ชมวิวทิวทัศน์ เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

กำหนดการประชุมวิชาการผังเมืองครั้งที่ 2 ประจำปี 2559 เรื่อง : พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ




โครงการประชุมวิชาการผังเมืองครั้งที่ 2 ประจำปี 2559

การวางผังและการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเมืองและโครงสร้างพื้นฐานพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

2016 National Planning Conference

Special Economic Zones: Planning and Design

โดย สมาคมการผังเมืองไทยและสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย

วันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09.00-16.00 น.

ศูนย์การประชุมพุทธวิชชาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร หลักสี่ กรุงเทพมหานคร

กำหนดการประชุมและวิธีลงทะเบียนอยู่ท้ายบทความครับ

หลักการและเหตุผล

รัฐบาลได้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจส่งเสริมการค้าและการลงทุนของประเทศโดยใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงด้านคมนาคมและขนส่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามข้อตกลงการค้าเสรีภายใต้กรอบข้อตกลงฉบับต่างๆมุ่งหวังพัฒนาเมืองชายแดนให้เป็นจุดเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจสร้างความสัมพันธ์ทางค้ากับมิตรประเทศด้วยการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่ง สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อดึงดูดการลงทุนสร้างพื้นที่เศรษฐกิจแห่งใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืนเป็นแบบอย่างของการพัฒนาเมืองที่ดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

ในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษให้ประสบผลสำเร็จนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องบูรณาการองค์ความรู้ด้านต่างๆ ในการศึกษา การวางแผนและการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์ความรู้ด้านการผังเมืองการออกแบบสถาปัตยกรรมเมือง วิศวกรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ทั้งนี้เพื่อให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่าเสริมสร้างคุณค่าและอัตลักษณ์เดิมให้มีความโดดเด่น สร้างสรรค์สภาพแวดล้อมก่อให้เกิดผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ มีศักยภาพตอบสนองการลงทุนของภาคเอกชนสามารถขยายฐานด้านภาษีให้กับรัฐเป็นเครื่องมือในการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่งคั่งให้กับประชาชน

ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นในการจัดประชุมวิชาการเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ตามสาขาวิชาที่กล่าวถึงดำเนินการถ่ายทอดภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้กับหน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นรวมทั้งหน่วยงานภาคเอกชนที่ลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและองค์กรที่สนับสนุนด้านการเงิน การบริหารจัดการ และที่ปรึกษาด้านการลงทุนเพื่อให้ดำเนินตามแนวทางการวางแผนปรับปรุงฟื้นฟูเมือง โครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค และการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ที่ถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐานในระดับสากลซึ่งจะนำมาสู่ประสิทธิภาพในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายของรัฐบาล

สมาคมการผังเมืองไทย ในฐานะองค์กรวิชาชีพด้านการผังเมืองของประเทศเป็นศูนย์รวมของผู้เชี่ยวชาญด้านการผังเมืองและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องได้มองเห็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและต้องการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่าจึงได้ร่วมกับสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทยจัดประชุมวิชาการผังเมืองครั้งที่ 2 ประจำปี 2559 เรื่อง การวางผังและการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเมืองและโครงสร้างพื้นฐานพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลโดยการนำเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจตามหลักวิชาการผังเมืองที่มีมาตรฐานสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจสร้างความแข็งแกร่งการพัฒนาทั้งพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสร้างเมืองให้เป็นแหล่งจ้างงานที่มีความมั่นคงและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ต่อไป

วัตถุประสงค์

โครงการประชุมวิชาการผังเมืองครั้งที่ 2 ประจำปี 2559 เรื่องการวางผังและการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเมืองและโครงสร้างพื้นฐานพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมีวัตถุประสงค์ดังนี้

1. รวบรวมและบูรณาการองค์ความรู้ด้านการวางผังและการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากถ่ายทอดไปยังผู้รับผิดชอบการวางแผนผู้ปฏิบัติและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อยกระดับการพัฒนาพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับสากล

2. กำหนดแนวทางและมาตรฐานการวางผังและการออกแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อยกระดับการปรับปรุงฟื้นฟูเมืองเป็นแบบอย่างต่อการพัฒนาพื้นที่อื่นในอนาคต

3. เผยแพร่องค์ความรู้การวางผังและการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเมืองและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากต่อสาธารณะในรูปของสื่อผสมและเอกสารวิชาการ

4. ตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการยกระดับมาตรฐานการวางผังและการออกแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อนำไปสู่การเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจรูปแบบต่างๆภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

กำหนดการประชุมวิชาการผังเมืองครั้งที่2 ประจำปี 2559

การวางผังและการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเมืองและโครงสร้างพื้นฐานเขตเศรษฐกิจพิเศษ

2016 National Planning Conference

Special Economic Zones: Planning and Design

โดยสมาคมการผังเมืองไทยและสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย

วันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09.00-16.00 น.

ศูนย์การประชุมพุทธวิชชาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร หลักสี่ กรุงเทพมหานคร

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559

กลุ่มนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจและการออกแบบผังแม่บทเขตเศรษฐกิจพิเศษ

08.00-08.45 ลงทะเบียน

08.45-09.00 พิธีเปิดการประชุมวิชาการผังเมือง

09.00-09.30 การบรรยายพิเศษนโยบายและมาตรการกระตุ้นการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษและ

พื้นที่เศรษฐกิจฐานราก โดย ตัวแทนจากกระทรวงการคลัง

09.30-09.45 พักรับประทานอาหารว่าง

09.45-11.00 การบรรยาย การออกแบบผังแม่บทการคัดเลือกทำเลที่ตั้ง การวางผังรูปแบบเขตเศรษฐกิจและ

การวิเคราะห์กิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดินและอาคารตามเกณฑ์ SmartGrowth & LEED-ND

โดย อาจารย์ฐาปนา บุณยประวิตร อุปนายกสมาคมการผังเมืองไทย

11.00-12.15 การบรรยายการออกแบบการใช้ที่ดินและอาคารกลุ่มพาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยและสถานที่สาธารณะ

โดย ผศ.ดร.ธนภณ พันธเสน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

12.15-13.00 พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.00-14.15 การบรรยาย การออกแบบการใช้ที่ดินและอาคารสาธารณะอุตสาหกรรม คลังสินค้าและโลจิสติกส์

โดย ผศ.ดร.สญชัย ลบแย้ม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

14.15-15.15 การเสวนาเรื่องแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

วิทยากร ผู้แทนจากการเคหะแห่งชาติ

ผู้แทนจากธนาคารอาคารสงเคราะห์

ตัวแทนจากสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย

ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ธนภณ พันธเสนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

หมายเหตุ บริการอาหารว่างในห้องประชุม

15.15-16.00 การบรรยาย แนวทางการอนุรักษ์ชุมชนดั้งเดิมและการเสริมสร้างเอกลักษณ์ท้องถิ่นในพื้นที่ต่อเนื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ

โดย ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ ปรียวนิตย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

16.00-16.30 ปฏิบัติการการวางผังและการออกแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินและอาคารตามเกณฑ์

Form-BasedCodes & LEED-ND (ปฏิบัติการออกแบบแปลงที่ดินการใช้ที่ดิน ระดับเมืองและระดับโครงการ)

อำนวยการปฏิบัติการโดย อาจารย์ศิวพงศ์ ทองเจือรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัย SGT

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559

กลุ่มการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคและการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม

09.00-10.15 การบรรยายการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่ง

(โครงข่ายถนนระบบขนส่งมวลชน ศูนย์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ)

โดย ดร.ศิรดล ศิริธรผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีประยุกต์ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรานารี

10.15-10.30.1 พักรับประทานอาหารว่าง

10.30-12.00 การบรรยาย การออกแบบศูนย์การขนส่งสินค้าทางถนนศูนย์การขนส่งสินค้าทางรางและทางอากาศ

โดย ผศ.ดร.วราเมศวร์ วิเชียรแสนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

12.00-13.00 พักรับประทานอาหารเที่ยง

13.00-14.30 การเสวนาเรื่องการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์เขตเศรษฐกิจพิเศษ

วิทยากร นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ผู้แทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย

ผู้แทนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง

ผู้แทนจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย ดิสทริบิวชั่นจำกัด

ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.เทอดเกียรติลิมปิทีปราการ คณะวิศวกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีและนายกสมาคมวิศวกรรมระบบ ขนส่งทางรางไทย

14.30-14.45 พักรับประทานอาหารว่าง

14.45-16.00 การบรรยาย การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค(ระบบไฟฟ้าระบบพลังงาน ระบบสื่อสาร และระบบการจัดการมลภาวะ)

โดย ผู้เชี่ยวชาญโครงสร้างพื้นฐานจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

และการเสวนาการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์โดยผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

16.00-16.30 ปฏิบัติการการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค

อำนวยการโดย ผศ.ดร.วราเมศวร์ วิเชียรแสนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559

แนวทางการออกแบบข้อกำหนดการบริหารจัดการพื้นที่

09.00-10.00 การบรรยาย การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านบริหารจัดการน้ำและการจัดการภัยพิบัติ

โดย ดร.ณัฐ มาแจ้ง คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

10.00-11.00 การบรรยายแนวทางการออกข้อกำหนดและมาตรการควบคุมการใช้ที่ดินและอาคาร

โดย ผู้แทนจาก กองนิติการ กรมโยธาธิการและผังเมือง

หมายเหตุ อาหารว่างบริการในห้องประชุม

11.00-12.00 การบรรยายแนวทางการออกข้อกำหนดและมาตรการจัดการสิ่งแวดล้อม

โดย ดร.กมลทิพย์ คงประเสริฐอมรสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

12.00-13.00 พักรับประทานอาหารเที่ยง

13.00-14.00 การบรรยาย มาตรการส่งเสริมการลงทุนและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ

โดย ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

หมายเหตุอาหารว่างบริการในห้องประชุม

14.00-15.00 การบรรยาย มาตรการสนับสนุนทางการเงินการวิจัยและพัฒนา และการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์

โดย ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

15.00-16.00 การบรรยายการสร้างการมีส่วนร่วมด้วนเทคนิคการสร้างพื้นที่ด้วย Placemaking

โดย ผศ.ดร.สญชัย ลบแย้ม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า

เจ้าคุณทหารลาดกระบัง

16.00-16.20 พิธีมอบวุฒิบัตร

16.20-16.30 พิธีปิดการประชุม โดย ดร.มณฑล จันทร์แจ่มใสนายกสมาคมการผังเมืองไทย

พิธีกรและการควบคุมรายการโดยอาจารย์ธรรมรงค์ ราชามุสิกะ อุปนายกสมาคมการผังเมืองไทย

หลักสูตรวุฒิบัตร ค่าลงทะเบียนบุคคลทั่วไป 7,000บาท สมาชิกสมาคมฯ 6,000 บาท นักศึกษา 3,000 บาท

ลงทะเบียนที่ คุณจันจิรา สังเกตกิจคณะเทคโนโลยี่อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร

โทรศัพท์ /โทรสาร 02-5226637 อีเมล์ junjira_skk@hotmail.com




 

Create Date : 14 ธันวาคม 2558    
Last Update : 14 ธันวาคม 2558 5:51:16 น.
Counter : 744 Pageviews.  

การออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจตอนที่ 2 กรณีศึกษาข้อเสนอการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานี






การออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจตอนที่2กรณีศึกษาข้อเสนอการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานี

โดย ดร.ธนดร พุทธรักษ์

มูลนิธิยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา (เสนีย์จิตตเกษม)

 ฐาปนา บุณยประวิตร

สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทยและสมาคมการผังเมืองไทย

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าหนึ่งในศูนย์การค้าปลีกภายในศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานี

ที่มา : คุณเวชยันต์ ช้างรักษา

บทนำ

บทความตอนที่ 1 ผู้เขียนได้กล่าวถึงความจำเป็น รูปแบบ ประโยชน์ด้านต่างๆ อาทิผลประโยชน์จากการพัฒนาเมืองและสภาพแวดล้อมและผลประโยชน์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่ได้รับจากศูนย์เศรษฐกิจกรณีมีการวางแผนพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบพร้อมด้วยแนวทางการวางแผนทางกายภาพตามเกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด (SmartGrowth Principles) สำหรับบทความตอนที่ 2 ผู้เขียนจะนำข้อเสนอการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีที่มีสถานีรถไฟจังหวัดอุดรธานีเป็นพื้นที่ใจกลางเป็นกรณีศึกษาโดยจะชี้ให้เห็นศักยภาพของพื้นที่ในการยกระดับเป็นศูนย์เศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่ได้มาตรฐานและตอกย้ำความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของบริเวณใจกลางเมืองอุดรธานีที่สามารถพัฒนาเป็นศูนย์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ(Multimodal Transportation Center) ในอนาคต

บทความตอนที่ 2 ประกอบด้วย ความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์เศรษฐกิจระดับภูมิภาค ข้อเสนอการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจระดับภูมิภาคและประสบการณ์และความท้าทายในการเป็นผู้นำการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

ความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานี

จังหวัดอุดรธานีตั้งอยู่ใจกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและใจกลางพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำหนดให้จังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับภาคมีตำแหน่งเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการศูนย์กลางพาณิชยกรรมและศูนย์กลางการค้าระดับภาค ทำหน้าที่สนับสนุนการค้า การผลิตการบริการ และการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศ ในช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานส่วนท้องถิ่นได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ดังเช่น สนามบินนานาชาติ สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง โครงข่ายถนนภายในพื้นที่เขตเมืองโครงข่ายทางเชื่อมต่อไปยังจังหวัดในภูมิภาคและประเทศข้างเคียง กล่าวได้ว่าจังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและขนส่งในระดับต้นๆของประเทศ

ในปี 2558 รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุกต์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายขับเคลื่อนการพัฒนาให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์เศรษฐกิจภายในประเทศกับศูนย์เศรษฐกิจของต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกโดยกำหนดเป้าหมายการลงทุนและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่งได้แก่รถไฟฟ้าความเร็วสูงสายหนองคาย-กรุงเทพมหานคร รถไฟทางคู่สายหนองคาย-มาบตาพุด ฯลฯทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงของเครือข่ายการค้า การกระตุ้นทางเศรษฐกิจ การค้าและการบริการ ในพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจ ทั้งศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและศูนย์เศรษฐกิจบริเวณชายแดนซึ่งพื้นที่พัฒนาเป้าหมายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่พื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจตามแนวรถไฟฟ้าความเร็วสูงสายหนองคาย-กรุงเทพมหานครอันประกอบด้วย พื้นที่ใจกลางเมืองจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่นจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย รวมทั้งพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคายมุกดาหาร และนครพนม

สำหรับพื้นที่เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีนั้นนับว่ามีความพร้อมในระดับสูง เนื่องจากรัฐฯ ได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดังที่ได้กล่าวแล้วโดยมีสถานีรถไฟและสถานีขนส่งจังหวัดอุดรธานีเป็นใจกลางและมีย่านพาณิชยกรรมที่ทันสมัยตั้งอยู่ในบริเวณโดยรอบอย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟและสถานีขนส่งเป็นศูนย์เศรษฐกิจที่ได้มาตรฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรฐานการออกแบบสถาปัตยกรรมเมืองและการผังเมืองซึ่งจะทำให้ศูนย์เศรษฐกิจมีศักยภาพดึงดูดการลงทุนสามารถตอบสนองต่อการยกระดับทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพจึงจำเป็นต้องวางผังและออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูทางกายภาพและการลงทุนเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางเพิ่มเติมทั้งนี้เพื่อเกิดความยั่งยืนในการพัฒนาและเป็นแบบอย่างสำหรับการวางผังและการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่เศรษฐกิจในระดับภูมิภาคต่อไป

ศักยภาพการพัฒนาเป็นศูนย์เศรษฐกิจระดับภูมิภาค

เกณฑ์การวางผังและการออกแบบเมืองของ Form-BasedCodes และเกณฑ์ความเป็นผู้นำการออกแบบด้านพลังงานและสภาพแวดล้อมระดับย่าน(LEED-ND) กำหนดให้ศึกษาศักยภาพพื้นที่พัฒนาโดยการพิจารณาความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่รัฐและเอกชนได้ลงทุนไว้ในพื้นที่โครงการพร้อมกับพิจารณาจากข้อกำหนดของเกณฑ์อื่นๆ ต่อจากนั้นให้กำหนดแนวทางออกแบบปรับปรุงศูนย์เศรษฐกิจตามนโยบายการฟื้นฟูเมืองของการเติบโตอย่างชาญฉลาดกรณีของจังหวัดอุดรธานี จะได้พิจารณาดังต่อไปนี้

เกณฑ์การวางผังและการออกแบบเมือง

ศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีมีสถานีรถไฟเป็นพื้นที่ใจกลางปัจจุบัน มีสภาพเป็นศูนย์พาณิชยกรรมและศูนย์การลงทุนระดับภูมิภาคมีความพร้อมและได้มาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานที่จัดตามประเภทเมืองเศรษฐกิจของเกณฑ์การออกแบบเมืองForm-Based Codes และเกณฑ์การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน(Transit-Oriented Development Principles) ของการเติบโตอย่างชาญฉลาด รายละเอียดดังนี้

โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่ง

กำหนดให้พื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจประเภทใจกลางเมือง(Downtown Center) และศูนย์พาณิชยกรรมเมือง(Urban Commercial Center) เป็นที่ตั้งของศูนย์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ(Multimodal Transportation Center) หรือสถานีขนส่งที่มีรูปแบบการเชื่อมต่อการเดินทางมากกว่า 2 รูปแบบโดยอย่างน้อยหนึ่งในรูปแบบการเดินทางจะต้องเป็นรถไฟฟ้าระบบรางเป็นองค์ประกอบหากมีรถไฟฟ้าความเร็วสูงเป็นหนึ่งในประเภทการเดินทางให้สถานีนั้นต้องตั้งอยู่ในศูนย์ใจกลางเมืองหรือศูนย์พาณิชยกรรมเมืองเท่านั้นและต้องมีระบบการเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพระหว่างศูนย์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบกับสนามบินทั้งนี้ศูนย์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบต้องเป็นศูนย์กระจายการเดินทางภายในพื้นที่และระหว่างพื้นที่เทียบสัดส่วนแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 40เทียบจากปริมาณผู้เดินทางทั้งหมด

โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ

กำหนดให้มี 1)โครงข่ายถนนและทางเดินเชื่อมต่อระหว่างศูนย์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบกับสถานีขนส่งศูนย์การค้าปลีก ตลาด สถาบันการศึกษา สถาบันของรัฐ และกลุ่มอาคารที่อยู่อาศัยโดยอาจวัดประสิทธิภาพของการเชื่อมต่อด้วยค่าคะแนนของ walkscore หรือความสามารถในการเดินถึง 2) รูปแบบย่านและอาคารเป็นไปตามเกณฑ์ของ LEED-ND และมาตรฐานการออกแบบสถาปัตยกรรมเมืองของ Form-BasedCodes 3) รูปแบบถนนและมาตรฐานถนนตามเกณฑ์ถนนสมบูรณ์(Complete Streets) โดยให้ความสำคัญพิเศษกับโครงสร้างพื้นฐานถนนทางเดิน ทางจักรยาน และภูมิทัศน์เมือง 4) ระบบการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเขียว (GreenInfrastructure)

โครงสร้างกิจกรรมพาณิชยกรรม

กำหนดให้มีสัดส่วนพื้นที่ค้าปลีกและพื้นที่บริการมีความสมดุลกับจำนวนประชากรถาวรและประชากรชั่วคราวตามเกณฑ์LEED-ND โดยกำหนดให้พื้นที่ถนนสายหลัก (MainStreet) และใจกลางย่านพาณิชยกรรมเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าปลีกร้านค้าปลีก หน่วยบริการ พื้นที่สำนักงาน สถานบันเทิงตามสัดส่วนที่กำหนดและให้มีที่อยู่อาศัยผสมผสานพาณิชยกรรมตามขนาดประชากรถาวรและชั่วคราวไม่น้อยกว่าที่เกณฑ์ระบุสำหรับรัศมีบริการขึ้นอยู่กับการกำหนดทำเลที่ตั้งของหน่วยบริการนั้นๆและเป็นไปตามความเห็นของสถาปนิกผู้ออกแบบ

การวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานี

ศูนย์เศรษฐกิจรอบสถานีรถไฟจังหวัดอุดรธานีมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่งค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์ได้แก่ สถานีรถไฟ สถานีขนส่งและโครงข่ายการเดินทางขนส่งมวลชนที่ดำเนินการโดยภาคเอกชนสำหรับพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟจังหวัดอุดรธานีสามารถออกแบบปรับปรุงเป็นศูนย์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบเนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่ในบริเวณนั้นเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยหากในอนาคตมีการลงทุนสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงและมีการลงทุนรถไฟฟ้ารางเบาเชื่อมต่อการเดินทางภายในพื้นที่เขตเมืองพร้อมทั้งมีระบบการเชื่อมต่อกับสนามบินนานาชาติจังหวัดอุดรธานีด้วยระบบขนส่งมวลชนแล้วศูนย์เศรษฐกิจแห่งนี้จะสามารถยกระดับไปศูนย์การขนส่งระดับภูมิภาคได้


สถานีขนส่งจังหวัดอุดรธานีตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางศูนย์เศรษฐกิจ

ที่มา: คุณเวชยันต์ ช้างรักษา


สถานีรถไฟจังหวัดอุดรธานีตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางศูนย์เศรษฐกิจ

ที่มา: คุณเวชยันต์ ช้างรักษา

โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพภายในพื้นที่รอบสถานีรถไฟจังหวัดอุดรธานีมีรูปแบบย่านเป็นไปตามเกณฑ์ LEED-NDอย่างไรก็ตามโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายถนน และทางเดินถนนจำเป็นต้องออกแบบปรับปรุงใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ด้านทิศตะวันออกของสถานีรถไฟเช่นเดียวกับโครงสร้างพื้นฐานเขียวและรูปแบบภูมิทัศน์เมือง


บรรยากาศของย่านพาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยในพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานี

ที่มา: คุณเวชยันต์ ช้างรักษา

โครงสร้างกิจกรรมพาณิชยกรรมนับได้ว่าพื้นที่ในปัจจุบันภาคเอกชนได้ลงทุนไว้เป็นส่วนใหญ่ดังจะเห็นได้จากการลงทุนศูนย์การค้าปลีกในรูป Community mall ในนามของ “ยูดี ทาวน์” ตลาดสด ตลาดใต้รุ่งศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และโรงแรมระดับ 3 ดาวอีกเป็นจำนวนมาก ไม่นับรวมโครงการ AECSquare ที่จะเปิดดำเนินการในช่วงต้นปี 2559 อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ตามเกณฑ์ LEED-NDในการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจในอนาคตจะต้องเพิ่มปริมาณอาคารสำนักงาน โรงแรม ร้านอาหาร เซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์สถานบันเทิง และที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ เช่นที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกระดับรายได้ (Affordable Housing) และคอนโดมิเนียมหรืออาคารชุดโดยกำหนดทำเลที่ตั้งให้ผสมผสานตามสัดส่วนที่กำหนด

บรรยากาศของย่านพาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยในพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานี

ที่มา: คุณเวชยันต์ ช้างรักษา


โครงการ AECAQUARE เพื่อการพัฒนาพาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยที่ระหว่างการก่อสร้างในพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจ

ที่มา : คุณเวชยันต์ ช้างรักษา

ข้อเสนอโครงการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานี

เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีสามารถรองรับการลงทุน เพิ่มการสร้างงานและการจ้างงานผู้เขียนจึงขอเสนอให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนและลงทุนออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจรอบสถานีรถไฟจังหวัดอุดรธานีและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพ จำนวน 3 โครงการ ดังต่อไปนี้

1.โครงการศูนย์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบอินโดจีน(Indo-China Multimodal Transportation Center Plan) บริเวณสถานีรถไฟจังหวัดอุดรธานีเพื่อรองรับการเปิดบริการรถไฟฟ้าความเร็วสูงและส่งเสริมการเชื่อมต่อการเดินทางภายในจังหวัดอุดรธานีภายในภาคตะวันอกเฉียงเหนือตอนบนสนับสนุนการเชื่อมต่อการเดินทางกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์ และสาธารณรัฐประชาชนจีน

2.โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนจังหวัดอุดรธานี(Udon Thani Mass Transit Development Plan) โดยการลงทุนรถไฟฟ้ารางเบาขนาดเล็กบนผิวทาง(Streetcar/Tram) เชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนภายในพื้นที่เทศบาลนครอุดรธานีสนามบินนานาชาติอุดรธานี และศูนย์การกระจายสินค้าจังหวัดอุดรธานีในอนาคต

3.โครงการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีโดยใช้พื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟจังหวัดอุดรธานี โดยดำเนินการตามเกณฑ์ Transit-OrientedDevelopment Project : TOD เพื่อวางผังและออกแบบปรับปรุงพื้นที่รอบสถานีให้เป็นเมืองแห่งการเดินเป็นศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนระดับภูมิภาคหรือที่เรียกว่า “ศูนย์เศรษฐกิจอินโดจีน” และศูนย์ที่อยู่อาศัย

ประสบการณ์และความท้าทายในการเป็นผู้นำการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

ศูนย์เศรษฐกิจที่ได้รับการออกแบบปรับปรุงตามมาตรฐานและมีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจจะเป็นหน่วยเศรษฐกิจที่สนับสนุนให้ประเทศผ่านพ้นไปสู่การเป็นประเทศทีมีรายได้สูงหรือเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเนื่องจากศูนย์เศรษฐกิจมีสภาพเป็นหน่วยการผลิตและหน่วยการบริการเป็นแหล่งของการสร้างงานและการจ้างงานที่สร้างมั่นคงด้านรายได้แก่ประชาชนทุกระดับศูนย์เศรษฐกิจระดับเมือง ภาคและภูมิภาคคือหน่วยเศรษฐกิจที่เพิ่มโอกาสและความสามารถในการเข้าถึงแหล่งงานโครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรที่รัฐได้จัดไว้ ในขณะเดียวกันศูนย์เศรษฐกิจได้ทำหน้าที่ในการลดการเคลื่อนย้ายประชากร ลดความจำเป็นในการเดินทางและเพิ่มความเท่าเทียมในระบบเศรษฐกิจแก่ประชาชน

กรณีศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีสถานะในปัจจุบันได้รับการยอมรับว่า เป็นศูนย์เศรษฐกิจระดับภูมิภาคเป็นหน่วยการค้าปลีกสำคัญที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านและเป็นแหล่งดึงดูดให้เกิดการบริการอื่นๆ อาทิ การบริการลงทุน การบริการทางการเงินการบริการทางการแพทย์ การบริการท่องเที่ยว การบริการการเดินทางและการบริการศึกษาในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดข้างเคียงสภาพของศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีในขณะนี้จึงมีบทบาทการการให้บริการการลงทุนและการค้าปลีกที่มีขนาดและปริมาณที่มากกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษดังที่รัฐได้กำหนดไว้ดังนั้นจึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารประเทศและผู้บริหารเมืองที่จะพิจารณาต่อยอดให้เกิดการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์ดังกล่าวให้ได้มาตรฐานเป็นตัวแทนของศูนย์เศรษฐกิจระดับภูมิภาคของประเทศที่สามารถนำไปเป็นแบบอย่างสำหรับการพัฒนาในพื้นทีอื่นๆต่อไป

เอกสารอ้างอิง

Form Based Codes Institute, Form-Based CodesDefined: Available from

formbasedcodes.org/definition

U.S Green Building, LEED for NeighborhoodDevelopment: Available from

w.usgbc.org/Docs/Archive/General/Docs6423.pdf

U.S. Environmental protection Agency, 2014,Smart Growth: Available from

http://www.epa.gov/smartgrowth/




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2558    
Last Update : 2 ธันวาคม 2558 21:04:17 น.
Counter : 748 Pageviews.  

(ที่พิษณุโลก) แผนยุทธศาสตร์พิษณุโลก 2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน


แผนยุทธศาสตร์พิษณุโลก2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน

หมายเหตุ มีไฟล์บทความให้ Download ท้ายบทความครับ


ประวัติและความจำเป็นในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์

โครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก กรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมกับจังหวัดพิษณุโลกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เทศบาลนครพิษณุโลก สภาพลเมืองจังหวัดพิษณุโลกหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก สมาคม ATSME จังหวัดพิษณุโลกสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก และสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทยได้ยกร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ภายใต้ชื่อ “พิษณุโลก 2020เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน” เพื่อเป็นกรอบและแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและจังหวัดพิษณุโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืนสร้างรูปแบบการพัฒนาให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล

โดยจังหวัดพิษณุโลกได้จัดตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พิษณุโลก2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน ในเดือนพฤศจิกายน 2558 ทำหน้าที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนงานโครงการ ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานให้เติบโตอย่างยั่งยืน




นโยบายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์

เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามนโยบายของรัฐบาลมีความคุ้มค่ามีศักยภาพในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วและมีความยั่งยืน คณะกรรมการขับเคลื่อนฯจึงได้เสนอรัฐบาลพิจารณาแผนงานโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคและการลงทุนทางเศรษฐกิจตามแผนยุทธศาสตร์ “พิษณุโลก 2020เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน” ดังนี้

1.โครงการศูนย์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบจังหวัดพิษณุโลก (Phitsanulok MultimodalTransportation Center Project) บริเวณสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ – พิษณุโลก – เชียงใหม่เทศบาลนครพิษณุโลกมีเป้าหมายพัฒนาเป็นศูนย์เชื่อมต่อการเดินทางของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและของจังหวัดพิษณุโลก

2.โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนจังหวัดพิษณุโลก (Phitsanulok Mass TransitSystem Development Project) พื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลกมีเป้าหมายเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างศูนย์เศรษฐกิจด้วยระบบขนส่งมวลชน

3.โครงการศูนย์การพัฒนาพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก (Phitsanulok EconomicDevelopment Center Project) เป็นศูนย์เศรษฐกิจ (Economic Center) จำนวน 44 ศูนย์มีเป้าหมายพัฒนาเป็นศูนย์พาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยให้มีชีวิตชีวาทางเศรษฐกิจเป็นแหล่งจ้างงานและสร้างงานที่มีความแข็งแกร่งมีศักยภาพในการกระจายรายได้สำหรับประชาชนทุกกลุ่มอาชีพและระดับทางสังคม

4.โครงการศูนย์พาณิชยกรรมและโลจิสติกส์ภาคเหนือตอนล่าง (Lower-Northern RegionalLogistics Center Project) ตั้งบริเวณบ้านบึงพระ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกมีเป้าหมายรวมศูนย์การขนส่งสินค้าและคลังสินค้าของภาคเหนือตอนล่างและของจังหวัดพิษณุโลกด้วยการขนส่งทางราง การขนส่งทางถนน และการขนส่งทางอากาศสนับสนุนให้ภาครัฐและภาคเอกชนลงทุนด้านการคลังและการกระจายสินค้าและการบริหารจัดการขนส่งสินค้าภายในพื้นที่ของศูนย์ซึ่งได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคไว้อย่างครบครัน

5.โครงการเขตอุตสาหกรรมนวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพรจังหวัดพิษณุโลก(Phitsanulok Food and Herb Product Innovation Project) ตั้งบริเวณบ้านบึงพระ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกมีเป้าหมายส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับกลางถึงสูงในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปการเกษตร และผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้เข้าใช้พื้นที่เขตอุตสาหกรรมซึ่งมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค และหน่วยบริการพาณิชยกรรมที่ทันสมัยโดยได้รับสิทธิและประโยชน์ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกำหนด

6.โครงการเขตนวัตกรรมการผลิตและการวิจัยจังหวัดพิษณุโลก (Phitsanulok Research andDevelopment for Product Innovation Center Project) ในพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยนเรศวรและมหาวิทยาลัยพิษณุโลกมีเป้าหมายยกระดับการใช้ที่ดินรอบมหาวิทยาลัยให้เป็นหน่วยการวิจัยและพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีการฝึกอบรมสำหรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตและบริการขั้นสูงเพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและจังหวัดพิษณุโลก



7.โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE Industry Project) มีเป้าหมายสร้างความพร้อมในการรองรับการเป็นศูนย์ไมซ์ของภาคเหนือตอนล่าง(Lower-NorthernRegion for MICE Hub) ศูนย์การประชุมนานาชาติและศูนย์การแสดงสินค้าจังหวัดพิษณุโลก (Phitsanulok Conventionand Exhibition Center) สนับสนุนธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยวและการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและการพำนักระยะยาว

8.โครงการพัฒนาบึงราชนกให้เป็นสวนสาธารณะระดับภาค (Regional Park) อำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลกเพื่อเป็นที่ตั้งของศูนย์นันทนาการประเภทสวนสาธารณะและสถานที่สาธารณะระดับภาคศูนย์การประชุมและแสดงสินค้า ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และสวนพฤกษศาสตร์นานาชาติ เป็นศูนย์การนันทนาการและการเรียนรู้ทางธรรมชาติ นิเวศและสภาพแวดล้อมของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

9.โครงการยกระดับสนามบินพิษณุโลกเป็นสนามบินนานาชาติ (Phitsanulok InternationalAirport) มีเป้าหมายการพัฒนาให้ตอบสนองการเดินทางของนักธุรกิจนักท่องเที่ยว และนักเดินทางระหว่างประเทศ และเป็นศูนย์การขนส่งสินค้าทางอากาศระดับภูมิภาคสนามบินนานาชาติพิษณุโลกจะมีบทบาทเป็นศูนย์การเดินทางในระดับนานาชาติของภาคเหนือภายในปี2030

10.โครงการพิษณุโลกเมืองแห่งพลังงานหมุนเวียนและการจัดการขยะครบวงจร(Phitsanulok: The City of Recycling) มีเป้าหมายพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและมลภาวะด้วยเทคโนโลยีการผลิตและแปรรูปขยะให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่และการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน

11.โครงการพิษณุโลกเมืองเป้าหมายการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและผู้สูงวัย (Phitsanulok: Destinationof Health and Aging Tourism) มีเป้าหมายพัฒนาจังหวัดพิษณุโลกให้เป็นจุดหมายปลายการท่องเที่ยวด้านการพำนักระยะยาวการพักฟื้น และการอยู่อาศัยของผู้สูงวัยด้วยการสร้างศูนย์สุขภาพและระบบการจัดการสุขภาวะที่ได้มาตรฐานตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร

12.โครงการพิษณุโลก มหานครแห่งการสร้างสรรค์ (Phitsanulok CreativeCity) เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีนมีเป้าหมายในการเชื่อมโยงภูมิทัศน์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ด้วย Creative Hub ยกระดับจังหวัดพิษณุโลกเป็นเมืองสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผสมผสานการคิดค้นนอกกรอบภูมิปัญญา และจินตนาการที่มุ่งสู่การสร้างความแตกต่าง ความโดดเด่นและมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์และบริการ

คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ จะเดินหน้าพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์ “พิษณุโลก 2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน” ในรูปแบบต่าง ๆร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ(กรอ.กลาง) กองทัพภาคที่ 3 และรัฐบาลเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายต่อไป

คณะกรรมการการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พิษณุโลก2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน

……………………………………..

สามารถ Download (โฟลเดอร์) ข้อมูลบทความนี้และแผ่นพับเผยแพร่ "ยุทธศาสตร์พิษณุโลก 2020เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน" ได้ที่ลิ้งก์

https://mega.nz/#F!pwQmFbZZ!7QuZvljr6XWMgjM5fQ_5Sg

หรืออีกช่องทาง Download File

บทความ แผนยุทธศาสตร์พิษณุโลก 2020เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีนpdf

แผ่นพับเผยแพร่ แผ่นที่ 1

แผ่นพับเผยแพร่ แผ่นที่ 2




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2558 21:19:11 น.
Counter : 942 Pageviews.  

การออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจตอนที่ 1 การวางแผนและปัจจัยด้านเศรษฐกิจ


การออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจตอนที่ 1 การวางแผนและปัจจัยด้านเศรษฐกิจ

ฐาปนา บุณยประวิตรสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทยและสมาคมการผังเมืองไทย

Thapana.asia@gmial.com/ www.asiamuseum.co.th/ www.smartgrowththailand.com




ทัศนียภาพศูนย์พาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยหรือศูนย์เศรษฐกิจใหม่ย่านลำลูกกาของการเคหะแห่งชาติ

ขอบคุณภาพจากการเคหะแห่งชาติ


บทนำ

บทความการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจตอนที่ 1 แนวทางการวางแผนและปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ผู้เขียนต้องการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจทุกระดับไม่ว่าจะเป็นศูนย์เศรษฐกิจระดับย่าน ระดับเมือง และระดับภาคเนื่องจากศูนย์เศรษฐกิจดังกล่าวมีความสัมพันธ์ผูกโยงกับระบบเศรษฐกิจของท้องถิ่นและของประเทศเป็นแหล่งจ้างงานและสร้างงานให้กับประชาชนทุกระดับรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนตั้งแต่ระดับรากหญ้าจนถึงระดับสูง หากศูนย์เศรษฐกิจขาดศักยภาพ ไร้สมรรถนะในการจ้างงานไม่เติบโต หรือไม่สามารถเป็นที่พึ่งพิงทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนแล้วจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศแม้รัฐบาลจะลงทุนก่อตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือเขตพื้นที่พัฒนาใหม่ขึ้นมาอีกกี่แห่งก็ตามก็ไม่อาจกระตุ้นให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงได้


การเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth) มองเห็นความสำคัญของศูนย์เศรษฐกิจด้วยประสบการณ์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาและของหลายๆประเทศได้ชี้ให้เห็นว่า ทุกแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ประกาศใช้นั้นจะบังเกิดผลเชิงบวกต่อประชาชนทุกระดับรายได้และมีการกระจายผลประโยชน์ออกไปทั่วทุกภูมิภาครัฐฯจะต้องวางผังและออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจที่มีอยู่แล้วให้มีศักยภาพสูงสุดไปพร้อมกัน ซึ่งอาจใช้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับประเทศผ่านหน่วยงานจากส่วนกลาง และใช้แผนยุทธศาสตร์ระดับเมืองผ่านเทศบาลเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนนโยบายทางกายภาพและการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาใช้ข้อตกลงร่วมเป็นเครื่องชี้ทิศธงนำให้หน่วยงานภาครัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและออกมาตรการด้านผังเมืองพร้อมมอบสิทธิประโยชน์ชักจูงให้ภาคธุรกิจเอกชนลงทุนหรือขยายการลงทุนโดยมุ่งหวังให้เกิดการสร้างงานและจ้างงานภายในพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจตามแผนการที่วางไว้


กรณีของประเทศไทย สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย (Smart Growth Thailand Research Institute) ได้ริเริ่มนำประสบการณ์พัฒนาศูนย์เศรษฐกิจจากประเทศสหรัฐฯประยุกต์ใช้ โดยเบื้องต้นได้ดำเนินการร่วมกับภาคส่วนต่างๆในจังหวัดพิษณุโลกและเทศบาลนครภูเก็ตจัดทำแนวทางการพัฒนาและร่วมกันออกแบบยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ซึ่งบทความตอนที่ 1 นี้จะได้สรุปผลประโยชน์ที่ได้รับจากการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจการกำหนดบทบาทของศูนย์เศรษฐกิจ และแนวทางในการวางแผนพัฒนา สำหรับบทความตอนที่ 2 ตอนที่ 3 และตอนที่ 4 จะได้กล่าวถึงแนวทางในการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูทางกายภาพการบริหารจัดการศูนย์เศรษฐกิจ และรายละเอียดกระบวนการออกแบบปรับปรุงศูนย์ส่วนตอนที่ 5 และ 6จะได้นำกรณีศึกษาการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจของจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุดรธานีและเทศบาลนครภูเก็ตเสนอต่อไป


ประโยชน์ที่ได้จากการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจ

อาจจำแนกผลประโยชน์ของศูนย์เศรษฐกิจออกเป็น 2 ส่วนโดยส่วนแรกเป็นผลประโยชน์ด้านการพัฒนาเมืองและสภาพแวดล้อม และส่วนที่สองเป็นผลประโยชน์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจรายละเอียดสรุปได้ดังนี้


ผลประโยชน์ด้านการพัฒนาเมืองและสภาพแวดล้อม

กฎหมายผังเมือง Form-BasedCodes และเกณฑ์ LEED-ND กล่าวไว้อย่างชัดแจ้งโดยกำหนดให้ทุกเมืองที่ได้รับการออกแบบต้องมีศูนย์เศรษฐกิจที่มีขอบเขตที่เด่นชัดสามารถจำแนกพื้นที่เมืองตาม The Transect เป็นพื้นที่ใจกลางเมือง (T6 หรือ urban core) พื้นที่พาณิชยกรรมเมือง (T5 หรือ urban commercial) และพื้นที่ที่อยู่อาศัยผสมผสานพาณิชยกรรม(T4 หรือ general urban) ได้ โดยการจำแนกเนื้อเมืองออกเป็นส่วนๆจะทำให้เกิดความสะดวกในการกำหนดบทบาทและสามารถวางแผนการพัฒนาเพื่อให้เมืองมีความพร้อมสามารถตอบสนองต่อการอยู่อาศัยการประกอบการในเชิงพาณิชย์ และการนันทนาการได้สำหรับผลประโยชน์ในด้านการพัฒนาเมืองและสภาพแวดล้อม ประกอบด้วย

· การจำแนกพื้นที่เมืองออกจากพื้นที่อนุรักษ์และสงวนรักษา ประโยชน์ที่มองเห็นได้ชัดคือการปกป้องพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ธรรมชาติจากการรุกล้ำของเมืองและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่มีภารกิจเกี่ยวกับการเกษตรและการสงวนรักษาพื้นที่ธรรมชาติการกำหนดขอบเขตพื้นที่เมืองที่เด่นชัดนี้เป็นการลดการกระจัดกระจายของเมืองที่ดีมากอีกวิธีหนึ่งซึ่งหลายๆ เมืองได้นำมาใช้

· การจำแนกบทบาทพื้นที่เมืองเพื่อความสะดวกการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ตัวอย่างเช่นในพื้นที่ใจกลางเมืองและพาณิชยกรรมเมือง รัฐฯมีความจำเป็นในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆไว้เพื่อให้บริการแก่ภาคธุรกิจการค้าและเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีความเข้มข้นในขณะที่พื้นที่อยู่อาศัยอาจไม่จำเป็นจะต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานบางชนิดที่ประชาชนไม่มีความจำเป็นต้องใช้ทำให้เมืองประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนและการดูแลรักษา

· การกำหนดนโยบายความหนาแน่นและความเข้มข้นกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดินและอาคารได้อย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีความคุ้มค่า ดังตัวอย่างการอนุญาตให้พื้นที่ใจกลางเมืองและพาณิชยกรรมเมืองสามารถก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่หรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษหรืออาคารสูงเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการจ้างงานซึ่งอาจกำหนดให้มีความเข้มข้นของกิจกรรมเศรษฐกิจหรือการผสมผสานกิจกรรมการใช้อาคารได้อย่างหลากหลายเอื้ออำนวยให้เกิดเครือข่ายทางธุรกิจในพื้นที่ศูนย์บริเวณเดียวกันได้

· มีความสะดวกต่อการพัฒนาพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจให้เป็นเมืองแห่งการเดิน(Walkable City) เนื่องจากพื้นที่ศูนย์ที่ได้รับการออกแบบจะมีความกระชับมีพื้นที่อาคารต่อเนื่องกัน โดยหน่วยบริการค้าปลีกการบริการและที่อยู่อาศัยจะตั้งอยู่ใกล้เคียงกันหรือมีความสามารถในการเดินถึงกันดังนั้นจึงมีโอกาสในการปรับปรุงพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจให้เป็นเมืองแห่งการเดินที่มีความสมบูรณ์ได้

· มีความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ใจกลางศูนย์เศรษฐกิจเป็นที่ตั้งของศูนย์กระจายการเดินทางเนื่องจากพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจมีประชากรอยู่อาศัยและมีการประกอบการเศรษฐกิจอย่างหนาแน่นจึงมีความคุ้มค่าในการลงทุนระบบขนส่งมวลชนและสถานีขนส่งมวลชนอีกทั้งพื้นที่ภายในศูนย์เศรษฐกิจจะมีกิจกรรมการใช้ที่ดินที่หลากหลายประชาชนมีความต้องการในการเดินทางตลอดเวลาของการทำงาน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของระบบขนส่งมวลชนที่จะได้รับผู้เดินทางในแต่ละช่วงเวลาและมีความสม่ำเสมอไม่เฉพาะแต่ช่วงเวลาเช้าและเย็น นอกจากนั้นประชาชนที่อยู่อาศัยและประกอบกิจการในพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจยังจะมีโอกาสเข้าถึงและใช้บริการขนส่งสาธารณะมากกว่าประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ภายนอกศูนย์ทั้งในแง่ของการมีทิศทางการให้บริการขนส่งมวลชนที่หลากหลายและมีความถี่ของการให้บริการที่มากกว่าผลประโยชน์ในข้อนี้ ยังไม่รวมถึงโอกาสในการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนจากสองพื้นที่ดังที่ได้กล่าวแล้วซึ่งแน่นอนที่สุด ประชาชนที่อยู่อาศัยภายในศูนย์เศรษฐกิจจะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากกว่ารวมทั้งยังมีความจำเป็นในการครอบครองรถยนต์ส่วนบุคคลและมีความจำเป็นในการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลน้อยกว่าอีกด้วย

· ผลประโยชน์จากการลดการค่าใช้จ่ายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและค่าใช้จ่ายการให้บริการประชาชนหากเมืองไม่มีขอบเขตของศูนย์เศรษฐกิจผู้บริหารเมืองจะไม่สามารถทราบได้ว่าพื้นที่ใดควรลงทุนหรือไม่ควรลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะเดียวกันในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1ยูนิตสำหรับพื้นที่ศูนย์จะมีความคุ้มค่ามากกว่าการลงทุนในพื้นที่นอกศูนย์ ทั้งนี้ เนื่องจากภายในศูนย์มีประชากรอยู่อาศัยและใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานในจำนวนที่มากกว่าต้นทุนต่อหน่วยจึงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับต้นทุนที่รัฐต้องให้บริการแก่ประชากรภายนอกศูนย์

ผลประโยชน์ด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

การลงทุนประกอบการทางธุรกิจทุกประเภทต้องการผลกำไรและการประกอบการที่ได้รับผลประโยชน์ในเชิงบวก

ซึ่งผลกำไรที่ได้จะกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการจ้างงานและห่วงโซ่การผลิตและการบริการของเครือข่ายการค้าโดยจะตกกระทบถึงประชาชนในที่สุด เพื่อให้เกิดความมั่งคั่งในระบบเศรษฐกิจและเมืองมีทิศทางการลงทุนที่ถูกต้องผู้บริหารเมืองจึงมีภารกิจในการสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมกับภาคเอกชนโดยต้องใช้ทุกกลยุทธ์ในการทำความเข้าใจและแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่สำคัญคือ ต้องกระตุ้นให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาดังที่ได้ร่วมกันวางไว้ดังนั้น เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการลงทุนและเศรษฐกิจมีการขยายตัว พื้นที่เมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจได้รับมูลค่าเพิ่มจากการประกอบการธุรกิจจากการใช้ประโยชน์ที่ดินจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เมืองต้องปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจเพื่อตอบสนองต่อการประกอบการเพื่อให้ศูนย์เศรษฐกิจเป็นพื้นที่ขับเคลื่อนการพัฒนาและประชาชนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงสำหรับผลประโยชน์ของศูนย์เศรษฐกิจต่อการพัฒนา มีดังต่อไปนี้

·

  • · การกำหนดประเภทและขนาดการลงทุน รัฐสามารถกำหนดประเภทและขนาดการลงทุนการประกอบการในแต่ละพื้นที่ให้มีความสอดคล้องกับขนาดความสามารถของทรัพยากรและสามารถใช้ประเภทกิจกรรมและขนาดการลงทุนทางธุรกิจเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้

  • · การกำหนดทิศทางการลงทุนรัฐสามารถกำหนดทิศทางการลงทุนและทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจได้จากการวางยุทธศาสตร์ศูนย์เศรษฐกิจสามารถนำข้อมูลการลงทุนและการวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจใช้ในการวางแผนพัฒนาด้านต่างๆได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพิจารณาการใช้งบประมาณเพื่อการลงทุนและการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน และการเสริมสร้างความสามารถการแข่งขันให้กับภาคการประกอบการเป็นต้น

  • · การสร้างความสามารถในการแข่งขัน ในการกำหนดยุทธศาสตร์ศูนย์เศรษฐกิจรัฐและเอกชนสามารถสร้างเครือข่ายและพันธมิตรทางการค้าให้มีความแข็งแกร่งได้ด้วยการสร้างระบบห่วงโซ่ด้านการผลิตและการวิจัยและพัฒนา การแบ่งปันทรัพยากรและการใช้ความเชี่ยวชาญของแต่ละกิจการให้เกิดประโยชน์ในการลดต้นทุนการผลิตและการขยายเครือข่ายการค้าการลงทุนให้ครอบคลุมทุกส่วนของตลาดหรือสามารถเป็นผู้นำในตลาดที่ได้กำหนดเป้าหมายไว้

  • · การให้สิทธิประโยชน์รัฐสามารถใช้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนและการประกอบการทั้งสิทธิประโยชน์ด้านการผังเมืองสิทธิประโยชน์ด้านการเงินและการคลัง หรือสิทธิประโยชน์ทางการค้ารูปแบบต่างๆเพื่อกระตุ้นการลงทุน ขยายการลงทุน และพัฒนาการประกอบการด้วยนวัตกรรมได้ภายในพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจ

จะเห็นได้ว่าศูนย์เศรษฐกิจมีคุณประโยชน์อย่างมากทั้งต่อการพัฒนาเมืองและสภาพแวดล้อมและต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารประเทศและผู้บริหารเมืองที่ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจในทุกระดับให้เกิดผลที่สามารถมองเห็นได้อย่างเด่นชัด


การกำหนดบทบาทศูนย์เศรษฐกิจ

บทบาทหน้าที่ในปัจจุบันและบทบาทใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตของพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับการปรับปรุงฟื้นฟูเป็นศูนย์เศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยแรกที่ต้องนำมาพิจารณาเนื่องจาก บทบาทจะเป็นเครื่องชี้หน้าที่ของศูนย์ที่จะต้องปรับปรุงในอนาคต ทั้งนี้บทบาทและหน้าที่ของศูนย์เศรษฐกิจแบ่งออกเป็น


บทบาทศูนย์เศรษฐกิจระดับย่าน

ศูนย์เศรษฐกิจระดับย่านอาจมีขอบเขตหน้าที่จำกัดตามขนาดและเอกลักษณ์ของพื้นที่โดยทั่วไป ศูนย์เศรษฐกิจระดับย่านจะมีความเชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจเฉพาะด้านมีกิจกรรมที่โดดเด่นอย่างใดอย่างหนึ่งแต่มีการผสมผสานกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดินที่หลากหลายและมีความสัมพันธ์ต่อกันในทางผังเมือง Smart Growth America ได้จัดแบ่งศูนย์เศรษฐกิจระดับย่านออกเป็น4 ประเภท ประกอบด้วย

  • · ศูนย์เศรษฐกิจประเภทสถาบันการศึกษา ศูนย์ดังกล่าวจะมีกิจกรรมการศึกษาการวิจัยและพัฒนา การฝึกอบรมซึ่งผสมผสานกิจกรรมพาณิชยกรรมขนาดเล็กและการอยู่อาศัยเข้าด้วยกันโดยปกติศูนย์ประเภทสถาบันการศึกษามักจะมีมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่ตั้งเป็นพื้นที่ใจกลาง

  • · ศูนย์เศรษฐกิจประเภทนันทนาการ ได้แก่ศูนย์เศรษฐกิจที่ทำหน้าที่บริการการท่องเที่ยว การบันเทิง และการพักผ่อนหย่อนใจที่โดดเด่นมากประกอบด้วย ศูนย์พาณิชยกรรมและนันทนาการริมน้ำ (Waterfront) ศูนย์พาณิชยกรรมและการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์หรือการท่องเที่ยวทางธรรมชาติหรือศูนย์พาณิชยกรรมและการประชุมหรือแสดงสินค้าหรือกาสิโน เป็นต้น

  • · ศูนย์เศรษฐกิจประเภทการผลิต ได้แก่ศูนย์อุตสาหกรรมและกิจกรรมการผลิตเฉพาะด้าน เช่น ศูนย์อุตสาหกรรมแบบคลัสเตอร์ศูนย์อุตสาหกรรมท้องถิ่นหรือหัตถกรรมชุมชน นิคมอุตสาหกรรม ศูนย์การกระจายสินค้าและเขตอุตสาหกรรมรายสาขาที่ตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐ

  • · ศูนย์เศรษฐกิจประเภทหน่วยพาณิชยกรรมชานเมือง ได้แก่ศูนย์พาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยที่ตั้งเกาะอยู่ตามสถานีขนส่งและชุมชนที่ตั้งบริเวณชุมทางโครงข่ายคมนาคมศูนย์เศรษฐกิจประเภทนี้จะทำหน้าที่เป็นหน่วยพาณิชยกรรมย่อยให้กับศูนย์เศรษฐกิจระดับเมือง


ทัศนียภาพเขตอุตสาหกรรมนวัตกรรมอาหารและสมุนไพรจังหวัดพิษณุโลกตามแผนยุทธศาสตร์พิษณุโลก2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน

ขอบคุณภาพจากสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย

บทบาทศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและระดับเมือง

ศูนย์เศรษฐกิจระดับเมืองและระดับภาคทำหน้าที่ในการรวบรวมความเชี่ยวชาญและความโดดเด่นของศูนย์เศรษฐกิจ

ระดับย่านหลายๆ แห่งเข้าไว้ด้วยกัน อาจปรากฏบทบาทของศูนย์ใดศูนย์หนึ่งที่มีความโดดเด่นและใช้เป็นบทบาทหน้าที่หลักของเมืองก็ได้สำหรับศูนย์ระดับภาคมักจะมีบทบาทที่เด่นชัดเฉพาะด้านซึ่งคล้ายกับศูนย์เศรษฐกิจระดับย่านเพียงแต่มีขนาดของเศรษฐกิจและขอบข่ายการบริการที่กว้างขวางมากกว่า และมักจะมีขอบเขตความสัมพันธ์ทางการค้ากับต่างภูมิภาคหรือกับต่างประเทศSmart Growth America ได้แบ่งศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและระดับเมืองไว้ 2 ประเภท ประกอบด้วย

  • · ศูนย์เศรษฐกิจใจกลางเมืองหรือศูนย์กลางเมือง (Downtown) ศูนย์เศรษฐกิจใจกลางเมืองอาจจัดอยู่ในประเภทศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคหรือระดับเมืองก็ได้ขึ้นอยู่กับขนาดและความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการบริหารจัดการเมืองศูนย์เศรษฐกิจใจกลางเมืองจะมีความเข้มข้นของหน่วยบริหารจัดการเมือง สถาบันและองค์กรสำคัญ โดยมีสัดส่วนที่อาจเท่าๆ กับกิจกรรมในเชิงพาณิชย์หลายศูนย์เศรษฐกิจใจกลางเมืองจะเป็นที่ตั้งของสำนักงานที่ว่าการเมือง พิพิธภัณฑ์สถานที่สาธารณะขนาดใหญ่ และโบราณสถานหรือย่านอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์

  • · ศูนย์เศรษฐกิจที่เป็นศูนย์พาณิชยกรรมเมือง (Urban Center) อาจจัดเป็นศูนย์เศรษฐกิจในระดับภาคและระดับเมืองก็ได้โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกใช้เพื่อกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ทั้งกิจกรรมการค้าปลีก สำนักงานการบริการ และการอยู่อาศัย โดยทั่วไปแล้วหากศูนย์ดังกล่าวมีความสัมพันธ์ทางการค้าภายในพื้นที่เมืองหรือระหว่างเมืองภายในประเทศและมีขนาดกิจกรรมเศรษฐกิจที่ไม่มีความโดดเด่นมากนักก็จะจัดให้เป็นศูนย์เศรษฐกิจระดับเมือง แต่หากศูนย์ดังกล่าวมีความโดดเด่นในกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายกิจกรรมและมีความสัมพันธ์กับเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศก็จะจัดเป็นศูนย์เศรษฐกิจระดับภาค ศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคที่สำคัญมักจะเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของกิจการข้ามชาติกิจกรรมสถาบันการเงิน และกิจกรรมค้าข่ายระหว่างประเทศ

การวางแผนพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจ

การเติบโตอย่างชาญฉลาดแบ่งการวางแผนศูนย์เศรษฐกิจออกเป็น 3 ขั้นตอนประกอบด้วย การศึกษาข้อมูลเพื่อวิเคราะห์การวางแผนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจและการนำแผนยุทธศาสตร์ลงสู่การปฏิบัติและการประเมินผล รายละเอียดสรุปได้ดังนี้

การศึกษาข้อมูลเพื่อวิเคราะห์การวางแผน

การเติบโตอย่างชาญฉลาดเสนอให้นำเอาวิธีการศึกษาการวางผังภาคและเมืองทั้งหมดใช้วิเคราะห์เพื่อการวางแผนโดยให้แบ่งปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลโดยตรงต่อการวางผังและการออกแบบศูนย์เศรษฐกิจออกเป็น4 ส่วนประกอบด้วย

· ปัจจัยด้านการเชื่อมโยงของระบบเศรษฐกิจระดับภาคและระดับภูมิภาคโดยสรุปอิทธิพลและปัจจัยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ให้มุ่งการศึกษาไปที่ประเภทกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงของกิจกรรมเศรษฐกิจซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างความสัมพันธ์ในรูปของเครือข่ายการค้าในอนาคต

  • · ปัจจัยด้านกายภาพโดยสรุปองค์ประกอบด้านกายภาพที่ส่งผลทางตรงต่อการจัดการทรัพยากรการใช้ประโยชน์ที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมและขนส่งและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันและที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ให้ศึกษาเชิงลึกด้านความสามารถในการรองรับของทรัพยากรที่มีอยู่ และหาค่าความสามารถการรองรับจำแนกตามประเภทและขนาดของกิจกรรมเศรษฐกิจในอนาคต

  • · ปัจจัยด้านประชากรและการจ้างงานโดยสรุปลักษณะการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและโอกาสการเติบโตในอนาคตจำแนกเป็นการเปลี่ยนแปลงประชากรและการจ้างงานตามธรรมชาติกรณีไม่มีการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจกับการเปลี่ยนแปลงกรณีมีการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจ

  • · ปัจจัยด้านแผนงานโครงการของภาครัฐและภาคเอกชนโดยสรุปอิทธิพลและปัจจัยกระตุ้นที่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ของศูนย์เศรษฐกิจในอนาคต

การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจ

ให้เริ่มด้วยการบูรณาการปัจจัย 4ด้านจากการศึกษา พยายามสรุปตัวแปรหลักและรองที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพร้อมข้อค้นพบที่ได้หรือวิธีปฏิบัติที่ดี (best practice) ที่ได้จากวางผังและการออกแบบศูนย์เศรษฐกิจของประเทศต่างๆนำมาจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนา โดยแบ่งกระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ออกเป็น 3 ขั้นตอนดังนี้

  • · การนำเสนอผลการบูรณาการปัจจัยกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเริ่มจากการให้ความรู้แนวคิดและทฤษฎีการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเมืองได้แก่เกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart GrowthPrinciples) เกณฑ์ความเป็นผู้นำการออกแบบด้านพลังงานและการรักษาสภาพแวดล้อมระดับย่าน (LEED-ND) และกฎหมายผังเมือง Form-Based Codes ต่อจากนั้นให้กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้สรุปผลการบูรณาการกับแนวคิดและทฤษฎีการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเมืองสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น เจ้าของที่ดินในพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจนักลงทุน และตัวแทนชุมชนหรือตัวแทนองค์กรประชาชน

  • · การจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจ ประกอบด้วยการร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียวิเคราะห์โอกาสและข้อจำกัดในการพัฒนาการวิเคราะห์หาจุดแข็งด้านต่างๆ ของพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจ และการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้วยการระบุตำแหน่งของศูนย์ในตลาด (Market Positioning) ความท้าทายในการแข่งขันของศูนย์การปัจจัยสนับสนุนการสร้างขัดความสามารถการแข่งขันของศูนย์การคัดเลือกกิจกรรมเศรษฐกิจที่ศูนย์มีโอกาสในการเป็นผู้นำในตลาดหรือมีโอกาสการเติบโตในอนาคตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน

  • · การทดสอบแผนยุทธศาสตร์ ด้วยเทคนิคการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจโดยใช้เทคนิคการสร้างสถานที่ (Placemaking) เพื่อทำความตกลงในการลงทุนทางธุรกิจและการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเมืองตามเกณฑ์ LEED-ND และ Form-Based Codes โดยให้เจ้าของที่ดินและนักลงทุนกำหนดประเภทกิจกรรมธุรกิจที่จะลงทุนและให้ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐกำหนดประเภทโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการลงทุนทางธุรกิจและการพัฒนาทางกายภาพให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์พร้อมการจัดทำแผนปฏิบัติการ

การนำแผนยุทธศาสตร์ลงสู่การปฏิบัติ

เป็นการนำแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติซึ่งมีผู้นำของหน่วยงานส่วนท้องถิ่นเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนแผน แบ่งการ

ดำเนินงานออกเป็น 4 ขั้นตอนดังนี้

  • · การออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูทางกายภาพศูนย์เศรษฐกิจ ประกอบด้วยการศึกษารายละเอียดการออกแบบรายละเอียดด้านกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดิน การจัดแบ่งแปลงที่ดินการออกแบบโครงข่ายทางเดินและถนน การจัดวางที่ตั้งหน่วยบริการสำคัญ เช่นสถานีขนมวลชน ศูนย์การค้าปลีก ฯลฯ การอกแบบพื้นที่เศรษฐกิจสองข้างทางและการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานพร้อมสาธารณูปโภค เป็นต้น

  • · การลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานตามผลการออกแบบ เช่น โครงข่ายทางเดินและถนนโครงข่ายระบบระบายน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วม และระบบการจัดการมลภาวะและสุขาภิบาลเป็นต้น

  • · การจัดทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์กระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน และการลงทุนของภาคเอกชนที่ได้ทำความตกลงไว้แล้ว

  • · การประเมินผลการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนทางเศรษฐกิจโดยตัวแทนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจ

สรุป

บทความการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจตอนที่ 1 การวางแผนและปัจจัยด้านเศรษฐกิจผู้เขียนได้กล่าวถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจประเภทของศูนย์เศรษฐกิจ และแนวทางการวางแผนการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจโดยได้กล่าวเป็นภาพรวมซึ่งอาจจะยังไม่สามารถมองเห็นแนวทางการพัฒนาที่เด่นชัดมากนักแต่ในบทความตอนต่อไป ผู้เขียนจะลงลึกในรายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวทางในการวางผังและการออกแบบศูนย์เศรษฐกิจซึ่งจะอธิบายตามเกณฑ์จากแนวคิดที่ได้กล่าวอ้างไว้ขอให้ท่านที่สนใจรอติดตาม

เอกสารอ้างอิง

ฐาปนา บุณยประวิตร (2558) การออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเมืองด้วยการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนเล่มที่ 1

สำหรับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กรุงเทพฯ

Andress Duany and JeffSpeck, (2010) The Smart Growth Manual, McGraw-Hill: New York.

Urban Design Associates(2003) The Urban Design Handbook: Techniques and Working Methods,

W.W.Norton & Company,New York

U.S. EnvironmentalProtection Agency. 2009. Environmental Benefits Of Smart Growth

(Online).http://www.epa.gov/smartgrowth/topics/eb.htm, January 20, 2010.




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2558 12:37:06 น.
Counter : 1046 Pageviews.  

การปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและระดับเมือง: หนทางหลักสู่การสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของไทย



วงการผังเมืองของสหรัฐเมริกาได้พิสูจน์แล้วว่าปัจจัยที่แท้จริงในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความยั่งยืนนั้นต้องเกิดจากความแข็งแกร่งของศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและเมืองโดยศูนย์เศรษฐกิจดังกล่าวจะต้องมีศักยภาพในการจ้างงานและการสร้างงานในระดับสูงมีระบบทางกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการเชื่อมต่อทางกายภาพที่สนับสนุนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดคุ้มค่า โดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อมรวมทั้งความเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมและขนส่งที่ต้องให้ความสำคัญกับการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนและการขนส่งสินค้าด้วยการขนส่งทางรางซึ่งนับเป็นการเคลื่อนย้ายสินค้าและการเดินทางที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

สำหรับประเทศไทย ได้เวลาแล้วที่ต้องหันมาทบทวนการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจเสียใหม่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ที่การเติบโตของศูนย์พาณิชยกรรมกรุงเทพมหานครแต่เพียงอย่างเดียวแต่หัวเมืองขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ในพื้นที่ต่างจังหวัดจะต้องมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการเติบโตและสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจให้กับประเทศและเพื่อให้ศูนย์เศรษฐกิจทุกขนาดในพื้นที่ต่างจังหวัดเติบโตและมีศักยภาพอย่างแท้จริงในการหล่อเลี้ยงเส้นเลือดใหญ่ของประเทศจึงจำเป็นจะต้องนำแนวคิดและทฤษฎีการวางผังและการออกแบบเมืองมาประยุกต์ใช้และนี่คือภารกิจอันสำคัญของการเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth) กฎหมายผังเมืองForm-Based Codes และ LEED-ND ที่จะชี้นำให้ทุกท่านได้เข้าใจแนวทางออกแบบเมืองซึ่งเป็นฐานรากที่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจและแม่แบบของการเป็นเมืองสุขภาวะพบกับรายละเอียดการวางผัง การออกแบบเมือง การวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์เมืองและการกำหนดเจตนารมณ์ของศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและเมืองในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างจากการสัมมนาในครั้งนี้

การปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและระดับเมือง:หนทางหลักสู่การสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของไทย





วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 เวลา 09.00-16.00 น.คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมท๊อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก



จังหวัดพิษณุโลก

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง

คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พิษณุโลก2020 เขตเศรษฐกิจพิเศษสี่แยกอินโดจีน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก

สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย



ทัศนียภาพภายในเขตอุตสาหกรรมนวัตกรรมอาหารและสมุนไพรจังหวัดพิษณุโลกพื้นที่ Green Industryที่เป็น Walkable Community และแหล่งสร้างงานใหม่ของคนวัยหนุ่มสาวและผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กของภาคเหนือตอนล่าง

หลักการและเหตุผล

รัฐบาลได้กำหนดบทบาทจังหวัดภาคเหนือตอนล่างเป็นพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจตอนบนของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อการค้าการลงทุน การเดินทาง การขนส่งและการบริหารจัดการทรัพยากรซึ่งได้ให้จังหวัดตากเป็นพื้นที่ประสานการค้าชายแดนด้านทิศตะวันตกส่วนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือล่างเป็นพื้นที่บริการของภาคการผลิต การพาณิชย์ การบริการและการพัฒนานวัตกรรม โดยจังหวัดพิษณุโลกมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะ 20 ปีนั้นรัฐบาลได้วางแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่ง เช่น การลงทุนรถไฟฟ้าความเร็วสูงสายกรุงเทพ-เชียงใหม่ซึ่งมีสถานีตั้งอยู่บริเวณใจกลางจังหวัดพิษณุโลกรถไฟทางคู่สายแม่สอด-พิษณุโลก-มุกดาหารและการพัฒนาศูนย์โลจิสติกส์ระดับภาคของจังหวัดพิษณุโลกและอำเภอแม่สอด ทั้งนี้เพื่อรองรับการการลงทุนของภาคเอกชนและการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคตามโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาทิ โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) และโครงการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

จากบทบาทดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ภาคเหนือตอนล่างมีบทบาทสำคัญทั้งการเป็นศูนย์รวมของการเชื่อมต่อ (Connectivity Hub) การเดินทางและการขนส่งสินค้าและศูนย์การผลิตและการบริการเชิงพาณิชย์ (Commercial and Manufacturing Center) ที่สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพของการเชื่อมต่อและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าที่เข้าสู่กระบวนการห่วงโซ่การผลิตและการบริการทั้งนี้ ภาครัฐในฐานะของผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและวางแผนการใช้ทรัพยากรและภาคเอกชนในฐานะของผู้ขับเคลื่อนการลงทุนและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจจำเป็นจะต้องเตรียมความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อมทางกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างมีความสามารถสูงสุดในการบริหารจัดการผลผลิตให้เกิดมูลค่าและคุณค่าซึ่งจะทำให้พื้นที่ทั่วทั้งภาคมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน

ในการวางแผนด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานนั้นปัจจัยแรกที่จำเป็นจะต้องเร่งรัดดำเนินการได้แก่การปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจในระดับภาคและระดับเมือง โดยต้องวางแผนการใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจโดยเฉพาะกิจกรรมการผลิต การบริการ การขนส่ง และอยู่อาศัยของประชาชนด้วยการวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดินการคมนาคมและขนส่งให้เกิดการประหยัดการใช้พลังงานก่อให้เกิดมูลค่าในระบบการผลิตและการบริการ สำหรับการวางการใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นจำเป็นจะต้องกำหนดกิจกรรมการใช้ที่ดินที่ก่อให้เกิดมูลค่าสูงสุดและมีความคุ้มค่ามากที่สุดใช้นวัตกรรมในกระบวนการผลิตเพื่อประหยัดการใช้ที่ดินและทรัพยากร ในขณะเดียวกันแต่ละกิจกรรมจะต้องสอดประสานและสามารถพึ่งพาในระบบห่วงโซ่ได้โดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อมและคุณค่าที่ดีของพื้นที่ในส่วนของการคมนาคมและขนส่งจะต้องวางผังให้เกิดประสิทธิภาพในการเดินทางและการขนส่งมีความประหยัดด้วยการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพไม่ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะและการปล่อยก๊าซพิษออกสู่ชั้นบรรยากาศส่งเสริมระบบการขนส่งสาธารณะที่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชนและในภาคการผลิต

กรณีการวางแผนด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานระดับภาคและระดับเมืองของจังหวัดพิษณุโลกผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลกเสนอให้ปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจตามเกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด(Smart Growth Principles) ที่เรียกว่า ศูนย์การพัฒนาพื้นที่ (Urban Development Center) เพื่อยกระดับกายภาพเมืองและโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐานซึ่งได้แบ่งศูนย์การพัฒนาพื้นที่ออกเป็น ศูนย์การพัฒนาพื้นที่ใจกลางเมือง (Downtown Center) ทำหน้าที่เป็นศูนย์เศรษฐกิจในระดับภาค เป็นศูนย์รวมสถาบันสำคัญของรัฐและเอกชนศูนย์การพัฒนาพื้นที่พาณิชยกรรมเมือง (Commercial Urban Center) ทำหน้าที่ในการผสมผสานกิจกรรมพาณิชยกรรม การค้าปลีกการโรงแรมและท่องเที่ยว และการเชื่อมต่อเศรษฐกิจระดับภาคและเมืองเป็นศูนย์รวมการเดินทางและกิจกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การนันทนาการและการอยู่อาศัยศูนย์การพัฒนาพื้นที่เขตเมือง (General UrbanCenter) ทำหน้าที่ในการเป็นศูนย์พาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยระดับเมืองและระดับย่านศูนย์การพัฒนาพื้นที่ชานเมือง (SuburbanCenter) ทำหน้าที่เป็นศูนย์พาณิชยกรรมย่านชานเมืองและอำเภอ มีบทบาทในการเป็นศูนย์เศรษฐกิจการผลิต และการบริการของย่านชานเมืองและชนบทศูนย์การพัฒนาพื้นที่พาณิชยกรรมและโลจิสติกส์ (Commercial and Logistics Center) ทำหน้าที่การเป็นคลังสินค้าและศูนย์การกระจายสินค้าเน้นการรวบรวมสินค้าด้วยการขนส่งทางถนนในระดับพื้นที่เพื่อส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางด้วยระบบการขนส่งทางรางและการขนส่งทางอากาศสำหรับศูนย์การพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยและนวัตกรรม (University and Innovation Center)ทำหน้าที่ในการวิจัยและพัฒนา ผลิตบุคลากรฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต การบริการ รวมทั้งการบริหารจัดการเมืองและทรัพยากรโดยศูนย์การพัฒนาพื้นที่ดังที่กล่าวมาเป็นรูปแบบมาตรฐานที่เมืองศูนย์เศรษฐกิจสำคัญของโลกใช้อยู่ในปัจจุบัน

เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีการวางผังปรับปรุงฟื้นฟูเมืองที่ได้มาตรฐานสู่การปฏิบัติและยกระดับมาตรฐานทางกายภาพและโครงสร้างของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างให้มีความพร้อมในการรองรับการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและศูนย์การเชื่อมต่อที่สำคัญของภูมิภาคในอนาคตจังหวัดพิษณุโลก คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พิษณุโลก 2020เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีนจึงได้ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างและสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย จัดการสัมมนาเรื่องการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและเมือง :หนทางหลักสู่การสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของไทยโดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนและองค์กรประชาชนได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการปรับปรุงฟื้นฟูและนำเสนอข้อคิดเห็นเพื่อประยุกต์วิธีปฏิบัติที่สามารถนำมาใช้ในบริบทของไทยและบริบทของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างต่อไป

กำหนดการสัมมนาเรื่อง

การปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและเมือง :หนทางหลักสู่การสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของไทย

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมท๊อปแลนด์จังหวัดพิษณุโลก

จัดโดย จังหวัดพิษณุโลก

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง

คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พิษณุโลก2020 เขตเศรษฐกิจพิเศษสี่แยกอินโดจีน

สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย

08.30-09.00 ลงทะเบียน

09.00-09.10 พิธีเปิดการประชุม

09.10-10.00 การบรรยายพิเศษเรื่อง นโยบายการส่งเสริมเศรษฐกิจระดับภาคและเมืองของรัฐบาล

โดย รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

10.00-10.15 พักรับประทานอาหารว่าง

10.15-11.15 การบรรยายเรื่อง การวางผังและการออกแบบศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและเมืองตามเกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาดโดย อาจารย์ฐาปนา บุณยประวิตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย

11.15-12.00 การบรรยายเรื่อง การเติบโตประชากรและตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจเพื่อการบริหารจัดการศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและเมืองโดย ดร.ณัฐกิษฐ์ นบนอบ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยี

พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

12.00-13.00 พักรับประทานอาหารเที่ยง

13.00-14.00 การบรรยายเรื่อง โครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออกโดย ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

14.00-14.05 พักรับประทานอาหารว่าง

14.15-15.30 การเสวนาเรื่อง แนวทางการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจภาคเหนือตอนล่างและศักยภาพ

ในการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

วิทยากรจากผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร การรถไฟแห่งประเทศไทย

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหอการค้าไทย

ดำเนินรายการโดย คุณณฐกร โซ่จินดามณีประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก

15.30-16.00 การเปิดอภิปรายเพื่อ เสนอข้อคิดเห็นและการเสนอโครงการเพื่อการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจ

ดำเนินรายการโดยคุณพิชิต ขอผล องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก

16.00 ปิดการประชุม

ลงทะเบียนได้วันนี้– 20 พฤศจิกายน 2558 (รับผู้ร่วมสัมมนา จำนวน 300 คน) ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ติดต่อคุณนุจรีลาชาวนา โทร 087-8481903

อีเมล์ : photofti@hotmail.com




 

Create Date : 25 ตุลาคม 2558    
Last Update : 25 ตุลาคม 2558 6:55:27 น.
Counter : 854 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  

เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




ภาพอดีต ภาพปัจจุบัน และอนาคต และความเป็นไปของเกาะรัตนโกสินทร์
เล่าเรื่องทริป ที่สุดแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว มัน อเมซิ่ง มากมาย
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.