พฤศจิกายน 2553

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
เจ้าชายหิ้งห้อยกับเจ้าหญิงแสงจันทร์ บทที่ 8

ภาพถ่ายบนผนัง โรสดูเหมือนกำลังนึกทบทวนเรื่องราวในอดีตโดยมีหญิงสาวผิวคมยืนเคียงเพื่อคอยรับฟังเบื้องหลังของแต่ละภาพอย่างตั้งใจ

“สมัยนั้นเรามีกันสามคน อภิรักษ์กับดวงฤทัยสนิทกันมากอยู่แล้วเพราะโตมาด้วยกันส่วนเจษฎามาภายหลังเพราะพ่อของเขาเป็นทหารมหาดเล็กที่เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พระองค์ท่านจึงช่วยชุบเลี้ยงต่อมาเห็นว่าเป็นคนหน่วยก้านดีเรียน หนังสือก็เก่งจึงทรงส่งเสียให้เรียนถึงเมืองนอกเพื่อหวังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยเหลือธุรกิจของพระองค์ในภายภาคหน้า”

หญิงสาวเริ่มคำถามขึ้นทันที มองไปยิ้มไปกับภาพของโรสในวัยหนุ่ม

“อ้อ..เจษฎาก็เหมือนกันกับเจ๊เลยสิคะ ลูกของมหาดเล็กเหมือนกัน”ดวงตาคู่ใสเป็นประกายขึ้นมา

อดีตนายอภิรักษ์ได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนโยนต่อคำถามซื่อๆของเธอ ความหลังอันสวยงามมันออกมาจากสายตาคู่นั้น

“ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกพ่อของเจษฎาเป็นเพียงพลทหารเล็กๆแต่พ่อของเจ๊เป็นถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ได้ติดตามรับใช้ใกล้ชิดกับเบื้องสูงเชียวนะ”

คิ้วขมวดด้วยความสงสัยของริน นิ้วชี้ไปที่ภาพเพราะนึกที่มาของแม่ดวงฤทัยไม่ออก“แล้วดวงฤทัยละคะเธอเป็นลูกของใครมีฐานะอะไร ทำไมได้มาสนิทสนมกับลูกนายทหารใหญ่อย่างเจ๊แล้วต่อมาก็ยังได้ไปเรียนเมืองนอกด้วยกันอีก”

ในใจของเธอล้วนเต็มไปด้วยคำถามที่ต้องการคำตอบ รินสนใจภาพแม่ของบุญส่งเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการวางท่วงท่าของคนในรูปล้วนดูดีมีราศีของชนชั้นสูง หากแต่ดวงตาคู่นั้นแฝงเร้นด้วยความเศร้าและมันได้ถ่ายทอดมาสู่ผู้เป็นลูกชายด้วยในปัจจุบัน โรสดูจะกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆมีสีหน้าอึดอัดเมื่อจะพูดฐานะอื่นของดวงฤทัยนอกจากการเป็นแม่ของบุญส่ง พอรินถามย้ำมาโรสกลับเปลี่ยนเป็นหัวเราะเสียงเล็กเสียงน้อยเพื่อกลบเกลื่อนสีหน้า

“ดวงฤทัยก็เป็นลูกผู้ดีมีเงินยังไงล่ะเราอยู่สังคมเดียวกันเลยได้คบหากัน”มีรอยยิ้มซ่อนความนัย หลบตาเล็กน้อยเมื่อถูกดวงตาคมของรินจ้องค้นหาเพราะรู้สึกเหมือนตนเองถูกปิดบังเรื่องบางอย่างแต่ไม่รู้จะถามอะไร

“เจ๊ทำท่าเหมือนจะปิดบังเรื่องอะไรไว้เลยนะแต่เอาเหอะหนูจะเชื่อตามไหนเล่าเรื่องของเจ๊กับแม่ดวงฤทัยมาต่อสิค่ะเรื่องน่าฟังออก”

ดวงตากลมใสมีประกาย มองจ้องภาพตรงหน้า ดวงฤทัยเป็นผู้หญิงสวยในอุดมคติของเธอเมื่อมารู้ว่าเป็นแม่ของคนที่เธอรักยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกเคารพมากขึ้นไปอีก

โรสกระแอมไอเล็กน้อยจัดผมเผ้าให้เข้ารูปทรงตามประสารักสวยรักงามจึงค่อยพูดต่อ“พ่อของเธอคบหากับพ่อของเจ๊ สองครอบครัวเลยสนิทกันก็เท่านั้นเองเด็กสองคนเลยได้เป็นเพื่อนกัน นับแต่นั้นเราแทบไม่เคยห่างกันเลย พอโตเป็นหนุ่มเป็นสาวทางพวกพ่อก็ส่งพวกเราไปเรียนเมืองนอกเผอิญเจษฎาได้ทุนเรียน พวกเราเลยเดินทางไปเมืองนอกพร้อมกันความผูกพันมันจึงเกิดขึ้นหลังจากนั้น”

พอรินถามว่าดวงฤทัยเกี่ยวข้องกับพระองค์เจ้าองค์นั้นหรือเปล่าเพราะสงสัยอะไรบางอย่าง คนใส่ขนตาปลอมรองพื้นหนาเพียงอมยิ้มไม่ยอมตอบ บอกแต่เพียงว่าวันหลังจะรู้เองขอให้รินแต่งงานกับบุญส่งเสียก่อนเท่านั้น

เรื่องราวในอดีตมันหลั่งไหลออกมาอย่างไม่อาจจะหยุดยั้ง กระเทยร่างใหญ่ผ่อนลมออกจากอก ค่อยๆเรียบเรียงเหตุการณ์

“ความจริงแล้วชีวิตในเมืองนอกเจ๊ต้องทำหน้าที่คั้นกลางระหว่างดวงฤทัยกับเจษฎาเพราะพ่อของเธอหวังคาดหวังในตัวอภิรักษ์มากว่าในระหว่างอยู่แดนไกลจะไม่ให้เกิดความสัมพันธ์ฉันชู้สาวเกิดขึ้นแต่สุดท้ายแล้วก็ปล่อยเลยตามเลย ความว้าเหว่ในต่างแดนทำให้ดวงฤทัยเกิดมีความรักกับเจษฎาแถมเจ๊เองก็ไม่เคยห้ามปราม”

คนยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจจนหัวคิ้วย่นเข้าหากัน ดวงตากลมใสหันมาจ้องอีกครั้ง

“แล้วทำไมอภิรักษ์ในตอนนั้นไม่คิดห้ามปรามเลยล่ะ สงสัยคนที่ชื่อเจษฎาท่าจะหล่อมากสินะ”รินนึกเดา มองภาพแม่ดวงฤทัยของบุญส่งแล้วยิ้มให้ โรสยังจดจำภาพความหล่อความสวยคู่ควรกันของเจษฎากับดวงฤทัยได้ดี ตนเองขอแค่ได้อยู่เคียงข้างก็พอใจแล้ว

“ใช่เลยจ้ะ”ยิ้มและมองภาพถ่ายใบเดียวกัน“เจษฎาหล่อมากเลยละ นิสัยก็ดีเรียนหนังสือก็เก่งตอนใช้ชีวิตในเคมบริดจ์เจษฎาเป็นสุภาพบุรุษมากคอยดูแลเทคแคร์เราสองคนทุกอย่างที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาเจียมตัวว่าเป็นชนชั้นล่างที่มาเรียนถึงเมืองนอกนี้ได้เพราะได้ทุนเรียนไม่อาจเอื้อมตีตัวเสมอ ความช่างเจียมเนื้อเจียมตัวและความเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้วของเขานี่เองที่ทำให้ดวงฤทัยเกิดความพอใจ”

คนร่างใหญ่ไหล่กว้างผ่อนลมหายใจ หลับตาพริ้ม นึกถึงวันคืนอันสุขสันต์ มีรอยยิ้มที่มุมปากเกิดขึ้นจนคนข้างตัวรีบเอานิ้วจิ้มๆสีข้างสะกิดให้ตื่นจากฝันได้แล้ว

“แม้แต่ตัวเจ๊เองแม้จะอยู่ในคราบผู้ชายยังแอบปลื้มเขาอยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหมค่ะ”หญิงสาวหัวเราะเสียงเล็กคิกคัก เอามือกุมท้องจนโรสเริ่มเขม่นตาเข้าใส่“รักสามเส้านี่เองมิน่า..สมัยนั้นชาวสีม่วงเขาเปิดตัวแล้วรึคะ”

คนใส่ขนตาปลอมมีอารมณ์ฉุนนิดๆ รินยังทำหน้าทะเล้นใส่ไม่เลิกเมื่อนึกถึง
ภาพชายหนุ่มมาดแมนสองคนมีความเข้าใจกันเลยโดนตีไปหนึ่งเพี๊ยะคราวนี้ได้แต่หัวเราะแฮะๆมือลูบขัดที่ต้นแขนไม่กล้าพูดล้อเลียนผู้ใหญ่อีกแล้ว

โรสเริ่มเล่าต่อ

“ตอนนั้นเจ๊ยังทำตัวเป็นแมนทุกกระเบียดนิ้วเลยนะ มีดวงฤทัยคนเดียวที่รู้ความลับของอภิรักษ์หรือก็คือเจ๊ในตอนนี้ว่าไม่ใช่ชายแท้ เจษฎาเขาดูไม่ออกหรอกต่อมาแม้รู้ว่าเพื่อนสองคนแอบมีใจให้กันแล้วเจ๊ก็ปล่อยเลยตามเลยแต่เรื่องความ สัมพันธ์ทางกายไม่มีแน่ทั้งสองรักกันด้วยหัวใจ ถ้าไม่มีอุปสรรคเรื่องชาติกำเนิดละก็คู่นี้จะเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก”

โรสกล่าวอย่างอัดอั้นมือตบอกใหญ่หนาดังปึ๊ก! รินรีบกระเทิบออกข้างชักรู้สึกเสียวกับคนตัวใหญ่ แล้วจึงหันไปสนใจกับภาพของชายหนุ่มอีกคนในรูปภาพวันรับปริญญา

ยิ้มสวยของสาวบ้านนา ตาโตเป็นประกายวิบวับมองไปที่ภาพชายคนนั้นทันที

“หนูขอเดาว่าปัจจุบันนี้เขาคือเสี่ยเจษฎาผู้กว้างขวางในธุรกิจพัฒนาอสังหริมทรัพย์ใช่ไหมคะ ตอนเรียนมหา’ลัยเขาเคยมาเป็นวิทยากรพิเศษมาบรรยายเรื่องธุรกิจประเภทนี้ หนูจำเขาได้ดีถึงเขาจะอายุมากแต่ก็ยังเท่ไม่หยอกเลย”

ความคาดเดาของรินถูกต้องโรสยิ้มหน้าบานขนตาปลอมกระดิกปริบๆ

“ถูกต้องแล้วเราไปรู้ได้ยังไงว่าเจ๊กำลังพูดถึงเสี่ยเจษฎาคนนั้น”

เธออมยิ้มมีเสียงคิกๆเล็ดออกมา ชี้นิ้วไปยังรูปถ่ายวันรับปริญญาของโรสซึ่งมีชายอีกคนยืนเคียงเขาคือเจษฎาในวัยหนุ่มนั่นเอง โรสมองภาพนั้นแล้วรู้สึกใจหาย สีของภาพออกเหลืองคล้ายคราบน้ำกาแฟหกใส่ เสื้อผ้าและทรงผมไว้จอนของคนในรูปทั้งสองคนก็ตกยุคไปนานแล้ว มือเผลอยกมาลูบเอารอยตีนกาของตนที่มีมากตามอายุ วันเวลามันช่างผ่านมาเร็วเหลือเกิน

“นี่เวลามันผ่านมานานมากขนาดนี้เลยเหรอ ชีวิตในเคมบริดจ์มันช่างสั้นเหมือนปีกแมงปอกระพือเพียงไม่กี่ครั้งเอง ความสุขของพวกเรามันช่างสั้นเหลือเกินเจษฎาเวลานี้เหลือเพียงเราสองคนแล้วนะ ดวงฤทัยจากพวกเราไปแล้ว..”

โรสเหมือนรำพึงกับวันคืนเก่าๆจนหญิงสาวอดที่จะแปลกใจจึงสะกิดเตือนมาสาวประเภทสองวัยเสียดครึ่งร้อยจึงรีบหวนกลับคืนมา ณ เวลาปัจจุบันอีกครั้งเธอยัง คงยิ้มได้แม้ตนเองจะกลายมาเป็นแค่คนขายดอกไม้ เสียงทุ้มนุ่มมีบีบเสียงเล็กน้อยของคนที่น่าจะจะเกิดมาเป็นชายแท้ดังชัดเจน

“แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงปัจจุบันจนเขาอายุจะห้าสิบแล้วแต่เจษฎาก็ยังหล่อและเท่มากอยู่เลย ดูหล่อกว่าคนหนุ่มๆหลายคนในสมัยนี้เสียอีกได้ยินมาว่าหลังจากพลาดหวังจากคนรักคราวนั้น เจษฎาเขาก็มุมานะทำงานจากการเป็นลูกจ้างก้าวมาสู่เจ้า ของกิจการจนตอนนี้เขาลบปมด้อยเรื่องฐานะของตนเองได้แล้วกลายเป็นระดับไฮโซคนหนึ่งของเมืองไทยไปแล้วนะ”

คนหนึ่งยังเป็นปลื้มเรื่องราวในอดีต รินแอบรี่ตาล้อเลียนคนร่างใหญ่ผู้เกิดมาผิดเพศที่ทุกวันนี้ยังหลงปลื้มเพื่อนรักไม่หาย“และตอนนี้เขากำลังเข้ามาทำธุรกิจในวงการบันเทิงแถมยังมีข่าวแอบควงนางแบบสาวสวยที่ชื่อแนนนี่อีก พวกดาราเนี่ยชอบคบกับไฮโชจังนะคะ”

“ฮึม..แนนนี่เรอะ”คิ้วสักโค้งมลเป็นคันศรขมวดเข้าหากันทันที“เดี๋ยวมาแม่จะจัดการเฉ่งเองกล้าคบกับผู้ชายมีครอบครัว”โรสยังไม่ได้บอกว่าแนนนี่เป็นลูกสาวของตนเอง รินจึงไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นโกรธอย่างรวดเร็วขนาดนั้นด้วย

“เจ๊พูดยังกะรู้จักกะนางแบบคนนั้น อย่าไปอินกับข่าวซุบซิบดาราเลยคะฟังไว้ประดับหูเอาไว้พูดคุยกับคนอื่นได้รู้เรื่องเท่านั้นก็พอ กลับมาเรื่องความรักระหว่างแม่ดวงฤทัยกับเจษฎากันดีกว่านะคะหนูยังอยากจะรู้เบื้องหลังของภาพเหล่านี้อีก”

ไม่อยากจะฉุนเฉียวกับเรื่องของลูกสาวหัวดื้อ อดีตนักเรียนนอกเริ่มร่ายยาวอีกครั้ง

“พอกลับเมืองไทยบัณฑิตหนุ่มไฟแรงอย่างอภิรักษ์ก็ถูกจับแต่งงานทันทีกับผู้หญิงที่พ่อเลือกไว้ให้อย่างที่ได้บอกไว้ หลังจากงานแต่งของอภิรักษ์ก็ถึงคราวของดวงฤทัยบ้าง เธอต้องแต่งงานกับบุตรเจ้าสัวผู้ร่ำรวยของเมืองไทยตามคำสั่งของพ่อ ได้ยินว่าทั้งสองครอบครัวเกี่ยวดองกันเพราะติดต่อเรื่องธุรกิจกันมานาน ฝ่ายชายชื่อพรชัยแต่เราเรียกเขาว่าตี๋พรชัย เป็นลูกชายคนเล็กของเจ้าสัวมีนิสัยชอบเอาแต่ใจตัวแถมยังเป็นเพลย์บอยตัวยง เธอจำต้องฝืนทนแต่งกับคนพรรค์นั้นเพราะถูกพ่อบังคับ”

รอยยิ้มของรินถึงกับหุบทันที“ใจร้ายจังเลยนะคะมาบังคับให้แต่งงานกันได้คุณตาของดวงช่างเผด็จการเกินไปแล้ว”เธอหลุดเสียงดังเพราะรู้สึกเห็นใจดวงฤทัยมาก

โรสส่ายหน้าบอกรินว่าอย่าตำหนิผู้ใหญ่

“สมัยนั้นการคลุมถุงชนมันเป็นเรื่องปกติ คนหนุ่มคนสาวจะทำตามใจตนเองไม่ได้นะ ส่วนเจษฎานะเหรอพอรู้ข่าวเขาถึงกับเตลิดเปิดเปิงไปทีเดียวเพราะเสียใจมาก ชีวิตแต่งงานของเธอมันทำท่าล้มมาแต่ทีแรกแล้วละเพราะพรชัยรู้ว่าฝ่ายหญิงมีคนรักที่ยังตัดใจจากกันไม่ขาด ตัวเขาเองก็เป็นลูกชายคนรองซึ่งไม่ได้สืบทอดกิจการของครอบครัวเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งให้สองครอบครัวได้มาเกี่ยวดองกันซ้ำตัวเขาต้องแต่งเข้าตระกูลฝ่ายหญิงอีก มีลูกก็ต้องใช้นามสกุลของฝ่ายหญิง ชายหญิงที่ต่างไม่พร้อมกับชีวิตแต่งงานและนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำลายชีวิตของทั้งคู่ในเวลาต่อมา

ที่เป็นเช่นนี้เพราะดวงฤทัยเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลชนะรัช มันเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พรชัยต้องแต่งเข้าสกุลของฝ่ายหญิงเพื่อมีทายาทสืบสกุล เรื่องแบบนี้คนจีนค่อนข้างถือแต่เพื่อธุรกิจของครอบครัวตี๋พรชัยจึงต้องแต่งเพราะขัดคำสั่งเจ้าสัวไม่ได้เช่นกัน”

ชีวิตคู่ของชายหญิงซึ่งถูกจับคลุมถุงชนกันมันจึงลุ่มๆดอนๆ แต่กระนั้นนิสัยเจ้าชู้หลายใจของฝ่ายชายกลับไม่เคยเปลี่ยน ดวงฤทัยจำต้องฝืนทนเก็บงำทุกอย่างไว้ในใจจะมีก็เพียงมาพูดคุยปรับทุกข์กับเพื่อนสนิทอย่างอภิรักษ์เท่านั้น รินฟังยังใจหายเร่งสอบถามในแง่มุมต่างๆ โรสคล้ายเป็นเครื่องบันทึกประวัติศาสตร์เธอต้องการปลด ปล่อยสิ่งที่ตนได้รับรู้ให้ใครสักคนมารับฟังและรินเองก็กระหายที่จะรับรู้ข้อมูลครอบ ครัวของคนรักยิ่งนัก โรสชี้นิ้วไปยังรูปถ่ายเด็กทารกอีกรูป

“ไม่นานเธอก็คลอดทายาทให้กับตระกูลชนะรัช คนเป็นตาตั้งชื่อให้หลานชายตัวน้อยเลียนชื่อของผู้เป็นแม่ว่า ‘ดวงหทัย ชนะรัช’ ผู้เป็นดั่งดวงหทัยของบุพการี อนิจจาหลังเธอให้กำเนิดทายาทสุขภาพของเธอกลับย่ำแย่ลง”

ทุกคำพูดทำให้รินพลอยเศร้าไปด้วย พูดเสียงแผ่วลง

“น่าสงสารเธอจังเลยนะคะ”

ดวงหทัย ชนะรัชหรือนายดวงของเธอ นึกขำมากว่าที่ปัจจุบันเขาถูกเปลี่ยนชื่อเป็นนายบุญส่ง คนส่งดอกไม้จอมเปิ่นกับชอบเล่นมายากลให้เด็กดู เธอสอบถามไปอีกหลายแง่มุม เจ๊โรสยังคงบรรยายออกมาเป็นภาพอย่างต่อเนื่อง

หลังจากมีทายาทตัวน้อยให้ตระกูลชนะรัช สุขภาพของดวงฤทัยกลับอ่อนแอลง ซ้ำยังนายตี๋พรชัยยังทำตัวเสเพลไม่เลิกไม่เกรงใจญาติฝ่ายหญิงเลย

โรสกล่าวอย่างมีอารมณ์ตาม

ส่วนเจษฎาเองก็แอบมาพบดวงฤทัยอยู่หลายครั้งเพราะรักแท้แต่มันได้กลายเป็นเรื่องระหองระแหงในครอบครัวยิ่งขึ้นไปอีก


อดีตนักเรียนนอกผู้พลิกผันตนเองมาเป็นคนขายดอกไม้ได้แต่ทำเสียงฮึมๆเมื่อนึกถึงความหลังจนสาวสวยข้างตัวต้องค่อยๆกระเทิบออกห่าง มือใหญคว้าไหล่บางกลับเข้ามาอีกครั้งเพราะยังพูดอย่างเมามัน“ถ้าไม่ติดที่สองครอบครัวต้องทำธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลต่อกันละก็ตี๋พรชัยคงถูกตะเพิดไปตั้งนานแล้ว เจ๊เองที่ได้รู้เห็นทุกอย่างเพราะคอยเป็นที่ปรึกษาให้เพื่อนรักแต่ก็ได้แต่ทำใจไม่รู้จะแก้ไขยังไง”

เพื่อนสนิทของดวงฤทัยเงียบนิ่งไปนิดนึง ความสะเทือนใจในอดีตมันเริ่มหลั่งไหลกลับมาอีกครั้ง รินเองก็พลอยมีสีหน้าแย่ไปด้วยยิ่งสะกิดเตือนให้เร่งเล่าเรื่องจนถึงที่สุด โรสมีสีหน้าหนักใจกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงในจังหวะช้าลง

“จุดจบของครอบครัวนี้ก็คือวันหนึ่งตี๋พรชัยไปทำผู้หญิงท้อง นอกจากไม่รับผิดชอบแล้วยังผลักใสให้ไปทำแท้งจนเธอตกเลือดถึงตาย ผู้หญิงคนนี้เป็นลูกผู้ดีมีชาติตระกูลด้วยพ่อแม่เขาเลยจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดแถมข่าวยังปูดออกไปถึงหน้าหนังสือพิมพ์สร้างความเสื่อมเสียให้กับทั้งสองตระกูลจนเข้าหน้าผู้คนในสังคมไม่ติด ดวงฤทัยถูกสั่งให้หย่าขาดกับเจ้าเสเพลนั้นทันที

ดวงฤทัยเป็นโรคหัวใจอยู่แล้วถึงกับทรุดหนักลงทันทีและอีกไม่ถึงอาทิตย์เธอก็จากไปอย่างสงบนำความเสียคนเป็นพ่อยิ่งนักถึงกับโทษตนเองว่าเป็นต้นเหตุที่นำตัวซวยเข้าบ้านส่วนชะตากรรมของตี๋พรชัยนะเหรอนอก จากโดนญาติฝ่ายเมียไล่มาแล้วทางบ้านเจ้าสัวก็รับไม่ได้เช่นกันถึงกับประกาศตัดญาติกันเลย พรชัยถูกเฉดหัวออกจากบ้านนับแต่นั้น

หลังจากงานศพของดวงฤทัย คนสิ้นไร้ทางไปอย่างพรชัยก็กลับมาอีกครั้งเพื่อมาหอบเอาลูกชายวัยเพียงห้าขวบกลับออกไป เขาประกาศว่าลูกคือสมบัติเพียงสิ่งเดียวของเขาจะไม่ยอมให้ใครมาพราก หนูน้อยดวงหทัยก็ติดพ่อมากจะตามพ่อไปให้ได้ คนเป็นตาได้แต่จนใจที่จะรั้งหลานตัวน้อยได้แต่เฝ้ามองหลานถูกพรากจากไป ชีวิตของท่านนับจากนั้นมีแต่ความทุกข์เพราะสิ้นลูกสิ้นหลาน ธุรกิจทั้งหมดถูกละทิ้งไม่นำพากลาย เป็นคนแก่เอาแต่เก็บตัวเพราะจมอยู่ในความทุกข์ตราบจนสิ้นอายุขัยของท่าน”

มีเสียงถอนลมหายใจดังขึ้น ดวงตากลมใสไหวระริก

“น่าสงสารจังนะคะเป็นเรื่องที่สะเทือนใจมาก”

หญิงสาวทำหน้าเศร้าอยู่เพียงครู่ก็กลับมาอมยิ้มทำหน้าทะเล้นอีกครั้งจนโรสต้องเอามือเท้าสะเอวเขม่นมองว่าจะเอายังไงกันแน่ รินต้องตาเหลือกเมื่อเห็นฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นขู่เลยรีบกลับเข้าเรื่องอีกครั้ง

“แล้วสองพ่อลูกต่อมาเป็นยังไงคะชีวิตเป็นยังไง”

แกล้งถามไปทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ชีวิตของดวงหทัยกับพ่อต่อจากนั้นเธอรู้ดีเพียงแต่เรื่องราวก่อนหน้าที่เขาจะมาบวชเณรเธอพึ่งจะมารู้เอาตอนนี้เอง

โรสเอานิ้วแคะหว่างคิ้วเพราะตามอารมณ์ของเด็กรุ่นใหม่ไม่ทันเอาเสียเลย

“หนูรินฉลาดนักก็เดาเอาสิเจ๊ใบ้ให้แล้วตอนสายก็ไปเจอตี๋พรชัยเอ๊ยหลวงพ่อตี๋มายังจะถามอีกเหรอว่าสองพ่อลูกชีวิตเป็นยังไง คนพ่อก็ดีอยู่หรอกกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีเป็นที่พึ่งของชาวบ้านแถวนี้แต่คนลูกเริ่มจะเสเพลกางเขี้ยวเล็บเจ้าชู้ใส่สาวไม่เลือกแถมเงินทองหามาได้ยังผลาญไปกับการทดลองปลูกกุหลาบบ้าๆ เงินทุนที่หลวงพ่อที่ให้มาทำร้านดอกไม้จะหมดเข้าสักวัน ที่นี้จะได้เป็นลูกผู้ดีตกยากรอบสองแน่”

ได้แต่กัดฟันกรอดเพราะลูกชายของเพื่อนรักประพฤติตัวไม่ได้อย่างใจ

รินรู้สึกสะท้อนใจมากกว่ากับชะตากรรมที่พลิกผันของสองพ่อลูก

“พวกเขาสองคนไม่มีญาติที่ไหนให้พึ่งพา ได้แต่ตะลอนไปทั่วเพื่อหาเงินมาเลี้ยงปากท้องต้องทำงานหนักทุกอย่างแม้แต่เป็นกรรมกรแบกห่าม ดวงเขาบอกหนูมาหมด แล้วค่ะว่าเขากับพ่อลำบากมามากขนาดไหน จนกระทั้งมาบวชเป็นพระเป็นเณรอยู่ในวัดที่หลวงพ่อจำพรรษาอยู่ในปัจจุบันนี้เอง”

นิ่งคิดไปครู่จนโรสยังแปลกใจ หญิงสาวจากบ้านนากลับย้อนนึกถึงสถานภาพของตนเองที่เป็นเพียงพนักงานร้านสะดวกซื้อเงินเดือนไม่กี่พันแล้วยังมีหนี้สินของครอบครัวต้องรับผิดชอบตั้งมากมาย

“เจ๊โรสคะหนูใฝ่สูงเกินไปหรือเปล่าที่อยากเป็นสะใภ้ตระกูลผู้ดีแต่สมัยเรียนชั้นประถมเราเคยคบกันเป็นแฟนอยู่พักนึง เณรดวงหทัยเขาเคยสัญญากับหนูเองว่าถ้าสึกจากพระจะมาแต่งงานด้วย ตอนหลังนี้ไม่รู้เขาไม่พอใจอะไรหนูจึงทำท่าหมางเมินใส่เอา”ไม่อยากจะพูดเลยว่าผู้หญิงที่ชื่อญาดาคือต้นเหตุทำให้ดวงหทัยของเธอเปลี่ยน ไป ผู้หญิงคนนี้อายุมากกว่าดวงหทัยห้าปีเป็นรุ่นพี่ที่เรียนโรงเรียนวัดมาด้วยกัน

มีเสียงกัดฟันกรอด..“หนอย..กล้าคายพิษตั้งแต่อยู่ในผ้าเหลืองเลยเรอะ”โรสไม่ค่อยวางใจว่าบุญส่งจะมีพฤติกรรมเหมือนพ่อในอดีต

“ม.ไม่ใช่นะคะ”หน้าเหวอๆของเด็กสาวเพราะเผลอพูดมากกว่าจะตั้งใจ“มันเป็นเรื่องตอนเราเป็นเด็กค่ะ ความคิดประสาเด็กอย่าไปถือโทษเณรแก่แดดแก่ลมรูปนั้นเลยนะคะ”เธอลืมไปว่าเจ๊โรสเข้มงวดกับความประพฤติของดวงโดยเฉพาะเรื่องการคบหากับเพศตรงข้าม

เสียงฮึ่มๆเมื่อกี้เปลี่ยนมาเป็นยิ้มอีกครั้ง

“เพราะแบบนี้หนูรินเลยเฝ้าติดตามบุญส่งหรือดวงหทัยมาถึงตอนนี้เลยงั้นเหรอ ช่างซื่อตรงต่อความรักจริงนะแล้วหนูรินทำไมถึงเชื่อละว่าเจ๊กับบุญส่งพูดความจริงว่าเป็นผู้ดีเก่า”

เธอยิ้มส่ายหน้านัยน์ตาเป็นประกาย“หนูไม่สนใจหรอกคะว่าเขาจะมีฐานะอะไรมาก่อนเพราะยังไงปัจจุบันนี้เราก็ยืนบนแผ่นดินเดียวกันดวงเขาไม่เห็นเหมือนลูกผู้ดีสักนิด นิสัยออกจะเปิ่นๆแถมมีตังค์ใช้วันละแค่สี่สิบบาทเอง”

โรสแก้ตัวว่าเธอจำเป็นต้องควบคุมการใช้เงินของบุญส่ง ถึงกับหายใจออกเฮือกใหญ่เมื่อพูดถึงเรื่องเงิน

“สมัยนี้จะมามัวยึดติดกับอดีตอีกไม่ได้แล้วนะ ฐานะการเงินของชนะรัชก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรเหมือนในอดีตตระกูลชนะรัชเหลือเหลือแต่วิมานน้อยในดงสลัมอย่างที่เห็นนี่แหละแถมเดือนนี้ยังติดค้างค่าน้ำค่าไฟอีก ถึงขนาดนี้แล้วหนูรินคงไม่นึกรังเกียจเจ้าลูกผู้ดีตกยากของเจ๊หรอกนะ”

ควักกระเป๋าเปิดให้ดูว่ามีแต่ธนบัตรใบละยี่สิบกับเศษเหรียญ โรสยิ้มแห้งๆเพราะขาดแคลนเงินทองแต่รินกลับหัวเราะจนน้ำตาเล็ด นายดวงหทัยของเธอไม่ได้มีฐานะแตกต่างจากเธอเลย

“คนสมัยนี้ไม่มีเงินก็ไม่มีเกียรติยศลูกผู้ดีเก่าจะต่างอะไรกับคนธรรมดาถ้าไม่มีเงิน หลวงพ่อตี๋ท่านสู้เก็บออมเงินปัจจัยที่ชาวบ้านเอามาทำบุญไว้ก้อนหนึ่งเพื่อให้ลูกชายได้เอาไปเป็นทุนตั้งตนชีวิตใหม่ เพียงแต่ท่านกลัวลูกชายจะเป็นเหมือนตนเองในอดีตที่ใช้ชีวิตเสเพลไปวันๆ ท่านจึงกำชับให้เจ๊ช่วยหาผู้หญิงที่ดีให้ลูกชายได้แต่งงานด้วยแล้วเจ๊ก็พบแล้วด้วย”

มือใหญ่คว้าข้อมือเธอมากุมไว้จนรินอดแปลกใจ ดวงตาคู่นั้นกำลังบอกความหวังที่ต้องการฝากไว้ โรสรู้จักรินมาตั้งแต่เป็นเด็กตัวเล็กๆชอบตามเณรดวงหทัยจนโตมาเป็นสาวสวยเธอก็ยังเฝ้ารักอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

“หนูรินจะต้องช่วยบุญส่งทำมาหากินนะใช้ชีวิตเช่นเดียวกับปุถุชนคนธรรมดา คุณหนูดวงหทัยมันเป็นอดีต บุญส่งในตอนนี้สิคือคนในปัจจุบัน”

“เจ๊ก้อ..หนูอายนะ”

มองเด็กสาวข้างกายที่ยืนอายบิดง้วน ริน เป็นลูกคนจนมีนิสัยช่างประหยัดและเก็บออมแล้วยังเป็นนักสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กเหมาะมากที่จะมาดูแลทายาทของท่าน เธอจะช่วยคุมนิสัยช่างสุรุยสุร่ายของบุญส่งได้แน่ คิดได้ดังนี้ใบหน้าค่อยเกิดรอยยิ้มอย่างอุ่นใจขึ้น

ร่างใหญ่ชี้ไปยังห้องต่างๆที่ยังไม่ได้ไปดู“เอาละนิยายรักขมขื่นจบลงแล้วหนูรินจะไม่เชื่อก็ตามใจนะคนสมัยเจ๊รักกันด้วยหัวใจจริงๆไม่รักกันประเดี๋ยวประด๋าวเหมือนหนุ่มสาวสมัยนี้หรอก”



Create Date : 14 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2553 18:44:28 น.
Counter : 318 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments