เรื่องราวความบ้านนอก ในมหานครอันแสนจะ บ้านนอก แก้เซ็งครับผม

Cozmen
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




Group Blog
 
 
สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
5 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Cozmen's blog to your web]
Links
 

 
เด็กบ้านนอก Episode 1.1 น้ำท่วมโลกกก Oh! My Goodness

แบบว่าเล่าไปเล่ามาย้อนไปนานขึ้นเรื่อยๆ งงตัวเองเหมือนกัน
คือว่า เพิ่งนึกได้ว่า ผมมาที่ Binghamton ได้สองสามวันก็ เกิดเรื่องสลดใจ

บริเวณ Binghamton เราจะนับรวมกับ Johnson City และ Endicott เป็นไตรภาคี (โอ้ย เดิ้ล)
เขาเรียกรวมกันว่า Broome County แบบว่าตอนแรก ผมก็ออกเสียงแต่ บลูม คันทรี่ๆ จน Advisor ทนรำคาญไม่ไหว เลยบอก เค้าท์ตี้โว้ยย ไอ้บัฟ (ฮั่นแน่ รู้นะ บางคนอ่านตอนแรกมองผ่านๆก็ อ่าน คันทรี่ ใช่ม้า)

ตอนแรก Advisor สุดใจดี ก็มารับผมจาก โรงแรม ไปหา บ้านอยู่
ขับไป Downtown Binghamton ไปทั่วเลยครับ
แต่ แกคงลืมไปว่ามันวันอาทิตย์ จะไปติดต่อใครได้
ว่าแล้วก็ขับไปบาง Area ผมรู้สึกว่ามัน น่ากลัวๆ มี พี่มืดอยู่เต็มเยยย มีรอย ศิลปกรรมฝาผนัง (Graffiti)
พ่นตามกำแพง ฝาบ้าน ว่า FUKU YOU กับ FUKU ME แหม คนพ่นคงจบ ศิลปศาสตร์ เอก Japanese แหงๆ
แถมบ้านที่ Advisor จะพามาดูอยู่แถวนี้ซะด้วย
อือ คิ้วขวากระตุกพิกล(เขาว่า ขวาร้ายซ้ายดีใช่ป่ะ)
เดชะบุญ เนื่องจาก Sunday is Holiday บ้านที่จะไปดูไม่มีคนอยู่ ติดต่อไม่ได้

ผลลองเลียบๆเคียงๆถาม Advisor ว่า แถวนี้มันน่ากลัวไหม
แกตอบว่า Everything here is not too bad. อือม์ เชื่อดีไหมวะ เห็นอยู่ทนโท่
เลยถามไปอีกว่า How often do you come here? (อย่าเสียเวลามานั่ง Comment Grammar ผมละกัน อิอิ)
แกตอบว่า อะไรจำไม่ได้ แต่ประมาณ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่มาเหมือนกัน
อ้าว แบบนี้ แกจะรู้ได้ไงอ่ะ ว่าตรงนี้มัน Bad หรือ Not Bad
แกเห็นหน้าตาผมแล้วคงเดาออกมั้งว่า
ไอ้หนูน้อยน่าชังคนนี้ มันคงกลัว
แกเลยบอกว่า The worst thing here is better than the best thing in LA. (ขออภัยคนที่ L.A อย่ามาด่าผมนะแกบอกแบบนี้อ่ะ)
โอเค เป็นคำปลอบใจที่ฟังขึ้นมาก

วันต่อมา ก็หาบ้านอีก แล้วก็ สุดท้ายไปดูบ้านที่เป็นคนรู้จักกับ Advisor อยู่ในอีก Area ตัวบ้าน
สภาพเก่า ห้องมีกลิ่นอับๆ มีห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องรับแขก
บ้านหลังเดียว สองชั้นแบ่งเป็นสี่หน่วย ผมอยู่ชั้นล่าง ด้านหน้า
และก็ตัดสินใจทำสัญญาเช่าครับ

ขอบอก สัญญา อ่านม่ายรู้เรื่องเล้ยยยย Tenant (ผู้เช่า) Landloard (เจ้าของบ้าน ตอนแรก ดันนึกว่า เจ้าของแกมา ยศ มีตำแหน่งอ่ะ ) แต่ละอัน อึ้งอย่างเดียว
Advisor ผู้แสนดี อยู่กับผมด้วย สังเกตอาการ หมาหงอยของผมออก แกเลยเอามาช่วยอ่าน
แล้วก็บอกว่าโอเค ว่ามัดจำ กับค่าเช่าไป
โอเค ได้ที่พักละ

ก็ย้ายของที่ขนมาเข้าบ้าน
ไม่เข้าใจ ทำไม ฝรั่งชอบใช้พรมปูพื้นนะ สกปรกอ่ะอับด้วย คงจะอุ่นหน้าหนาว แต่หน้าร้อน นี่เหม็นมาก
เจ้าของบ้าน ชื่อนาย Rick แกบอกว่า ก่อนย้าย ผมเข้าทำความสะอาดแล้วนะเนี่ย อือม์ๆ เอาวะ ยังไงก็เอา

Advisor ผมดีมากครับ ขน ที่นอน เตียง ช้อนส้อม จาน ชาม ผ้าเช็ดตัว โต๊ะเขียนหนังสือ เก้าอี้ ตะหลิว ตะบวย (บ้านผมเรียกงี้นี่นา)
แก้วน้ำ เห็นไหมครับ ท่านเอาใจใส่รายละเดียดมากเลย
เป็น ฝรั่งที่น้ำใจงามมาก

และ ใครมาใหม่ เป็นที่รู้กันนะครับว่า ห้องรับแขกกับห้องนอนส่วนใหญ่ ฝรั่งเขาไม่ติดไฟไว้ให้เรา
เราต้องไปซื้อ โคมไปเอาเอง และอ่างอาบนน้ำ ก็ จะไม่มีม่านอาบน้ำให้เรา ต้องไปซื้อเช่นกัน
หึๆ ผมขนยาสระผม Rejoice ยาสีฟันคอลเกต สบู่ อะไรต่อมิอะไรมาเพียบ(กระเป๋า สองใบ เกิน 32 โลทั้งคู่ แต่ อ้อนเจ้าหน้าที่สนามบิน
ยืนทำหน้า บ๊องแบ๊วให้เขาดู จนเขารำคาญเลยยอมให้เอามา)
เพราะเพื่อนแม่บอก ขนมาเยอะๆ เลยค่ะ คุณลูก มาซื้อที่นี่มันแพ๊งงงงงแพงง
อือม์ นึกย้อนไป เพื่อนแม่ไม่เคยมาเมืองนอกนี่หว่า แกไปเรื่องนี้เอามาจากไหนวะ
ฮ่วย มารู้ตอนหลังว่า ไปซื้อที่ร้าน Super market ก็มี ไม่ได้แพงอะไรมากมาย
แต่ผมต้องขนข้ามรัฐ ลากเข้าโรงแรม เข้าที่พัก สาหัสขนาดไหน

เนี่ยตอนนั้น ผมย้ายเข้า Apartment อันเก่า (House of Fleas) ได้สามวัน
อยากเล่น Internet ใจจะขาด ดิ้นรนอยากได้ Net มาติดที่บ้าน
เลยเดินไปถามที่ Counter ธนาคาร M&Tแถวบ้าน (เกี่ยวไหมเนี่ย) ฮ่าๆ เขาบอกด้วยล่ะ
เขาเปิด Yellow Pages แล้วจดบ้านเลขที่ของบริษัทชื่อ TimeWarner และเบอร์โทรมาให้
ผมถามเขาว่าไกลไหม เจ้าหน้าที่แสนดี บอกว่า ไม่ไกล กี่ Block ไม่รู้จำไม่ได้ แบบว่าฟังไม่รู้เรื่องไง
แต่ก็บอกไปว่า Ok! Great, Oh Yes, Sure ผมพูดอยู่สามคำนี้อ่ะ
จนบางทีลืมตัว จะตอบว่า No เจือกหลุดไปว่า Sure!!
หลายทีอยู่เหมือนกัน

เวลาเขาขอบคุณ เราก็บอก Never Mind, Don’t Mention it.
เวลา ขอโทษ เราก็ You are Welcome!!

ฮั่นแน่ งงใช่ม้า ผมใช้สลับกันเรื่อยเลยอ่ะ เป็นบ้าไรไม่รู้ (จริงๆตอบสลับกันนะเด็กๆ อย่าจำที่เฮียเขียนล่ะ)

ต่อมาผมก็ เดินตามหาบริษัทเนท ซึ่ง ด้วย Sense เราคือ Walk in น่าจะได้ เร็วกว่าโทร ถูกมะ (บ้านเราน่ะ แต่ที่นี่ โทรเท่านั้นและนัดวันกันทางโทรศัพท์)
ดันหลงไปเข้าSuper market ชื่อ Giant จนปัญญาเลยถามเจ้าหน้าที่ลากรถเข็นแสนสวย (ตอนนั้นฝรั่งสวยทุกคน)
ว่าผมจะเดินไปที่ร้านชื่อ นี่ๆๆๆ ครับ
พอ เธอ เห็น ที่อยู่ ที่ผมให้ดู เธอตาโต บอก คุณจะเดินไปเหรอ
ผมก็งง แล้วน้องเขาก็ เดินไปถามป้า ที่ Counter ป้าบอกไรไม่รู้(ฟังไม่รู้เรื่องเช่นเดิม)
น้องมาแปล อังกฤษเป็นอังกฤษให้ฟังว่า มันไกลค่ะ ถึงอยู่ถนนเดียวกัน (Vestal Ave.)
ผมก็เลย พับโปรเจค กลายเเป็น เดินซื้อของแทน

เฮ้อ ไม่มีรถมันลำบากแท้น้อ
แถมที่นี่ดันขับรถพวงมาลัยซ้ายอีก
กลับตาลปัดไปหมดทุกอย่าง เกือบโดนรถชนตายไปหลายทีแล้ว
เพราะมันแต่มองขวาก่อนข้ามอ่ะ (มองสองด้านดีที่ซู๊ดเด้อ)
ที่เมกา ต้องปรับตัวเรื่อง มาตรฐานการวัดต่างๆนะคับ(อันนี้เล่าคนกำลังที่คิดจะมาเมกานะคับ ขาประจำ รู้อยู่แล้วแน่ๆ)

พวก Inch Feet Mile Pound Oz โอ้ยสารพัด Advisor คนเก่ง บอกผมาว่า
เมกาเคยคิดจะเปลี่ยนมาใช้ระบบ Metric แบบชาวบ้าน ตอนเขาเด็กๆ เคยเรียนอยู่พักนึง แต่ล้มโครงการไป
เดิมระบบ เก่านี้มาจากอังกฤษ และตอนนี้อังกฤษเปลี่ยนไปใช้ Metric แล้ว มีเมกานี่แหละที่ ใช้ ระบบเดิม แถมเรียกระบบนี้ว่า English System
เออ เอากับเขาสิ แล้วเรื่อง วันเดือนปี กับ ปีเดือนวัน น่าเบื่อมากกกกกกกก ขอบอก
ยิ่ง เจอวันที่ 1-12 เนี่ย งงไปเลย เช่น
02 01 06 คุณว่า คืออะไร

ถูกๆๆๆๆ ต้อง คร๊าาาาาาาาบ
บน 02 ล่าง 03 โต๊ด วิ่ง6 ถูกแล้วเอามาแบ่งด้วย

ไม่ช่ายยย อยู่ที่ว่าเราจะเอาระบบไหน ถ้าที่นี่ก็คือ 01 Feb 2006
งงไปพักใหญ่ๆ

แล้ว ไอ้เหรียญ พวก Quarter Dim อะไรอีก โอ้ยสารพัด (ศึกษานิดหน่อยก็โอเคครับ)
เวลาซื้อของเจอราคาที่มีเศษ เหรอครับ เอาไปเลย ผมกำเหรียญที่มีทั้งหมด ให้คนขายดูแล้วบอก หยิบให้หน่อย
เขาก็ดีนะ หยิบให้ หยิบเกินไหมไม่รู้อ่ะ ทิปแล้วกัน มาแรกๆ รวย อิอิ
ปกติดตัวอย่างน้อยควรมี 10 USD, 5 USD นิดหน่อย และ 1 USD หลายใบหน่อยนะครับ
จะได้ไม่ลำบาก ที่เหลือไปเปิดบัญชี ATM, Check เอา ปลอดภัยดี
มาแรกๆ พักที่โรงแรม Howard Johnson
ขนเงินมาเยอะ เอาเป้ มานอนกอด กลัวเงินหายเดี๋ยวซวย
ไปเข้าส้วมยังเอาเช้าไปด้วยเลย กลัวคนแอบเข้าห้องตอนอึ
แต่ทำได้สองสามทีก็เลิก อิอิ ก็หนูกลัวนี่นา

เรื่องทิปอีก โอ้ยกลุ้ม ต้องทิปยุบยิบ พอดีผมมาเงินน้อย อย่าบ่นว่าผมเรื่องมากเลยนะ
มัน Culture Shock น่ะ กินข้าวก็ทิป 10-15%
เนี่ย เสาร์นี้จะไปตัดผม(เพิ่งไปจองคิวมาได้ คิวยาวมาก )ไปไม่รู้ต้อง ทิปอีกเท่าไร
แล้วคงฮานะ เพราะผมจะไปบอกช่าง ยังไงเนี่ยว่าจะเอาทรงไร
รู้จักคำเดียว Skinhead แต่ไม่เอาอ่ะ กลัวเป็นทิดสึกใหม่ หัวไม่ทุยนี่หว่า

เรื่องบ่นอันสุดท้าย
ผมลงโปรแกรม Dictionary ไทยอังกฤษ ที่แถมตอนซื้อเครื่องในมือถือของ Nokia ไม่ได้พกแบบเป็นเล่มมาด้วย
กะว่า จะ Hi so ไปไหนก็ กดแปลทันที โอ้ยอะไรจะสะดวกปานนี้
แต่ พอใช้จริง เวลาเจออะไรคับขันหรือที่จำเป็นจริงๆ ดันไม่มีคำแปลซะงั้น ฮ่วย
ที่อันง่ายๆละ แปลเป็นวรรคเป็นเวร ต้องเข้าใจนะครับ มาที่นี่ เจอศัพท์ ประหลาดๆ เยอะ(อย่างน้อย ก็ประหลาดสำหรับผมแล้วกันน่ะ อิอิ)

เล่ามาเนี่ย ยังไม่เจออะไรวิปโยคเลยใช่ม้า นั่นน่ะเด่ะ
กลัวยิงทีเดียวหมด กระสุนด้าน
จะมาว่าผมไม่มีน้ำยาเอาเปล่าๆ
เอางี้ ไว้จะมาต่อ ภาค Episode 1.2 Humน้อย ตะลุย น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์
ออกตัวไว้นิดนะครับ ต้องใจจะมาเล่าประสบการณ์ เรื่องตลกเป็นผลพลอยได้
กลัวคนอ่านไม่ขำจะมาเล่นงานผมได้

วันก่อน โทรไปหาหม่อมแม่ ว่า Postcard แสนสวย เป็นรูปเมืองBinghamton กลางหิมะในช่วง Winter สวยแค่ไหน
ปรากฏ หม่อมแม่ Complain ว่า รูปไม่เห็นสวยเลยมีแต่อะไรขาวๆเต็มไปโม๊ด (แกไม่รู้ว่าเป็นหิมะ) แก งอแง จะเอารูป ดอกไม้แบบที่ผมส่งให้ อาข้างบ้านที่สนิทกัน ที่ส่งพร้อมกัน ผมล่ะ กลุ้ม อุตส่าห์เลือกรูปหิมะเป็นพิเศษนะเนี่ย

อาม่าหนู ฮากว่านั้นอีก ผมส่งรูปเดียวกันไปให้โทรไปถาม อาม่าได้อ๊ะยางงง
แกบอก รูปอะไรไม่รู้ลูกเอ้ย ขาวๆซีดๆ สงสัยสีมันตก
แงๆๆ หิมะคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบ

วันหลังจะส่งรูป เทพีเสรีภาพ ไปให้หม่อมแม่กับอาม่า คงไม่เจอมุข
“ โห ลูกเอ้ย ที่อเมริกานี่ เจ้าแม่กวนอิมท่านองค์ใหญ่จังนะ อย่าลืมไปขอพรท่านล่ะ จะได้จบไวๆ”

เด็กบ้านนอกครับผม




Create Date : 05 สิงหาคม 2549
Last Update : 12 สิงหาคม 2549 0:23:18 น. 11 comments
Counter : 308 Pageviews.

 
อ่านเรื่องคุณน้องเด็กบ้านนอกเผชิญศึก Landlord ที่เก่า และพูดถึงขอพรเจ้าแม่กวนอิม/ เทพีสันติภาพ แล้วก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่า ไปอยู่บ้านใหม่นี่ได้แผ่แมตตาให้เจ้าที่เจ้าทางหรือยังคะ ฮี่ ๆ ๆ

คือเทวดาฝรั่งก็มีน่ะนะคะ ถึงศาลพระภูมิเขาจะไม่ได้มีเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนไทย ไปไหนเราก็ทำใจแผ่เมตตาไว้ให้เขาก่อนก็ไม่เสียหาย จะได้อยู่สบาย อยู่ดี มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง แล้วทำวิจัยจบกลับมาไว ๆ ค่ะ

อ.ที่ปรึกษาเข้าใจมีมุขปลอบแบบโหด ๆ ดีนะคะ แหม...มีการเปรียบเทียบกับ แอลเอ

สมัยก่อนนู้นนนนน ฝรั่งนิวยอร์คเก้อร์ หมายถึงพวกที่อยู่ในแมนฮัตตันเลยน่ะนะคะ ไม่ได้อยู่บ้านนนอก (อิ ๆ มีกระทบ) เขาเคยบอกว่า วิธีที่จะเอาตัวรอดใน NYC ถ้าต้องเดินผ่านถิ่นโหด ๆ ก็คือต้องทำหน้าโหด ๆ (กว่า) ค่ะ

แล้วก็ถ้าเดินชนใครตอนนั้นก็ไม่ต้องมารยาทดีหยุดขอโทษ ไม่ต้องหยุดยืนยิ้มให้ หรือ กุด ม้อร์นิ่ง อะไร ให้เป็นผู้ดีเกินเหตุ

แต่นั่นมันนานมากแล้วน่ะนะคะ หลังจากนั้น คนนิวยอร์คเริ่มมีมารยาทดีขึ้น เท่าที่เห็นน่ะนะคะ และเริ่มยิ้มเป็นบ้าง

เมืองที่เริ่มไม่ยิ้มและเริ่มดูเหมือนจะเป็นเมืองที่ดัชนีคนเก๊กหน้าโหด ๆ และเดินเร็ว ๆ ถ้าเดินชนกันก็ไม่ขอโทษและเดินผ่านไปเลยก็จะย้ายมาแถวฮ่องกงอะไรอย่างนี้แทน

ในอเมริกานั้น แต่ละเมืองก็มีแต่ละลักษณะแล้วล่ะค่ะ ถ้าลงทางใต้แล้วก็จะเจอยิ้มแย้มทักทายมากกว่าเห็นได้ชัดแล้ว ถึงแม้จะฟังสำเนียงเขาพูดยากกว่าก็ตาม

ถ้าคุณน้องเด็กบ้านนอกจะตัดใจนั่งรถหมาเห่าไปเที่ยวเมื่อไหร่ ก็ต้องเตรียมปรับหูไปล่วงหน้าเลยน่ะค่ะ อย่างคำว่า You all นั้น คนทางใต้ของอเมริกาจะเหลือแค่ว่า Y'all.

แต่ดูทีวีบ่อย ๆ ก็จะเริ่มจบสำเนียงได้ค่ะ เป็นคนอารมณ์ขันเหลือเฟืออย่างนี้ลองฟังพวก Stand-Up Comedy ของคนดำดูบ้างสิคะ อาจจะชอบ(ถ้าฟังออกน่ะนะคะ) เขาจะมีจัดประกวดศิลปินตลกหน้าใหม่เดี่ยวไมโครโฟนอยู่ทุกอาทิตย์

ไม่แน่นา...ลองย้อมผิวไปประกวดกับเขาสักตั้ง ฮิ ๆ อาจกลายเป็นซุเปอร์สตาร์ไปเลยก็ได้น่ะ รายการนี้จัดมาจากนิวยอร์คเสียด้วย ฮิ ๆ

สวัสดีค่ะ


โดย: kenzen IP: 124.120.221.199 วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:1:56:49 น.  

 
มาเยี่ยม มาหาความบันเทิงใจ มาให้กำลังใจพี่ด้วยคนครับ


โดย: 148 IP: 203.188.22.109 วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:6:40:30 น.  

 
Please continue. I'd love to read more. Your advisor is really nice.

โดย: OD IP: 69.239.69.119 วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:6:56:55 น.  

 
ชนะเลิศค่า ชอบ ๆๆ
ชอบเจ้าแม่กวนอิมที่สุด แบบว่าประสบการณ์แบบคุณน้องพี่ก็เจอมาแล้วฮ่ะ อิอิ


โดย: naughty sugar IP: 71.138.71.164 วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:7:46:28 น.  

 
ฮามากๆๆ หยุดหัวเราๆไม่ได้
ปล. อยู่ที่นิวยอร์กเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ร้อนมากๆๆ


โดย: sophia IP: 160.39.164.234 วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:10:13:56 น.  

 
sophia เรียนอยู่ที่ Columbia University
เหรอ เดาเอา อิอิ


โดย: ? IP: 202.142.200.252 วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:11:25:19 น.  

 
ฮาๆๆๆ ตามมาฮาจ้ะ


โดย: บี IP: 203.113.80.13 วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:11:55:58 น.  

 


หนุกๆๆๆ มักๆๆๆ มาต่อไวไว นะ คับ


โดย: นายวี IP: 203.130.144.32 วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:13:53:56 น.  

 

เจ๋งจริงๆไอ้หนูเอ๊ยป้าล่ะหัวเราะเอ็งจนวิ่งไปห้องน้ำแทบไม่ทัน ป้าแก่แล้วประมาณว่าบางครั้งขำมากๆมันอั้นไม่อยู่จริงๆ แต่ถึงไงก็ขอเป็นกำลังใจให้จบเร็วๆนะลูก ประสพการ์นี้ป้าก็เจอมาแล้วแต่ตอนนี้พอจะปรับตัวได้แล้วเพราะมาอยู่อังกฤษกับสามี (ฝรั่ง)ได้ 7 เดือนแล้วจ๊ะ เธอคงรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายป้าแหละตอนนี้เขาอยู่ บอสตัน จบตรีธรรมศาสตร์ เกีรตินิยม กำลังทำงานหาเงินเรียนต่อโท อย่าลืมเขียนอีกเยอะๆนะจ๊ะป้าชอบ การหัวเราะทำให้คนอายุยืน เท่านีก่อนนะ


โดย: ป้ารีย์ IP: 213.105.224.15 วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:17:35:59 น.  

 
ฮามากเลยค่า โดยเฉพาะเรื่องเจ้าที่เจ้าทาง หรือเจ้าแม่กวนอิม จะว่าไป ไม่เคยเห็นมีเจ้าแม่กวนอิมในอเมริกามาก่อนแฮะ

แล้วจะติดตามมาอ่านอีกนะคะ

รอตอนต่อไปอยู่


โดย: KJ_FBI IP: 203.131.220.1 วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:19:21:50 น.  

 
ชอบมากๆๆ ค่า แอบติดตามอ่านทุก Episode ฮาทุกตอน


โดย: DD IP: 125.25.17.145 วันที่: 4 ธันวาคม 2549 เวลา:14:42:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.