ตุลาคม 2552

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร ตอนที่ 5

พ.ศ.25xx ห้าปีต่อมาบนเส้นทางในร่องเขาแห่งป่าใหญ่ในเทือกถนนธงชัย แนวตะเข็บชายแดนไทยพม่า รถขับเคลื่อนสี่ล้อแกรนด์เซโรกีสีเหลืองจัด2 คัน ขับไล่ตามกันมา ใต้ป่าซางมีต้นที่ล้มพาดขวางเป็นระยะน้ำค้างจากใบซางโปรยปรายลงมาไม่ขาดเม็ด ท้องฟ้าเบื้องบนมืดครึ้ม ถนนหลังฝนตกชุ่มแฉะเป็นแอ่งหลุมโคลนน้ำป่าเจิ่งนองเอ่อล้น ไหล่ทางบางช่วงกัดเซาะจนตลิ่งพังเว้าเข้ามากว่าครึ่งค่อน แลลิบๆเห็นก้นเหวมีป่าไผ่อยู่ข้างล่าง

คนขับรถมีความชำนาญเหยียบคันเร่งเต็มที่ล้อบดโคลนกระจายด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะส่งพลังให้ล้อทั้งสี่หมุนกระชากรถให้พุ่งไปข้างหน้าสาดโค้งผ่านเส้นทางคับขันชั่วไม่กี่อึดใจรถสองคันขับไล่กันติด ๆ กระดอนขึ้นลงเนินสูงต่ำลูกระนาด เจอธารน้ำป่าขวางหน้า รถแหวกฝ่าสายน้ำกระเซ็นสูงหลายเมตร

“โอ้ย!!..ช่วยขับให้มันเบา ๆกว่านี้ได้มั้ย!?โอ..จะตายอยู่แล้ว!”

“หุบปากนะ!!.. หนวกหู!”

เสียงร้องโอดอวยของเด็กหนุ่มผู้โดยสารคนหนึ่งก่อนจะหดคอลงเพราะถูกหญิงสาวที่นั่งเบาะหน้าตะคอกใส่ ทั้งคนทั้งรถต่างโคลงเคลงไปมาเพราะสภาพหนทางมันไม่อำนวยคนขับรถกระแทกเปลี่ยนเกียร์ไวมาก สายตาไวคมกริบควบคุมรถไปตามเส้นทางคดเคี้ยวด้วยความเร็วสูงเหลือบมองหญิงสาวข้างตัวและเด็กหนุ่มสามคนที่เบาะหลัง กำลังโก่งคออ้วกกันแล้วเพื่อนโดนอ้วกใส่ถึงกับตบถีบถองกันให้วุ่นวายไปหมด ยิ้มดุที่ริมฝีปาก นี่แค่เบาะๆเดี๋ยวได้เจอของจริง ทุกครั้งที่เหยียบคันเร่งใส่ความสะใจความมันส์ในอารมณ์ลงไปด้วยฝีมือขับระดับนักแข่งแรลลี่หฤโหดทีเดียว

ร้อยเอกหาญศึก เสนานรงค์ คนขับรถใบหน้าคมสันต์ หล่อเหลาแบบชายชาติทหารเหมือนจะตั้งหน้ามองเนวิเกเตอร์นำทางอย่างเดียวหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มสะกิดที่ขา พอหันไปมองอีกทีหน้าเปิดซีดเหลืองเขาไม่รู้จะตกใจยังไงดีก็เธอเป็นญาติผู้น้องที่ต้องห่วงไม่น้อยเหมือนกัน“พี่หาญศึก ช.ช่วยขับให้เบากว่านี้หน่อยได้ไหม” น้ำเสียงเธอแหบห้าวต่างกับหน้าตาชี้นิ้วกลับหลังสามคนทางนี้อ้วกแตกหมดแล้ว

เขาเกือบหลุดขำ “ทนเอาหน่อยเกตุและก็น้องชายสามคนข้างหลัง พ้นเนินข้างหน้าเราจะเข้าสู่เส้นทางที่สะดวกกว่านี้โชคไม่ดีที่เมื่อคืนฝนตก เช้านี้ก็ยังปรอย ๆอยู่เลย ดินมันอุ้มน้ำไว้มากทำให้ทางมันลื่นจะขับช้าก็ไม่ได้ต้องรักษารอบเครื่องยนต์เอาไว้ ไม่งั้นไม่มีแรงส่งข้ามเนินไม่ได้แน่”

“จริงนะพี่หาญ ข.ข้างหน้า แน่นะ” คนถามแค่นเสียงตาเบิกกว้างแบบว่าลมจะใส่

“เกตุเชื่อพี่สิอีกไม่เกินห้านาทีก็เข้าถนนที่ไปได้สะดวกแล้ว”

แอบนึกนิยมในความมีน้ำอดน้ำทนของเธอมีมากกว่าเพื่อนชายเสียอีกก็เป็นถึงนักกีฬาเทควันโด้ทีมชาติกันทั้ง สี่คนมันต้องอึดพอตัวอยู่แล้ว เกตุอายุ 17 ปีเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่ม อีกสามคนมีคงกะพันเดช โย่ง อายุไล่เลี่ยกัน

หญิงสาวนั่งตัวเกร็งหลับตาปี๋ไม่อยากมองข้างหน้าหวาดเสียวเหลือเกินญาติผู้พี่ของเธอเป็นทหาร นอกเวลาราชการชอบไปฝึกฝีมือด้วยการขับแรลลี่ จะมานึกเสียใจที่ติดรถมากับตีนผีก็สายไปแล้วจะซิ่งลงเหวนรกที่ไหนก็ไม่ทราบ เวรกรรมเสียจริง หญิงสาวกัดฟันบ่นในใจ

รถคันหลังมีจ่าแจ๋วเป็นพลขับตามมาติดๆทำท่าจะแซงกดแตรลั่น ผู้กองแยกเขี้ยว จ่าจะลบเหลี่ยมแชมป์อย่างเขาเสียแล้วมันต้องดูฝีมือกันหน่อย เขาหักพวงมาลัยรถหลบหลุมและตอไม้เบี่ยงซ้ายหลบขวาปิดเหลี่ยมแซงรถคันหลังคนข้างในถึงกับหวีดร้องสุดเสียงไปตามแรงเหวี่ยง ราวกับนั่งรถไฟเหาะตีหลังกา

คนที่อ้วกก็อ้วกเอาสำรอกของเก่าออกมาส่งกลิ่นชวนคลื่นเหียนไปทั้งรถแล้วก็ตามมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดของผู้หญิงดังรบกวนโสตประสาทไม่แพ้กัน เกิดความปั่นป่วนภายในห้องโดยสารเกินจะหยุดได้แล้ว“จอด! จอดรถ!” หญิงสาวตะโกนสุดเสียงรถเบรกแทบหัวทิ่ม เปิดประตูออกมาได้เธอถึงกับวิ่งไปอาเจียนในรถมีทั้งคราบทั้งกลิ่นครบ ผู้กองหาญศึกถึงกับลงไปนั่งเอามือกุมขมับนี่แหละของจริงที่เขาว่าไม่น่าเลยเลอะหมดแล้ว จ่าแจ๋วหยุดรถโผล่เอาหน้าดำ ๆอวบอูมมาถามว่าจอดรถทำไมเขาโบกมือให้ขึ้นหน้าไปก่อน วันนี้ดวลกับจ่ามาพอสมควร เด็กวัยรุ่นพวกนั้นพอลงมาได้ไล่เตะทุบถ่องกันชุลมุนล่อมวยกันแล้วผู้กองดูอยู่ พวกนี้เป็นเพื่อนสนิทกันแต่มักเล่นแรงแบบนี้เสมอ โดยเฉพาะตัวลูกพี่สาว

“โอ้ย! อย่าทำผมลูกพี่!ผมเปล่าอ้วก ไอ้เดชมันอ้วกคนเดียวนะ” ต่างยกมือกันพัลวันจากกำปั้นน้อยๆของหญิงสาว “นี่แน๊ะ!!จะกล้าเสียงดังอีกมั้ย!! เดี๋ยวๆ ครางอีกโดน!” เสียงแหลมขู่ตะคอกสำทับส่งท้ายอีก

ร่างบอบบางหากแต่ว่าปราดเปรียวเหมือนแมวป่าวิ่งไปเปิดท้ายรถคว้าอาถังมาวิดน้ำขังจากแอ่งกลางทางมาสาดโครมไปในรถเพื่อล้างคราบอาเจียนผู้กองช่วยอีกแรง เขาขบขันกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากกว่าจะถือสานายทหารหุ่นงามหันมาพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เรียกให้เด็กหนุ่มทั้งสามคนกลับขึ้นรถได้แล้วคงกะพัน เดช โย่ง ต่างมองหน้ากัน มาเที่ยวป่าคราวนี้มันจะคุ้มไหมนี่ แค่นั่งรถยังกะจะพาไปทัวร์นรกแล้วพวกมันก็สะดุ้งโหยงเมื่อหญิงสาวเรียกขึ้นรถเสียงแหลมปรี๊ด ปกติก็เจ้าอารมณ์แบบนี้ ชอบลงไม้ลงมือ ก็คงต้องยอมให้อยู่หรอกหน้าตาน่ารักทีเดียวเลยไม่อยากหือตอบโต้

รัดเข็มขัดกันอีกครั้ง หญิงเสียงดุเมื่อครู่กลับมาปั้นหน้ายิ้ม“อย่าไปถือสาอะไรพวกมันเลยนะคะ ถึงที่หมายแล้วจะให้พวกนี้ล้างทำความสะอาดรถของพี่ให้เอี่ยมเลยน้องผิดเองที่ดูแลพวกนี้ไม่ดี ก็บอกแล้วให้กินยาแก้เมาก่อนขึ้นรถยังไม่ยอมกินกันแต่จะว่าไปทางเส้นนี้มันก็หนักหนาจริง ๆ” ขอบ่นหน่อยเถอะ คนพูดก็เกินทนรู้สึกขยักเขย่นในกระเพาะอาหารชอบกลแต่ก็สู้ฝืนเอาไว้ รู้อยู่นั่งรถมากับนั่งขับแรลลี่จะเบามือให้สักนิดก็ไม่มี

นายทหารกลับมานั่งหลังพวงมาลัยถึงกับยิ้มไม่ออกกลิ่นน้ำย่อยในกะเพราะอาหารของคนยังคลุ้งอยู่เลย ไม่ น่าเลยของจริงแบบนี้เขาก็ไม่ไหวเหมือนกัน เข้าเกียร์เหยียบคันเร่งเดินหน้ากันอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไปไม่เร็วนักเส้นทางกลางป่าถูกน้ำเซาะจนเป็นร่องรูปตัววี ต้องขับแบบประคองจึงผ่านช่วงนี้ไปได้ ตั้งแต่จากตัวเมืองตากมาสี่ชั่วโมงเส้นทางที่หนักหนาที่สุดได้ผ่านมาแล้ว ช่วงหลังนี้รถวิ่งลงเนินห้อลิ่วเลาะเลียบเชิงเขามาตลอดทิ้งป่าที่มีต้นไม้สูงใหญ่ไว้เบื้องหลัง

ไหล่ทางชันลงไปเป็นไร่ข้าวโพดร้างกว้างสุดลูกหูลูกตา เส้นทางคดเคี้ยวผ่านไร่พวกนั้นช่อรวงสีม่วงของหญ้าคอมมิวนิสต์ที่ขึ้นรกจนคลุมมิดทาง ดีที่รถของจ่าขับฝ่าไปก่อนจึงตามมาได้ง่ายจากที่เงียบไปนานคนที่นั่งเบาะหลังพูดถามขึ้น ผู้กองบอกว่าไร่แถวนี้รุกที่ป่าสงวนที่ดูเหมือนร้างเพราะพึ่งผ่านฤดูเก็บเกี่ยว ในแต่ละปีพื้นที่พวกนี้มีแต่ขยายเข้าไปในดงลึกน่าห่วงป่าเมืองไทยจะหมดก็ช่วงคนรุ่นนี้เกตุเอามือเท้าคางหน้ามุ่ยเมื่อได้ยินที่เขาพูด

มาทันจ่าแจ๋วที่ป่าแพะ จอดรถคร่อมลำธารน้ำตื้นน้ำใสไหลเย็นผู้กองลงมาคุยกับจ่า เด็กหนุ่มพวกนั้นร้องเอะอะเสียงดังโดดตูมลงไปเล่นน้ำทันที ล้างเนื้อล้างตัวเป็นการใหญ่เกตุวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าและลูบเส้นผมป่าเขียวขจีใบไม้ยังมีน้ำค้างหลังได้ฝนตกติดต่อกันหลายวัน ตามพื้นดินมีดอกกระเจียวเบ่งบาน หลังจากตรากตรำเดินทางติดต่อกันมากว่าสี่ชั่วโมงทุกคนได้หยุดพักกันตรงนี้ที่เส้นทางในป่ามาบรรจบถนนลูกรังบดแน่น เกตุชี้ชวนให้ดูบ้านเรือนไม่กี่หลังที่ซุกตัวอยู่ตามเชิงเขาเห็นหลังคาสังกะสีตัดกับสีเขียวของต้นไม้ ไม่เห็นเสาไฟฟ้า ไม่มีประปาหมู่บ้าน

“เราข้ามเขตมาฝั่งพม่าหรือยังพี่หาญแถวนี้มันไม่เหมือนฝั่งบ้านเราเลย ดูกันดารมาก” เสียงห้าวถามขึ้น

เขารู้สึกขบขันยื่นมือมาจับคางเธอเล่น แต่ก่อนเห็นเป็นเด็กเล็กอยู่เลย “ยังไม่ข้ามแถวนี้พี่แน่ใจว่าอยู่ในเขตแผ่นดินไทยนะ ถนนข้างหน้าเรานี้เป็นถนนเลาะเลียบชายแดน ข้ามไปอีกหน่อยก็เป็นเขตของเขา”เกตุเอามือป้องหน้ามองไปยังฟากโน้น แล้วหันมามองป่าเตียนโล่งข้างหลังช่างผิดกันนักเห็นแล้วเครียด ป่าฝั่งไทยกำลังจะเป็นเขาหัวโล้นบ่นว่าคนไทยไม่อนุรักษ์ต้นไม้กันบ้างเลย

นายทหารหนุ่มหุ่นงามนึกชอบใจเสียจริง เด็กนี่เป็นนักอนุรักษ์ตั้งแต่เมื่อไรแต่ก็ดีกว่าเด็กผู้หญิงที่เอาแต่รักสวยรักงามไปวัน ๆ เขาหันไปคุยกับจ่าแล้วก็ยังมีชายอีกสองคนที่มากับรถจ่า ยืนปรึกษากันเรื่องเป้าหมายที่กำลังจะไปถึงในก่อนเที่ยงวันนี้น้ำตื้นเพียงหน้าแข้ง อันที่จริงเป็นส่วนหนึ่งของถนนที่ถูกน้ำเอ่อล้นข้าม พวกเด็กหนุ่มลงไปกลิ้งเกลือกร้องเย้วๆวิดน้ำมาโดนตัวลูกพี่สาว ร้องเรียกให้ลงไปเล่นน้ำด้วยกัน ผู้กองหันมามองเป็นระยะ ตอนนั่งในรถทำท่าจะเป็นจะตายพอลงมากลับเป็นอีกอย่างสมแล้วที่เป็นนักกีฬาที่มีความอึดกว่าคนทั่วไป แม้แต่เกตุตอนนี้ไม่เห็นแสดงทีท่าอิดโรยออกมาเลยร่างกายฟื้นตัวเร็วมาก เด็กหนุ่มนิสัยห้าวและคึกคะนองเกตุนิสัยห้าวเกินหญิงคงเพราะคบพวกนี้ ข้อนี้แหละที่น่าเป็นห่วง

เขาหันมากวักมือเรียก

“มีเรื่องหนึ่งที่พี่ต้องบอกเกตุและน้อง ๆทั้งสามคนเกี่ยวที่หมายที่เรากำลังจะไปถึง เราจะพักทานข้าวเที่ยงที่หมู่บ้านข้างหน้าบ่ายโมงเราจะเข้าไปในตลาดหลังหมู่บ้านแห่งนี้ มันเป็นตลาดนัดที่อยู่ในเขตรอยต่อของสองประเทศอยากให้ระวังตัวกันให้มากหน่อยเมื่อไปถึง”

กำลังจะหาก้อนหินปาใส่พวกในน้ำ แม่สาวแสนห้าวร้องเอ๊ะหันมา

“พี่หาญจะพาพวกเราไปเที่ยวตลาดนัดรึไง”

เขายิ้ม ในบางครั้งเธอก็ดูซื่อไม่ทันคน“ไม่ใช่ไปเที่ยว แต่ไปหาเบาะแสคนหายจากที่นั่น”

“จริงหรือคะ” ตาใสขึ้นมาทันที

“ที่ว่าให้ระวังหมายความว่ายังไงกันครับพี่ผู้กอง” คงกะพันคนตัวเล็กสุดในกลุ่มถามผู้กองมีรูปร่างที่สมาร์ต ทุกอริยาบทดูองอาจสมชายชาติทหาร ใบหน้ายังหล่อเหลาอีกต่างหากเป็นอะไรที่เด็กหนุ่มแอบนิยมอยู่ไม่น้อยจะกริ่งเกรงมากไม่กล้าเล่นหัวด้วยเหมือนกับลูกพี่สาว จ่าแจ๋วหน้าดุแต่ใจดียังเล่นด้วยบ่อยๆส่วนอีกสองคนนั้นไม่คุ้นหน้ามาก่อนเลย

“ตลาดที่เราจะไปเป็นตลาดมืดที่จัดขึ้นเดือนละครั้งยิ่งมีถี่ขึ้นถ้าพวกทหารชนกลุ่มน้อยรบกันนานจนขาดแคลน พวกนี้จะเอาของมาปล่อย ของที่ขายมีตั้งแต่ปืนM16 ปืนAK47เครื่องยิงลูกระเบิดไปจนถึงชิ้นส่วนอะไหล่รถถัง มีแต่พวกคนนอกกฎหมายคนของผู้มีอิทธิพลที่เข้ามาแสวงหาอาวุธไว้วางใจไม่ได้โดยเฉพาะน้องเป็นผู้หญิงต้องระวังตัวให้มาก”

เกตุกอดอกหันหน้าไปทางอื่นดูจะไม่สนใจคำเตือนเลยแม้สักนิดเดียว แล้วยังโฉบหางตาคมมาที่เขาอีก “พวกเราไปตามหาคนไม่ได้ไปมีเรื่องกับใคร พี่หาญไม่ต้องห่วงมากนักหรอก” เด็กคนนี้ดื้อรั้นไม่เคยเปลี่ยนเขาหันไปทางจ่าแจ๋วให้ช่วยพูดอีกเสียง รายนั้นส่ายหน้าจนปัญญาจะพูดเหมือนกัน

“ที่พี่พูดก็เพื่อให้ระวังไว้ก่อนตลาดเถื่อนมันเป็นแหล่งรวมพวกอาชญากรหลบหนีคดี โจรปล้นฆ่า มือปืน คนของผู้อิทธิพลพี่เรียกสถานที่แห่งนี้ว่าตลาดชุมสิง คำว่าชุมสิงไม่ได้หมายความว่าชุมเสือแดนสิงห์แต่หมายถึงเป็นที่สิงสู่ของพวกอาชญากร พวกผีร้ายของสังคม พวกเธอคงเข้าใจนะ”

พี่ผู้กองใช้คำพูดได้ถูกใจพวกเด็กหนุ่มเสียจริงต่างตบมือกันเปาะแปะ

ถนนลูกรังผ่าเข้าไปเขตหมู่บ้านคนข้างในห้องโดยสารเริ่มหันมาสนใจทิวทัศน์สองข้างทาง แล้วก็พาร้องเอะอะ ชี้นิ้วกันวุ่นวาย เมื่อเห็นชายชาวเขาคนหนึ่งในชุดเสื้อทรงกระสอบสีแดงแบกตะกร้าติดบนหลังอยู่ข้างทาง เข้าเขตหมู่บ้านคนแล้วหรือนี่ มีคนหนึ่งพูดขึ้นเห็นกระท่อมมุงด้วยหญ้าคาตามรายทาง

ถนนเป็นทะเลโคลน เห็นรอยล้อรถมากมายถี่ยิบบดจนเป็นร่องมุ่งไปทางหลังหมู่บ้าน ถ้าไม่ใช่รถขับเคลื่อนสี่ล้อคงมาถึงไม่ได้แน่ พื้นที่กันดารห่างไกลความเจริญเช่นนี้กลับมีแหล่งชุมนุมชนขนาดใหญ่เกิดขึ้น ซึ่งมันหมายถึงว่าพวกเขาได้เข้าใกล้เป้าหมาย ‘ตลาดชุมสิง’อันไกลโพ้นแล้ว

“เฮ้อ...ถึงซะทีสินะ”คราวนี้โซเฟอร์ถึงกับถอนใจเสียเอง

เห็นเป้าหมายแล้ว ตลาดชุมสิงอยู่บนเนินมีทรงพุ่มและลำต้นสูงใหญ่ของยางนาเป็นจุดสังเกต ชายหนุ่มถึงกับต้องปาดเช็ดเหงื่อที่หน้าผากเรื่องเหนื่อยไม่เท่าไรแต่ข้างในเริ่มมีเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันอีกแล้วน่าหนักใจเหลือเกิน

ชะลอความเร็วของรถคล้ายจะหาจุดจอดสองฟากข้างทางบัดนี้ มีผู้คนเดินขวักไขว่มากขึ้นทุกที คงพอกันตลาดนัดในเมืองเขาหันมาพูดคุยกับหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในคณะและเพื่อนชายวัยรุ่นสามคนที่นั่งอยู่เบาะหลัง

“เหนื่อยไหมเกตุ อยากจะให้พี่รถหยุดพักแถวนี้ก่อนก็ได้นะที่นี่มีปั๊มหลอดกับห้องน้ำอยู่ด้วย สภาพไม่สะอาดเท่าไรแต่ก็คงเข้าใจนะแถวนี้เขาอยู่กันแบบนี้”

“ไม่ลำบากหรอกคะพี่หาญศึกพวกน้องเป็นนักกีฬานะแค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก” เจ้าตัวยังคงปั้นหน้ายิ้มได้แสดงธาตุทรหดได้เกินกว่าเด็กหนุ่มสามคนข้างหลังเสียอีกหาญศึกดึงเอาผ้าเช็ดหน้าจากอกเสื้อเอื้อมไปซับเหงื่อบนหน้าผากของเธอแทนที่จะซับเหงื่อตนเอง

หญิงสาวเพียงสะบัดหน้าผมกระจายว่าไม่ต้องอย่างเดียว “คือ..แค่นี้เกตุก็เกรงใจพี่หาญมากพอแล้วอุตส่าห์พาพวกน้องมาไกลถึงชายแดนนี้ มันเป็นเรื่องบังเอิญมากเลยนะที่มาเจอพี่ที่ตัวเมืองตากแล้วยังตามมาส่งอีก” พอนึกเรื่องที่จะต้องพึ่งพาพี่เขาแล้วเธอพูดจาตะกุกตะกักเพราะเกรงใจมาก ความจริงตั้งใจมากันสี่คน มาเจอเขาที่ตัวจังหวัดชักชวนให้ติดรถมาด้วย หาญศึกไม่ใช่ญาติจริงๆ แค่นับถือเป็นวงศ์ญาติด้วยก็ให้เกียรติ์พอแล้วเธอไม่กล้าวิสาสะมาก

“ไม่ต้องมาเกรงใจพี่หรอกเราก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกันอยู่แล้วนี้ อีกอย่างพี่ไม่แค่มาส่งอย่างเดียวแต่จะช่วยตามหาน้องชายของเกตุด้วย จะตามจนกว่าจะพบ”เขาเน้นย้ำนัยน์ตาสีเหล็กยามหันมามีแววอ่อนโยน

จะยังไงน้องก็รู้สึกเกรงใจอยู่ดี” เธอก้มหน้าพูดซ้ำๆ อยู่แค่นั้น

ทำไมถึงพูดอย่างงั้นล่ะเกตุพี่กับจ่าแจ๋วเต็มใจที่จะช่วย เราก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกันกับน้องนั้นแหละ ใช่คนอื่นคนไกลซะที่ไหน เรื่องน้องชายหายตัวไปเป็นมันก็ธุระสำคัญที่พี่ต้องช่วยตามหาอีกแรงด้วยอยู่แล้ว ดีแค่ไหนที่พวกพี่มาเจอเราเสียก่อนจะเตลิดเข้าป่าไปกันเองมีประสบการณ์เดินป่ามาแค่ไหนกัน จะไปเดินป่าหาคนในที่อันตรายอย่างชายแดนเวลานี้มันอันตรายมากรู้ไหม”

มันเป็นคำตำหนิแรกที่เธอรู้ว่าต้องได้ยินแม้เขาจะพยายามพูดอย่างสุภาพที่สุด ได้แต่พูดเสียงแผ่ว ขนตางอนเป็นแพไหวระริกสีหน้าเผือดซีดลงทันที ชายหนุ่มรู้ว่าตนเองพูดแรงไปเสียแล้ว

“แต่..พี่หาญศึกต้องเสียงานราชการเพราะน้อง”

“ไม่เอาน่าเกตุ”เขาสลัดความอึดอัดใจพูดขึ้นอีกครั้ง

“พี่ไม่ชอบเห็นหน้าของน้องแบบนี้นะอย่าเศร้า อย่าคิดมากอีก เรื่องคนหายยังไงมันก็ต้องเป็นธุระของพี่ด้วย เรื่องงานพี่พอจะโทรคุยขอลาราชการด่วนได้ ยังไงก็ไม่เกิดปัญหาอยู่แล้ว แล้วน้องรู้ไหมว่าเขตชายแดนจังหวัดตากที่เรากำลังอยู่นี้มันเป็นจุดอันตรายมาก อาจจะมีทหารต่างชาติรุกล่ำเข้ามารึลูกกระสุนปืนใหญ่ปลิวมาตกได้ทุกเมื่อแล้วแบบนี้พี่จะปล่อยให้พวกน้องออกตามหากันตามลำพังได้ยังไง มันอันตรายนะ”

“แต่ว่า..”เสียงแผ่วลง

“ต้องไม่มีคำว่าแต่อีกนะ”

ก้มหน้าหลบสายตาคมดูจะอึดอัดกับความปรารถนาดีของนายทหารผู้ถือตนเป็นญาติผู้พี่คนนี้

ชายหนุ่มถอนหายใจดูจะอึดอัดขึ้นมาบ้างแล้วต่อท่าทีของเธอ

“อย่าเอาแต่ว่าอีก เด็กดื้อคนนี้นี่ กานต์ก็เป็นเหมือนน้องชายของพี่ด้วยนะ”เห็นหญิงสาวต้องเศร้าสร้อย ทำให้เขาใจหาย ถ้าไม่ติดมือต้องถือพวงมาลัยรถเขาก็อยากจะคว้าเอาร่างอันบอบบางนี้มากอดแนบอกไว้ให้คลายเศร้าเธอเท่านั่นที่เขาจะปล่อยให้ตกระกำลำบากไม่ได้

หญิงสาวร่างบางแต่มักจะเสียงดังเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นนิ่งงันนั่งทอดขนตาที่งอนยาว ท่าทีอันนิ่ง ๆของเธอนั้นน่ารักกว่านิสัยห้าวซึ่งมักแสดงออกมาทุกครั้งกับเพื่อนรุ่นน้องชายหนุ่มยังคงเอ่ยเสียงแม้จะเบากว่าพวกเด็กหนุ่มในเบาะหลังที่เอาแต่สนใจทิวทัศน์และผู้คนข้างทางเพราะเข้าสู่เขตชั้นในของหมู่บ้านชนบท

“เกตุรู้ไหม ยิ่งตอนนี้สถานการณ์ชายแดนกำลังตึงเครียดเพราะทหารป่ากำลังจะกวาดล้างทหารกะเหรี่ยงคริสต์อยู่ความจริงน้องควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทหารช่วยตามไม่น่าเอาตัวเสี่ยงอันตรายขนาดนี้รู้ไหม”

หญิงสาวนั่งนิ่งอึ่งไม่พูดจาคิดอยู่ในใจ ตั้งแต่เมื่อไรแล้วหนอที่เธอและครอบครัวได้รับความเอ็นดูและช่วยเหลือจากพี่หาญและครอบครัวของเขาอยู่เสมอพวกเราเป็นลูกทหารเหมือนกันคุณพ่อเป็นสิบเอกทหารลูกน้องท่านนายพลพ่อของพี่หาญและเป็นเพื่อนสนิทของลุงจ่าหรือจ่าแจ๋ว

พ่อเสียชีวิตก่อนที่เกตุจะจำความได้ สามคนแม่ลูกต่างได้รับการอุปถัมภ์จากครอบครัวท่านนายพลโดยเฉพาะหาญศึกซึ่งเกตุและกานต์รักเหมือนพี่ชายจริง ๆ ก่อนที่แม่จะเสียตอนต้นปีนี้เกตุได้รับปากแม่ไว้ว่าจะดูแลน้องให้ดีเหมือนซึ่งแม่เคยทำ กานต์ออกบวชภาคฤดูร้อนพร้อมกับเดช คงและโย่งเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แม่ แต่เณรไม่สิกขากลับออกธุดงค์จนหายตัวไปจนบัดนี้

รถยนต์เข้ามาถึงที่หมายตลาดกลางดงตั้งอยู่บนเนินเขาเตียนโล่งแวดล้อมด้วยขุนเขา พอก้าวขาลงจากรถอากาศอันเย็นยะเยือกก็สัมผัสผิวกายให้สะท้านทันที ทั้งที่เป็นเวลาบ่ายเท่านั้นพื้นดินเปียกแฉะเต็มไปด้วยโคลนตมฝนตกที่นี่ก่อนหน้าพวกเขาจะมาถึงใบไม้ใบหญ้ามีน้ำค้างหยดปอยยามเมื่อโดนลมพัดเห็นสายรุ้งไกลลิบหลังฉากต้นยางนาลำตรงดิ่งที่ขึ้นเป็นฉากหลังแลเห็นหมู่มนุษย์เบื้องล่างตัวเล็กเท่ามด

เหล่าคนแปลกหน้าชาวกรุงทยอยลงมาเหยียบผืนดินของชาวอนารยชนเป็นครั้งแรก ผู้คนพลุ่กพล่านไม่น้อยพวกนี้ส่วนใหญ่สวมใส่ชุดพื้นเมืองที่ไม่รู้ว่าเป็นเผ่าไหนกันบ้าง ดูเก่าๆ โทรมๆบ้างอยู่ในชุดกึ่งทหาร มีสายตาหลายคู่เหลียวมามองผู้มาเยือนไม่กี่ทีก็กลับไปสนใจธุรกิจของตนเองคนแปลกหน้าเป็นเรื่องปกติของที่นี่ คณะเดินทางต่างลงมายืนเรียงบ่ามองภาพตรงหน้า มีการค้าสัตว์ป่าตามที่ได้ยินมาจริงกรงขังสัตว์วางเรียงซ้อนกัน มีสัตว์ป่าเช่นนกส่งเสียงร้องกระพือปีกดิ้นรนกันในนั้นแผงขายของสินค้าส่วนมากเป็นของป่า ยังไม่เห็นการค้าขายอาวุธที่ว่าได้ยินข่าวเลย

หญิงสาวร่างเพรียวบางผลักประตูรถกระโจนลงมาเหยียบพื้นด้วยสองขาที่แข็งแรงมั่นคง ยืนอย่างสง่าอกเชิดมองไปรอบทิศ ที่นี่เหมือนแหล่งชุมนุมชาวเขาของขายที่แปลกตามีเพียงสัตว์ป่าในกรง งาช้าง นอแรด สมุนไพรพวกว่านต่างๆที่กองพะเนินรอให้คนมาซื้อ นอกนั้นเป็นเสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่มกันหนาวและของกินของใช้ที่เอามาจากฝั่งไทย

“นี่หรือคะ!?ที่พี่หาญจะมาหาคนสกปรกกว่าที่คิดอีก คนดี ๆที่ไหนจะมาอยู่กัน”

“เราคงต้องตามหาหมอคนที่ว่าก่อนพี่กับจ่าจะไปหาเอง เกตุกับน้อง ๆอยู่เฝ้ารถก็ได้พี่คงใช้เวลาไม่นาน” เขาคว้าเสื้อคลุมมาสวมกำลังจะออกไปพร้อมจ่า

“อุตส่าห์มาทั้งทีขอน้องออกไปเดินดูของข้างในตลาดหน่อย เผื่อมีของใช้จำเป็นจะได้ซื้อแล้วที่ว่ามีปืนขายมันจริงรึ ถ้ามีอยากได้สักกระบอกเอาไว้ป้องกันตัว” พูดไปแต่ตาคมมองไปที่กลุ่มชายฉกรรจ์ถือปืนที่นั่งบ้างยืนบ้างหลบอยู่ใต้หลังคากระต๊อบพอกันฝนได้ น่าจะเป็นทหารแต่ดูไร้วินัยสิ้นดีอาจเป็นพวกหนีทัพอย่างที่ได้ยินข่าว พวกมันมองเขม็งมายังเธอเช่นกันแทบไม่หลบตากันเลย คนจริงอย่างเธอเคยหลบตาใครเป็นที่ไหน

นานทีจะมีคนแปลกหน้าเข้ามา โดยเฉพาะมีผู้หญิงสวยนำมาก่อนสายตาอัปมงคลของพวกมันที่มองจ้องอย่างหื่นกระหายเล็งทรวดทรงองค์เอวตั้งแต่หัวจรดเท้า เป่าปากปี๊ดๆ ไปด้วยอย่างชอบอกชอบใจแล้วก็ฮาครืนถึงกับทำให้เธอเหล่ตาไปมองด้วยอาการขยะแขยง ร่างอันสูงใหญ่ฉกาจฉกรรจ์ของร้อยเอกหาญศึกเข้ามายืนบังหน้าพวกนักเลงเจ้าถิ่นมันเห็นเธอแล้ว เขาไม่อยากจะมีเรื่องกับพวกมัน และเขารู้จักนิสัยของนักกีฬาสาวดีว่าใจร้อนไม่ยอมคนจะต้องตรงไปหาเรื่องเตะปากพวกมันแน่

จ่าแจ๋วกับชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำอีกสองคนเข้ามาสมทบส่งสายตาแข็งกร้าวเฉยชา เปิดชายเสื้อที่ซอกเอวมีปืนพกเหน็บมาด้วยกันทุกคนเป็นการเตือนว่าอย่าได้คิดกำแหงหาญ พวกมันถึงกับถอยหลบฉากแตกวงทันทีผู้หญิงคนนี้มีพรรคพวกมาด้วย มีเรื่องกับกลุ่มคนร่างยักษ์ขนาดนี้คงไม่ดีแน่

หาญศึกหันมายิ้มสบตากับเกตุอย่างเช่นปกติ เอ่ยเสียงนุ่มนวล “พี่ได้รับเบาะแสว่าหมอหรืออาจจะเป็นหมอเถื่อนที่อาศัยหากินอยู่ถิ่นนี้ได้พบกับพระธุดงค์ซึ่งอาพาธอยู่กลางป่า ในข่าวบอกมีเณรติดตามมาด้วย ลักษณะเหมือนคนของเราทุกประการน่าเชื่อว่าจะเป็นเณรกานต์ ตอนนี้เราคงต้องเริ่มต้นจากการตามหาหมอคนนี้ก่อน”

พี่หาญศึกสืบหาข้อมูลของเณรกานต์มาจริงด้วยไม่ได้พูดแต่ปาก เธอสบตาเขาไม่มีแววโกหกเลย ปกติเป็นคนไม่ชอบพูดเล่นด้วย พอใจชื้นขึ้นมาบ้างแต่ก็นั้นแหละอารมณ์เสียเหมือนไอพิษตอนนี้มันคุกรุ่นเสียแล้ว “เหรอคะ” นักกีฬาสาวบิดข้อนิ้วมือจนลั่นกร๊อบถ้าเขาไม่ขวางไว้เธอจะต้องเอากำปั้นเอาส้นรองเท้าไปกระแทกปากของพวกที่เป่าปากแซวเมื่อกี้นี้แน่เกลียดที่สุดพวกผู้ชายประเภทนี้

เพื่อนรุ่นน้องทั้งสามคนกรูกันเข้ามาลากแขนลูกพี่สาวรายงานเร็วปรื้อว่าไปเจอที่ขายปืนแล้ว ให้รีบไปดูกัน เกิดมาไม่เคยเห็นผู้คนในนี้หลายคนคาดลูกปืนแทนสังวาล ห้อยลูกระเบิดมือแทนเครื่องประดับ เป็นแดนเถื่อนที่พวกเขาเคยเห็นแต่ในภาพยนตร์ไม่นึกว่าจะได้มาเห็นของจริงขนาดนี้

“อาจเป็นพวกผู้คุมตลาดที่นี่ก็ได้ ปืนพวกนั้นเขาเอาไว้ใช้งานไม่ได้เอาไว้ขายดูให้ดีก่อน” เขาเตือน

“อ้าว.ก็ไหนว่ามีอาวุธสงครามขายไง มันต้องแผงขายของพวกนี้สิ”เกตุย้อนมา

เขาส่ายหน้ายิ้มในความไม่ประสาของเด็กพวกนี้ “เขาไม่เอามาขายอย่างเปิดเผยขนาดนั้นหรอก”

“งั้นไปเถอะพวกเรา เผื่อเจอของดีจะได้ซื้อเอามาใช้กันยกเว้นพวกของกินไม่ต้องซื้ออีกเราเตรียมมาเยอะแล้ว” ลูกพี่สาวหัวหน้าทีมเดินนำทันทีเดินแทรกผู้คนในตลาดเข้าไปข้างใน เด็กหนุ่มทั้งสามคนต่างกระตือรือร้นกระสันอยากเข้าไปอยู่แล้วคล้อยหลังเด็กพวกนั้น จ่าแจ๋วทหารอาวุโสผู้ช่วยคนสำคัญของหาญศึกขยับปากเอ่ยขึ้นอย่างอึดอัด

“จะดีหรือครับผู้กองเอาเด็กพวกนี้มาด้วย งานของเรามันจะไม่ยุ่งยากไปอีกเหรอ”

“เหอะน่าจ่า ผมมั่นใจว่าจะจัดการเรื่องของเด็กพวกนี้ให้เสร็จก่อนที่จะเริ่มงานของเราได้แน่”

“........”

ความกระอักกระอวลใจของจ่าทหารร่างทะมึนทึงกับสิ่งนอกคาดหมายนอกภารกิจเวลานี้พวกเขาที่มีผู้กองหาญศึกเป็นผู้นำไม่ได้เดินทางมาทีตลาดชุมสิงแห่งนี้โดยมีเป้าหมายเดียวกันกับหญิงสาวงานราชการทหารคือสิ่งสำคัญ จ่านึกไม่ถึงว่านายทหารของตนจะทำสิ่งยุ่งยากเช่นนี้นั้นคือนำเกตุกับเพื่อนรุ่นน้องมาร่วมเดินทางด้วย

สองร่างตระหง่านยืนกอดอกมองตามเด็กสาวกับเพื่อนๆ จนหายลับไปแล้ว หนึ่งสูงกว่า 190เซนติเมตร แผงอกและข้อลำแขนใหญ่โต ผมสั้นรองทรง ใบหน้าหล่อคมและทรงเสน่ห์แบบชายชาติทหารแม้จะอยู่ในชุดของพลเรือนอีกคนผู้มีร่างใหญ่โตและหนากว่าชนิดบังกันมิดแต่มีส่วนสูงซึ่งเตี้ยกว่าเพียงไหล่ของนายทหาร ใบหน้าดำเป็นมัน มีไรหนวดเล็ก น้อยดูดุดันน่ากลัวยิ่งอดีตเคยเป็นนักกีฬาเพาะกายของกองทัพจึงมีกล้ามเนื้อทุกสัดส่วนเพียงแต่ปัจจุบันมีไขมันเข้ามาแทรกจนดูอ้วนบึ๊กชาวตลาดเห็นแล้วสยองใจ พากันเดินเลี่ยงเขาทั้งสองไปมากกว่าจะเข้ามาใกล้

นายทหารเป็นฝ่ายเริ่มเปลี่ยนบทสนทนาไปเรื่องอื่นบ้างเขาไม่อยากพูดเรื่องของน้องสาวต่างสายเลือดของตนเองเลยจ่าเองก็พอจะรู้ความลำบากใจของนายทหารเช่นกันการพูดจาก็เลยหยุดอยู่แค่ยืนพักหายใจจากการเดินทางเท่านั้น “เออแล้วนี่จ่าแจ๋วไม่แวะไปกินซุปงูเจ้าเก่าอีกเหรอ? ดีงูเห่าก็อีกอย่าง เชือดกันสดๆแล้วเอาดีเอาเลือดมาผสม เห็นมาทีไรเป็นต้องแวะซดทุกทีนี้” อยู่ดีๆก็พูดนอกเรื่อง จ่าเหล่คิ้วลงข้างหนึ่งมีแอบถอนใจเด็กสาวที่ชื่อเกตุจะทำให้นายทหารเสียงานราชการแน่ ตนจะต้องคอยระมัดระวัง

“ไม่เอาครับผมไม่ชอบกินเหล้าในเวลางานซะด้วย เดี๋ยวผมต้องขอตัวไปตามเพื่อนของผมในนี้ก่อนครับอาจจะได้เบาะเเสเกี่ยวหมอคนนั้น”ตัดบทพูดร่างใหญ่เป็นช้างก็คว้าเสื้อคลุมสีเข้มแบบทหารจากในรถมาสวมเดินเข้าไปในตลาดเพื่อหาเพื่อนที่ว่า แกอาจคิดมากไปเองนายทหารคงจะไม่ทำเรื่องเหลวไหล

เดินดูของมาทั่วตลาด เกตุรู้สึกวิงเวียนการเดินทางมาไกลมีผลต่อเธอเสียแล้วต้องขอนั่งพักขาที่แคร่ไม้เลยอยู่หลังแผงขายซากสัตว์ป่าประเภทนอแรดคงกะพันกับโย่งกำลังสนุกกับหยิบจับเขาสัตว์พวกนั้นต่างคนไม่ได้คิดจะซื้อมากไปกว่าเดินดูของเท่านั้นชายฉกรรจ์กลุ่มเดิมเดินตรงมานั่งตรงแคร่ไม้ที่เธอหมายตาจะนั่งทำให้เอาเธอหลบเกือบไม่ทัน

“ตรงนี้ไม่มีที่ว่างให้นั่งแล้วน้องถ้าจะว่างก็ตักพี่นี่ไง” เจ้าคนใส่ชุดทหารแต่ไว้หนวดเครา ทรงผมฟูกระเซิงดูไร้ระเบียบวินัยสิ้นดีส่งเสียงแซวขึ้นทำหน้าเย้ยหยันชี้ชวนมาที่ตักของมัน อีกสามสี่คนหัวเราะครืน ปากคาบบุหรี่พ่นควันโขมงเกตุไม่ได้หลบสายตาพวกมันเลยยืนจ้องหน้าขบริมฝีปากแน่น ที่พี่หาญศึกให้อดทนก็อดทนแล้ว แต่นี่ยังตามมาอีกมันจงใจหาเรื่องกันแล้ว ยังมีชายฉกรรจ์ยืนล้อมด้านข้างและด้านหลังยืนกอดอกใช้สายตากระหยิมยิ้มย่องมองมาที่ร่างของเธอสายตาคมเหลือบมองผาดเดียวก็รู้ ชุดทหารเหมือนกันน่าจะเป็นแก๊งเดียวกัน คนออกพลุกพล่านพวกมันกะจะฉุดผู้หญิงเลยหรือไง พวกคงกะพันวิ่งพล่านไปทางอื่นแล้ว มัวตาสนุกไม่สนใจทางนี้เลยว่ากำลังโดนล้อม

มีมีดเหน็บติดเอวเอาไว้ป้องกันตัวสองเล่มคนพวกนี้มีปืนกันครบมือ หากไม่ใช่ปืนก่อน เธอก็ยังไม่เสียเปรียบมากนักทีแรกเข้ามาในนี้ก็เผื่อว่าจะหาซื้อปืนแต่ไม่ยักเห็นมี พวกพ่อค้ามองเห็นเธอกับพรรคพวกเป็นคนแปลกหน้าถามยังไงก็ส่ายหน้าบอกว่าไม่ได้ขายปืนมันก็คงเป็นแค่ตลาดค้าสัตว์ป่ากับของกินของใช้ธรรมดานี้เอง

“พวกแกฟังภาษาไทยรู้เรื่องใช่มั้ยพวกแกต้องการอะไรจากฉัน”

เจ้าหนวดเอามือลูบคางมองเธอตั้งปลายเท้าจรดใบหน้าใบหน้าของมันแสดงความกรุ้มกริ่มไม่น้อย

“พวกพี่อยู่ป่ามานานออกมาทั้งที่อยากได้น้องไปด้วย”

“อ๋อ.พวกแกอยากเรื่องอย่างว่างั้นเถอะแล้วแถวนี้มันไม่มีซ่องให้พวกแกระบายรึไง”

“จะมีซ่องไม่ซ่อง น้องสาวคนสวยก็ต้องไปกับพวกพี่อย่าพูดมากตามพี่มาดีกว่า”

มันเดินมายื่นมือจะคว้าเอาตัว แต่หารู้ไม่ว่ากำลังหาเรื่องผู้หญิงที่ผ่านการฝึกศิลปะการป้องกันตัวมาหลายแขนงเกตุจับข้อมือเจ้าคนหน้าหนวดบิดแล้วทุ่มลงกับพื้นด้วยความเร็วเป็นจังหวะเดียวกับที่สองคนข้างหลังเข้ามาคว้าหัวไหล่บางของหญิงสาวจับล็อคตัวเอาไว้เจ้าคนถูกทุ่มแทบหลังหักสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บและจุกต้องโซเซขึ้นมาเงื้อหมัดจะต่อยท้องน้อยที่เป็นจุดอ่อนของผู้หญิง

ผู้คนในแผงรอบข้างต่างเอะอะโวยวายเมื่อพวกทหารป่ากลุ่มนี้กำลังจะฉุดผู้หญิงแปลกหน้ากลางตลาดเกตุยื่นนิ่งไม่สะท้านเมื่อถูกชายฉกรรจ์สองคนจับยึดตัวเอาไว้ถีบสวนเข้าใบหน้าเต็มกระโดงคางของเจ้าคนหน้าหนวดนั้นถลาร่วงลงไปก้นจ้ำเบ้าอีกตัวของมันใหญ่ยักษ์เอาการความทรหดจงมีมาก เพียงแค่สะบัดศีรษะจะลุกขึ้นมาอีก ที่ริมฝีปากมีเลือดไหลกบตัวมันคงนึกนึกไม่ถึงว่าผู้หญิงบอบบางคนนี้จะร้ายได้ถึงเพียงนี้





Create Date : 21 ตุลาคม 2552
Last Update : 4 สิงหาคม 2557 9:39:17 น.
Counter : 333 Pageviews.

1 comments
  
อย่างงี้ดีครับ ติดตามอ่านง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
โดย: เพื่อนโนบิตะ (เขาพนมรุ้ง ) วันที่: 21 ตุลาคม 2552 เวลา:15:09:24 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments