DEEP----DEEP----DEEP----DEEP
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
26 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
เรื่องเมืองลาวเหนือ (((ก่อนเข้าจีน)))

เรื่องเล่าลาวใต้ (หลวงพระบาง) คืนวันที่ 19 พฤศจิกายน 2550
หกทุ่มตรงรถมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ สองสามคันเริ่มออกเดินทางพากลุ่มนักศึกษาปริญญาเอกสองหลักสูตร รวมทั้งคณะผู้บริหารที่ต้องร่วมเดินทางไปทำ MOU ที่เมืองจีน และเพื่อศึกษาดูงาน เก็บข้อมูลการทำวิจัย ไทย – ลาว – จีน เหลายชั่วโมงที่นั่งรถอยู่ในประเทศไทย จากนั้นออกจากประเทศบริเวณชายแดนไทย – ลาว ที่จังหวัดหนองคาย

หลังจากอาบน้ำอาบท่าทานอาหารเช้าที่โรงแรมทิพย์จังหวัดหนองคายแล้วคณะทัวส์ก็เปลี่ยนถ่ายรถเป็นรถที่ทางทัวส์จัดให้แล้ว ก็เดินทางมาเพื่อทำเรื่องขอข้ามแดนที่ชายแดนไทย – ลาว ((((เปลี่ยนรถอีกหนึ่งรอบ เป็นรถของประเทศลาว พวงมาลัยซ้ายตามระเบียบ))) จากนั้นการเดินทางสุดแสนทรหดก็เริ่มขึ้นแล้ว รถทัวส์เมืองลาวสองคันค่อย ค่อยพาลูกทัวส์เดินทางผ่านเมืองเวียงจันทร์ ไปเรื่อย เรื่อย เรื่อย เรื่อย ขึ้นเขาลงห้วยที่ไหนบ้างก็ไม่รู้ จดไว้เหมือนกัน แต่ว่าจำรายละเอียดไม่ได้มากมาย ((((เพราะเมารถ)))) ที่จำได้ จำได้แค่ว่า เนี่ยอ่ะนะ หลายสิบกิโลผ่านไป จากด่าน ถึงเวียงจันทร์แล้ว รถก็พาขึ้นเขาตลอดทาง มีแต่ขึ้น ขึ้น ขึ้น ไม่มีลงซะบ้างเล้ยยยย ((((ภาพวิวก็มีแต่ถ่ายจากบนรถ อย่าดูเลย ไม่สวยหรอก)))))


แต่ระหว่างทาง สิ่งที่สังเกตได้คือ วัฒนธรรม ชุมชน เศรษฐกิจ ที่แตกต่างจากไทยโดยสิ้นเชิง ไกด์ทัวส์บอกว่า ที่ลาวเหนือหรือทางเวียงจันทร์นี่ ความเจริญเท่ากับประเทศไทยเมื่อ 20 ปีก่อน ถ้าทางหลวงพระบางก็จะ เท่ากับประเทศไทยสัก 10 ปีที่แล้ว แต่ถ้าเป็นทางลาวใต้หรือเมืองจำปาสัก (((ที่ไปคราวก่อน))) ความเจริญยังเพิ่งเท่ากับประเทศไทยเมื่อประมาณ 30 ปีให้หลัง ((((((((ว้า ล้าหลังจัง)))))))))



แต่ว่าที่ประเทศลาวแห่งนี้ ก็ยังคงความเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแปลก แปลก อาจจะเป็นเพราะว่า ยังมีกลิ่นอายของการเป็นเมืองขึ้นของประเทศฝรั่งเศสอยู่ หลายสิ่งหลายอย่างเลยยังพอมีร่องรอยให้เห็นอยู่บ้าง



21.30 น. เดินทางผ่านโค้งสามพันกว่าโค้ง ผ่านการผจญภัยในรูปแบบต่าง ต่างขณะที่อยู่บนรถ มาถึงหลวงพระบาง จังหวัดที่องค์การยูเนสโก้ ยกให้เป็นเมืองมรดกโลกแห่งที่เท่าไหร่ไม่รู้ จำไม่ได้ รู้แต่ว่า ตอนกลางคืนมีสีสันมากมาย เป็นเมืองที่สวยและมีความเป็นเมืองเก่าซึ่งถูกปรับประยุกต์เข้ากับความเป็นสมัยใหม่ เนื่องจากปัจจุบันเมืองหลวงพระบางแห่งนี้ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติประเทศต่าง ต่างมากมาย เข้ามาเที่ยวได้ไม่เว้นแต่ละวัน ดังนั้น การต้อนรับของชาวหลวงพระบางอบอุ่นมากมาย



เมื่อคณะของเรามาถึงหลวงพระบางแล้ว ได้รับการต้อนรับอย่างดีมาก โดยการจัดการบายศรีสู่ขวัญให้กับพวกที่มาเยี่ยมเยือน (((ไม่รู้คณะอื่นมีมั้ย))) แต่ก็นะ ความประทับใจไม่ได้มีอยู่ที่จุดเดียว เดียวนี่หน่า ยังมีอย่างอื่นอีกมากที่เห็นแล้วต้องประทับใจ




เมื่อทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว ทั้งคณะก็แยกย้ายเช็คอิน แยกย้ายห้องใครห้องมัน ใครที่ยังพอมีแรงและอยากเที่ยวต่อก็ไปท่องราตรีหลวงพระบางเลยทีเดียว สำหรับเราเองก็เลือกที่จะนอนอ่ะ มีการนอนอย่างสุขโขสโมสรซะเหลือเกิน ตอนรุ่งเช้าเค้าลุกไปใส่บาตรข้าวเหนี่ยวที่ถือว่าเป็นธรรมเนียมของเมืองหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก แต่ประภาพร ไม่ตื่น ประทานโทษ ใครจะมาปลุกแค่ไหนก็ไม่ลุกอ่า หวา แย่หน่อย บอกเพื่อน เสียดาย แต่ก็มีเพื่อน เพื่อน พี่ พี่เอารูปถ่ายมาให้ดู เกิดอิจฉาซะงั้น ไม่เป็นไร ไว้คราวหน้ามาใหม่แน่ ๆ หลวงพระบาง เมืองในดวงใจอีกที่นึง รับรองได้ มาอีกครั้งอย่างแน่นอน คราวนี้ติดไว้ก่อนแล้วกัน “ใส่บาตรข้าวเหนียว”


ตอนสายหน่อย หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จสิ้นแล้ว การเดินทางท่องเที่ยว สุดโหด ระหว่างทางไกด์ก็เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังมากมายไม่ว่าเรื่องประวัติศาสตร์ ความเป็นมา เศรษฐกิจ วัฒนธรรมชุมชน ชนเผ่าและวิถีชนเผ่า


โปรแกรมท่องเที่ยวหลวงพระบางเหรอ ติดไว้ก่อน จำได้ค่อยว่ากันตอนนี้ดูรูปไปก่อน วันนี้ทั้งวัน ตะลอนทัวส์อยู่ที่หลวงพระบางเช้าจนค่ำ


มีแต่รูปเจ้าของบล๊อคเก๊กไปเรื่อย



รูปนี้ถ่ายอยู่บนจุดชมวิว ต้องเดินขึ้นบันไดสามสี่ร้อยขั้น เกือบตาย แต่ขึ้นไปก็สวยดี ฝั่งขวามือเป็นแม่น้ำโขง ฝั่งขวามือเป็นแม่น้ำฮาน





ที่เห็นข้างหลังเป็นแม่น้ำฮาน ไหลมาจากไหนไม่รู้รู้สึกจะแม่น้ำแยงซีเกียง




รูปนี้อยู่ตรงตีนเขาก่อนขึ้นจุดชมวิว เป็นต้นโพธิ์ที่สักการะของชาวลาว





เดินข้ามถนนมาจากต้นโพธิ์ เป็นวัดเชียงทอง ในบริเวณเดียวกันมีโรงละคร และพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง





หน้าโรงละคร



ขึ้นอีกรูป (((ทำไมเนี่ย)))





ถ่ายกับไกด์เมืองลาว คุณตุ้ยและครอบครัว





เท่มะ ภาพนี้ถ่ายที่วัดชื่อไรไม่รู้จำไม่ได้


เอาเป็นว่าวันนี้พอเท่านี้ก่อน (((ส่วนใหญ่ภาพที่ถ่ายยังไม่ได้เอาลงคอม)))

นี่แค่วันแรกนะที่ถึงหลวงพระบาง ยังอีกสามสี่วัน กับทริปสุดโหดที่เมืองจีน




******************

เช้าวันที่ 23 พย 50 ((((รูปไว้มาอับให้ดูวันหลังแล้วกัน))))

03.30 ถูกปลุกให้ตื่นเพื่อเดินทางต่อ So Sad มาก กินอาหารเช้าตอนตีสี่ อาหารเที่ยงตอนสิบโมง
04.41 การเดินทางเริ่มต้นขึ้นอีกแล้ว คณะทัวส์ ยังคงเดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 13 เวียงจันทร์ – บ่อหาน ทรหดสุดสุด เมื่อวานว่า สามพันโค้งแล้ว วันนี้หนักกว่าอีก ทั้งขึ้นเขาลงห้วย สุดยอด ช่วงเวลานี้คงหาคำบรรยายยากสักหน่อย มีทั้งเมารถ ปวดฉี่ หิวข้าว ปวดท้อง ปวดหลัง โอยสารพัด ระหว่างทางวันนี้ก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการ “ฉี่สองข้างทาง” ออกแนวภาวะจำยอมอ่ะนะ 463 กิโลเมตร จากเวียงจันทร์มาที่บ่อหาน ทรหดอดทน กับเส้นทางที่ชวนหวาดเสียวสักเล็กน้อย ขึ้นเขาแม่ฮ่องสอนว่าโหดแล้ว เจอทางหลวงหมายเลข 13 เข้าไป ประภาพรว่าอึด อึด เล่นเอาเกือบอ๊วกเหมือนกัน ดีนะที่กินยาแก้เมาดักไว้ แต่ประทานโทษอีกรอบ ทิวทัศน์ที่เค้าลือกันว่า สวยงามหนักหนาสองข้างทางเป็นหุบเขา เนินเหว ทุ่งดอกบัวตอง ทะเลหมอก อารยธรรมชนเผ่าหลายชาติพันธ์ ประภาพรไม่สน (((((((((ตรูเมารถ หลับอย่างเดียว)))))))))))

15.00 เข้ามาถึงด่านข้ามแดน บ่อหาน แล้ว เสียเวลากับการทำเรื่องข้ามแดนเล็กน้อย เปลี่ยนรถ วุ่นวายกับเรื่องพาสปอตกับวีซ่า แต่ก็ไม่เท่าไหร่เนื่องจากไกด์ที่นี่ทำงานดี เลยทำให้เข้าประเทศจีนได้อย่างไม่ยุ่งยากสักเท่าไร ตอนนี้ก็ข้ามมาถึงดินแดนสิบสองปันนา ที่เลืองลือว่า เป็นดินแดนแห่งไข่มุกสีเขียวของประเทศจีน สิบสองปันนาเนี่ย เป็นเมืองนึงอยู่ในมลฑลยูนาน ที่มีสามเมืองหลัก อยู่ด้วยกัน มีเมืองเชียงรุ่งที่จะต้องไปพักพรุ่งนี้ อีกเมืองนึงจำชื่อไม่ได้แล้ว อีกเมืองนึงคือเมืองล่า ที่นอนอยู่คืนนี้ ((((อ้าว งง ซิ ทำไมไม่เรียงตามลำดับ))))

18.0 คณะทัวส์ร่วมรับประทานอาหาร ((เหลา)) อร่อยหรือป่าวไม่รู้ รู้แต่ว่า โต๊ะที่นั่งอ่ะ อาหารหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่นาที แต่อาจเป็นเพราะปลาร้าบอง ที่พี่ฝนคนสวยเอามาขึ้นโต๊ะอาหารด้วยหล่ะม้างง
19.0 และเวลาที่รอคอยก็มาถึง คือการเดินช๊อปปิ้ง ได้ของฝากอื้อซ่าเลย อันประกอบด้วย ขนม สามหมี่นสี่พันห้าร้อยกว่าชนิดไปฝากแม่ น้าเป้า กิ๊บ และอีกหลายคนไล่ไม่หมด (((เวอร์))) ก็นิดหน่อยอ่ะ หมด

20.0 ไปไม่กี่ร้อยหยวน ((((((ตอนซื้อไม่คิด ดีนะที่เอากระเป๋าเปล่า ๆ ไปอีกใบนึง ขนกลับไทยแทบไม่หมด))))))) ได้รองเท้าฝากตี๋น้อย เสื้อโค๊ทฝากก๊อบ และของกะจุ๊กกะจิ๊ก ((ไร้สาระ))
21.0 นอนหลับหมดสภาพหลังจากแพคกระเป๋าเสร็จ (((((((((ตรูจะย้ายบ้านไปไหนเนี่ย ของเยอะชะมัด))))))))

โหด โคต โคต เดี๋ยวมาอับใหม่








Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2550 10:38:48 น. 1 comments
Counter : 274 Pageviews.

 
แวะมาเที่ยวลาวใต้ค่ะ


โดย: paerid วันที่: 26 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:00:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

airthecorr
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add airthecorr's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.