พฤศจิกายน 2552

1
2
3
4
5
9
10
11
12
13
15
17
18
19
20
22
24
25
27
28
29
 
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร ตอนที่ 21


“โย่ง! เราจะบอกความจริงกับพี่เกตุดีมั้ยวะ กันรู้สึกไม่ค่อยดีเลยที่จะปล่อยให้เรื่องมันมาจบแบบนี้”

“ไม่ได้นะเฮ้ย!ไอ้เดชครูเขาสั่งไว้ เราจะขัดคำสั่งของครูอีกไม่ได้นะ”คงแม้วิ่งนำก็ยังหันมาตอบ เดชตัวใหญ่ตามหลังมาแต่ช้าอืดสุด วิ่งตามอย่างกระหืดกระหอบ

ในโถงถ้ำอันมืดมิดและยาวไกล มีเพียงแต่แสงไฟฉายสาดส่องหาทาง และเสียงฝีเท้าวิ่งเร็วของเจ้านักเทควันโดสามคน หรืออดีตลูกศิษย์ลูกไพรวัลย์ ที่ได้รับคำสั่งสุดท้ายจาก ครู ของพวกเขาให้กลับไปสมทบกับเล่าอู ที่ยังอยู่หน้าถ้ำอีกฝังหนึ่งทันที เพื่อช่วยกันตรวจซ่อมและเตรียมพร้อมอุปกรณ์เป้สนามทุกใบ อันได้รับแจกมาจากหมอกฤษณ์ เพราะมันเป็น เป้พิเศษ สามารถดัดแปลงให้กลายเป็น เครื่องชักรอกสลิงไฟฟ้า นำพาบุคคลขึ้นลงที่สูงได้ อุปกรณ์ที่ซึ่งจะนำทุกคนให้หนีรอดปลอดภัยออกไปได้ โดยวิธีลงจากหน้าผาอันสูงชันเบื้องล่างของถ้ำนี้

“เดี๋ยวก่อน!... เดช.ไอ้คง.บอกฉันหน่อยมันเรื่องอะไรกัน ครูไพรวัลย์ต้องให้เราปิดบังพี่เกตุด้วยกันงงไปหมดแล้ว!...”โย่งถาม

คงวิ่งนำหน้ากัดฟันหันมาตอบอีก

“เพราะครู!... ไม่อยากให้พี่เกตุได้มารู้เห็นสภาพที่แท้จริงของแกยังไงล่ะ! พี่เกตุเท่านั้นที่ครูผูกพันด้วยมานานที่สุด สภาพของครูในอดีตไม่ได้น่าอเนจอนาถแบบนี่นะ!”

“พวกแก...รอ รอฉันด้วย!...แห่กๆๆ จะ วิ่ง ตามไม่ไหวเเล้ว...”

เสียงหายใจหอบแรงของเดช เพราะตัวใหญ่แต่อืดช้า เริ่มวิ่งล้าหลังพรรคพวกไปทุกที คงกับโย่งชะลอฝีเท้าเข้าประกบซ้ายขวา ร่างใหญ่ของเพื่อน มือจับประสานข้างเอวเจ้านักเทควันโดรุ่นมิดเดิ้ล แล้วเร่งความเร็วของขาวิ่งปานลมพัด“รีบวิ่งไปข้างหน้าเร็วๆเราต้องไปออกจากถ้ำไปสมทบกับน้าเล่าอูให้เร็วที่สุด”




ในถ้ำอันคดโค้ง คดเคี้ยว และมีช่องปลีกย่อยลึกเข้าไปมากมายคล้ายรังปลวก สภาพของถ้ำแบบนี้หากเข้าไปแล้วอาจจะไม่ได้กลับออกมาอีก ทางเข้าของถ้ำแบบนี้ มีอยู่ปรุทั่วไปตามผนังถ้ำ หากยึดเอาเส้นทางหลักขามาอันเดินได้สะดวกเป็นเส้นตรงอย่างเดียวแล้ว จะไม่มีทางหลงเข้าไปได้เลย รอยเท้าของเกตุอันย่ำลงบนพื้นกรวดเห็นชัดเจนหายเข้าไปในนี้

“เกตุ! น้องอยู่ที่ไหน!... ออกมาเถอะนี่พี่เอง”เสียงก้องสะท้อนดังล้อๆไป

หาญศึกพยายามใช้ไฟฉายส่องหาตัวเกตุที่วิ่งหนีสะเปะสะปะมา ไม่นึกว่าขากลับเกตุจะวิ่งผิดทางหลงเข้าไปในนี้ อันทำให้หาญศึกต้องรีบตามให้เร็วที่สุด ในใจของเขาร้อนรนกระวนกระวายกลัวเธอจะได้รับอันตรายอย่างยิ่ง ในใจเฝ้าภาวนาถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่งให้คอยคุ้มครองเธอไว้

“กานดาเธออยู่ไหน? เธอรู้รึเปล่าว่าลูกสาวของเธอคนนี่ฤทธิ์มากเหลือเกิน ถ้าดวงวิญญาณเธออยู่ที่นี้ ได้โปรดช่วยดลใจบอกทางผมด้วยเถอะ ว่าผมจะตามหาลูกสาวของคุณได้ยังไง”

ยิ่งเดินลึกก็ยิ่งพบทางแยกเหมือนเขาวงกต ต้องก้มลอดเพดานหินงอกหินย้อย แต่ละก้อนดูช่างเหมือนกันไปหมด เขาจำได้ว่านี่ไม่ใช่ทางขามาแน่นอน ที่เขาวิ่งมาถึงนี้ได้เพราะเสียงร้องไห้ของเกตุนำมา แต่บัดนี้เสียงของน้องได้เงียบไปแล้วราวกับเขาถูกเสียงภูตผีมาหลอกล่อให้ตามมา กระนั้น

ร่างปราดเปรียวร่างหนึ่ง วิ่งปราดหน้าเขาไปแค่วูบเดียวเหมือนลมพัด เขาส่องไฟตาม ที่เเรกคิดว่าอุปทานไปเอง แต่พอร่างนั่นโผล่ตัดผ่านแสงไฟอีกที คราวนี้ไปหลบอยู่ในมุมมืด เขากราดไฟฉายไล่ตาม ตระโกนถามออกไปไม่มีเสียงตอบรับ แสงสะท้อนจากแสงไฟกับก้อนหินพราวระยับ จนเห็นร่างเงาหนึ่งเกาะอยู่ข้างก้อนหินเฉียงออกไปขวามือ

เขาเร่งตามแต่เเล้วต้องชะงักเท้า เเสงสะท้อนเหมือนดวงตาของสัตว์ สองดวงตอบเเสงไฟมา มันไม่ใช่ดวงตาคนแน่ แม้สัณฐานรูปร่างนั่นจะคล้ายคนมาก พอไฟส่องไปใกล้ช้าๆ ร่างนั่นก็เคลื่อนตัวออกไปอีกช้าๆเช่นกัน ไม่ว่าจะพยายามส่องไฟยังไง ก็ไม่อาจจับโฟกัสภาพได้ ร่างปริศนานั่นได้ถอยหลังแล้วพลิกตัว ก้าวลึกไปอีก หาญศึกควักพระเครื่องสมเด็จออกมาจากคอ สวดคาถาอันเชิญ แน่ใจถึงสิ่งผิดวิกล ร่างนั่นหยุดรอเหมือนให้เขาเดินตาม

“ให้ตายสิ!! เกตุ...อย่าทำแบบนี้นะ!...พี่โกรธแล้วนะ!... ถ้าน้องได้ยินเสียงพี่ให้ออกมาเดี๋ยว!นี้!...”มีแต่เสียงของตัวเองดังสะท้อนไปมาไม่รู้กี่ทอด หัวใจของเขากำลังสั่น หวาดกลัวเพราะดวงใจของเขาได้หายเข้าไปในนี้

ผู้หญิง เขาแน่ใจแล้ว รูปร่างอรชร เพรียวระหง ช่างเหมือนดาวพระเกตุของเขาเหลือเกิน แต่หล่อนกับมีผมยาวเป็นลอนงามปรกถึงสะโพก อันไม่ใช่น้องเกตุของเขาแน่ เพราะนักเทควันโดสาวมีผมสั้น เงาผู้หญิง นั่นกำลังล่อให้เขาเดินลึกเข้าไปทุกที นายทหารหยุดตาม นึกถึงเรื่องนางถ้ำที่จ่าเคยเล่าให้ฟัง หาญศึกตัดสินใจไม่ตาม ตั้งสติแล้วสวดมงคลคาถาออกไปดังๆอีกครั้ง ร่างเงาปริศนานั่นหายไปไม่มาปรากฏอีก

พอกราดแสงไฟออกไป ก็เห็นหินงอกขึ้นเป็นลำ คล้ายหมู่คนยืนกางแขนกางขาในท่าต่างๆขวางหน้าอยู่มากมาย เขาตกใจแทบผงะไม่นึกว่าเดินมาถึงเมื่อไหร่ สภาพอันขนลุก พื้นถ้ำอันเทลาด ลื่น ทำให้ไถลตัวเกือบล้มไปเมื่อกี้ พื้นบางแห่งเป็นหลุมมีน้ำขัง หินแต่ละก้อนเย็นชื้นชั่วกาลนาน แต่ไม่มีวี่แววของคนที่ตามหา

“ฮือๆ...ฮือๆ...”

“อะไร!? นี่เสียงน้องรึ!”คราวนี้มีเสียงผู้หญิงร้องไห้ แต่ไม่รู้ทิศของเสียง

“ฮือๆแค่กๆ ฮือ.”

ชายหนุ่มพยายามค้นหาต่อไป แม้หัวใจจะร้อนรน เสียงผู้หญิงนั่นกลับเย็นแผ่ว จนเขาไม่แน่ใจ

“ออกมาเถอะ! เกตุ...ออกมาหาพี่เถอะ ถ้าน้องยังโกรธที่ถูกเจ้าพวกนั่นรังแกละก็ พี่จะทำโทษพวกมันแทนให้เอง”สาดแสงไฟตามองตามซอกหลีบในถ้ำอันมีอยู่มากมาย แม้เสียงของเกตุจะเงียบไปแล้วแต่เขาก็มั่นใจว่าน้องจะต้องอยู่ภายในรัศมีไม่เกินสิบเมตรเป็นอย่างมาก

มองพื้นมีคราบน้ำเป็นรูปเท้าเดินขึ้นจากแอ่งหายไปทางแยกหนึ่ง เกตุคงเดินอย่างสะเปะสะปะมาตกแอ่งน้ำนี้เข้า เกิดร่องรอยให้เขาตามได้

ร่างของเกตุนั่งกอดเข่าฟุบหน้าเนื้อตัวเปียกชุ่มโชกไปหมด หลบอยู่หลังก้อนหินใหญ่ในลักษณะโพรงเล็กๆห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าวเอง แสงไฟทำให้เห็นท่อนไฟฉายของเธอวางอยู่ข้างๆเห็นแสงไฟรี่แดง ถ่านไฟคงหมดเธอเลยมานั่งฟุบร้องไห้อยู่ตรงนี้เอง

“เกตุ! นั่นเกตุใช่มั้ย!!”

ในที่สุดก็เจอ แล้วเขาก็ต้องขนลุกเมื่อมีตะขาบใหญ่ตัวหนึ่ง กำลังเสือกไสไต่คลานเข้าไปใกล้ตัวเธอ หาญศึกรีบปรี่เข้ากระทืบมันทันที แล้วรีบช้อนอุ้มเอาตัวเกตุขึ้นมาไว้แนบกับอก มืออีกข้างควานตามตัวเธอว่าไม่มีตัวอะไรมาเกาะอยู่

“เด็กโง่นี่!! ทำเอาพี่ตกใจหมด! พี่ต้องตามหาเราแทบแย่รู้มั้ย!”

เขาพูดเสียงสั่นตกใจยิ่งกว่าตัวเขาได้รับอันตรายเองเสียอีกพยายามเขย่าตัวเรียกปลุก

“ฮือๆ...แค่กๆๆ ฮือๆๆ”

“เกตุ พี่ขอโทษ!... คนดีของพี่... พี่จะไม่ว่าน้องอีกแล้ว”

ร่างน้อยในอ้อมแขนของเขากำลังตัวสั่นเพราะความกลัวได้แต่ทำเสียงกระซิกๆ

สองแก้มของเกตุเวลานี้มีแต่น้ำตา มองเขาและสะอื้น ก่อนจะหลับไปในอ้อมกอด พอหาญศึกเอามืออังหน้าผากตัวก็ร้อนมีไข้ นี่มันยิ่งทำให้เขายิ่งวุ่นวายใจเข้าไปอีก เขาอุ้มเธอไปนั่งบนก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งแล้วรวบร่างบอบบางเข้ามากอดอย่างตัวสั่นเทา หวาดกลัวเมื่อนึกถึงตอนที่เห็นเกตุวิ่งหายเข้าไปในเงามืด กลัวจะตามเอาตัวมาไม่ได้อีก

รีบถอดเสื้อคลุมของตนเอามาทับให้ความอบอุ่นให้ แต่พลันก็มีแสงไฟสว่างวาบมาที่ใบหน้าของเขาจนต้องเอามือมาบังปิดหน้าไว้

“ผู้กองครับ”เสียงทุ่มต่ำของชายร่างยักษ์ต่ำ

“จ่าเองเหรอ!?”

“ครับผมได้ยินเสียงผู้กองเมื่อกี่ จ่าเลยออกตามรอยได้ถูกตามหาแทบแย่เหมือนกัน นึกแล้วว่าจะต้องเกิดเรื่องขึ้นเลยตามมา”

“ขอบใจจ่ามากที่ตามมา ผมยังนึกห่วงเรื่องขากลับอยู่เลยเพราะรีบไม่ได้ทำเครื่องหมายไว้ตอนขากลับ”

จ่าถือท่อนไฟฉายใหญ่ยักษ์สมตัวค้างไว้ส่องมาที่ร่างของเกตุ จ้องมองนิ่งอยู่ครู่ก่อนปล่อยเสียงทุ่มใหญ่

“ขากลับ ย้อนกลับไปแล้วเลี้ยวซ้ายกับขวาอีกสองทีก็กลับเข้าทางเดิมแล้วครับผู้กอง ไม่ไกลเลย”

เอาเข่าข้างหนึ่งดันพื้น มือถอดเปลี่ยนไฟฉายให้กลายเป็นหลอดฟูออเรสเซนต์ให้แสงสว่างนวล ตามองไปยังใบหน้าของเกตุอันหลับสนิทในอ้อมแขนของผู้กอง เพ่งพิศไม่วางตาแล้วนึกยิ้มเยาะส่ายหัว

“เหมือนแม่จริงๆผมเชื่อเลย...เด็กคนนี้เหมือนแม่ไปเสียทุกอย่างจริงๆ”

จ่าเหมือนมีสีหน้าไม่สบายใจน้ำเสียงเคร่งขรึม

หาญศึกมองหน้าอันหลับนิ่งไปแล้วบนตักของเขาสลับกับใบหน้าของจ่า ก่อนก้มหน้าเอาอุงมือลูบเรือนผมอันเปียกชุมของเกตุ เพื่อให้แห้งเร็วๆ ดวงหน้าเรียวรูปไข่ จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากดูอ่อนละมุนแม้ยามหลับนิ่งๆเช่นนี้ดูช่างน่าทนุถนอมมากกว่าบุคลิกอันห้าวแกร่งเกินไปของเจ้าตัว

“เด็กคนนี้น่าสงสารมากนะครับจ่า วันแรกที่เธอเกิดมาลืมตาดูโลกใบนี้ก็หาใครมาเป็นพ่อไม่ได้ เกิดมาก็ให้ความทุกข์กับแม่เสียแล้ว”มือลูบหน้าผากและหยุดเพ่งพิศดวงหน้าสวยหวานนั้น ดึงผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อบรรจงเช็ดที่ขนตาอันเปียกชุ่มด้วยน้ำจนแห้ง ด้วยกิริยาทนุถนอม รอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากนั่น มันคือความโล่งใจอย่างที่สุดของเขาที่ได้ของรักกลับคืนมา

จ่ายังคงยืนสงบนิ่งมองดูนายทหารของเขาที่แทบจะลืมทุกสิ่งเมื่อได้เด็กคนนี้กลับคืน

เขาเหลือบตามองมาที่จ่าบ้าง“ไม่เท่านั่น...น้องชายของเธอที่เกิดตามมาก็มีชะตาเดียวกันอีกคือ...ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่ออีก เป็นลูกไม่มีพ่อกันทั้งสองคนชีวิตอาภัพตั้งแต่เกิดเลย สามคนแม่ลูกนี่อาศัยอยู่ในบ้านของผมของคุณพ่อ แต่...คำครหาว่าร้ายว่าแท้จริงแล้ว...พวกเขาคือ บ้านเล็กของคุณพ่อผม เป็นเมียน้อยและลูกเมียน้อย”เขาดึงลมหายใจให้แช่มช้าลง

กานดา แม่ของเกตุ เธอเป็นผู้หญิงที่สวยจนใครๆก็อดที่จะระแวงความ สัมพันธ์ของเธอกับคุณพ่อไปไม่ได้ รู้มั้ยคุณหญิงแม่ของผมท่านเกลียดสามคนแม่ลูกนี้มากขนาดไหนแต่คุณพ่อก็ยืนยันจะรับดูแลสามคนนี้จนบ้านเราแทบจะอยู่ไม่เป็นสุขกันเลย แต่แม่ก็ฝืนทนไม่ยอมหย่าขาดจากพ่อแต่จะคอยรังครวญขับไล่สามแม่ลูกต่อไปให้ถึงที่สุด แต่พ่อเองก็ยังยืนยันที่จะให้พวกเขาอยู่ต่อไปเช่นกัน ข่าวคาวมันออกไปนอกบ้านเรื่องท่านนายพลใหญ่เอาเมียน้อยกับลูกมาเลี้ยงเย้ยเมียหลวงมันดังไปทั่ว ใครๆก็รุมเกลียดสามคนแม่ลูกนี่กันทั้งนั้น แต่สำหรับผมมีแต่จะสงสารให้มากกว่า

เกตุและกานต์สองคนนี้ต้องโตมากับความเกลียดชังของคนรอบข้าง กับคุณพ่อท่านดูจะห่างเหินมากกว่า จะมี...ก็แต่ผมเท่านั้นที่คอยดูแลปกป้อง พวกเขาแม่ลูก ผมต้องทำหน้าที่ทั้งพ่อทั้งพี่ชายไปในตัวให้เด็กสองพี่น้อง เพราะกานดาเธอทำงานบ้านงานดูแลลูกไม่เป็นซักอย่างแถมยังอ่อนแออ่อนต่อโลกด้วย กานต์ก็เป็นเด็กผู้ชายอ่อนปวกเปียกเช่นกัน จะมีก็แต่เกตุนี้แหละที่เข้มแข็งกล้าสู้คน เธอสร้างวีรกรรมมาตั้งเล็กๆแล้วว่าไม่ยอมให้ใครมารังแก รู้มั้ยเด็กคนนี้เริ่มต่อยตีกับเด็กผู้ชายข้างบ้านตั้งแต่อายุห้าขวบแล้ว ผมเป็นคนสอนให้เธอทำอย่างนั่นเอง เพราะรำคาญเรื่องโดนล้อว่าไม่มีพ่ออยู่บ่อยๆ ผมเลยสอนหมัดเด็ดให้ไป แล้วต่อมาพอใครมารังแกตัวเธอทั้งแม่และน้อง เด็กคนนี้จะเล่นงานคืนทันที

จ่าที่ฟังไปด้วยแล้วก็ควานหาซิการ์มวนโตจากในกระเป๋าเสื้อมาใส่ปากอมเคี้ยวเต็มปาก

“จ่า!...กรุณาอย่าสูบบุหรี่ตอนนี้น้องเกตุเธอไม่ชอบกลิ่นของมัน”

“อุ้ย โทษที...”จ่ารีบดับ สำลักควันทันที

“เกตุตอนนั้นยังสู้กับคุณหญิงแม่ด้วยตอนที่มารังแกแม่กานดาของเธอ เด็กนี่ดีดแข้งเข้าใส่ทันทีร้ายจริงๆเด็กคนนี้”เขาพูดหัวเราะติดตลกแล้วขยับเกตุให้ชิดอก ก้มลงหอมที่หน้าผากอย่างรักใคร่เอ็นดู

คุณหญิงแม่โมโหจนหน้าดำหน้าแดงเลยคว้าเอาไม้เรียวได้น้องเกตุก็วิ่งหนีไปทั่วทั้งบ้านเลยน่าตลกจริงๆ แม่ให้คนรับใช้ในบ้านไล่จับด้วย พอก่อเรื่องแล้วจนหนทางก็จะรีบวิ่งหนีมาหามาหลบอยู่ที่หลังผมทุกครั้งผมก็จะปกป้องเธอ แต่ถ้าช่วงไหนผมไม่อยู่เด็กนี่ก็โดนหนักเหมือนกัน ผมยังเป็นนักเรียนนายร้อยอยู่เลยตอนนั้น พอได้กลับบ้านทีก็เจอน้องเกตุโดนตีหลังลายอยู่บ่อยๆ น้องน่าสงสารมาก จ่าลองคิดดูว่าเด็กห้าขวบวัยกำลังน่ารักน่าชังเหมือนตุ๊กตาตัวน้อยๆขนาดนั่นคุณหญิงแม่ไม่น่าตีได้ลงคอเลย แต่...น้องเกตุก็ไม่เคยกลัวจะสู้ยิบตาทุกครั้งกับใครก็ตามที่มารังแกแม่และน้องชาย ความกดดันความเกลียดชังที่พวกผู้ใหญ่ทำไว้ให้อย่างไม่ยุติธรรมนั้น มันทำให้เด็กคนนี้มีนิสัยแข็งกร้าวและต่อต้าน เกตุมีนิสัยเช่นนี้ก็เพราะเริ่มมาจากจุดนี้แหละ ผมเข้าใจเธอดีเพราะผมเองผมเป็นคนทำให้เธอเป็นคนเช่นนั้น ผมสอนเธอให้สู้คนเอง ผมจะแอบมาสอนวิธีการต่อสู้ทั้งมวยไทย ยูโด เทควันโดให้เธอคราวละเล็กละน้อยเพื่อป้องกันตัว นี่แหละเป็นพื้นฐานสะสมที่ทำให้ได้เป็นนักกีฬาการต่อสู้ในเวลาต่อมา

ตอนเกตุกับน้องกานต์เข้าเรียนประถม เงินค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งหมด ค่าขนมเอยที่คุณพ่อท่านมอบไว้ให้ ไม่เคยถึงเด็กสองคนนี้หรอกคุณหญิงแม่ท่านยักยอกไว้หมด เด็กสองคนนี้กับแม่ต้องอยู่กันลำบากมากแค่มีข้าวกินมีที่อยู่เท่านั้นเอง ผมต้องเอาเงินส่วนของผมให้ไปแทนจนแม้แต่ตอนผมบรรจุเข้ารับราชการใหม่ๆยศร้อยตรีเงินเดือนงวดแรกของผมก็ยกให้พวกเธอแม่ลูกจนหมด แต่...มันก็ไม่พอหรอกนะน้องเกตุเธอต้องไปตะลอนหาเงินเองมาใช้เพิ่มเองจะรอเงินจากผมอย่างเดียวไม่ได้ ก็ขึ้นต่อยมวยไงละครับผมสอนเธอไว้เยอะเอาฝีมือตรงนี้มาแลกเงินกว่าจะได้ สตางค์มาซื้อเครื่องแบบนักเรียนให้ตัวเองให้น้องกานต์ก็ตาเขียวเลย แต่เด็กคนนี้กลับหัวเราะและสนุกที่หาเงินใช้ได้เอง บอกผมด้วยว่าสักวันจะหาเงินให้ได้เยอะๆจะมีบ้านเป็นของตนเองอยู่กับแม่กับน้อง เด็กผู้หญิงตัวแค่นี้แต่มีความคิดเป็นของตนเอง เป็นผู้นำครอบครัวตั้งแต่ยังเด็กแล้ว ลักษณะห้าวๆแบบของเธอมันเป็นข้อเสียในสายตาคนอื่นๆแต่บุคลิกนี่แหละที่ผมเพียรพยายามสร้างให้เพื่อที่เธอจะปกป้องตนเองปกป้องแม่ และน้องได้ไงล่ะจะได้อยู่ในโลกใบนี้ได้ต่อไปไม่ถูกรังแกอีก

ตอนจบประถมใหม่ๆโชคดีที่มีนักกีฬาเทควันโดทีมชาติชื่อดังคนหนึ่ง น่าจะชื่อไพรวัลย์อะไรนี่แหละ มาเห็นแววเข้าเลยชักชวนไปเข้าร่วมโครงการแก้ไขพฤติกรรมเด็กก้าวร้าวด้วยกีฬา นายไพรวัลย์คนนี่แหละ ที่เป็นคนปลุกปั้นจนเธอได้ติดทีมชาติในเวลาต่อมา นายไพรวัลย์คนนี้เป็นคนดีจริงๆ ให้ทุนการศึกษากับเด็กทุกคนในโครงการจนกว่าจะจบปริญญาตรีเลย ทำให้เราปลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายไปได้มากทีเดียว หากเป็นไปได้พบอยากพบหน้าและกล่าวขอบคุณนายคนนี้สักครั้ง

“แล้วผู้กองรู้มั้ยว่าสุดท้ายนายไพรวัลย์คนนี้ต้องลงเอยอย่างไร? มันเกี่ยวกับที่เด็กคนนี้ได้ก่อเรื่องอะไร?ไว้ด้วย”

“ผมรู้...นายไพรวัลย์คนนี้ต่อมาได้พลั่งมือฆ่าคนตายเพียงเพื่อที่จะช่วยน้องเกตุกับเด็กรุ่นน้องของเธอคนหนึ่งจากมือพวกอัธพาลลูกน้องผู้มีอิทธิพลจนตัวเขาเองต้องหลบหนีคดีอยู่จนถึงทุกวันนี้”

จ่ากระตุกมุมปากสองสามที ตาเหล่มองเด็กสาวบนตักของผู้กองก่อนจะพูด“นายไพรวัลย์เป็นคนมีชื่อเสียงมากในวงการกีฬามีชื่อเสียงไปจนถึงระดับโลกเลยทั้งมวยไทย ยูโด เทควันโดเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบ ในประเทศเขาก็เคยเป็นครูฝึกพิเศษให้กับกองทัพ ทั้งตำรวจทหารที่ได้รับการฝึกต่างชูฮกให้เขาเป็นระดับพระกาฬเลย เพราะอีแบบนี้ตอนเขาลงมือกับพวกอันธพาลนั้นแม้ไม่ตั้งใจก็ถึงตายอย่างง่ายดาย เลยต้องมาใช้ชีวิตอย่างอดสูตอนหลัง ผมได้ยินมาว่าเขาหลบหนีข้ามชายแดนมากบดานอยู่ในฝังพม่าชายแดนแถบที่เราอยู่นี่เองเราอาจจะเจอกับเขาแล้วก็ได้”

“ถ้าพบเขาได้ผมจะกล่าวคำขอบคุณในความเสียสละที่เขาได้มีต่อเด็กๆของเขาทุกคน น้องเกตุคงจะไม่มีวันนี้ได้ถ้าไม่มีนายไพรวัลย์คนนี้ช่วย”

“ที่จ่าพูดถึงนายไพรวัลย์เพราะต้องการให้เป็นอุทธาหรณ์เตือนผู้กองให้ระวังเด็กคนนี้เอาไว้ มันเป็นเรื่องบังเอิญมาก ที่ผู้กองกับนายไพรวัลย์แถบไม่ต่างกันเลยเรื่องหนึ่ง คือ...หลงเด็กคนนี้จนเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างให้สุดท้ายตนเองก็ไม่เหลืออะไร เจ้านักกีฬาอนาคตไกลคนนั้น ก็จบสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว ทุกวันนี้ผู้กองเองก็แทบตัดขาดจากทางบ้านไม่สนใจพ่อแม่อยู่แล้ว คุณท่านทั้งสองขู่ไว้ว่าจะตัดผู้กองออกจากกองมรดกถ้าหากไม่ยอมกลับไปให้ท่านเห็นหน้า ขนาดเจ็บป่วยหนักจะเป็นจะตายลูกคนเดียวของท่านยังไม่รู้จักไปดูดำดูดีอีก เพราะเอาแต่!เฝ้าห่วงเด็กเกตุพะเน้าพะนอกันอยู่อย่างนี้!...”

จ่าอาวุโสต้องส่ายหน้า หัวคิ้วย่นจนตีนตาขึ้นชัดเจน หันข้างไปทางอื่นเสียอย่างไม่สบอารมณ์เพราะผู้กองหนุ่มคนนี้ไม่ได้คิดจะฟังที่เขาพูดสักนิด

“ชู่ว...ส์ อย่าเสียงดังไป... น้องเกตุเพิ่งกำลังหลับเธออ่อนเพลียมามากแล้วมีไข้ด้วย แต่ตอนนี้ท่าทางกำลังฝันดีเลย”

ดึงเเจ็กเก็ตตัวหนาให้ชิดคลุมร่างอ่อนบางบนตักของเขาพยายามให้ความอบอุ่นโดยการกอดไว้แนบอกอีกครั้ง

“เอาล่ะ! ถ้างั้นถึงเวลาแล้วที่ผมจะได้พูดเสียทีในฐานะที่ผมได้รับความไว้วางใจเป็นตัวแทนของคุณท่านทั้งสองคน ผมอยากจะพูดอยากจะเตือนผู้กองให้ระวังความสัมพันธ์กับเด็กคนนี้ได้แล้ว”

หาญศึกสะดุดนิ่งกับคำพูดนั่นหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน หันมามองด้วยดวงตาเฉียบกร้าวเต็มไปด้วยแววไม่พอใจฉายออกมาอย่างยิ่ง



ณ ที่แห่งหนึ่ง อันคุ้นตาเหมือนในภาพฝัน

ชายในชุดสีขาว ยืนเอามือไขว้หลังมองสูงแหงนดูดวงจันทร์ อยู่ข้างๆก้อนหินใหญ่ขวางปากถ้ำ ความงดงามของแสงจันทร์ทำให้ชุดของเขาแลสว่างนวลผุดผ่อง ดวงแขส่องแสงนวลแจ่มจรัสนั่นแทบจะเห็นเจ้ากระต่ายอยู่บนนั้น แข่งอวดความงามของหมู่หินไอริส ควอตซ์ หรือหินเขี้ยวหนุมาน ซึ่งแสดงเหลือบแสงรุ้งจนพราวสะพรั่งไปทั่วทั้งโถงถ้ำ ความงดงามอันจะปรากฏได้แต่เพียงในความฝันเท่านั้น

บุรุษในชุดสูทกระดุมสองเม็ด ตัดด้วยผ้าสักหลาดสีขาวทั้งตัวในสไตล์อิตาเลียนคัท สูทที่สวมใส่ดูกระชับรับกับรูปร่างอันสูงโปร่งเสริมบุคลิกความเป็นผู้นำอันโดดเด่นแต่ดูเป็นธรรมชาติให้กับเขา บุคลิกที่แคล่วคล่อง รอยยิ้มที่เปิดเผยและแววตาอันมีชีวิตชีวาและกระตือรือร้น ที่เกตุจะไม่มีวันลืมได้เลยตลอดชีวิตเพราะมันเป็นชุดของเขาคนนั่นในวันสุดท้ายก่อนจะหายสาบสูญราวกับตายไปจากกัน ผู้ชายที่ยืนอยู่ใต้แสงจันทร์คนนี้ผิวคงเข้ม ผมหยิกหยักศก คางคมมีรอยเคราเขียว จมูกโด่งเป็นเอกลักษณ์ ในตากรอบลึกแต่แฝงแววขี้เล่นและถือดี

“พี่...ไพร วัลย์”หลอดเสียงอันสั่นเครือเรียกนามเขาคนนั่น

ไพรวัลย์ในห้วงความฝันนั้นผินหน้าเล็กน้อยเมื่อสำเหนียกเสียงของเธอก่อนตอบด้วยเสียงทุ้มอันนุ่มนวล

“เด็กดื้อ ทำไมยังไม่มาหาพี่อีก พี่ไพรวัลย์รอน้องมานานแล้วนะ”

“พี่ไพรวัลย์! พี่ไพรวัลย์จริงๆด้วย! ฮือๆ โฮ!...”

ไพรวัลย์หันมาอย่างเต็มสัดส่วน อ้าแขนรอรับ ส่งยิ้มฟันเรียงสวยขาวสะอาด ดวงตาสองสีของหนุ่มเลือดผสมไทยยุโรปดวงตาข้างซ้ายสีเขียวอันสดใสเฉกเช่นดวงดาวแห่งราตรีนี้

“โฮๆ พี่ไพรวัลย์! พี่ไพรวัลย์จริงๆด้วย! พี่หายไปอยู่ไหนมา รู้มั้ย!น้องตามหาพี่มานานขนาดไหน”เกตุโผเข้ากอดทันที

“เด็กดื้อของฉัน อย่าร้องไห้พี่อยู่นี้แล้ว”

ใบหน้าอันคมสันริมฝีปากบางเฉียบอันกำลังเผยอยิ้มตอบ เอานิ้วเสยคางมองเธอแล้วค่อยๆ กรีดเช็ดน้ำตาทั้งสองแก้มให้ เกตุสวมกอดรัดที่เอวของเขาร้องไห้โฮๆไม่หยุด ใบหน้าซบแผงอกปล่อยโฮลั่นงอแงเป็นเด็กๆ มือของเขายกลูบหัวเธอเล่นอย่างเอ็นดู

“น้องเป็นสาวเต็มตัวแล้วนะ อย่าเล่นหัวน้องเป็นเด็กเลย”

รอยยิ้มละไมที่ก่ออยู่มุมปากนั้น

“รู้มั้ย เด็กดื้อของพี่ รอบตัวน้องเวลานี้มันมีแต่อันตราย พี่พยายามทำให้น้องกลับไปให้พ้นจากที่นี้ มาตลอดแต่น้องไม่เคยจะกลัวกลับดื้อดึงจะฝ่าเข้ามาให้ได้ ที่นี้ไม่ใช่สวรรค์แต่เป็นนรกที่จะเอาชีวิตน้องพี่ไปได้ทุกเมื่อ”

“พี่ไพรวัลย์”เกตุส่งเสียงกระซิกๆสะอึกสะอื้นส่งแววตาออดอ้อนไม่หยุดกับชายผู้เป็นรักแรกฝั่งใจของเธอ

“อย่าทิ้งน้องไปไหนอีกนะ ฮือๆกว่าห้าปี ห้าปีที่น้องรอพี่อย่างหมดสิ้นความหวัง ใครๆก็ว่าพี่ตายแล้วแต่น้องไม่เคยเชื่อ หากนี่เป็นความฝันน้องก็จะไม่ตื่นอีกแล้ว...”

“ฟังที่พี่จะพูดให้ดีๆนะ”เขาก้มกระซิบที่ข้างหูแล้วกิ๊กตาข้างขวาให้

น้ำตาอันพร่างพราวเป็นประกายจากแสงจันทร์เกตุเพ่งพิศเค้าหน้านั่นเพราะกลัวมันจะเลือนหายไป ไพรวัลย์ยังคงขี้เล่นและชอบกลั้นแกล้งเธอเสมอ แต่เธอก็ไม่เคยจะโกรธได้ลงก็เขาทำไปเพราะรักและหวังดีนี่นา

“น้องจงไปอยู่กับเพื่อนรักของพี่ อยู่กับเขาและรักเขาเหมือนที่รักพี่ น้องจะทำได้หรือไม่?”

“ทำไม? ละคะ...แล้วเพื่อนพี่คนนี่คือใคร?”ปุจฉาของเกตุในความฝันนั้น ไพรวัลย์เพียงยิ้มมองมาเอามือลูบหัวเธอเบาๆ

“เวลานี้ เขา เป็นคนเดียวที่จะปกป้องน้องได้ จำไว้ว่า เขาเป็นผู้ชายที่มีรอยยิ้มที่สวยที่สุดในโลก ขอเพียงน้องตื่นน้องก็จะพบเพื่อนของพี่คนนี้เอง ตัวพี่จะอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว เวลาของพี่มันกำลังจะหมดลงทุกที ขอเพียงน้องรักเขา น้องก็จะได้ความรักตอบแทนมามากมายเพื่อชดเชยความรักของพี่”

“ได้จ๊ะ แต่...น้องขอกอดพี่ไปอย่างนี้ต่อไปได้มั้ย อกพี่อุ่นเหลือเกิน ให้น้องกอดให้หายคิดถึงเถอะนะ…”

“ได้สิเด็กดื้อของฉัน”

อกอันอุ่นๆของเขายามนี้แท้จริงมันคืออกและเสื้อคลุมของหาญศึก ความฝันที่... ไม่มีตัวตน



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 10 มีนาคม 2553 18:41:15 น.
Counter : 374 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments