

loveTRAVEL1977
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นคนชอบเดินทางและท่องเที่ยว ว่างๆก็อ่านหนังสือ มีความหวัง มีความฝัน และต้องอยู่อย่างมีความหมายบนโลกนี้