เรื่องราวความบ้านนอก ในมหานครอันแสนจะ บ้านนอก แก้เซ็งครับผม

Cozmen
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
19 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Cozmen's blog to your web]
Links
 

 
Episode เด็กบ้านนอก ตอน เมกาทำให้ผมสู้คน

สวัสดีครับ ชาวไกลบ้าน คิดถึงทุกท่านจังเลยครับ
หลังๆ ไม่ค่อยได้มาส่งเสียงทักทาย ต้องขออภัยอย่างยิ่งยวด
บวกกับที่แฟนเพลงเรียกร้องให้พี่เบิร์ดกลับมาอยู่ในอ้อมใจ แควนๆ อีกครั้ง
เลยอดคันมือคันไม้ไม่ได้ มีเรื่องมาเล่าจั๊กกะหน่อย

หลังจากไปทำวิจัย ที่ New York ผมกลับมาเมืองไทยได้เกือบครึ่งปีแล้ว
แต่ยัง Pud Thai mai Chud Leuy (พูดทายไม่ช๊าดลอยยย)
เดี๋ยวเขาจะไม่รู้ครับ ว่าป๋มก็ไปเมืองนอกมาน๊าจะบอกให้
หนึ่งปีกว่าๆที่ New York สอนให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายเหลือเกิน
ผมมีอะไรหลายๆอย่างเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยไม่รู้ตัว ที่แน่ๆ รู้แต่ว่า หน้าตาดีขึ้น(ช่วยไม่ได้จริงๆครับ)
ประสบการณ์หลากหลายที่ได้รับ ทั้งเรื่อง การหมักแหนมกินเอง
การโทรฟ้องตำรวจเวลาพี่มืดจัด Party ฉลองแม่เป็นมะเร็ง(เรื่องจริงครับ)
รวมทั้งการโดนฝรั่งไล่ต่อย เพราะหาว่าผมเป็นเกาหลี (คิมจุกบี้) หลังจากเหตการณ์ที่เด็กเกาหลียิงกราดที่ Virginia Tech
ทำให้รู้ว่า โลกช่างมีอะไรให้ค้นหาเย๊อะเยอะ

เรื่องที่จะเล่าเนี่ยครับ เพิ่งเกิดสดๆร้อนๆครับ
ผมไปทำวิจัยที่มหาวิทยาลัย ตกเย็นจะกลับบ้าน ก็ดันนึกถึงบรรยากาศสมัยขบเผาะ
อยากนั่งรถเมล์ สูดอากาศแบบ Limousine เลยตกลงใจนั่งรถเมล์กลับบ้าน
(แบบว่าเป็น Hi so ครับ ต้องนั่งรถแบบมีคนขับให้ อิอิ ขับเองไม่เป็น)
แล้วด้วยความบ้านนอกไม่รู้ราคา เลยถาม คุณลุงกระเป๋าว่า ค่ารถเท่าไร
ลุงบอกว่า 7บาท ผมก็ ควักเหรียญ ออกมา ปรากฏว่ามี เหรียญสิบบาท 1 เหรียญ กับเหรียญหนึ่งบาท 2 เหรียญ
(แบบว่าเป็น Hiso ไม่ค่อยพกตังค์ครับ)

ด้วยความฉลาดเลยกะจะให้คุณลุงไป ทั้งสามเหรียญนั้น (รวม12 บาท)
แล้วจะได้ทอนเป็นเหรียญ ห้าบาท
ก็เอาเหรียญมาเรียงอย่างบรรจง แล้วกำลังอ้าปาก พะงาบ ๆ จะบอกว่า เหรียญ 10 บาทกับ....

ทันใดนั้นคุณลุงก็รวบไปหมด แล้วก็ ยื่นตั๋วให้ใบเดียว ไม่มีเงินทอนแต่อย่างใด
เอาล่ะสิ ผมก็อึ้งไปนึดนึง เลยรีบท้วงไปว่า
คุณลุงครับ ผมให้ไป เหรียญสิบบาทกับ เหรียญบาทสองเหรียญครับ
คุณลุงสวนทันทีบอกว่า ให้มา 7 บาท ชัดๆยังจะมาเอาอะไรอีก
แล้วคุณลุงก็เดินไปเก็บเงินคนอื่นต่อไป

โอ้ว!! อึ้งไปเรยยยย ครับ เหมือน ตอนโดนน้องอั้มบอกเลิก เพราะผมดีเกินไป(ไม่ใช่ละ)
กลับมานึกว่าเราทำอะไรผิดพลาดไปรึเปล่า
เราหาเรื่องเองรึเปล่า จ่ายเหรียญสิบบาท เหรียญเดียวไปแต่แรกก็จบ
แต่เป็นแต่ก่อนที่ยังไม่ผ่าน เมกามา ผมคงถือว่า ฟาดเคราะห์ เพราะเราไม่ดีเอง
แต่ วันนี้ ผมคิดว่า ผมเองมีสิทธิ์ เท่าเทียมคนอื่นๆ แม้เขาอายุมากกว่า แต่เขาก็ โกงผมไม่ได้นะ
ทำไมนะ พระเอกมักโดนตัวร้ายรังแก ไม่นะ! ผมไม่ยอม นิโคลก็สู้คนนะว๊อย

ว่าแล้ว ผมเลย เดินไปด้านหลังคนขับซึ่งจะมี Information ของรถคันนั้นๆ
แล้วก็ ดู ทะเบียนรถ เลขข้างรถ รวมทั้งเบอร์ที่จะโทรร้องเรียน
แล้วบรรจงหยิบมือถือคู่ใจมาถ่าย ข้อความเหล่านั้น
โดยผมรู้ตัวว่าคุณลุงกระเป๋าคนนั้นเห็นว่าผมกำลังทำอะไร
หึหึ คุณรู้ไหม ว่าคุณกำลังเล่นกับไฟ ว่าไปนั่น

ยังครับ ยังไม่พอ เพราะมือถือมันห่วย เลายถ่ายไม่ชัด เบลอสุดๆ
ตอนนี้เลยรู้สัจธรรมว่า มือถือกับกล้องถ่ายรูปนี่ มันไม่มีทางแทนกันได้จริงๆ
ตอนจำเป็นล่ะ ไม่เคยถ่ายชัดซักกะที
เวลาแอบถ่าย Clip ลับล่ะ ช๊าดดด ชัด แถมมีเสียงอีกต่างหาก
เอ่อ นอกเรื่องไปไกลซะแล้ว

กลับมาบนรถคันเดิมครับ
เรื่องราวกำลังตื่นเต้น เข้มข้นทีเดียว
ผมเลยรมณ์เสียกับมือถือที่ถ่ายไม่ชัด อ่านข้อมูลไม่ออก
เลยเอาปากกามาจดใส่มือ (Hiso เขาไม่พกกระดาษกันนะคร๊าบ)
กรรมของเวร จดไปรถกระเด้งไป ปื๊ดไป ก็ปื๊ดมา อะไรกันนักหนาเนี่ย
เลยบรรจงเอาสมุด Note เล่มงาม มาจดให้ได้
ผมไม่ยอมหรอก เพื่อ ห้าบาท ผมยอมตาย!!
ดีนะที่จดได้ใจความครบถ้วน
นี่ถ้ายังไม่ได้อีกจะเอา Computer มาเปิดแล้วพิมพ์มันให้รู้เรื่องรู้ราวกันไปเลย

เหตการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาคุณลุงตัวแสบตลอดครับ
ด้วยรางวัล Academy Award สาขาตัวตลกชายดีเด่น เป็นการันตี
ผมแกล้งทำเป็นไม่เห็นอย่างแนบเนียน
ฮ่าๆ จู่ๆ คุณลุงกระเป๋า ก็เดินเข้ามากระแซะบอกว่า
"เมื่อกี้คุณให้มาเท่าไรนะ" เสียงอ่อยเชียว

ผมบอกไปว่า 12 บาทครับ เหรียญ 10 บาท กับเหรียญบาท 2 เหรียญ
แกก็มีเถียงอีกว่า ไม่จริงม๊างง ผมเห็นคุณให้มา 7 บาท
อ้าว พูดงี้จะมาถามซ้ำทำไมกัน ผมเลยสวนไปว่า ผมเป็นอาจารย์ ผมไม่โกงเงิน 5 บาทคุณหรอกครับ
แกก็ยังทำหน้าทำตาเหมือนกินยาตราใบแก้วแล้วถ่ายไม่ออก
แบบนี้แถวบ้านผมเรียกว่า อ้อนซะแล้ว

ผมเลยจบการสนทนาว่า "ถ้าคุณลุงแน่ใจว่าไม่ได้ทอนผิด ก็ไม่เป็นไร แล้วเราเจอกัน"
เป็นไงครับ นึกภาพ พระเอกหนังเกาหลี ตอนกำลังวีนนางเอกได้ป่ะครับ อารมณ์นั้นเลย
ว่าแล้วคุณลุงก็เสียงอ่อน ควักเงินมาคืนให้ 3 บาท
แล้วลุงก็บ่นกระปอดกระแปด นิดหน่อย

เอ๊ะ อะไรกันเนี่ย ผมตกเลขหรือเปล่า
แต่ก็รับมาไว้ ทำใจว่าอีกสองบาท ไม่เอาก็ได้วะ
ได้มาคืน 3 บาท กับความรู้สึกว่าเราได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว ถือว่าเพียงพอครับ

เอาล่ะ ผมก็เลยได้เงินมาคืน 3 บาท กับ ลายพร้อยบนฝ่ามือ ที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือยึกยือ
เดินไปไหนล่ะ อ๊ายอายครับ เขาคงคิดว่าเป็นพวกวิ่งโพยหวยแน่ๆ

คิดไปคิดมา ก็คิดว่า ตูบ้าป่าวเนี่ย กะเงิน 5 บาท
แต่ผมคิดไปว่า ขอสู้จนถึงที่สุด ดีกว่า คาใจไปตลอดชีวิต ว่าเราไม่เคยสู้เพื่อสิทธิของตน
ถ้าเป็นแต่ก่อนผมจะเป็นคนขี้เกรงใจ แล้วจะปลอบใจตัวเองทำนองว่า โทษบุญกรรมว่าเราเคยติดหนี้เขามา
ซึ่งนั่นคงจะทำให้ผมนอนไม่หลับวันนี้แน่ๆ

สรุปว่า กลับมาจากเมกา ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมเองก็เป็นประชาชนคนนึง
ที่มีสิทธิเท่าเทียมกับคนอื่นๆ
เราไม่โกงเขา แต่เขาอย่ามาโกงเรา ก็เท่านั้นครับ

ขอบคุณครับ ที่มารับฟังเรื่องไร้สาระแบบบ้านนอกของผม
ปีใหม่ขอให้ทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรง เป็นที่รักของครอบครัวนะครับ




Create Date : 19 ธันวาคม 2550
Last Update : 19 ธันวาคม 2550 3:32:35 น. 21 comments
Counter : 446 Pageviews.

 
คุณทำถูกต้องแล้วล่ะคิดดูถ้าเค้าทำหลายๆคนก็หลายตังน่ะ
เค้าเห็นเป็นต่างชาติหรือเปล่าเนี่ยเลยลองของซะหน่อย เราจะนับเงินทอนทุกครั้งเป็นไปได้ก็จะให้แบบเป๊ะๆไม่ต้องเสียเวลา


โดย: นก IP: 77.177.19.151 วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:4:30:55 น.  

 
เล่าได้น่ารักสนุกมากเลอ่ะคับ มีพรสวรรค์นะเนี่ยยยย อยากขอเป็นเพื่อนอีกคนนะคับ


โดย: นีโอ IP: 24.18.249.137 วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:6:15:55 น.  

 
เห็นด้วยกะการรักษาสิทธิครับ


โดย: Zantha วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:7:17:52 น.  

 
You right. If I were you,I think I'll do it


โดย: The Start of something new วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:7:33:26 น.  

 
เพลงเพราะค่ะ..

คุณทำถูกแล้วค่ะ ถ้าคนไทยรู้จักความรับผิดชอบ รู้จักหน้าที่ รู้จักสิทธิของตัวเอง เมื่อนั้น ประเทศไทยคงจะพัฒนาขึ้นกว่านี้อีกมากโขอ่ะนะคะ~


โดย: i'm not superman วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:9:23:51 น.  

 
เล่าได้น่าฟังจัง น่าติดตามดีคะ

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งคะ คนทุกคนมีสิทธิเท่าเที่ยมกัน

เป็นประชาชนคนหนึ่งที่อยู่ในสังคมนะ ยังงัยก็อวยพรให้

มีความสุขมากๆละกัน คงจะปรับตัวได้แล้วนะคะ


โดย: เจ้าเตี้ย วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:10:25:44 น.  

 
เล่าได้ฮาดีอ่ะครับ

ส่วนหนึ่งคงเพราะลุงกระเป๋ารถคงชินกับการได้รับเหรียญ 5 กับเหรียญบาท 2 เหรียญมาตลอดเป็นส่วนใหญ่ จนไม่สังเกตุว่าคราวนี้ไม่ใช่เหรียญห้าแต่เป็นเหรียญสิบล่ะมั้งครับ

พอแกเอ่ะใจสงสัยว่าท่าทางคงจะเป็นเหรียญสิบเลยทอนสามบาทซะเลย เพราะว่าค่ารถ 7 บาท คงลืมสองบาทตอนแรกนั้นไปอ่ะครับ ^^ เดาครับเดา


โดย: อะไรคือสิ่งหายาก แต่ไม่มีค่า วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:13:43:33 น.  

 
ได้เงินคืนมาสามบาท
ว่าแต่เอามาเลี้ยงข้าว เราหน่อยได้ป่ะ


โดย: คิงคอง วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:16:59:19 น.  

 
What people will "pay" for something is proportional to how much they want it , and how difficult they think it is to get.....


โดย: . IP: 58.10.128.100 วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:21:10:07 น.  

 
เห็นด้วยนะกับการสู้คน

อยากรู้ความคิดเห็นครับ
การประเมินผลงานพนักงานอันโสมมของบริษัทในเมืองไทย

http://saihuapai.multiply.com/journal/item/1


โดย: เห็นด้วย IP: 203.156.23.36 วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:1:06:46 น.  

 
เพราะคนไทยชอบ "หยวน" ไม่ถือสา
คนตุกติกแบบนี้เลยมีมากขึ้นเรื่อยๆ

เจอมาบ้างเหมือนกัน

ดีแล้วล่ะที่คุณดบน.บอกเขาไปตรงๆ พูดกันดีๆ
รักษามาตรฐาน ดบน. ไว้นะ


โดย: Fukuo IP: 58.9.185.111 วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:16:23:48 น.  

 
สุดยอดมากค่ะ สมกับที่อยู่อเมริกาเมืองแห่งสิทธิเสรีภาพของจริง ^^


โดย: Namtoey IP: 222.123.59.115 วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:20:06:58 น.  

 

สวัสดีครับ แวะมาทักทายกันนะครับ
ใกล้ปีใหม่แล้ว ก็ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ


โดย: คนสวน (land_scape_man ) วันที่: 23 ธันวาคม 2550 เวลา:2:03:02 น.  

 
Cute wa!!
Merry X Mas to both of you na kub!!


โดย: Tommy IP: 58.8.197.245 วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:16:54:46 น.  

 
สวัสดีค่ะ ตั้งใจจะแวะมาโหวต ให้ค่ะ
เล่าเรื่องได้น่าสนใจดีค่ะ


โดย: PenKa วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:12:46:57 น.  

 


..แวะมาส่งความสุขแบบรีบ รีบ อีกสักรอบ...
อยากจะปลอบ..อยากจะโอ๋
ให้หายเหงา...
เรามาพบ..รู้จักกัน
มันล์ล่ะเรา...
อ๋า..ตัวเขา..คิดถึงเรา...
รึเปล่าเออ...เออนิ...??



โดย: ป้าซ่าส์ วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:14:29:21 น.  

 



ส่งความสุขรับปีใหม่ครับ


โดย: zunzero วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:23:14:32 น.  

 
Photobucket

Photobucket



โดย: zardamon วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:11:33:49 น.  

 
จริงด้วยคับ
ผมมาญี่ปุ่นตอนอายุสิบห้า ตอนนี้เข้าปีที่สามแล้ว เพิ่งครบสิบแปดไปเร็วๆนี้ อยู่คนเดียว พอกลับไปไทยแล้วรู้สึกว่าแกร่งขึ้นเยอะเลย


โดย: ActivePastel วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:53:46 น.  

 
หัวเราะน้ำตาไหล


โดย: Isabel@Keny วันที่: 19 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:21:20 น.  

 
อิอิ เราเรื่องได้ฮามากค๊า

เราก้อเป็นเหมือนกาน

กะอีกแค่ม่ายกี่บาท ไม่ได้ๆๆ

เดี๋ยวจาไปสร้างนิสัยไม่ได้ให้กะเค้า


โดย: nonamena IP: 125.27.32.57 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:22:35:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.