ตุลาคม 2552

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร ตอนที่ 9

นาฬิกาบนข้อมือบอกเวลา 13.00 น.ทั้งสองจึงเห็นหลังคาบ้านคนผ่านม่านป่าไผ่เดินต่อไปเพียงครู่ก็มองเห็นกระท่อมหลังหนึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางป่าคั่นหน้าด้วยลำธารสายเล็กๆมีขอนไม้ผุพาดเป็นสะพานให้ข้าม หนุ่มสาวหยุดพักหายใจและดื่มน้ำตรงจุดนี้อีกครั้งหาญศึกขอให้เธออยู่ข้างหลังเขาไว้เพราะไม่แน่ใจว่าชาวบ้านที่นี่จะมาดีหรือมาร้ายเกตุรู้สึกหัวใจเต้นระทึกอีกครั้ง ได้ยินมาว่าพวกคนอยู่ป่ามักไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า

ลานหน้ากระท่อมหลังนั้นมีรอยก่อกองไฟและการใช้ชีวิตแต่ไม่พบเจ้าของกระท่อมหาญศึกตะโกนเรียกด้วยภาษากะเหรี่ยงอยู่หลายครั้งเป็นการแสดงเจตนาดีว่ามาอย่างเป็นมิตร ชายแก่คนหนึ่ง เปลือยท่อนบนเห็นอกเหี่ยวบนศีรษะโพกผ้าขาวม้าแกโผล่ออกมาจากหลังกอไม้ไผ่ ในมือถือปืนกระบอกยาวท่วมหัวออกมาด้วย


หาญศึกกับชายแก่ยืนพูดคุยกันอยู่เพียงครู่ก็ได้ความว่าคนแก่ระแวงว่าจะมีโจรป่าจะเข้ามาชิงเสบียง เลยมีปืนติดมือตลอดมันเป็นปืนแก็ปบรรจุนัดเดียว สภาพเก่าพอกับเจ้าของยังมีมีดพร้าขัดหลังอีกเล่มเป็นอาวุธแกได้ยินชายหนุ่มเอ่ยชื่อนายบ้านของที่นี่ได้ถูก บอกว่าเคยมีบุญคุณกัน กอร์ปกับเห็นมีหญิงสาวตามมาด้วยเลยคิดว่าไม่น่าจะใช่โจรจึงกล้าออกมาพูดคุยกันอีกไม่กี่ทีเขาก็ได้คำตอบที่ต้องการ ทหารชายแดนผู้เก่งด้านมวลชนหันกลับมายิ้มและพยักหน้าให้เธอบ่งบอกว่าได้รับข่าวดี

“ได้เรื่องแล้วน้องเกตุ ลุงคนนี้บอกว่ามีหมอมารักษาคนป่วยที่นี่พี่ว่าน่าจะเป็นหมอคนที่เรากำลังตามหาอยู่เป็นแน่เพราะลุงแกบอกว่าเป็นหมอที่มาจากบ้านล่าง คือคงหมายถึงบ้านสเน่พ่องของเฒ่าเซี้ยเดี๋ยวลุงเขาจะนำทางไปส่งให้ด้วยเพราะบ้านคนป่วยเป็นญาติของแกเอง”

ชายสูงวัยเจ้าของกระท่อมอาสาจะนำทางให้ทุกอย่างเลยง่ายขึ้น ทั้งสองเดินเลาะริมลำธารแคบ ๆไปเพียงครู่ ก็มองเห็นกระท่อมหลังใหญ่ตั้งเด่นตระหง่านมองจากด้านนอกจะเห็นคนนั่งอยู่เต็มบนบ้านหนุ่มสาวแปลกถิ่นได้มายืนอยู่หน้ากระท่อมแล้ว ลุงตะโกนขึ้นไปบนกระท่อมและเสียงตอบจากคนข้างบนลงมา ต่างขยายวงออกทำให้เห็นชายในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดนั่งเด่นอยู่กลางวงชายคนนี้หรือเปล่าหนอหมอคนนั้น เกตุได้แต่จ้องมองนึกคิดอยู่ในใจ

ชายหนุ่มหญิงสาวต่างถิ่นได้มาถึงที่หมาย หมู่บ้านผาแดงชุมชนเล็ก ๆกระจายตัวอยู่ในดงหญิงชาวบ้านผู้มีไมตรีได้นำน้ำดื่มบรรจุในกระบอกไม้ไผ่มาต้อนรับแขกทั้งสองขณะนั่งรอหาญศึกได้คร่าเวลาโดยการหันมาสนทนากับลุงคนเดิม เลือกเอาแคร่หน้าบ้านเป็นที่นั่งเกตุมองไปก็ยกกระบอกน้ำขึ้นดื่มไปด้วย ตาชำเลืองดูชายหนุ่มกับชายชราอยู่ บางทีก็จะสะกิดสีข้างของเขาบอกให้ช่วยแปลเรื่องที่กำลังพูดกันให้ที

ได้ความว่าแม่เฒ่าเจ้าของบ้านหลังนี้ได้ล้มป่วยลงขณะนี้คุณหมอคนเมืองกำลังตรวจดูแลอาการให้อยู่ ข้างบนเรือนก็มีชาวบ้านมาเยี่ยมไข้ดูอาการกันอยู่เต็มเพราะคนทั้งหมู่บ้านแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเครือญาติเกี่ยวพันกันทั้งสิ้น

เสียงคนพูดคุยกันงึมงำและการเคลื่อนไหวตัวยวบยาบบนฟากไม้ไผ่จากคนข้างบนเรือนหลังจากที่เงียบเสียง อยู่นาน ก่อนจะเห็นคนโผล่มาจากใต้ชายคาเกาะไต่บันไดลงมาเป็นชายหนุ่มทั้งสองคน รูปร่างและการแต่งตัวผิดแผกจากชาวบ้านบนบ่าสะพายกระเป๋าสี่เหลี่ยมอันมีเครื่องหมายกากบาทแดง ทันทีที่เท้าของหมอคนแรกเหยียบถึงพื้นแล้วหันมาด้วยรอยยิ้มเกตุรู้สึกตะลึงรอยยิ้มของเขามาก หาญศึกรีบสะกิดให้เธอลุกขึ้นตามมาเดินตรงไปหาหมอคนนั้นทันที

ชายหนุ่มคนแรกอายุราวยี่สิบกว่าหรือสามสิบต้น ๆหาญศึกจะเข้าไปจับมือทักทายเพราะดูจะไม่ใช่คนไทยหมออีกคนก้มลงไปหยิบรองเท้ามาสวมให้แล้วรับเอากระเป๋าแพทย์มาสะพายบ่าไว้เองชายคนที่สองนี้ร่างสูงใหญ่กว่าวัยน่าจะสี่สิบขึ้น อากัปกิริยาและเสื้อกาวน์ที่ทั้งคู่สวมใส่ดูน่าเชื่อถือเหมาะกับอาชีพหมอมากหนุ่มสาวแปลกถิ่นต่างยิ้มให้กันอย่างโล่งอก ไม่เสียแรงที่บุกบั่นข้ามเขามาไกลหมอที่พวกตนกำลังตามหาน่าจะใช่สองคนนี้แน่

“สวัสดีครับคุณหมอ”

หาญศึกกล่าวคำทักทายขึ้นก่อนเป็นภาษาไทย หมอคนที่สองน่าจะเป็นคนไทยซึ่งยิ้มตอบน้อมศีรษะให้เกตุแอบลอบมองใบหน้าของหมอคนแรกอย่างล้วนถี่ ชายคนนี้ผิวขาวละเอียดเค้าโครงใบหน้าไม่เหมือนคนไทยเลยแต่เหมือนพวกแขกขาวในอินเดียนัยน์ตาสีฟ้าสวยมากแต่การเปล่งเสียงพูดโต้ตอบด้วยลิ้นคนไทยชัดถ้อยชัดชัดคำมาก เธอเดาว่าเขาน่าจะเป็นลูกครึ่งท่าทีสุขุม บุคลิกนุ่มนวลเช่นเดียวกับพวกหมอที่เธอคุ้นตาจากในเมืองหมออีกคนร่างกายสูงใหญ่ ไว้หนวด ตาโตคิ้วเข้ม บุคลิกภูมิฐานเกตุยิ้มเก้อกับตัวเองเพราะผิดคาดมาก

“สวัสดีเช่นกันครับ ผมชื่อกฤษณ์ชวาลราชย์หรือจะเรียกว่าหมอกฤษณ์เฉย ๆก็ได้ครับ ส่วนอีกคนพี่อภิรักษ์เป็นผู้ช่วยของผมเองผมทราบจากชาวบ้านเมื่อครู่แล้วว่าพวกคุณทั้งสองคนเดินทางมาไกลเพื่อมาพบกับผมไม่ทราบว่าต้องการจะให้ช่วยเหลืออะไร”

“ผมร้อยเอกหาญศึกครับ เป็นทหารส่วนนี่น้องสาวชื่อเกตุเราสองคนมาตามหาคุณโดยเฉพาะ เพื่อขอสืบข่าวหาญาติของเราที่หายตัวเข้ามาในฝั่งพม่า..”

เป็นหน้าที่ของหาญศึกบอกกล่าวถึงสาเหตุที่มาพบ ต่างพูดคุยกันไปและเชื้อเชิญให้นั่งเกตุเขินอายมากเพราะบังเอิญไปสบตาสีฟ้าคู่นั้นของคุณหมอเข้าหัวใจเต้นเเรงอย่างไม่เข้าใจตนเองเอาเสียเลย

ชายร่างใหญ่มีไรหนวดเล็กน้อย ใบหน้าเจือยิ้มตลอดเวลายกมือขึ้นไหว้อย่างนิ่มนวล เกตุกับหาญศึกต้องรีบยกมือไหว้ตอบทันทีคาดไม่ถึงว่าหมอพวกนี้จะมีสง่าราศีมากกว่าที่คิดไว้มาก เหมือนคนชั้นสูงดูดีไปหมดทั้งสองคนเลย

ทั้งสี่คนได้ย้ายมานั่งที่แคร่ไม้ไผ่ตัวเดิมเกตุนั่งขยับตัวหลุกหลิกอยู่ติดแผ่นหลังของพี่ชายตัวใหญ่ รับฟังอยู่เงียบๆปล่อยให้รับหน้าที่เจรจากับคุณหมอ ใบหน้าของหมอกฤษณ์ห่างกันแค่มือเอื้อมถึงเพียงมีหาญศึกนั่งอยู่คั่นกลาง เกตุแทบตกอยู่ในอาการประหม่าเธอยอมรับกับตนเองว่าหมอคนนี้เป็นผู้ชายที่ดูดีมาก ๆผิดจากภาพหมอเถื่อนที่หากินอยู่กับชาวเขายากจนที่เธอแอบคิดไว้แต่แรก

การพูดคุยดำเนินมาจนถึงช่วงสำคัญทันใดหาญศึกก็หลุดปากเสียงดังขึ้นจนเธอสะดุ้งตามไปด้วย “อะไรนะครับ!? หมอไปพบกับเณรในรัฐกะเหรี่ยง ลึกเข้าไปในเขตแดนพม่าโน้นที่ตอนนี้รัฐบาลทหารเอสพีซีดีกำลังทำการกวาดล้างพวกกะเหรี่ยงพุทธอย่างหนักอยู่ในขณะนี้หรือครับ”นายทหารชายแดนอย่างเขาย่อมรู้ดีที่นั้นกลายเป็นสมรภูมิรบไปแล้ว เณรไปอยู่ที่ ๆอันตรายอย่างนั้นได้ยังไงเกตุนั่งฟังอยู่ถึงกับตกใจหน้าซีด การสนทนาเริ่มดูเครียดขึ้นทันที คุณหมอดูจะตกอกตกใจกับน้ำเสียงของนายทหาร

“ผมเข้าใจครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเหนี่ยวรั้งเณรกับหลวงตาเอาไว้ยังไง”พลันเกิดสีหน้าแย่ไปด้วย รู้สึกเหมือนถูกตำหนิอย่างมาก เกตุต้องกระตุกแขนของเขาอย่างแรงเพื่อเตือนสติเพราะเขาทำให้คุณหมอหน้าขาวตกใจ“หมอเสียใจครับ เราพยายามรั้งท่านเอาไว้ให้อยู่ที่นี่ จนกว่าสถานการณ์ทางโน้นจะสงบลงก่อนแต่ท่านก็ยังคงยืนยัน ยืนกรานที่จะกลับไปที่นั้นอีกเราดึงท่านกลับมาฝังไทยในทีแรกก็เพราะห่วงความปลอดภัยของเณรกับหลวงตาโดยอ้างเหตุเรื่องอาการอาพาธซึ่งจะต้องข้ามมารักษาที่หมู่บ้านแห่งนี้”

“เณรป่วยเป็นอะไร? ครับ/ค่ะหมอ”

หาญศึกและเกตุถามขึ้นพร้อมกันด้วยความร้อนใจหมอกฤษณ์โบกมือให้นั่งลง

“ใจเย็น ๆก่อนนะครับคุณทั้งสอง”

คุณหมอใช้คำพูดอย่างแช่มช้าและชัดเจน

“เณรไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่เป็นไข้และมีอาการอ่อนเพลียจากการกรากตรำร่างกายเท่านั้นครับไม่มีโรคแทรกซ้อน หมอให้น้ำเกลือและฉีดยาแก้ไข้ให้ไม่กี่วันร่างกายก็กลับมาแข็งแรงดังเดิมอันที่จริงหลวงตาที่เณรติดตามท่านก็รักษาด้วยรากไม้สมุนไพรได้ผมนิมนต์ทั้งสองรูปกลับมาทางนี้เพราะให้เหตุผลด้านความปลอดภัยมากกว่า ท่านจึงยอมมา”

หาญศึกออกอาการคิดหนักมากกว่าคนเป็นพี่สาวแท้ ๆเสียอีกชายแดนเวลานี้มันคับขันมีแต่การรบราฆ่าฟัน หลวงตากับเณรอาจได้รับอันตรายหากไปธุดงค์ถิ่นอื่นก็พอทำเนา พี่สาวไม่ต้องตามหาถึงเพียงนี้ เหตุการณ์ตอนนี้มันบีบบังคับให้เลือกเพียงสองทางเท่านั้น1. คือรอจนกว่าเณรกานต์จะกลับมาเองและ 2. บุกเข้าไปรับเณรกลับมาแทนที่จะรอคอยอย่างไม่รู้ชะตากรรมซึ่งมันก็มีแต่วิธีที่สองเท่านั้นซึ่งเขาจำต้องเลือก ดวงตาสีเหล็กสบมาที่คุณหมออีกครั้งทำเอาหมอออกอาการกริ่งเกรงไปตามกัน

“คุณหมอพอจะบอกที่ตั้ง หรือสถานที่ที่เณรกลับไปธุดงค์ปักกลศอยู่ได้ไหมครับผมจะเข้าไปรับเณรออกมาจากป่าฝั่งพม่าด้วยตัวผมเอง” ประสบการณ์ในการเป็นทหารชายแดนมาหลายปีทำให้เขามั่นใจว่าจะตามหาน้องชายของเกตุกลับคืนมาได้แน่แต่การเดินทางข้ามชายแดนมันอันตรายมากจะต้องหาทางส่งเกตุกับเด็กหนุ่มทั้งสามคนกลับบ้านเมืองไปเสียก่อน

คำพูดนั้นทำให้คุณหมอรีบห้ามปรามทันที ชายแดนพม่าขณะนี้กำลังเกิดสงครามเสี่ยงมากหากจะเข้าไปแต่หาญศึกยังคงยืนยันคำเดิม ตนเองเป็นทหารพร้อมเสี่ยงอยู่แล้วหันมายื่นมือมาจับบ่าของหญิงสาว

“เกตุ สถานที่ที่หมอบอกมันอยู่ไกลจากชายแดนมากพี่เห็นต้องส่งน้องกลับไปก่อน”

เกตุทำเสียงอ่อย รู้ได้ทันทีว่าหาญศึกจะกีดกันเธอออกไปจากการตามหาน้องชายได้แต่ก้มหน้านิ่ง

“ไม่ได้นะครับ! คุณทั้งสองคนทางที่จะไปมันเต็มไปด้วยดงกับระเบิดสารพัดที่ทหารป่ามาวางดักไว้อันตรายมากหากพวกคุณจะผ่านไป อีกอย่างหนึ่งเป็นพระธุดงค์ท่านก็ไม่ได้ปักหลักอยู่กับที่ แต่เดินทางจารึกแสวงหาไปเรื่อย ๆในป่าผมไม่สามารถจะบอกพิกัดที่อยู่ของท่านได้ชัดเจนแน่นอน”

ได้ยินคำพุดของคุณหมอ พี่สาวที่ต้องออกตามหาน้องชายในป่าลึกถึงกับหน้าเสีย ทรุดตัวลงนั่งกับแคร่เหงื่อผุดตามใบหน้าทันที ความหวังที่จะตามหาน้องกลับมาเริ่มที่ศูนย์อีกครั้งหาญศึกมีสีหน้าเฉยนิ่งกลับครางในลำคอเท่านั้น คุณหมอมีรอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก มันคือเสน่ห์อย่างหนึ่งของคุณหมอคือยิ้มง่ายนี้เอง

“คุณน้องที่ชื่อเกตุอย่าเป็นกังวลเรื่องตามหาคนเลยนะครับ หมอเคยพูดคุยกับหลวงตาที่เณรติดตามอยู่นั้น ท่านชำนาญเส้นทางในป่ามากน่าจะหลบหลีกอันตรายได้เขตไหนมีการสู้รบท่านคงไม่ไปแต่มันจะอันตรายมากสำหรับพวกคุณต่างหากที่จะติดตามไปตัวผมเองก็ยังต้องอาศัยผู้ชำนาญทางนำไปถึงจะไปทีฝั่งโน่นได้”

หาญศึกเหมือนนิ่งไปครู่ เดินมาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าคุณหมอทั้งสอง แต่สายตาโฉบไปที่นักเทควันโด้สาว“ผมตัดสินใจแล้วครับว่าจะออกตามหาเณรเองให้ถึงที่สุดผมจะไม่เสี่ยงรอจนกว่าหลวงตาจะพากลับมาเอง ผมเป็นทหารอยู่ชายแดนแถบนี้มาหลายปีมั่นใจว่าจะออกตามหาเองได้ ส่วนเกตุ!น้องไม่ต้องไปนะ”เขาได้ตัดสินใจแล้ว ที่หอบหิ้วเธอมาด้วยแต่แรกก็เพื่อจะเกลื่อกล่อมให้กลับบ้านเท่านั้นเอง

ที่เห็นเงียบ ๆที่จริงไม่ได้ยอมรับคำสั่งเลยเกตุจ้องตาเขาด้วยขอบตาแดงเรื่อ ส่งเสียงแหลมโวยลั่นเรื่องที่จู่ ๆก็จะถูกตัดออกจากการเดินทางคุณหมอทั้งสองดูจะอึ้งนิ่งงันด้วยความตกใจมองหน้ากันเลิกลั่กไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของหนุ่มสาวคู่นี้ว่าแรกเริ่มเป็นมายังไงกันแน่ หาญศึกเดินหันหลังเอามือกุมขมับอย่างเครียดครุ่นเกตุเอาเรื่องเอาราวขึ้นมาแล้ว เสียงดังไม่อายชาวบ้านเลย ไหนจะเรื่องภารกิจทางทหารซึ่งตนได้รับมอบหมาย ทั้งลูกน้องทั้งนายต่างกดดันเข้ามาที่เขาคนเดียว การจะตามหาคนในป่ากว้างใหญ่ไพศาล ไม่รู้ว่าจะต้องตามกันนานเท่าไหร่อาจจะไม่พบตัวหรือสาบสูญไปแล้วก็ได้ งานราษฎร์งานหลวงแยกกันไม่ออก เกตุไม่เหมือนกานดานิสัยดื้อดึงแล้วยังมีเพื่อนรุ่นน้องทั้งสี่คนที่กระเตงมาด้วยคงจะไม่ยอมกลับง่าย ๆ ในอกที่เต็มไปด้วยแรงอัดอั้นอยากจะระบายออกมาเต็มทีเหมือนที่เกตุกำลังโวยวายอยู่ในขณะนี้

“เอ๊ะ! เมื่อครู่คุณหมอพูดว่า มีคนชำนาญทาง

หาญศึกเลิกคิ้วสูง เมื่อหมอกฤษณ์พูดถึงพรานนำทาง

“พี่หาญศึกเมื่อกี้พี่พูดว่าอะไรนะเกตุน้ำตาคลอ เหลียวกลับมาล่อกแล่ก ตาแดง ๆตะกี้เริ่มมีหวังยังไงเธอก็ต้องเดินทางตามหาน้องชายด้วยตนเองให้ได้  หมอกฤษณ์เห็นน้ำตาของเธอรู้สึกสงสารจับใจน้องชายไปตกอยู่ในถิ่นอันตรายเช่นนั้นเป็นใครก็อยู่เฉยไม่ได้ ป่วยการจะพูดโน้มน้าวให้เปลี่ยนใจมีแต่ต้องช่วยตามที่ร้องขอเท่านั้น พรานนำทางก็มีอยู่แล้วหากค้นหากันจริงๆโอกาสหาคนจนเจอยังพอมีหนทาง

“ใช่ครับปกติคณะแพทย์ของผม หากจะต้องเดินทางลึกเข้าไปต่างแดน จะต้องมีพรานนำทางผู้ชำนาญและคุ้นเคยกับพื้นที่มาก่อนเป็นคนนำไปเสมอเสี่ยงมากครับหากจะเดินทางไปกันเอง ไหนจะภัยจากพวกทหารป่ากับระเบิดสังหารวางดักอยู่มากมาย หรือพวกชาวพื้นเมืองที่ไม่เป็นมิตร เป็นพื้นที่ที่ยังป่าเถื่อนอยู่มากโชคดีที่ผมมีเพื่อนซึ่งเป็นพรานอาสานำทางให้ทุกครั้งเขาคนนี้แหละคนที่นำพวกผมไปบังเอิญพบกับเณรเข้าไม่ได้ดูถูกคุณทหารนะครับมันเป็นเรื่องยากที่พวกคุณจะไปหาคนเจอแต่หากเขายอมช่วยก็มีโอกาสสูง”ท้ายประโยคนี้หมอพูดอย่างมั่นใจ

คำพูดของคุณหมอหน้าขาวทำเอาเกตุดีใจจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ ใจดีสมกับหน้าตาจริง ๆกระโดดตัวลอยร้องไชโยเสียงดังลั่นจนคนบนบ้านชะเง้อลงมาดูเขย่าคอพี่ชายตัวโต ชี้นิ้วดิกไปที่หมออีก“เห็นมั้ย! ได้ยินที่หมอพูดมั้ย ได้คน ๆนี้มาช่วยเราก็จะพบเณรกานต์แน่โอกาสพบมีสูงไม่ได้ตามอย่างเลื่อนลอย คราวนี้พี่หาญศึกอย่ามาห้ามให้ยาก..เลยยังไง น้องก็จะไปด้วยให้ได้” คนดื้อดึงเน้นเสียงสูง

นายทหารร่างใหญ่เป็นต้องหันก้นออกไปยืนกุมขมับอีกหนเดินหนีจากแคร่ไปดื้อ ๆ สุดปวดหัวกับเด็กดื้อคนนี้ เสียจริง เกตุก็ทำเชิดงอนใส่อย่างไม่สนอะไรทั้งนั้น เดินลุกไปอีกทาง ยืนกอดอกนิ่งยืนยันความคิดเดิม

พวกหมอได้แต่นั่งมอง ทำเสียงเอออาในลำคอมองทั้งสองหนุ่มสาวอย่างไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“เวลานี้เราจะติดต่อพรานนำทางคนนั้นได้ยังไงครับ หาญศึกข่มน้ำเสียงให้เย็นลงหันกลับมาถามคุณหมอไม่อยากสนใจเด็กหัวดื้ออีกแล้ว หมอกฤษณ์พอนึกถึงพรานคนที่ตนเองพูดถึงใบหน้าปรากฏรอยยิ้มทันที “ปกติเขามักจะอยู่ที่ตลาดชายแดน พวกคุณคงผ่านเส้นทางนี้อาจจะเคยพบกับเขาแล้วก็ได้นะครับเขาเป็นชายที่มีลักษณะโดดเด่นมากเพราะชอบใส่แว่นดำ หนวดเครายาว ดูผาด ๆผ่านตานึกว่า เช เกวาร่า”หมอพูดไปปากอมยิ้ม

คำพูดปริศนาของคุณหมอทำเอาหาญศึกและเกตุขยับมานั่งบนแคร่พร้อมกันมองและถามย้ำอีกครั้งเพราะนึกสังหรณ์อะไรบางอย่างคนเดียวที่ทั้งสองกำลังนึกถึงอยู่ที่ตลาดชุมสิง มีอยู่คนเดียวจริง ๆที่มีลักษณะอย่างว่า

“หมอช่วยบอกลักษณะของเพื่อนของคุณหมอได้มั้ยครับพอดีมีคนของผมกำลังไปที่ตลาดนั้น”

หมอกฤษณ์ชูมือวัดระดับความสูงไปด้วย “ก็เป็นคนตัวสูง ๆ ผอม ผิวแดงจัดปกติชอบใส่เสื้อแขนยาวสีดำ สวมกางเกงยีนส์โดยเฉพาะที่จำได้ง่าย คือหนวดเครายาวและยังสวมแว่นดำตลอด”

“...........”




Create Date : 24 ตุลาคม 2552
Last Update : 4 สิงหาคม 2557 9:47:36 น.
Counter : 516 Pageviews.

6 comments
  
ช่วงนี่ว่างเลยขยันเอางานมาลง สำหรับคนที่ติดตามอ่านเงียบๆ ไม่ได้มามาทักทายก็ไม่เป็นไรครับ จะพยายามนำเสนอออกมาให้ดีที่สุด แต่แหม กลับไปอ่านงานของตนเองที่ไร มีสะกดผิดเยอะจริง ว่างๆก็สะกิดบอกเตือนกันหน่อยนะ
โดย: คุณหมอเถื่อน (doctorwar ) วันที่: 24 ตุลาคม 2552 เวลา:23:46:03 น.
  
เยือนครับ
โดย: คนสาธารณะ วันที่: 25 ตุลาคม 2552 เวลา:5:29:49 น.
  
เรื่องรูปร่างหน้าตาของนางเอกไม่ถนัดจะบรรยายลักษณะนัก ก็เลยยืมเอาหน้าตาอันน่ารักของ แอฟ ทักษอรมาเป็นอิจเมจตัวละครตัวนี่สะเลยเขียนแนวบู๊ไม่ถนัดแนวผู้หญิงเลย นางเอกก็ห่ามๆชอบกล
โดย: คุณหมอเถื่อน (doctorwar ) วันที่: 25 ตุลาคม 2552 เวลา:12:28:34 น.
  
ดีครับ เพื่อนหมอใจงาม

วันนี้ผมมาเยี่ยม คุณหมอเถื่อนน่ะครับ

ขอบคุณเพื่อนมากที่เข้ามาให้กำลังใจกันเสมอ ซาซซึ้งจริงๆครับ

ฝันดีเช่นเคยครับ เนื่องด้วยเพื่อนคงมาดึกเกินไป

บะบายครับ
โดย: เพื่อนโนบิตะ IP: 110.164.135.161 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:46:53 น.
  
ดีเพื่อน ความจริงคำผิดเราก็พอจะมองเห็นอยู่หลายคำเพียงแต่ผ่านๆ มันไป เราว่าเนื้อเรื่องน่าสนใจกว่าคำผิดเป็นไหนๆ ไอ้เราน่ะผิดเยอะกว่านายอีกนะเหอๆๆ

กลับมาอ่านคอมเม้นท์เรื่องนิยายเราอีกที เราว่านายนี่เข้าอกเข้าใจ และให้กำลังใจเพื่อนนักเขียนด้วยกันได้อย่างจริงใจ รู้สึกซึ้งครับเพื่อน55 หากรีไรท์นิยายเสร็จเมื่อไหร่เราจะตามไปเวป jj ของนายดูมั่ง น้องใหม่หัดเขียนขอบคุณครับ
คุณหมอใจงาม

เพื่อนโนบิตะ
โดย: เพื่อนโนบิตะ (เขาพนมรุ้ง ) วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:46:45 น.
  
ดีครับเพื่อน

ผมแวะเข้ามาทางตอนที่ 8 ของหมอเถื่อนอิอิ
ที่แรกนึกว่า ทหารหาญจะเป็นพระเอกซะอีก ขอบคุณเพื่อนที่บอกก่อน แล้วจะจับตามองครับ55

เอ่อ แต่ว่า แอฟจะบู๊ไหวเหรอครับ555 ผมล้อเล่นน่ะ
โดย: เพื่อนโนบิตะ (เขาพนมรุ้ง ) วันที่: 5 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:02:35 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments