ตุลาคม 2552

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
คนแก่ฝรั่ง VS คนแก่ไทย
เริ่มที่คนแก่ฝรั่ง

เมื่อเช้าโทรคุยกับแฟน แฟนบอกว่าอาทิตย์หน้าพ่อกับแม่เค้าจะบินไปพักผ่อนที่ยุโรป 3 อาทิตย์ ที่จำได้ก็มี เยอรมัน กับเนเธอร์แลนด์ เราก็ได้แต่ร้องว๊าวววว เพราะสองคนนี้ก็ร้อยกว่าปีคือพ่อ 66 ขวบ แม่ 63 ขวบ เป็ฯสาวเหลือน้อยที่ไม่ยอมแก่ (หน้่เด้งมากมาย) ส่วนพ่อแม้จะเหี่ยวบ้างแล้ว แต่ยังแข็งแรง วิ่งออกกำลังกายทุกเช้า ทำงาน 3 โรงพยาบาล เป็นคุณหมอที่บึกบึนจริงๆ คุณแม่ก็หน้านวลเป็นแม่บ้าน เลี้ยงหมาที่บ้านอย่างเดียว เราเลยไม่แปลกใจว่าทำไมเค้าถึงมีแีรงเที่ยวกันตอนแก่ อีกอย่่างตอนไปที่นู่น คุณแม่ก็พาเราเดินดูห้องหับ ของตกแต่งด้วยความภูมิใจมากมาย ของแต่งบ้านแต่ละชิ้นส่วนใหญ่ก็ได้มาจากทริปต่างๆนั่นแหละ สองคนนี้ไปมาแล้วทั่วโลกยกเว้นแถบเอเชียนี่แหละที่บ่นว่าไกล แต่ก็อยากมาสักครั้งว่างั้น....

เราเห็นเค้าเล่าเรื่องการไปเที่ยวของเค้าแล้วเราก็พลอยดีใจตื่นเต้นไปด้วยเพราะตอนที่เจอกันกับพ่อแม่แฟนเค้าก็ถามเราเีกี่ยวกับการเดินทาง ทริปต่างๆของเค้่า เห็นแล้วคิดว่าชีวิตนี้เค้าคุ้มมากๆที่ได้มีโอกาสเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ตั้งแต่หนุ่มยันแก่ สองคนนี้เค้าแต่งงานกันตอน 20 ต้นๆ (พ่อยังไม่จบหมอดีเลยอ่ะ ส่วนแม่จบก่อน) เค้าเลยมีเวลาอยู่ด้วยกันเยอะ เที่ยวกันบ่อย เรายังสงสัยอยู่เลยว่าแล้ว Saede ลูกสาว (น้องหมา) จะอยู่ยังไง เข้าใจว่าคงฝากลูกชายอีกคนไว้แน่ๆ แค่มันคงคิดถึงสองตายายน่าดูเลยล่ะ เพราะมันติดแม่แฟนมากมาย

มิน่าล่ะ เราถึงมักเห็นคนแก่ฝรั่งเดินจูงมือกันเที่ยวกันเยอะแยะที่เมืองไทย ขณะที่บ้านเราอย่าว่าแต่แก่เลยคนหนุ่มๆสาวๆพอมีลูกมีเต้าแล้วก็ไม่อยากเที่ยวกันแล้ว เพราะบอกว่าไปลำบากติดลูก กลัวไม่มีเงินให้ลูกใช้ ให้เข้าโรงเรียน อืมมมม น่าคิดเหมือนกันนะ

**********
ตัดมาที่คนแก่ไทย

ไม่ใช่ใครที่ไหนพ่อเราเอง วันก่อนแม่โทรมาบอกว่า "พ่ออยากไปอินเดีย" โหะๆ จั่วหัวมาอย่่างนี้ เราก็ไม่ค่อยแปลกใจว่าทำไม เพราะพ่อเคยบอกมาแต่ไหนแต่ไรว่าอยากไปอินเดียสักครั้งในชีวิต เหตุเพราะพ่อเคยบวช และด้วยความเป็นพระก็อยากไปเยือนถิ่นพระพุทธภูมิ สักครั้ง แม่เลยเล่าต่อว่า "ลุงเค้าชวนไปเพราะอยากไปเยี่ยมเมียเก่าที่นู่น จากกันมา 30 กว่าปีแล้วเค้าอยากเจอกันอีก" เราก็อ้าว ไหงอยากเจอกัน ลูกเมียแต่ละคนเค้าไม่ว่าเอาเรอะ ช้าก่อนแม่บอกจากนั้นแม่ก็ร่ายยาวให้ฟังถึงตำนานรักดอกเหมย ..... เรื่องมีอยู่ว่าลุงของเรา (ลูกพี่ลูกน้องของพ่อ) ไปเรียนปริญญาโท ที่อินเดีย จากนั้นก็ไปปิ๊งสาวภารตะ จนตกล่องปล่องชิ้นกำเนิดทายาทมา 1 หน่อ ตอนนั้นลุงมีเหตุต้องกลับเมืองไทย ก็ต้องกลับมา กระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่ได้กลับไปหาเมียที่นั่น ....

กาลเวลาผ่านไปวันนึง ก็มีชายหนุ่มคนนึงเดินมาถามว่า นี่ใช่บ้านของ .....รึเปล่า (เวอรชั่นอังกฤษ) ลุงเราก็เหวอๆ บอกไปว่า ใช่ มาหาใครล่ะ .....เค้าก็ยื่นรูปถ่าย พร้อมจดหมายน้อยให้ลุงดู ..... แค่นั้นแหละ ทุกอย่างก็กระจ่าง.... ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า คือลูกชายเค้าที่เกิดจากสาวอินเดียเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ..... เหลือเชื่อจริงๆเพราะแม้ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอ ก็รู้ว่านี่แหละลูกตรู ชัดๆ

จากนั้นหนุ่มลูกครึ่งคนนี้ก็เข้ามาทำงานกรุงเทพ และเรียนภาษาไทยเพื่อจะสื่อสารกับพ่อและคนอื่นๆในบ้านได้ ลืมบอกไปว่าลุงกับป้าไม่มีลูกแต่ขอเด็กมาแลีียง แต่เด็กที่ว่าก็พิการเป็นดาวน์ซินโดรม ลูกชายตังจริงก็ช่วยเลี้ยงน้องยังกะเป็นน้องตัวเอง โอวววว ยังกะนิยาย

เอ แล้วเกี่ยวอะไรกับการไปอินเดียล่ะเนี่ย เกี่ยวสิเพราะลุงของเราเกิดจากกลับไปเยือนถิ่นเก่า พร้อมกับลูกชายคราวนี้เห็นว่าป้าอนุมัติเพราะไม่คิดว่าถ่านไฟเก่าจะคุ หุหุ แก่ๆกันแล้วอีกอย่างเมียเก่าลุงก็แต่งงานใหม่ไปแล้วมีลูกใหม่อีก 1 คน อ่อ ลืมบเอกไปว่าเมียเก่าของลุงคนนี้ไม่ธรรมดาเพราะเห็นว่าเป็น Professor ของมหาลัยที่อินเดีย คิดว่าคงเป็นอินเดียนที่ทันสมัยน่าดู หุหุ

แม่บอกว่าครั้นลงจะไปกับลูกสองคนก็กระไร เลยชวนพ่อเราไปด้วย...เห็นว่าตั๋วเครื่องบินไม่แพงเลยอยากไปให้เห็นกะตา ....เราเป็นลูกก็สนับสนุนอยากให้พ่อไป ส่วนเหตุการณ์จะเป็นยังไงโปรดติดตามว่าทริปของสามหนุ่มสามมุมจะเป็นอย่างไร ....



Create Date : 21 ตุลาคม 2552
Last Update : 21 ตุลาคม 2552 14:09:13 น.
Counter : 652 Pageviews.

0 comments

loveTRAVEL1977
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นคนชอบเดินทางและท่องเที่ยว ว่างๆก็อ่านหนังสือ มีความหวัง มีความฝัน และต้องอยู่อย่างมีความหมายบนโลกนี้