มีนาคม 2553

 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
บทนำ สมิงไวรัส
ไกลออกไปจากหมู่คนในลานกว้างหน้าถ้ำ ยังพอเห็นฝุ่นลอยคลุ้งจากท้ายขบวนแห่งกองทัพทหารกะเหรี่ยงซึ่งกำลังเดินหายเข้าชายป่าด้านทิศใต้ ในม่านป่าเต็งรัง อีกฟากในทิศเหนือ สีเขียวสดของม่านใบไม้สลับกับกอไผ่บดบังหนาทึบ มีนักบวชผู้บำเพ็ญป่ายืนอยู่หลังม่านนั้น แสงสีเหลืองของผ้ากาสาวพัสตร์ดูเรืองรองไปทั่ว จากพระธุดงค์จำนวนมากกว่าสิบรูป พระสองรูปยืนเด่นอยู่หน้าสุด แบกกลดและอัฐบริขารตามแบบพระธุดงค์ทั่วไป องค์หนึ่งร่างสูงชะลูด ผอมแห้ง ผิวดำสนิทเหมือนผิวลูกมะเกลือ ผิวเนื้อนอกจีวรล้วนมีรอยแผลเป็น จีวรเก่าคร่ำคราเพียงห่อหุ้มร่างกาย อีกรูปผิวเหลืองจัดดั่งขมิ้นแบบคนชนเผ่า

“หลวงพี่ครับในที่สุดเราก็หาพวกเขาเจอแล้วนะครับ”ภิกษุปริศนาผิวดำดั่งเข้มเอ่ยขึ้นก่อน

“ใช่แล้วท่าน”ผู้สำรวมตอบไปเช่นนั้น

พระผิวดำกล่าวต่อไป ดวงตาเล็กในเบ้าตาลึก ยังคงมองลอดช่องไพรออกไปยังเบื้องล่าง“หนุ่มสาวคู่นั่น ช่างงามผิดแผก แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปยิ่งนัก ทั้งสองได้มาพบกันแล้วในแดนแห่งนี้ตามคำพยากรณ์และจะต้องเกิดการเปลี่ยนใหญ่หลวงขึ้นตามมาต่อจากนี้ อันเบื้องหลังของหนุ่มสาวคู่นั่น มีเทพผู้ยิ่งใหญ่องค์หนึ่งประทับทรงอยู่ตลอดเวลา พวกเขาได้รับการปกป้องจนยากนักจะหาผู้ใดหรือสิ่งใดในโลกนี้จะสามารถหักหาญด่านมหาเทพองค์นี่ได้”

“ใช่แล้วท่าน เทพองค์นั้นได้เลือกหนุ่มสาวคู่นั่นแล้ว”

“แต่อันตรายจะเกิดแก่เหล่าบริวาร ผู้ติดตามมาด้วยภักดี เพราะองค์เทพมิได้โปรดเมตตาต่อพวกเขา มหันตภัยร้ายกำลังจะมาต่อมนุษย์เหล่านั้น”

“ใช่แล้วท่าน เขาเหล่านั้นล้วนตกอยู่ในอันตราย”

“แต่ยังไงพวกเขาก็เป็นผู้ผูกเวรกรรมกับเรา อันยากจะปล่อยไปตามยถากรรม เรามิอาจจะบรรลุธรรมขั้นสูงต่อไป หากมิได้ชำระชดใช้กรรมเก่า อันมีผูกพันกันมาอย่างชัดเจน”ภิกษุร่างผอมสูงมองไปยังร่างสูงใหญ่ของนักรบไทย

“โยมหาญศึกคือเจ้ากรรมของหลวงพี่ท่าน และพวกเราทุกคน หนี้กรรมอันเราต้องชำระให้เขา หาไม่เราจักต้องวนเวียน เกิด ตาย สร้างกรรม ชดใช้กรรม อยู่ในโลกมนุษย์ไม่สิ้นสุด ไม่อาจสำเร็จธรรมขั้นสูงต่อไปได้อีก”

เนตรของพระธุดงค์ปริศนา ผู้มีผิวเหลืองดังขมิ้น มองฝ่าลัดป่าต่อไปยังกลุ่มของเด็กหนุ่ม ซึ่งยืนหลบอยู่หลังม่านไพร พวกเขายังคงสวนเสเฮฮา รายล้อมบุรุษในชุดดำคนนั่น เอ่ยวาจาเป็นประโยคยาวขึ้นครั้งแรก

“ใช่แล้วท่าน โยมไพรวัลย์ คือลูกศิษย์ของหลวงพี่เอง เขาก็เป็นอีกผู้หนึ่งซึ่งตัวเราต้องช่วยเหลือ เมื่อหลายปี ก่อนที่เราท่านจะมาบวช ได้ดวงตาเห็นทางธรรม พวกเราทั้งหมดเป็นเพียงกองโจร รวมกลุ่มกันคอยต่อต้านรัฐบาล เราปล้นสะดมพวกที่เข้าข้างฝ่ายรัฐ กำจัดพวกที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางสร้างอำนาจของเรา พวกเราสร้างอิทธิพลแผ่ขยายไปทั่วเขตลุ่มน้ำสาลวิน จนเป็นที่เกรงขามในหมู่ผู้คน ตัวเราเองซึ่งเป็นหัวหน้าโจรในตอนนั้น มีนามว่า เสือดำ” ขุนโจรเสือดำในอดีต ได้มาปรากฏอีกครั้ง และบัดนี้ได้อยู่ในผ้าเหลือง

“เราได้พบกับโยมไพรวัลย์ในป่าใหญ่ อยู่ในสภาพไม่ต่างอะไรจากสัตว์ป่าตัวหนึ่ง ชายคนนี่ขอร้องให้ช่วยฆ่าตัวเขาให้ตายที ทีแรกคิดว่าเขาคิดจะมาลองดี ลองวิชาคงกะพัน จึงใช้ทุกวิธีการประหารเขาให้ได้ แต่แม้ว่าจะถูกฆ่าไปก็กลับฟื้นขึ้นมาเป็นอีก ไพรวัลย์เป็นอมนุษย์ผู้ไม่มีวันตาย แม้จะยิง ฟัน แทงยังไงก็ฆ่าเขาไม่ได้ พอตกกลางคืนเขาคนนี่ก็คลุ่มคลั่งเหมือนมีปีศาจร้ายสิงสู่ ไล่ฆ่าพวกไพร่พลโจรของเรา ดีที่ตอนนั้นพระอาจารย์ของพวกเราได้มาโปรดสัตว์ ท่านได้ช่วยสะกดปีศาจในร่างของเขาไว้ชั่วคราว

อาจารย์เรียกนามตนเองไม่เป็นมงคลว่า ภิกษุมาร แต่ท่านก็เป็นผู้เปี่ยมเมตตา ได้ช่วยชีวิตพวกเราไว้ ท่านได้ขอบิณฑบาตให้พวกเราเลิกการเป็นโจร แล้วสั่งให้เรารับชายคนนี่เป็นศิษย์ สอนเขาให้มีญาณสมาธิ เพื่อจะได้ควบคุมปีศาจในตัวเอาไว้ และตั้งแต่บัดนั้นเราจึงสละปืนและทางโลกทั้งหมด มาสวมผ้าจีวรเป็นพระธุดงค์ มหาโจรผู้ร่ำลือชื่อไปทั่วลุ่มน้ำสาลวิน นามที่ใครต่างเรียกอย่างครั่นคราม เสือดำเเห่งลุ่มน้ำสาลวิน ได้หายสาบสูญนับแต่นั้นมา

หนุ่มสาวทั้งสองนั้นก็ไม่ได้เกิดจากครรภ์มนุษย์ แต่เกิดจากครรภ์ของนางมาร เป็นมารในร่างมนุษย์ ฉะนั้น เราจะต้องคอยติดตามช่วยเหลือโยมหาญศึก โยมไพรวัลย์และพวกบริวารมนุษย์ ให้พ้นจากเงื้อมมือมาร”

พระธุดงค์ทั้งหมดต่างสงบนิ่ง มองไปยังกลุ่มของคณะแพทย์อาสาโดยเฉพาะ สองคนหนุ่มสาวเป็นจุดเดียว หญิงสาวเหมือนจะรู้ตัวหันหน้ามา จ้องตาเขม็งมาแต่ไกล

“นางมองเห็นเราแล้วครับหลวงพี่”เหล่าพระรูปอื่นต่างตื่นตัว ใบไม้ปลิวว่อนขึ้นรอบตัว ป่าทั้งป่าเหมือนมีพายุมากะทันหัน ต้นไม้โยกครืน“นางกำลังจ้องขึ้นมาด้วยความพยาบาท”พระเสือดำพยักหน้ารับอย่างเนิบช้า

“มารดาของนางเป็นศัตรูกับศาสนามาตั้งแต่พระศาสดายังดำรงชีพอยู่ สายเลือดของนางตัณหาทำให้หญิงสาวคนนี่ชิงชังพระสาวก และบัดนี้นางมีสามีที่หวงแหนอยู่ข้างกาย นางจะยิ่งดุร้ายมากขึ้น นางยักขินีตนนี้จะต้องบุกมาหาพวกเราแน่ จงเตรียมพร้อมสวดคาถาขับยักษ์”

ทั้งหมดต่างลดอัฐบริขารลง สองมือพนมแล้วเริ่มสวดคาถา




“เกิดอะไรขึ้นหรือจ๊ะน้องเกตุ มัวจ้องอะไรอยู่”
“น้องเห็นค่ะ”
“เห็นอะไร”
“ในป่านั้น หลังป่าไผ่ มีพระธุดงค์หลบอยู่ พวกมันกำลังแอบจ้องมองพี่กับน้อง”
“ไหนกัน”กฤษณ์เอามือป้อง สอดสายตามองหา“พี่ไม่ยักเห็นพระธุดงค์ น้องเห็นใบไม้เหลืองเป็นพระหรือเปล่า”

“น้องเห็นจริงๆ”
หล่อนยิ่งย้ำ คิ้วเรียวต้องขมวด ดวงตาแข็งกราว จ้องตะลึงไปยังหลังแนวป่าไม่ลดละ
“แต่ถึงไม่มีน้องก็ไม่ควรใช้สรรพนามเรียกนักบวชว่า มัน นะ”
“จะทำไม!! น้องจะเรียก!”เธอหันมาตวาดแว้ด “เพราะพวกมัน พวกหัวโล้นที่มาแย่งน้องกานต์ไป น้องเกลียดพวกมัน! เข้าใจมั้ยว่าน้องเกลียดพวกมัน!”
คนรักหนุ่มต้องตกตะลึ่งกับความคิดรุนแรงของเธอ
“เกตุจ๊ะ น น้องต้องไม่พูดแบบนี่นะมันไม่ดี ถอนคำพูดซะ”
“น้องเกลียดพระ!! โอ้ย!”เอามืออุดหูบิดไปมาเพราะเริ่มได้ยินเสียงสวดคาถา แม้กฤษณ์ก็ได้ยินเสียงสวดนั้นด้วย

หญิงสาววิ่งไปแย่งเอาปืนเหน็บเอวของพลเป้คนหนึ่ง แล้วเล็งไปยังทิศทางของเสียงสวดทันที

เปรี้ยง!!เปรี้ยง!!เปรี้ยง!!

“เกตุ!! หยุดเดี๋ยวนี้!”หาญศึกตะโกนจนเสียงหลง

“หยุดเธอเอาไว้เร็ว!!”

เกิดการชุลมุนขึ้นทันที เพราะนายหญิงคนใหม่เกิดคลุ้มคลั่ง ตะบันอยู่ใกล้สุด กรากเข้าไปใช้มือใหญ่ขยุ้มบ่าเล็กๆคิดว่าจะหยุดเธอได้ง่ายๆ นักเทควันโดสาวที่บัดนี่ได้กลายนางยักษ์ร้ายไปแล้ว ใช้สองมือจับข้อมือนั่น ฉากออกข้าง แล้วบิดหักทั้งข้อแขน ข้อศอก ร่างยักษ์ใหญ่ของตะบันร้องจ๊าก! ร่างกายบิดหมุนประจบกับแรงที่โถมเข้ามา หมุนพลิกตัวกลางอากาศทันที และก่อนแผ่นหลังจะกระแทกพื้นก็ถูกลูกถีบยัดสวบเข้ากลางลำตัว ร่างของตะบันลอยไปกว่าสองวา ลอยกระแทกพื้นดังสนั่นเหมือนกระสอบทรายกระแทกพื้น

“พี่ตะบัน!”

นายจะงอยร้องเสียงหลง พุ่งเข้ามา เกตุเขวี้ยงปืนในมือถูกใบหน้า เจ้ายักษ์คนน้องต้องร้องลั่น หลับตาด้วยความเจ็บปวด หล่อนฉวยจังหวะเตะเข้าพับในดังพลั่ก! ร่างใหญ่โตถึงกับเข่าทรุดไปข้างหนึ่ง

“นี่แน่ะ!!”

เร็วเกินตั้งตัว สองมือประสานทุบเข้าท้ายทอย ดังพลั่ก! จะงอยถึงกับสลบเหมือดก่อนถึงพื้น ทุกคนถึงกับตะลึงต่อหญิงสาวร่างบางที่คว่ำผู้ชายร่างใหญ่สองคนในเวลาไม่กี่วินาที แต่หญิงสาวยังไม่หยุดแค่นั้น ร้องกรี๊ด!!ลั่นจะวิ่งออกไปอีก เสียงสวดคาถาของพระธุดงค์ดังลั่นเข้าไปสมองของเธอโดยตรง

“พวกแกจงหยุดสวดคาถาบ้าๆนะ ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมด!”
“เกตุ! น้องจงหยุดเดี๋ยวนี้”หาญศึกมาถึงตัวเธอแล้ว สองมือจับล็อกข้อแขนกางออก สกัดไว้ก่อนหญิงสาวจะวิ่งออกป่า

“เอามือสกปรกออกไปให้พ้น!”

บิดข้อมือกระชากออกทางนิ้วหัวแม่โป้งของชายอย่างมีเทคนิค พอแขนเป็นอิสระก็ชัดข้อศอกเข้าชายโครงอ่อน ไม่หนักแต่เข้าจุดอ่อน หาญศึกต้องหน้าเหยเกทันทีด้วยความเจ็บ แผ่นหลังกระแทกร่างใหญ่ สอดขาเข้าหลังขาขวาของเขา แล้วดันร่างให้เอียง โดยไม่ทันตั้งตัวร่างยักษ์ใหญ่ของหาญศึกถึงกับเอียงกระเท่เล่ไปตามแรงของหญิงสาว มือข้างเดิมของเธอคว้าหมับเข้าที่ใต้คางของเขาแล้วดัน ร่างยักษ์ใหญ่ของหาญศึกล่วงหงายหลังทันที อย่างง่ายดาย เทคนิคขั้นสูงของคอมมานโด ที่มีแต่ครูของเธอเท่านั้นที่สอนให้ไว้ป้องกันตัว

“อย่าเอามือมาแตะต้องฉันพวกมนุษย์สกปรก”

ร่างบอบบาง ยืนเด่นเหนือสามชายร่างยักษ์ เธอกลับมีพลังอำนาจขึ้นมาอย่างประหลาดจนทุกคนผงะ ยกเว้นคนเดียว“หยุดเดี๋ยวนี่นะเกตุ หากไม่หยุดพี่จะไม่รักน้องอีก”เสียงที่ดังมาจากข้างหลัง ทำเอาเธอหยุดนิ่ง แม้เสียงสวดประหลาดก็หายไปพร้อมกัน

“จะไม่ให้น้องเป็นเจ้าสาวของพี่อีกแล้ว หากน้องยังไม่หยุด”
“โฮๆๆพี่หมอ”แว้งตัว วิ่งไปเกาะขาคนรัก ก่อนที่เขาจะเดินหันหลังให้ “ไม่นะพี่หมอ อย่าทำกับน้องแบบนี้ ฮือๆ”
เกาะขาพัวพันเขาเอาไว้ ไม่ให้ไป ร่างอ่อนระทวยระทมร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด หมดมาดนางยักษ์ทันที
“เฮ้อ...”เขาต้องส่ายหน้าอย่างละอา ก้มลงไปคว้าแขนเธอขึ้นมายืน”
“เกิดอะไรขึ้นกับน้อง ทำไมทำตัวไม่น่ารักแบบนี่”
“น้องทำอะไรหรือค่ะ”หล่อนทำหน้างง
“พี่ถามอีกครั้งว่าน้องรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรลงไปเมื่อกี้”เขาย้ำเสียงดุ
“น้องทำอะไรหรือคะ”ลืมตาใสๆมอง“ก็อยู่ๆพี่หมอก็ตะโกนบอกว่าจะไม่รักน้องแล้ว น้องจำได้แค่นี่จริงๆ”สั่นหน้า ขนตางอนชุ่มพราวด้วยน้ำตา ย้อนถามคนรักมา
“เฮ้อ เกตุนี่น้องแกล้งไขสือ หรือกำลังล้อเล่นอะไรอยู่กันแน่ ก็เมื่อกี้น้องไปทำร้ายพวกคุณตะบันเขาทำไม”
“น้องขอโทษ”กอดเอวเขาไว้แน่น “พี่หมออย่าทิ้งน้องนะ อย่าเดินหันหลังให้น้องอีก กระซิกๆ”
“อย่าทำไม่น่ารักแบบนี่อีกนะ พี่ไม่ชอบ ไปขอโทษพวกพี่ๆเขาสะ”เขาทำเสียงดุอีกรอบ

นายตะบันลุกไปพยุงร่างของน้องชายลุกขึ้น นายจะงอยต้องเอามือกุมท้ายทอยครางอู้เป่าปากไม่หยุด
“นายหญิงมือตีนหนักจริงๆพวกเราขอชูฮก”สองพี่น้องยกหัวนิ้วโป้งให้
“พวกเอ็งไม่ต้องทำมาเป็นพูดดี” เล่าอูกระชากเสียง “ก้มหัวลงมา!”ตบหัวเจ้าสองพี่น้องคนละฉาด เเม้ร่างเล็กกว่าสูงเพียงคอ แต่อดีตข้าราชการชั้นปกครองอย่างเขาก็เฉียบขาด ปกครองคนได้หากคิดจะทำ

“หน้าขายขี้หน้าชะมัด”ต้องบ่นกระปอดกระแปด หน้ายับยู้ยี้“พวกแกมันไม่ได้เรื่อง สู้ผู้หญิงคนเดียวก็ไม่ได้ กลับไปใส่ผ้าถุงสะไป๊” เหมือนตีวัวกระทบคราด หาญศึกลุกขึ้นมาหัวเราะแฮะๆ แอบหลบตาทุกคน คร่าที่เสียท่าเหมือนกัน

“ทุกคน! ออกเดินทางได้”

เล่าอูตะโกนเพราะเห็นนายสัณฑ์กับพวกเด็กหนุ่มยืนกวักมือมาไวๆจากหัวดง คล้ายจะมองเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่เช่นกัน แต่ละคนรีบเก็บสัมภาระขึ้นบ่าหลังเหตุการณ์ชุลมุน เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ทุกคนไม่ได้ใส่ใจนัก

“เป็นไงครับผู้กอง โดนไอ้อดีตปลัดอำเภอขี้เหล้ามันทับถมมา”จ่าแจ๋วเดินแซงมายังมีท่าหัวเราะไม่หาย “นี่ดีที่นายสัณฑ์มันไม่อยู่ด้วย มันคงจะหัวเราะดังคิกๆ ใส่ผู้กองอีกคน”

“จ่าอย่าทับถมผม ได้ไหม”




เรื่องย่อและที่มาของตัวละคร



วสวัตตีเทพได้เล็งเห็นความเสื่อมทรามในโลก เพราะมนุษย์ผู้ครอบครองแผ่นดินได้กระทำความชั่วช้า เลวทรามให้เกิดแก่แผ่นดิน แผ่นน้ำและแผ่นฟ้า อย่างไม่มีสิ้นสุด ในสายตาของเทพ บ่อเกิดสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ล้วนมาจาก เผ่าพันธุ์อารยันอันเทพเจ้าสร้างให้มาแต่เดิม นับมาแต่โบราณกาลถูกผสมข้ามวรรณะ จนเกิดพวกจัณฑาลขึ้นมากมายทั่วโลก สายเลือดปนเปื้อน มนุษย์จึงทำแต่ในสิ่งโง่เขลา แผ่นดินเกิดความเสนียดหาความบริสุทธ์ได้ไม่ จึงจำต้องแก้ไข วสวัตตีเทพเล็งการนี้ได้จึงได้นำความไปทูลต่อองค์เทพเจ้าผู้รักษาจักรวาล และได้ขอพระราชทาน เลือดหนึ่งหยดจากพระองค์ ต่อมาพญามารได้ประทานเลือดหยดนั้นให้แก่นางอรดี บุตรีดื่มกิน จนกำเนิดกุมารทิพย์ขึ้นในครรภ์ และเป็นผู้มีสายเลือดอารยันอันบริสุทธิ์จากเทพเจ้า สายเลือดบริสุทธิ์ของเผ่าพันธุ์อารยันจึงจะกำเนิดขึ้นบนโลกอีกครั้ง

เมื่อองค์ผู้สืบสายเลือดเทพเจ้าบังเกิดลงมายังโลก พญามารเกรงองค์จะไม่สนใจในเรื่องกำหนัด ใคร่รัก ไม่ยอมสมสู่ เพื่อให้กำเนิดทายาท สืบเผ่าพันธุ์ของชาวอารยันสืบต่อไปบนโลก จึงได้อัญเชิญดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของนางพญายักษ์สององค์ มาสู่ครรภ์ของนางตัณหา และนางราคา อีกสองธิดาของตน เพื่อให้สองพระนางลงกำเนิดยังโลกมนุษย์ตามหลังมา เพื่อเป็นชายาขององค์กุมาร สามธิดามารได้พร้อมใจถ่ายทอดรูปลักษณ์ อันสดสวยงดงามของตน สู่บุตรและบุตรีทั้งสาม หมอกฤษณ์หรือองค์กุมารทิพย์ จึงมีรูปกายงดงามน่าเพ่งพิศเช่นหญิงสาวและยังคงมีเสน่หานุภาพของบุรุษอันเต็มเปี่ยม สามารถดึงดูดทั้งเพศชายเพศหญิง ดาวพระเกตุ และโมนาลิซ่า ก็ต่างมีรูปร่างหน้าแบบเดียวกับมารดาของตนเช่นกัน ทั้งสองต่างมีอาถรรพ์ของนางมารติดตัว

อสูรมาธูได้ลงมายังโลกมนุษย์ การกำเนิดขึ้นอีกครั้งของมหิษาสูร ผู้กำเริบเสิบสาน หมายตามมาปองร้าย องค์กุมารทิพย์ ผู้ทรงสายเลือดอารยันบริสุทธิ์ อันเทพเจ้าได้ประทานให้ลงมายังโลก เพื่อแก้ไขสายเลือดอันเสื่อมทรามของมนุษย์ ศูนย์วิจัยอาวุธเทียนเล้ง(มังกรฟ้า) อันแฝงเร้นอยู่ในถ้ำขนาดมโหฬารในเทือกเขา(เขาหงส์) ในรัฐกะเหรี่ยงประเทศพม่า คือจุดกำเนิดของอสูร

โครงการอสูรมาธู แห่งศูนย์วิจัยอาวุธเล้นลับในหุบเขาของประเทศพม่า ภายใต้การควบคุมของนักวิทยาศาสตร์ของประเทศมหาอำนาจแห่งเอเชีย เป้าหมายของประเทศมหาอำนาจใหม่ อันจะเปลี่ยนสัตว์ป่าในเขตอินโดจีนทั้งหมดให้เป็นปราการเหล็ก ป้องกันการลุกขึ้นเหนือของชาติมหาอำนาจตะวันตก เพื่อเตรียมพร้อมกับสงคราม โลกครั้งที่สามอันจะอุบัติขึ้นในโลกอนาคต อันมี ดร.เทิดไท นักวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ผู้คิดค้น เลือดพิษ หรือโลหิตอสูรซึ่งเป็นเครื่องจักรขนาดเล็กระดับนาโน ปะปนในโลหิต สามารถดูดซับธาตุโลหะในร่างกายสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นวงจรอิเลกโทรนิก เปลี่ยนเซลล์สิ่งมีชีวิตให้เป็นเครื่องจักรผสม และยังสามารถติดเชื้อจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่ง สัตว์สู่สัตว์ได้ ดร.เทิดไท นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะผู้ต้องการใช้โครงการนี้เพื่อหมายปลุกชีพลูกเมียที่ตายไป แต่โครงการมิทันสำเร็จก็ต้องถูกสั่งระงับอย่างไม่มีกำหนด เพราะการทดลองไม่มีท่าทีจะสำเร็จและต้องเสียเงินงบประมาณไปเป็นจำนวนมาก

ดร.เทิดไท ได้ถูกนางมารตัณหาล่อลวง โดยเสนอให้ใช้เลือดของ หมอกฤษณ์ หรือองค์กุมารทิพย์ เพื่อทำให้เลือดพิษสมบูรณ์ เพื่อต่อต้านคำสั่งปิดโครงการ ดร.เทิดไท ได้ปล่อยไวรัสเข้าไปยังเมนคอมพิวเตอร์ ทำให้สัตว์ชีวภาพถูกโปรแกรมไวรัสเข้าควบคุม และได้ออกมาเข่นฆ่า นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ศูนย์วิจัยถูกปิดตายลงโดยอัตโนมัติ แต่ก็มิทันที่สัตว์ชีวะจำนวนหนึ่งได้หลุดลอดออกไปได้ ณ ที่ใดที่หนึ่งในศูนย์วิจัย มีศพของ พันตรีสงคราม เสนานรงค์ ต้นแบบของ นักรบอสูร ยังคงหลับใหลรอการปลุกชีพด้วยเลือดที่สมบูรณ์แบบ สถานีวิจัยอาวุธเทียนเล้งได้กลายเป็นเพียงสถานที่รกร้างนับแต่บัดนั้น



ตัวละครหลักใน สมิงไวรัส

หมอกฤษณ์ หรือองค์กุมารทิพย์ หัวหน้าคณะแพทย์อาสา

ดาวพระเกตุ จิตหาญ นักเทควันโดสาวทีมชาติ ทายาทนางตัณหา เป็นนางยักขินีมาเกิด

โมนาลิซา แซ่ลี ลูกครึ่งกะเหรี่ยงอังกฤษ ทายาทนางราคา เป็นนางยักขินีผู้น้องของดาวพระเกตุ

ดร.เทิดไท หรืออีกนัยหนึ่งของทัศนมาร เขาคือพญารากสกอันทรงฤทธิ์ ผู้ซึ่งใช้อำนาจวิทยาศาสตร์ล่ำยุคติดตามปองร้าย ด้วยอาฆาตแค้น หมอกฤษณ์ไปตลอดการเดินทาง

พันตรีสงคราม เสนานรงค์ อสูรมาธู ต้นแบบคนแรกของโครงการ

ดำเกิง ชื่อของเสือดำ หรือสัตว์ชีวภาพตัวหนึ่ง ซึ่งกำเนิดมาจากศูนย์วิจัย มีสมองเทียบเท่ามนุษย์แต่ยังคงมีสัญชาติญาณดิบของสัตว์ป่า หลุดลอดมาจากศูนย์วิจัยได้ก่อนถูกปิด ผูกพันกับสัณฑ์ ไล่ล่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเพื่อเป็นอาหารโดยเฉพาะมนุษย์ จนร่างกายมีขนาดใหญ่โตผิดปกติ ดวงวิญญาณมากมายถูกสะสมจนเกิดมีญาณฤทธิ์ เป็นเสือสมิงสมองกล เป็นจ่าฝูงของเสือดำนับสิบที่หลุดลอดออกมาจากศูนย์วิจัย

สัณฑ์ ถูกนางมารสาปให้เป็นองครักษ์ผู้ไม่มีวันตาย เมื่อใดเขาอ่อนแอจะถูกปีศาจสมิงเข้าควบคุมร่างกาย และออกเข่นฆ่าผู้คนอย่างบ้าคลั่ง เขาจำเป็นต้องติดตามปกป้อง องค์กุมารทิพย์และชายา ตามคำสั่งของพญามารเพราะการจะแก้คำสาป ปลดปล่อยเขาจากความไม่ตาย มีเพียงหมอกฤษณ์และเกตุ สองคนเท่านั้นที่จะฆ่าเขาได้

หาญศึก ถูกคำสาปของนางมารโดยไม่รู้ตัวให้ติดตามปกป้ององค์กุมารทิพย์

พลอากาศตรียองยาง นายทหารหนุ่มรูปงามแห่งกองทัพอากาศพม่า ถูกนางอรดีล่อลวงให้หลงรัก หมอกฤษณ์ให้ติดตามปกป้องเช่นเดียวกับหาญศึก

พันโทพสิม ท.ส. คนสนิทของนายพลยองยาง

จำปา หรือสิบเอกจำปา นายบ้านทับกลาง อดีตสามทหารเสือลูกน้องของพลตรีขุนธรรม เขามีความแค้นฝังลึกกับนายตนเอง จนต้องมาชำระแค้นกับร้อยเอกหาญศึกคนเป็นลูกชายแทน

เสินกวนซี หรืออาตี๋เสิน สายลับพิเศษจากกองทัพสิงคโปร เป็นผู้เชี่ยวชาญระบบคอมพิวเตอร์หรือไวรัสวิทยา ซึ่งกองทัพไทยและสิงคโปรร่วมมือกัน เพื่อค้นหาความลับของศูนย์วิจัยอาวุธเทียนเล้ง อาตี๋เสินเป็นผู้ขี่ ร่มบินหรือพารามอเตอร์ ข้ามชายแดนมาก่อนพวกคณะแพทย์อาสาเพียงเล็กน้อยก่อนจะถูกยิงตก



Create Date : 25 มีนาคม 2553
Last Update : 5 เมษายน 2553 13:35:26 น.
Counter : 377 Pageviews.

1 comments
  
เย้ๆๆ ติดตามมาตั้งเเต่เรื่องหมอเถื่อน เป็นกำลังใจให้นะคะ 555ในที่สุด.....เเสดงว่า ดาวพระเกตุเป็นนางเอก เย้ๆๆๆๆ สู้ๆๆ จะติดตามต่อไปน้าา
โดย: ไม่บอกเขิล IP: 118.174.92.110 วันที่: 4 มีนาคม 2558 เวลา:21:58:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments