สิงหาคม 2553

1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เจ้าชายหิ่งห้อยกับเจ้าหญิงเเสงจันทร์ บทที่ 6


บ้านหลังที่สอง เป็นหญิงสาว ซึ่งพึ่งผ่านพ้นช่วงแห่งการสูญเสียคนรักที่หมั้นหมายจะแต่งงานกัน เธอกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นมาจากอาการซึมเศร้า ทันทีที่เห็นชายหนุ่มในชุดทักซิโด้ กับดอกไม้ช่อใหญ่มาปรากฏอยู่หน้าบ้าน ใบหน้าเบิกบานแจ่มใสก็เกิดขึ้น รีบมาเปิดประตูเหล็กออกมาต้อนรับทันที

ดูเหมือนว่าเธอจะอยู่อาศัยคนเดียวในบ้านด้วย แล้วแนนนี่ ที่เอาแต่นั่งรออยู่ในรถต้องตาโปนโตมาอีกครั้ง กับการทักทายแบบเดิมของบุญส่ง พอมอบดอกไม้ถึงมือลูกค้าสาว ก็บรรจงหอมแก้มให้ หญิงสาวก็หอมตอบแล้วกอดกันกลม ทำเหมือนกับเป็นคนรักก็ไม่ปาน

โครม!!..มือทุบกับคอนโซล จนข้าวของจุกจิกหน้ารถหล่นกระจายด้วยอาการฉุนอย่างไม่รู้สาเหตุอีกหน“มันจะมากไปแล้วนะ! นายเปี๊ยก ต้องถึงขนาดกอดหอมกับลูกค้าทุกครั้งเลยเรอะ แบบนี้มันเกินไปแล้วนะ!”

อาการโวยวายของผู้หญิงในรถ บุญส่งคงไม่ได้ยิน เพราะถูกหญิงสาวมากวัยประมาณสามสิบต้นๆ ลากแขนเข้าไปในบ้าน วิธีการเอาใจลูกค้าโดย เฉพาะลูกสาวๆ แบบนี้ เจ๊โรสเป็นคนสอนให้เขาทำทั้งหมด และมันก็ได้ผลดียิ่ง ทั้งน้ำทั้งของกิน สรรหามาเอาใจหนุ่มหน้าสวย แถมยังหาผ้ามาซับเหงื่อให้อีก อาการพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจ ของผู้หญิงคนนั้น ที่แม้คนข้างนอก ยังพอเห็นเค้ารางผ่านกระจก เลยเกิดอาการเลือดเดือดพุ่งปรี๊ด

“มันจะมากไปแล้ว!นี่คงจะแถมตัวให้ลูกค้าไปด้วยอีกใช่มั้ย”เอ็ดดังอยู่คนเดียว แล้วคนๆนั้นก็คงไม่ได้ยินแน่ ว่าแล้วก็ฮึดฮัดออกจากรถ ก้าวเดินฉับๆเข้าไปในบ้านหลังนั้น แล้วลากแขนบุญส่งออกมา“ชั้นไม่มีเวลามาก ถึงขนาดมานั่งรอนายจู๋จี๋กับผู้หญิงทั้งวันหรอกนะ เกรงใจกันมั่งสิ!”

เจ้าหนุ่มรวยเสน่ห์ต้องรีบโบกมือบ๊ายบาย ให้พี่สาวอีกคนของเขา แล้วหันมาท้วงลูกสาวของเจ๊โรส ที่เหมือนมาปักหลักมาจับผิดเขามากกว่าจะมาช่วยงาน“พี่สาวเป็นคนใจดีนะครับ เรากำลังพูดคุยกันสนุกคออยู่เลย”เขาพูดหน้าซื่อและคิดแบบนั้นจริงๆ

“พี่สาวบ้าอะไร!”เธอพูดเสียงห้วน“ผู้หญิงคนนั้นเค้าคิดอะไรอยู่ทำเป็นไม่รู้รึไง ทำเป็นซื่อใสอินโนเซน เอ๊าะ รึว่านายชอบแบบนี้ ชอบคนเอาอกเอาใจ”

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ”

ยิ่งพูดยิ่งจี้ใจดำ บุญส่งถึงกับหมดอารมณ์ได้แต่ส่ายหน้า“ผมก็แค่ทำความสนิทสนมคุ้นเคยกับลูกค้าตามที่เจ๊เอ๊ย คุณพ่ออภิรักษ์ของคุณแนนนี่ บอกไง จะได้มีลูกค้ามาอุดหนุนดอกไม้ของร้านเป็นประจำ พี่สาวคนเมื่อกี้ เธอแค่พึ่งจะเสียคนรักไป ผมก็เลยช่วยแก้เหงาให้ก็เท่านั้น”บุญส่งตอบไปตามที่คิด

“แก้เหงา!ช่างพูดออกมาได้นะ”ผู้หญิงหน้าหงิก ถึงกับคิดลึก คุณพ่อชายไม่แท้ของเธอ อาจมีลูกจ้างเป็นหนุ่มส่งดอกไม้หน้าตาดีแบบนี้ เอาไว้บริการลูกค้าอีกหลายคน ถึงกับซักไซ้เอายกใหญ่ บุญส่งไม่ตอบ คิ้วกลับมุ่นเข้าหากัน เพราะเสียงแหลมปรี๊ดของหล่อน

“ก็ผมบอกคุณแนนนี่แล้วไงนี่นา ถ้าเบื่อไม่อยากรอก็กลับไปก่อน ผมไปส่งดอกไม้ต่อเองได้”เขาพูดแต่เธอหันมาตวาดแว้ด แสดงอำนาจข่มซะ“เอะ!นายนี้ เป็นลูกจ้างประสาอะไร มาเถียงนายจ้าง ก็ไอ้ที่นายทำอยู่นี้ เรียกว่าอู้งานชัดๆแถมยังคิดการไม่ดีกับลูกค้าสาวอีก แต่ก่อนนายต้องเคยทำไม่ดีเอาไว้เยอะแน่ พ่อชักจะปล่อยนายเกินไปแล้วนะ” ชี้นิ้วใส่หน้าครางฮึ่มๆชนิดบุญส่งต้องหงอตัวหลีบ ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ดุชะมัดแถมยังชอบจินตนาการใส่ไคล้เขาไปเรื่อย

“มาเป็นนายจ้างเราเมื่อไหร่กัน”ได้แต่บ่นอุบอิบ จนสาวสวยในชุดเสื้อกั๊กลายเสือ เหล่หางตาคมบาดมา“ฉันได้ยินนะ อยากโดนหยิกอีกใช่มั้ย”หน้านิ่วของเขา บ่งบอกว่าไม่พอใจเหมือนกัน ทำเอาหล่อนเอ็ดใส่หน้า ลากแขนไปเปิดประตูรถ แล้วผลักเข้าไปข้างใน



ลูกค้ารายที่สาม เป็นคู่ตายายกับหลานตัวน้อย อยู่กันสามคนในบ้านหลังเล็กๆที่หัวหน้าครอบครัวต้องออกไปทำงานต่างประเทศ นาน ครั้งจะกลับมาที เสน่ห์ของบุญส่งคือ หลังรับมอบดอกไม้เสร็จ เป็นต้องเล่นมายากลให้คนแก่กับเด็กดูทุกที เสียงหัวเราะและเสียงตบมือดังไม่ขาดจากบ้านหลังน้อย จนเธออดไม่ได้ที่จะขอไปร่วมสนุกด้วย คราวนี้ แนนนี่ ไม่คิดจะโมโหอะไรอีกแล้ว และเริ่มมองชายหนุ่มคนนี้เสียใหม่ บุญส่งมีวิธีการเอาใจลูกค้าของเขาหลายวิธี ทุกที่ ที่ผ่านมาจึงมีแต่รอยยิ้มอันสดใสเกิดขึ้น

รายที่สี่ เป็นชายหนุ่มซึ่งต้องสั่งดอกไม้เพื่อไปมอบให้คนรักเป็นประจำอยู่แล้ว กับลูกค้าชาย บุญส่งจะช่วยเขียนคำกลอนบอกรัก กับดูแลเรื่องเสื้อ ผ้าหน้าผมให้ชายหนุ่ม ให้ออกมาหล่อที่สุด ดูดีที่สุด ทั้งเป็นที่ปรึกษาก่อนเดินทางไปพบหน้าหญิงสาวคนรัก

“นี่”หญิงสาวหลังพวงมาลัยทักขึ้นอย่างหนักใจ“นายต้องใช้เวลากับลูกค้าแต่ละรายเป็นชั่วโมงแบบนี้ทุกครั้งเหรอ ไม่ใช่แค่ส่งดอกไม้อย่างเดียว รับเงินแล้วก็กลับเหมือนพวกส่งพิซซ่า ส่งอาหารเหรอ แบบนี้ทั้งวันก็เหนื่อยแย่สิ”เป็นคำพูดอย่างธรรมดาที่สุด จากปากของหญิงสาวเจ้าอารมณ์ ซึ่งรู้สึกเหมือนตนเองมองอะไรผิดไปหมด บุญส่งดึงผ้ามาซับเหงื่อ เปิดกระดุมคลายคอเสื้อแล้วยิ้มไป แนนนี่เอื้อมมือไปปรับอุณหภูมิในรถให้เย็นลงอีก ช่วยบรรเทาความเหนื่อย ความร้อนให้

“ผมกับอาอภิรักษ์ตั้งแต่เปิดร้านมา เราถือคติเดียวกันมาตลอด คือไม่ใช่แค่ส่งดอกไม้ แต่เราจะส่งความสุขให้ลูกค้าไปด้วยพร้อมกันด้วยเสมอ ความ สัมพันธ์ของเรา กับลูกค้าจะต้องไม่จบลงแค่ส่งสิ่งของเท่านั้น”เขาเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี แม้จะเหนื่อยล้า ชุดทักซิโด้ มันไม่เหมาะกับอากาศร้อนของเมืองไทยสักนิด

“งั้นเหรอ พ่อกับนาย”แม้เจ้าตัวเองก็แอบยิ้มละไม“ฉันเองตอนไปเดินแบบ หรือรับงานอีเว้นท์ต่างๆยังไม่ผูกพันกับลูกค้า กับคนดูขนาดนายเลย ทำงานเสร็จก็รีบๆกลับหรือไปงานที่อื่นต่อเลย เพื่อหาเงินให้ได้มากๆ แต่ฉันไม่เคยรู้ว่า ผลของงาน เรียกความสุขจากผู้คนได้แค่ไหนเหมือนของนายเลย เมื่อกี้ฉันสนุกจริงๆนะไม่เคยรู้ว่าการทำงานจะสนุกอย่างนี้ เห็นทีฉันต้องมาช่วยงานพ่อบ่อยๆแล้วละ”ศอกเขี่ยแขนคนข้างตัว หลิ่วตาให้ข้าง แต่บุญส่งแอบสยอง

“เน๊าะบุญส่ง”

“……..”

เห็นการทำงานเล็กๆของคนส่งดอกไม้ นางแบบสาวถึงกับแอบสะท้อนใจ เธอไม่ได้มองความรู้สึกของคนอื่นเลยในเวลาทำงาน ดอก ไม้ช่อละไม่กี่ร้อยบาท แต่บุญส่งก็ตอบแทนเงินของผู้ซื้อด้วยความสุข

“บุญส่ง”หล่อนนึกคำถามนึงขึ้นมาได้

“ฮือ..”สายตา และมือของเขายังคงง่วนกับดอกไม้

“นายรู้จักกับพ่อของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมาทำงานกับเขาได้ยังไง ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อย เอาให้ละเอียดเลยนะ”มีเรื่องหลายอย่าง ที่เธอยังคลางแคลงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างเขากับพ่อของตน เอง ชายหนุ่มเบิกตาเรียวขึ้นจากดอกไม้ เพราะเห็นหญิงสาวเงียบไป

“ก็ตั้งแต่จำความได้ อาอภิรักษ์ก็ดูแลผมมาตลอด เป็นญาติคนหนึ่ง ในบางครั้งผมก็สนิทกับอา มากกว่าพ่อสะอีก”

“โกหกน่า”คิ้วได้รูปสวยต้องชนกันครั้งใหญ่“นายเป็นญาติฉัน ถ้าสนิทขนาดนั้นจริง คนเป็นลูกอย่างฉันต้องรู้จักนายด้วยสิ รึว่าเราเป็นญาติกันจริง แต่ฉันจำไม่ได้เอง”

“ก็ประมาณนั่นแหละ”เอานิ้วลูบกลีบกุหลาบเล่นอย่างไม่มีความหมาย

“ก้อแล้วทำไมฉันจำนายไม่ได้เลยละ”หล่อนนึกความหลัง จนปวดหัว“ฉันมีญาติหน้าตี๋แบบนายด้วยเหรอ พ่อกับแม่ฉันไม่ยักเคยบอก”ไล่เลียงยังไงก็นึกไม่ออก ชายหนุ่มเพียงยิ้มเล็กๆเฉลยให้ฟัง

“ผมแกล้งอำน่ะ”เขาพูดกึ่งหัวเราะ

“มะเหงกเลย คนเค้าซีเรียสนะ บอกมาความจริงมันยังไงกันแน่”

“ความจริงผมเป็นลูกคนงานก่อสร้าง”บุญส่งยิ้มน้อยๆ อย่างคนเจียมตัว พูดเสียงเรียบนิ่ง จนสะกดคนฟัง“เร่รอนไปกับพ่อ ตามที่ที่มีคนจ้างให้ทำงาน ไม่ได้มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่ได้ผูกพันทางสายเลือดกับคุณพ่อของคุณหรอกครับ เมื่อสิบกว่าปีก่อน พ่อของผมเคยมาทำงานสร้างบ้านหลังใหม่ ให้พ่อของคุณแนนนี่ไงครับ ยังพอจำได้ไหม”

แนนนี่พอจะจำได้บ้างพยักหน้าหงึก“เออใช่ ฉันจำได้แล้ว พ่อสร้างบ้านใหม่ตอนฉันอายุได้ประมาณ ๕-๖ ขวบนี่แหละ” ชายหนุ่มยิ้มได้อีกครั้ง เริ่มเล่าเรื่องต่อ“ผมติดตามมาด้วย เราเลยรู้จักคุณอาอภิรักษ์ก็ตอนนั้น ผมตอนนั้นก็เคยเห็นคุณแนนนี่เล่นตุ๊กตาอยู่เลย ตอนหลังพ่อไม่ค่อยสบาย กระดูกสันหลังมีปัญหาเพราะแบกของหนักมาตลอด ทำ งานรับจ้างไม่ไหว เราลำบากกันมากช่วงนั้น ก็ได้อาอภิรักษ์นี่แหละที่ช่วยเหลือจุนเจือไว้ ตอนหลังเราไปอาศัยอยู่วัด เจ้าอาวาสท่านแนะนำให้พ่อออกบวชสะ จะได้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แล้วผมก็จะได้เรียนหนังสือด้วยเพราะอายุได้เกณฑ์แล้ว ผมเห็นพ่อบวช ก็เลยเอาด้วย กลายเป็นออกบวชกันทั้งคู่ อา ก็ไม่ทิ้งเราไปไหน แต่ตามมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆวัด คอยมาดูแลสุขภาพของหลวงพ่อ และดูแลเณรอย่างผมด้วย จนกระทั้งผมสึกออกมาเมื่อสามเดือนก่อน อาก็รับผมทำงานเป็นคนส่งดอกไม้อย่างที่เห็น”

“สิบกว่าปีมานี้ เขาอยู่กับหลวงพ่อ กับนายมาตลอดไม่ได้ไปไหนเลย เขาอยู่อย่างนี้มาตลอด”หล่อนทวนคำช้าๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อบุญส่งพยักหน้ารับอย่างนิ่มนวล มือก็คอยประคับประคองกุหลาบช่อสุดท้าย อย่างกลัวกลีบกุหลาบจะบอบช้ำ

หญิงสาวควบคุมรถไปด้วยทางข้างหน้าอย่างครุ่นคิด หลายปีที่ผ่านมา คุณพ่อของเธอ มาทำอะไรอยู่ที่นี่กันแน่ หากไม่ใช่ทำเพื่อความ สุขส่วนตัวแล้วทำเพื่ออะไร นักเรียนนอก จบด้านกฎหมายด้วยทุนเรียนจากเจ้านายพระองค์หนึ่ง แล้วกลับมาเป็นทนายประจำตระกูลให้ท่าน หลังเจ้านายพระองค์นั้นถึงแก่ชีพิตักษัย เขาก็หายไปด้วยตั้งแต่บัดนั้น ที่แท้เขาตามคนงานก่อสร้างพ่อลูก มาอยู่ซอยสลัม ใกล้วัดนี่เอง จากการได้พูดคุยกับพ่ออภิรักษ์เมื่อวาน เขาก็เอาแต่อ้ำอึ้ง บอกแต่ว่าต้องทำงานให้ผู้มีพระคุณ ให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วจะกลับคืนบ้าน ผู้มีพระคุณคนนั้น อาจจะเป็นพ่อของบุญส่งก็เป็นได้ ถามความสัมพันธ์กับบุญส่ง เขาบอกเป็นเพียงลูกจ้าง เอาไว้คอยส่งดอกไม้เท่านั้น แต่ห้ามล่วงเกิน ทำหยาบคายเป็นอันขาด พ่อลูกคู่นี้มีความสำคัญยังไงกันแน่ ถึงขนาดชายคนหนึ่งต้องทิ้งลูกเมียไว้ข้างหลัง

“ฉันอยากเจอหลวงพ่อของนาย”หญิงสาวกลับเสียงแข็งขึ้น

“คงไม่ได้หรอกครับ ตอนนี้หลวงพ่อคงออกต่างจังหวัดไปแล้ว เห็นว่าจะไปทำวิปัสสนา กว่าจะกลับอีกที คงโน้นอีกอาทิตย์”

“เหรอ..”เธอกระหยิ่มได้ทันที ความลับที่พ่อของเธออ้ำอึ้งเอาไว้ คงต้องเกี่ยวกับหลวงพ่อรูปนี้แน่“ถ้าท่านกลับมาเมื่อไหร่ นายจะต้องพาฉันไปพบทันทีเข้าใจมะ”บางทีคนที่เหนี่ยวรั้งพ่อของเธอเอาไว้ ก็คือหลวงพ่อรูปนี้เอง เธอจะต้องไปพบแล้วถามเอาความจริงให้ได้





รถเคลื่อนตัวออกจากย่านชุมชน เข้าสู่ถนนหลวง

เหลือกุหลาบช่อสุดท้าย ที่บุญส่งบอกว่า เป็นของส่วนตัวของเขาเอง ตั้งใจจะมอบให้คนพิเศษ และตนได้ขออนุญาตเจ๊โรสไว้ล่วงหน้าแล้ว หญิงสาวยังคงอาสากึ่งบังคับจะไปส่งให้เพราะอยากเห็นคนพิเศษคนนั้น

“จะสวยสักแค่ไหนกันเซียวผู้หญิงของนาย ชักอยากจะเห็นหน้าตาแล้วสิ ให้ฉันไปด้วยนะ”แอบยิ้มอย่างมั่นใจ ว่าผู้หญิงคนนั้นต้องหมองแน่ เมื่อเจอคนสวยอย่างเธอ ในใจแอบฉุนเล็กๆด้วยซ้ำเพราะจากสายตาของบุญส่ง ที่ไม่เคยมองอะไรอีก นอกจากดอกไม้ในอ้อมกอดของตนเอง ไม่คิดจะชำเลียงมอง คนสวยข้างตัวสักนิด ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนกล้ามองข้ามเธอได้ขนาดนี้ สำคัญแค่ไหนกันนะ ผู้หญิงของบุญส่ง หล่อนชักอยากเห็นหน้าแล้วสิ



ที่หมายคือโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ญาดา ในชุดคนป่วย กำลังนอนให้หมอตรวจดูอาการ บนท้อง แขนมีสายให้น้ำเกลือห้อยระโยง พอเห็นบุญส่งไม่ทันจะทักก็ถูกผู้จัด การส่วนตัวลุกขึ้นมาขวาง แล้วยังเอ็ดใส่ เรื่องที่เขาพาคนนอก เข้ามารู้เห็นอาการป่วยของ ญาดาอีก พอเห็นหน้าคนตามหลังมาชัดๆ วิมลถึงกับจ้องเขม็งทันที

“แนนนี่ เธอมาได้ยังไงกัน!”เป็นความแปลกใจและหงุดหงิดระคนกัน

หญิงสาวในชุดเปรี้ยวแทบจะยืนตัวเกร็ง ขยับปากเสียงไม่ออกกับหญิงสาวอีกคนในชุดผู้ป่วย บนเตียงตรงหน้า เธอคือญาดาคนดังของวงการนางแบบนั้นเอง“ขอโทษนะค่ะ ที่ผลุนผลันเข้ามาเยี่ยมโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าก่อน” เธอพยายามแสดงสีหน้ายิ้มเพราะรู้สึก บรรยากาศตอนนี้มันเย็นชาสำหรับเธอเหลือเกิน“ยังไงเราก็คนวงการเดียวกัน คุณวิมล คุณญาดา คงไม่รังเกียจเด็กในวงการคนนึงนะค่ะ เผอิญว่าบุญส่งเป็นเด็กส่งดอกไม้ในร้านน่ะค่ะ ฉันมารู้เรื่องเข้าเลยอดไม่ได้ ที่จะมาเยี่ยม”ต้องพูดเพื่อแก้ไขสถานการณ์ไปก่อน

นึกไม่ถึง ว่าจะเจอคนที่เหมือน‘เจ้าหญิง’ของวงการนางแบบ อย่างญาดา และเป็นไอดอลต้นแบบของตนเองด้วย แอบมีเขม่นตาคมๆใส่คนข้างตัว ที่ไม่ยอมบอกล่วงหน้า อยากเข่นใส่นัก ค่าที่แผนสูงเหลือเกินและการลงโทษก็คือ รีบคว้าหมับดอกไม้ในมือบุญส่ง จะเป็นคนมอบให้ญาดาเสียเอง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่วิมลยังคงยืนขวาง เธอต้องส่งสายตาวิงวอนไปยังร่างกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงผู้ป่วย ญาดาเพียงเอ่ยคำอย่างนุ่มนวลให้ผู้จัดการส่วนตัวถอยไปก่อน วิมลรับช่อดอกไม้จากแนนนี่ อย่างเสียมิได้ นำไปวางโบ๊ะไว้มุมหนึ่ง บุญส่งได้แต่มองตามอย่างเสียดาย ดอกไม้ของเขา ถูกวางทิ้งไว้อย่างไม่มีความหมายเอาเสียเลย มามองตนเองแล้ว เขาก็คงถูกมองอย่างไม่มีความหมายเช่นเดียวกัน

“เจ้าตัวมาเองก็ดีแล้ว!”ผู้จัดการส่วนตัว ชี้หน้าใส่ด้วยอารมณ์เครียดเคร่งยิ่งนัก“เป็นเธอเรอะป่าว ที่เป็นตัวการปล่อยข่าวเสียๆหายๆใส่ญาดาสารพัด ที่หายมานี้ก็หาว่ามาคลอดลูกอีก เธอจะเอายังไงอีกกับพวกเราอีก!”วิมลระเบิดใส่ไม่ยั้ง

“มันไม่จริงนะค่ะคุณทั้งสองคน ฉันไม่มีความคิดเลวๆอย่างนั้นเลยคุณต้องเข้าใจนะ มันเป็นข่าวกุขึ้นทั้งเพ ใครก็ไม่รู้ มาแกล้งปล่อยข่าวแล้วมาแอบอ้างชื่อดิฉัน เรื่องนี้ฉันเองก็เสียใจที่ข่าวออกมาอย่างนั้น ขอคุณโปรดได้เข้าใจนะคะ” นึกถึงเมื่อเช้าที่ไปปรักปรำบุญส่งไว้ แล้วนึกอดสูจริงๆ

“ไม่เป็นไรจ๊ะ แนนนี่ อยากพบอยากพูดคุยกับตัวจริงด้วยมานานแล้ว ตัวจริงสวยกว่าในรูปอีก เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ อยู่ซะไกลเซียว พี่ไม่สะดวกจะลุกไปต้อนรับนะ”รอยยิ้มละไมปรากฏบนสีหน้าของญาดา ไม่ส่อแสดงอารมณ์เครียดทางสีหน้าเลย

“ขอบคุณค่ะ”พึ่งมาเห็นตัวจริง ได้แต่มองจนอึ่ง กับร่างที่ลุกมานั่งห้อยขา วางตัวอย่างง่ายๆ ญาดา ตัวจริง เธอเป็นคนสวยมาก แม้จะอยู่ในชุดคนป่วยไม่ได้แต่งหน้าอะไรเลย คนที่คงชื่อเสียงในวงการมาได้อย่างยาวนาน ไม่มีประวัติด้างพร้อย จนได้ชื่อว่าเป็นเจ้าหญิงของวงการไปแล้ว จนกระทั้งเมื่อไม่นานมานี้ กลับมีข่าวคาวเสียหายของเธอออกมาเป็นระยะ ว่าหนีงานบ่อยบ้าง แอบคบกับเสี่ยนอกวงการบ้าง ข่าวหนักสุดคือ มีการกล่าวหาว่าเธอกำลังตั้งท้อง และแหล่งข่าว ที่ทุกคนในวงการกำลังจับจ้อง ว่าเป็นตัวการปล่อยข่าวลือนั่นก็คือนางแบบสาวดาวรุ่งของวงการ ที่อยากจะทาบรัศมีของรุ่นพี่ก็คือ แนนนี่เอง

นางแบบสาวดาวรุ่งของวงการ เลือกไปนั่งบนโซฟารับแขก โดยมีวิมล ยืนจับตาอยู่ตลอดเวลา ห้องกว้างขวางและเป็นส่วนตัวมาก ในห้องไม่มีดอกไม้มาเยี่ยมไข้ ไม่มีใครอื่นเลยนอกจากหมอคนหนึ่ง

“ค่อยๆหายใจให้สงบก่อนนะ ดื่มน้ำเย็นๆสักแก้วก่อนไหม”เสียงขับขานอย่างนุ่มนวล ช่วยลดความวิตกของแขกผู้ไม่ได้นัดหมายไปได้มาก เธอในชุดคนไข้ ผายมือไปยังแก้วเครื่องดื่มตรงหน้า ที่วิมลจำต้องไปเอามาให้ตามคำสั่ง

“ค่อยๆเรียบเรียงเหตุการณ์นะ ว่ามันเป็นยังไง เวลานี้พี่มีเวลามากมาย จะฟังน้องพูด เอ๊า อย่าเกร็งสิจ๊ะ มานั่งใกล้ๆกันเลยก้อดาย”แอบมีหัวเราะนิดๆกับท่าทางจริงจังของแนนนี่

สองนางแบบแถวหน้าของวงการเพิ่งจะได้พบปะพูดคุยกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เป็นครั้งแรกนี้เอง ปากสนทนากันไปอย่างถ้อยที โดยไม่ได้หันมามองคนส่งดอกไม้เลย ก็พอดีคุณหมอเสร็จกิจ หันมายิ้มให้หนุ่มส่งดอกไม้หนึ่งที บุญส่งพอจะเดาออกว่า คุณหมอชายคนนี้ ก็เป็นเพศเดียวกันกับเจ๊โรส

“คุณอาหมอ อาการพี่ญาดาเป็นไงมั่งครับ?”บุญส่งถามเสียงค่อย ไม่กล้าเสียงดังรวบกวนสองสาวคุยกัน

หมอเจ้าของไข้เพียงยิ้มมา ยังไม่ตอบทันที เป็นชายร่างอวบวัยประมาณสี่สิบต้น ผิวขาวเหมือนหยวก ปากเล็กจิ้มลิ้ม

“เรียกอาว่าหมออาทร นะพ่อรูปหล่อตัวเล็ก เมื่อวานเราเป็นฮีโร่พาคนป่วยมาส่งโรงพยาบาล อาหมอจำได้นะ วันนี้ไม่มีอะไรแล้วละ ไม่ต้องเป็นห่วง อาการโดยทั่วไปของคุณญาดาก็เป็นปรกติดี เพียงแต่มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้หมอต้องให้น้ำเกลือเพื่อให้เธอมีกำลังนะเข้าใจไหมเอ่ย”

คำของหมอนุ่มนวลและผิดกับคำพูดเมื่อวานลิบลับ บุญส่งรู้ว่าคุณหมอจำต้องเลี่ยงพูดถึงอาการของโรคร้าย เพื่อให้คนไข้และญาติได้สบายใจ กับความจริง ที่ต้องรับรู้ว่ายอดหญิงกำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ได้แต่เหลือบตามอง ผู้หญิงบนเตียงคนไข้ด้วยหัวใจอันสั่นเทา ญาดา ยังคงทำตัวเหมือนปรกติ พูดได้ หัวเราะได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก ช่างเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง แม้รู้ว่าตนเองจะอยู่ได้ไม่นาน แต่ทุกเวลานาทีของเธอ ช่างเต็มไปด้วยสติ วางตัวได้ดีทุกกาลเวลา สมกับที่เป็นยอดหญิงของเขาเสียจริง มองกลับมายังตนเอง เป็นแค่คนตัวเล็กๆ ไร้เกียรติ์และเงินทอง คู่ควรกับผู้หญิงคนหนึ่งยังไม่ได้เลย ได้แต่ก้มหน้าตอบครับๆกับหมอเสียงอ้อยส้อย

“หมอขอตัวก่อนนะ”แอบลอบเขยิบตาให้นิดหนึ่ง บุญส่งต้องสะดุ้งเฮือกคุณหมอต้องเป็นคนแบบเดียวกับเจ๊โรสแน่ เป็นกระเทย

“ยังมีคนไข้เคทอื่นต่ออีก ยังไงก็ทำใจให้เข้มแข็งเข้าไว้นะ พ่อรูปหล่อ ชีวิตมันก็แค่เนี่ยแหละเกิดแก่เจ็บตาย”คำหลังนี้ หมอคงจะดูออกว่าเขากำลังใจฝ่อ เลยให้กำลังใจ แม้จะดูตุ้งติ้ง แต่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามาก เขาคงฝากความหวังในการรักษาพี่ญาดาไว้ด้วยได้

มองส่งคุณหมอจนออกจากห้องไป บุญส่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่บางอย่าง พอหันมามอง สองสาวจากเย็นชาในตอนแรกกลับพูดจากันได้ถูกคอ เพราะความเป็นคนนิสัยตรงของแนนนี่ คิดอะไรอยู่ในใจก็เผยออกมา ไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา กลับทำให้ญาดา ชอบอกชอบใจยิ่งนัก

“ขอบคุณค่ะพี่ญาดาที่เข้าใจ”เธอเปลี่ยนไปนั่งเบาะนวมใกล้เตียงที่สุด มองบรรยากาศโดยรวม ของห้องระดับวีไอพีซึ่งเป็นส่วนตัวมาก แต่ภายในห้องไม่มีช่อดอกไม้ ไม่มีใครอื่นเลยนอกจากผู้จัดการส่วนตัวกับหมอ เรื่องอาการเจ็บป่วยของเธอคงยังไม่มีใครในแวดวงบันเทิงที่รู้

“นั่งใกล้กันแบบนี้สิ ไปนั่งซะห่างเลย ไม่ต้องเกร็งหน้ามากก็ได้นะ พี่อดจะขำเอาไม่ได้”ใบหน้าสวยอย่างไทยแท้และสวยอย่างเป็นธรรมชาติ มองมาอย่างพึ่งพอใจ “พี่ญาดาต่างจากที่น้องคิดไปมากเลยนะค่ะ สวยและดูสง่ามากเลยค่ะ”นางงามตรงหน้า หัวเราะน้อยๆก่อนพูด “ไม่ต้องยอมากหรอกจ๊ะพี่ก็เขินเป็นนะ”จะลุกจะนั่งเธอก็ช่างดูดีไปหมดในสายตา ก่อนหน้าได้ยินว่าค่อน ข้างดุและเจ้าระเบียบ ตัวจริงออกจะเรียบง่ายและเป็นกันเองอยู่มากที่เดียว

“พี่ญาดาป่วยเป็นอะไรหรือค่ะ?”ไม่ว่าจะมองยังไง ก็ดูไม่ออกเลยว่าเป็นคนป่วย คนบนเตียงผู้ป่วยถึงกับหยุดนิ่ง เอามือกุมท้องที่พึ่งได้ยาระงับปวดไปก่อนหน้านี้ ขนตางอนยาวปรกลงนิดนึงแต่แล้วก็ลืมตาขึ้นมาอย่างสดใสอีกครั้ง

“เป็นหวัดนิดหน่อยน่ะ บวกกับร่างกายไม่ได้พักผ่อนมานานก็เลยยึดเอาโรงพยาบาลเป็นที่พักผ่อนสะเลย แต่ไม่ได้หลบไปคลอดลูกหรอกนะ”เธอทำท่าขำมากกว่ากับเรื่องเสียหายของตนเองซึ่งมันไม่จริงเลย จนวิมลที่นั่งน้ำตาซึมอยู่ โพลงออกมาอีก

“ที่ทำเป็นความลับ ไม่บอกให้ใครรู้ว่าป่วยอยู่ที่นี่ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ไม่ได้หนีมาคลอดลูกอย่างที่ข่าวว่าไว้ด้วย แต่เพราะญาดาป่วยจริงๆ ต้องการจะพักผ่อนมากๆก็เท่านั้นเอง หากมีใครมารู้ความจริงว่าญาดากำลังป่วยเป็นโรคอะไร ก็คงไม่มีข่าวเสียหายขนาดนี้หรอก”เป็นวิมล ที่พูดแทนออกมาอย่างอัดอั้น กับความจริงที่ต้องทนฝืนเก็บไว้

“น้องเสียใจค่ะ”แนนนี่ต้องนั่งนิ่งจนซึมไปอย่างเห็นได้ชัด“แต่ก็ขอยืนยันว่าไม่ได้ทำไม่ดีไว้จริงๆ พี่ดาต้องเชื่อนะคะ น้องไม่ใช่คนปล่อยข่าวให้ร้ายพี่เลย ใครก็ว่าน้องอยากดัง อยากกลบขื่อเสียงของพี่ พวกสื่อมันก็ชอบเล่นข่าวเราเสียจัง”

“พอแล้วจ๊ะพี่เชื่อแล้ว”ญาดายังคงหัวเราะได้ กับหน้าหดจ๋อยของนางแบบรุ่นน้อง ความรู้สึกบางอย่างบอกให้เชื่อสนิทใจอย่างนั้น

“พี่คงจะเข้าใจผิดไปเอง ฟังแต่พวกเพื่อนอย่างเดียว กะแล้ว ว่าเราคงถูกเสี่ยมให้เป็นศัตรูกัน”ใบหน้าทรงงามนั้น ยิ้มอย่างสงบเมื่อมาเผชิญหน้าคู่กรณีที่เป็นข่าวกับเธอ เมื่อมารู้ความจริง ก็เพียงเลื่อนมือมากุมหน้าอก ตรงหัวใจ นึกขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยคุ้มครอง และทุกกิริยาในสายตาช่างสุขุมนุ่มลึกมาก แนนนี่ได้นั่งถดท้อ ตนเองยังห่างไกลลิบลับกับนางแบบระดับอาชีพคนนี้อยู่มาก โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมอารมณ์ ญาดาคงเป็นพี่สาวใจดีของบุญส่งอีกคน

“ต้องเป็นพวกที่อิจฉาเราแน่ ที่มันคอยเสี่ยมให้เราเป็นศัตรูกัน มันน่าต่อยให้หน้าหงายนัก!”แนนนี่ชูกำปั้นอย่างคนไม่ยอมคน เรียกเสียงหัวเราะจนท้องขดแข็ง ญาดา ต้องเอาผ้าซับน้ำตาที่เล็ดออกมา กับท่าทางจริงจังจนเวอของนางแบบรุ่นน้อง

“อาจเป็นพวกสื่อก็ได้ ที่แกล้งปล่อยข่าว แล้วเอาประเด็นของเรามาเขียนข่าวขายไปวันๆ พี่เองก็ยังอยากไปเจอพวกบอกอนิตยสารพวกนั้นเหมือนกัน ว่าทำไมต้องเขียนประโคมข่าวสะขนาดนั้นด้วย กับน้องเองพี่ยังอยากจะเจอตัว อยากฟังคำจากปากของต้นข่าวเลย จะได้ถามกันตรงๆแล้ววันนี้ก็เจอ แค่นี้พี่ก็สบายใจแล้วละ แนนนี่ ไม่ได้เป็นตัวการปล่อยข่าวเสียหายใส่พี่ ต้องไม่ใช่น้องแน่ พี่คงฟังข่าวมากไปน่ะ”

แนนนี่เองก็พลอยยิ้มไปด้วย ดึงผ้ามาซับน้ำตาเช่นกัน เธอเป็นเด็กสาวที่แสดงความรู้สึกและบุคลิกภายนอกออกมาได้เป็นธรรมชาติมาก ทำให้คนที่ผ่านประสบการณ์ในอาชีพเดียวกันอย่างญาดา พลันนึกถึงตนเองในอดีตขึ้นมา

“เห็นน้องแล้ว พี่ก็นึกถึงตัวเอง ตอนเริ่มเข้ามาเดินแบบใหม่ๆ”เธอนึกเรื่องดีๆที่จะมาคุยกับเพื่อนใหม่ได้แล้ว“จริงสิ พี่เองก็ผ่านช่วงเดียว กับน้องมาก่อน ตอนนั้นทำอะไรก็กลัวไปหมด ใครก็ไม่รู้มายุ่งเกี่ยวกับเราให้วุ่น ผู้ใหญ่เขาก็ให้ระวังเรื่องชื่อเสียงให้ดี แต่ขนาดวางตัวดีแล้ว ยังไม่วายมีคนมาว่าอีกนะ ว่าเราเป็นคนยังโน่น เป็นยังงี้ โอ๊ย ปวดหัวชะมัด”

“นั่นสิค่ะ ทำอะไรนิดอะไรหน่อยก็เป็นข่าว ถ้าข่าวดีๆก็ไม่ว่า นี่เล่นจ้องเอาแต่ข่าวเสียหาย ใครเป็นมิตรเป็นศัตรูเราก็ยังไม่รู้เลย”นางแบบรุ่นน้อง มีแอบถอนฉิวออกมา แล้วทั้งสองก็หัวเราะไปพร้อมกัน

บรรยากาศในห้องตอนนี้แบ่งเป็นสาม แนนนี่กับญาดาผู้กำลังพูดคุยถูกคอขึ้นเรื่อยๆ วิมลไปนั่งอ่านนิตยสารซุบซิบดาราอยู่มุมหนึ่งส่วนบุญส่งได้แต่ยืนเศร้าซึม เหมือนเด็กหลงทางอยู่ใกล้กับดอกไม้ของตนเอง มองออกไปยังประตู กับสองสาวแล้ว คงหมดเวลาที่เขาจะอยู่ต่อเป็นแน่

“พูดถึงเรื่องข่าว น้องก็ใช่เล่นนะ มีข่าวออกมามากเหลือเกิน พี่กลัวแทนเลย น้องยังใหม่อยู่มากในวงการ แต่มีข่าวเรื่องผู้ชายมากเกิน ไป”เป็นคำพูดตรงๆเช่นกัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนแนนนี่คงเอ็ดลั่นไปแล้วเรื่องที่มาว่ากันขนาดนี้

“เออ..เรื่องนั้น”

“พี่อยากจะเตือนเราเรื่องนี้ หากยังรักยังนับถือกัน น้องจะรับฟังได้ไหม”แววความจริงจังปรากฏบนใบหน้างามชัดเจน บัดนี้แนนนี่กลับรู้สึก ทั้งรักทั้งเกรงญาดาอย่างบอกไม่ถูก

“พี่ญาดาเป็นคนเปิดเผยจนน้องกลัวเลย น้องยินดีรับฟังค่ะ”


“ดีมากแนนนี่ เธอน่ารักก็เพราะเป็นคนตรงนี่แหละ”

ข่าวคาว ของแนนนี่ ก็มีมากเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของผู้ชาย เธอมีข่าวควงกับพระเอกหนุ่ม จนใครก็กล่าวขาน ว่าเธอดังเพราะเกาะพระเอกจนดัง แล้วยังมีอาเสี่ยนอกวงการอีกคนมาพัวพัน

“นายพระเอกขี้เต๊ะนั่นเหรอค่ะ”เริ่มทำท่าออกไม้ออกมือ“โอ๊ยน้องขอสารภาพเลย ว่าผู้ใหญ่เขาให้คบ เพื่อหวังผลด้านชื่อเสียงเท่านั้นเอง น้องนะแอบยี้ซะมากกว่า คนอะไรก็ไม่รู้เจ้าชู้ชะมัด น้องเกลี้ยดเกลียดผู้ชายประเภทนี้จะตาย ขอสาปส่งผู้ชายเจ้าชู้ทั้งโลกเลย”พูดไปแล้วมีแอบส่งสายตาเขม่น ไปยังเจ้าหนุ่มในชุดทักซิโด้ ที่จดจ้องอยู่แค่หน้าประตูเท่านั้น แล้วค่อยหันมาจ้อต่อ

“ตอนนี้พี่แกยังแอบปล่อยข่าวว่าน้องย่องไปหาที่โรงแรมอีก ทำยังกะผู้หญิงเป็นพวกบ้ากาม หลงตัวเองชะมัด เจอกันอีกที แม่จะต่อยให้หน้าหงายเลย จะเอาไม้เบสบอลทุบหัวซ้ำด้วย”คำพูดแบบนักเลงมัธยมหลุดออกมาอีกแล้ว ผู้ชายคนเดียวในห้องยังสะดุ้ง แอบอยู่ห่างๆเท่านั้นเพราะเมื่อเช้าก็พึ่งโดนดีมา ในห้องมีผู้หญิงดุอยู่ตั้งสองคน

“ใจเย็นๆไม่ต้องถึงขนาดฆ่าแกงกันเลยนะ” ญาดาได้แต่หัวเราะครั้งแล้วครั้งเล่า จนวิมลต้องละสายตาจากหนังสือ หันมามองอย่างแปลกใจ ดวงตาคู่สวยนั้นค่อยจับมาอีกครั้ง

“แล้ว..อีกคนล่ะ”

“อาเจษหรือค่ะคือ..”เธออ้ำอึ้งเมื่อนึกถึงชายอีกคน

“ไม่เป็นไร พี่เองก็รู้จักเสี่ยเจษฎาดี เขาเป็นผู้ชายที่ดีมาก แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังหล่อและเท่ห์มากอยู่เลยนะ แต่ข้อเสียของเขาคือ มีลูกมีเมียแล้วไงละ เธอคบหากับเขาก็ต้องดูความเหมาะสมด้วยนะ อย่าลืมว่าเราเป็นคนของประชาชน ทุกการกระทำล้วนถูกจับตามอง การกระทำของคนหนึ่ง จะพลอยส่งผลถึงภาพโดยรวมของคนทั้งหมดได้นะ

คนในวงการบันเทิงเขาจะพลอยเสียไปด้วยเข้าใจนะ ถึงทุกวันนี้เสี่ยจะแยกกันอยู่กับภรรยาแล้วก็ตาม แต่เมื่อเขายังไม่ได้หย่าขาดจากกัน เธอก็ยังได้ชื่อว่ายุ่งเกี่ยวกับสามีชาวบ้านเขาอยู่นะ”เป็นคำที่เสียดเข้าไปถึงหัวใจ เจอนักเลงจริงเข้าให้แล้ว ญาดาช่างเป็นคนตรงไม่แพ้เธอเลยแนนนี่ได้แต่เงยหน้าสู้ความจริง

“น้องเข้าใจค่ะ ต่อไปจะระวังความสัมพันธ์กับอาเขาให้มากขึ้น”

“ดีมากจ๊ะ”ยิ้มหวานของญาดากลับมาอีกครั้ง“ไว้ต่อไปให้เขาทำทุกอย่างให้ถูกต้อง เป็นอิสระทางกฎหมายแล้ว ถึงตอนนั้นสังคมก็จะครหาไม่ได้อีก แนนนี่ก็มีสิทธิ์จะคบหากับเสี่ยเจษฎาได้ไงจ๊ะ”

ฟังสองสาวคุยกันได้เรื่อยๆ บุญส่งดูเวลาแล้ว เขาคงต้องกลับเสียที ได้แต่เดินออกไปอย่างเงียบๆจนเสียงดังตามมาข้างหลัง

“เอ๊ะ! ดวงจะไปไหน เห็นอยู่ตั้งนานแล้วทำไมไม่มาทักพี่เลย”

“พี่ครับ”บุญส่งหันมาเกือบสะอื้น นึกว่าถูกลืมไปแล้ว

“ดวง มาหาพี่สิจ๊ะ”เสียงใสของญาดาช่างเหมือนเสียงสวรรค์

“แล้วช่วยหยิบดอกไม้มาใหัพี่ทีนะ”รอยยิ้มอันอ่อนโยนของเธอ สะกดสายตาของบุญส่งเอาไว้ เขาไม่เคยรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เท่าได้เห็นสายตาคู่นี้เลย มันเป็นทั้งความรักความผูกพันคล้ายญาติสนิท

“พี่ญาดา!”บุญส่งวิ่งไปคว้าดอกไม้ แล้วทะลันเข้ามาใกล้เตียง

“เอะ!อย่าเสียงดังสิเจ้าเด็กนี้”วิมลเอ็ดใส่ บุญส่งค่อนข้างวิสาสะกับญาดามากเกินแฟนคลับทั่วไปแล้ว“คนป่วยต้องการพักผ่อนมากๆนะ มอบดอกไม้เสร็จเธอก็รีบออกไปได้แล้ว”

“อะเออ โทษทีครับ”เจอโดนไล่อีกแล้ว ในสายตาของผู้จัดการส่วนตัว บุญส่งเป็นเพียงแฟนคลับธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ที่เผอิญได้มีโอกาสใกล้ชิดกับดารามากเกินจนเหลิง

“ดอกกุหลาบครับพี่ญาดา ขอให้หายป่วย มีสุขภาพแข็งแรงแล้วกลับมามีผลงานมากๆนะครับ”นักส่งดอกไม้ได้ทำหน้าที่ของตนเองอีกครั้ง

“ขอบใจนะดวง เมื่อกี่พี่ขอโทษนะไม่ได้ตั้งใจจะลืมเธอเลย มัวแต่ดีใจกับเพื่อนใหม่”เธอว่าไป แล้วรับกุหลาบสีเหลืองสดไว้ในอ้อมแขน บุญส่งยิ้มได้ทันทีเพราะดอกไม้ของเขาได้มาอยู่ในที่อันสมควรแล้ว

“หอมจัง สีก็สวยมากด้วย พี่รู้สึกดีมากเลยละ” เธอรับมาชื่นชมแม้จมูกก็ก้มลงสัมผัสรับกลิ่นชื่น ดวงตามีประกายจึงเริ่มจับมา หลังได้เชยชมไม้งาม จนคนชื่อเชยอดที่จะเขินไม่ได้“พี่จะเรียกชื่อเก่าเรานะ ชื่อบุญส่ง มันไม่คุ้นหูเอาเสียเลย เช้ยเชย ประเดี๋ยวสาวก็พากันหนีหายไปหมดหรอก”


เป็นอีกคนที่ยังเรียกชื่อเก่าของเขาว่าดวง- ถัดจาก ริน

“กุหลาบนี้ เราคงจะเป็นคนปลูกเองด้วยใช่ไหม แต่ก่อนเห็นชอบเล่นกับดอกไม้ประจำ พี่ยังจำได้นะ”

“ครับพี่ญาดา”วันคืนเก่าๆกลับมาอีกครั้ง ญาดา ยังคงแสนดีเหมือนเดิม บุญส่งอดจะน้ำตารื้นขึ้นไม่ได้เลย เธอส่ายหน้าร้องโถๆกับคนช่างอ่อนไหว ขยับร่างเข้ามาใกล้ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจและอย่างไม่คาดคิด เธอเอียงหน้าเข้ามาใช้ริมฝีปากสัมผัสแก้มของเขาอย่างนุ่มนวล

“อาพี่จูบผม”บุญส่งแทบไม่เชื่อรอยสัมผัสนั้น

ริมฝีปากอันนุ่มนวล ช่างน่าหลงใหลนัก ญาดา เอือมมือจับแก้มของเขา สั่นน้อยๆอย่างสัพยอก“ก็น้องชายพี่น่ารักขนาดนี้นี่นา สมัยก่อนก็ชอบเอาดอกไม้มาให้พี่ โตมาก็ยังน่ารัก หอบเอาดอกไม้ช่อเบ้อเร่อมาเยี่ยมกัน แล้วจะไม่ให้พี่หลงเราได้ไง”



Create Date : 14 สิงหาคม 2553
Last Update : 14 สิงหาคม 2553 17:44:08 น.
Counter : 399 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments