ชมวิวทิวทัศน์ เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ชมวีดีทัศน์” พิษณุโลก 2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน” พิษณุโลกจะไปทางไหน



แผนงานของจังหวัดพิษณุโลก ที่ได้ระดมความคิดเห็นร่วมกันทุกฝ่ายทั้งภาครัฐเอกชน ชุมชน และทุกประชาคม จนเป็นวิสัยทัศน์” พิษณุโลก 2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน”

เชิญทุกท่าน ชมคลิปความยาวประมาณ 9 นาทีกันครับ แล้วลองคิดกันดูครับ ว่าพิษณุโลกจะโตไปในทิศทางเช่นไรแล้วจะพัฒนาไปในด้านไหนบ้างครับ





คำแถลงข่าวสื่อมวลชน เรื่อง การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พิษณุโลก 2020เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน

http://www.oknation.net/blog/smartgrowththailand/2015/08/26/entry-2






 

Create Date : 26 สิงหาคม 2558    
Last Update : 30 สิงหาคม 2558 6:35:20 น.
Counter : 934 Pageviews.  

พิษณุโลก 2020 เขตเศรษฐกิจลงทุนใหม่สี่แยกอินโดจีน โดย ฐาปนา บุณยประวิตร

พิษณุโลก 2020

เขตเศรษฐกิจลงทุนใหม่สี่แยกอินโดจีน

ฐาปนา บุณยประวิตร สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย

www.smartgrowththailand.com/ www.smartgrowthasia.com www.asiamuseum.co.th




บทนำ

ตามที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกร่วมกับหอการค้าจังหวัดพิษณุโลกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก และสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลกจะจัดการสัมมนาเรื่องแนวทางการขับเคลื่อนจังหวัดพิษณุโลกตามยุทธศาสตร์การผังเมือง “พิษณุโลก 2020: เขตเศรษฐกิจการลงทุนใหม่สี่แยกอินโดจีน” ในวันที่ 24-25 สิงหาคม 2558 ณ.ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกนั้น ผู้เขียนเห็นว่าการจัดสัมมนาในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นความก้าวหน้าของวงการผังเมืองหลายประการโดยความก้าวหน้าที่มองเห็นได้ชัดมีอยู่หลายประการ ดังนี้

• ประการแรก ความสามารถของเครือข่ายภาครัฐและเอกชนในจังหวัดพิษณุโลกในการแปรความยุทธศาสตร์การพัฒนาจากผังเมืองรวมจังหวัดที่อยู่ระหว่างการยกร่างให้เป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองให้มีศักยภาพในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของจังหวัด

• ประการที่สองผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลกมีศักยภาพในการบูรณาการแผนงานโครงการ ทั้งในระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ แผนงานระดับประเทศ แผนงานระดับภาคและแผนงานระดับจังหวัดที่สอดคล้องกับแนวคิดการวางผังเมืองรวมซึ่งนำมาจากเกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด(Smart Growth Principles) และเป็นไปตามแนวนโยบายใหม่ของกรมโยธาธิการและผังเมืองในการใช้ผังเมืองรวมจังหวัดเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทรัพยากรเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจการพัฒนาเมืองไปสู่ความยั่งยืน และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน

• ประการที่สามยุทธศาสตร์การผังเมืองได้เปลี่ยนแปลงจากการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นส่วนใหญ่มาเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

• ประการที่สี่ความร่วมมือของภาคส่วนรัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อสร้างขีดความได้เปรียบและความสามารถการแข่งขัน

เพื่อให้มองเห็นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนจังหวัดพิษณุโลกตามแนวนโยบาย พิษณุโลก2020: เขตเศรษฐกิจการลงทุนใหม่สี่แยกอินโดจีนผู้เขียนจึงขอสรุปนโยบายและแผนงานสำคัญๆ ซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและขนส่งเพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคตโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนในอนาคต และเขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีนในอนาคตรายละเอียด ดังนี้

โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่งในอนาคต



ภาพแสดงแนวคิดโครงข่ายการคมนาคมและขนส่งจังหวัดพิษณุโลกในอนาคต

โครงข่ายคมนาคมและขนส่ง ตามคาดประมาณการลงทุนจากปัจจุบันจนถึง 20 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย รถไฟรางคู่สายเหนือ-ใต้และสายตะวันออก-ตะวันตกสนามบินนานาชาติ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนเชื่อมต่อระหว่างศูนย์เศรษฐกิจของจังหวัดศูนย์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานเมืองศูนย์กลางการประชุมและท่องเที่ยว และเขตเศรษฐกิจพิเศษ

เฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและขนส่งสำคัญ ที่จะมีการพัฒนาสรุปได้ดังนี้

• การยกระดับสนามบินให้เป็น International Airport สามารถรองรับการเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศไปยังศูนย์เศรษฐกิจประเทศต่างๆได้มากกว่า 10 แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมต่อกับศูนย์เศรษฐกิจของประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย บังคลาเทศเมียนมาร์ ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และกลุ่มประเทศในโอเชียเนียโดยการปรับปรุงสนามบินในครั้งนี้พิษณุโลกจะมีหน่วยบริการศุลากรเพื่อให้บริการตรวจรับการขนส่งสินค้าทางอากาศด้วย

• การเปิดให้บริการรถไฟฟ้า High Speed Rail สายกรุงเทพมหานคร-พิษณุโลก-เชียงใหม่ในปี 2563 โดยสถานีหลักของ HSR ตั้งอยู่ในใจกลางเทศบาลนครพิษณุโลกคาดว่าจะมีผู้เดินทางใช้บริการเข้าออกด้วยรถไฟฟ้าความเร็วสูงไม่น้อยกว่าวันละ 8,000 คนภายในปี 2566

• การเปิดบริการของรถไฟทางคู่สายเหนือ-ใต้(Northern-Southern Heavy Rail) รถไฟทางคู่สายนี้เป็นรถขนส่งสินค้าเป็นส่วนใหญ่เชื่อมต่อการขนส่งสินค้าเส้นทางมาบตาพุด-สระบุรี-พิษณุโลก-เชียงรายและอาจเชื่อมต่อกับรถไฟขนส่งสินค้าของประเทศจีนในอนาคตคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2565

• การเปิดบริการของรถไฟทางคู่สายตะวันตก-ตะวันออก(East-West Heavy Rail) รถไฟทางคู่สายนี้เป็นรถที่ใช้ขนส่งสินค้าและบริการการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างศูนย์เศรษฐกิจเมียนมาร์-ไทย-ลาว-เวียดนามตามนโยบายของโครงการ GMS ปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังศึกษาออกแบบคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2568

สำหรับการเชื่อมต่อการเดินทางในปัจจุบันจังหวัดพิษณุโลกมีสภาพเป็นใจกลางของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและเป็นศูนย์รวมและกระจายการเดินทางอยู่แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเดินทางด้วย Transit bus ของบริษัท ขนส่ง จำกัด สำหรับโครงข่ายถนน จังหวัดพิษณุโลกมีโครงข่ายถนนที่มีศักยภาพในการเชื่อมต่อกับภูมิภาคต่างๆที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เช่น การเชื่อมต่อทางถนนสายตะวันตก-ตะวันออกตามทางหลวงหมาย 12 หรือการเชื่อมต่อทางถนนสายเหนือใต้ผ่านทางหลวงหมายเลข 117 และ 11

โครงข่ายการขนส่งมวลชนในอนาคต

จังหวัดพิษณุโลกเป็นศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคของประเทศรัฐบาลมีโครงการพัฒนาระบบการขนส่งมวลชนให้เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างศูนย์การพัฒนาพื้นที่ปัจจุบัน รัฐบาลได้มีโครงการศึกษาออกแบบระบบขนส่งมวลชนจังหวัดพิษณุโลกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างทางเลือกการเดินทางที่มีคุณภาพแก่ประชาชนและส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นระบบการสัญจรหลักสำหรับอนาคตรวมทั้งสร้างประสิทธิภาพการเดินทางภายในย่านเศรษฐกิจโดยการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมที่มีอยู่แล้วเข้าด้วยกันซึ่งได้แก่ การเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสนามบินจังหวัดพิษณุโลกสถานีขนส่งทั้งสองแห่ง ศูนย์พาณิชยกรรมเซ็นทรัลพลาซ่าและมหาวิทยาลัยนเรศวรด้วยรถไฟฟ้ารางเบา โครงการดังกล่าวคาดว่าจะให้บริการได้ในอีก 10 ปีข้างหน้า



ภาพแนวคิดการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนจังหวัดพิษณุโลกในอนาคต

เขตเศรษฐกิจพิเศษสี่แยกอินโดจีนในอนาคต



แผนที่แสดงที่ตั้งเขตเศรษฐกิจในอนาคตของจังหวัดพิษณุโลก

เขตเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดพิษณุโลกในอนาคตแบ่งออกเป็น4 กลุ่ม ประกอบด้วย

1. เขตเศรษฐกิจพาณิชยกรรม (Economic and Commercial Zone) ภายในศูนย์การพัฒนาพื้นที่ประเภทใจกลางเมือง(Downtown), พาณิชยกรรมเมือง (Urban Center) และศูนย์พาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยชานเมือง (Suburban Center) พื้นที่ใจกลางเมืองและย่านพาณิชยกรรมของจังหวัดพิษณุโลกในปัจจุบันมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายโทรคมนาคม การสื่อสาร โครงข่ายถนน สาธารณูปโภค ระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบบริการสาธารณะ เป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการและศูนย์ธุรกิจเอกชนระดับภาคโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นศูนย์ภาคของธุรกิจการเงินและการค้าระหว่างประเทศพร้อมด้วยพื้นที่ค้าปลีก (retail spaces)มากกว่า 600,000 ตารางเมตรและจะเพิ่มขึ้นอีก 400,000 ตารางเมตรในปี 2565 ภายหลังการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าความเร็วสูงพื้นที่ในศูนย์การพัฒนาจะเป็นพื้นที่ที่มีอำนาจการซื้อและเป็นศูนย์รวมแหล่งงานที่มีคุณภาพของจังหวัดพิษณุโลก



ทัศนียภาพย่านพาณิชยกรรมจังหวัดพิษณุโลกในอนาคต

2. เขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ (Industrial and Logistics Zone) ภายในศูนย์การพัฒนาพื้นที่ประเภท Commercial and Logistics Center ทั้ง 3 แห่ง ทั้งศูนย์บึงพระซึ่งเป็น Regional Logistics Hub ศูนย์ Logistics เต็งหนามและศูนย์ Logistics สี่แยกอินโดจีน ศูนย์ logistics ผสมผสานพาณิชยกรรมทั้ง 3 แห่งจะมีศักยภาพในการให้บริการติดต่อการค้าระหว่างประเทศและภายในประเทศการขนส่งและการกระจายสินค้า จุดตรวจและปล่อยสินค้าทั้งทางทางอากาศ ทางถนนและทางรถไฟมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมและขนส่งทั้งรถไฟขนส่งสินค้าสายเหนือ-ใต้และตะวันออก-ตะวันตก รถไฟฟ้ารางเบาที่เชื่อมต่อไปยังศูนย์เศรษฐกิจใจกลางเมืองและสนามบินนานาชาติมีคลังสินค้าและ TruckTerminal, Rail Terminal พร้อม container yardและระบบขนถ่ายที่ทันสมัย

3. เขตอุตสาหกรรมนวัตกรรมอาหารและเกษตรจังหวัดพิษณุโลก(Phitsanulok Agricultural and Food Innovation Industry Zone) มีที่ตั้งภายในศูนย์การพัฒนาพื้นที่ พาณิชยกรรมและโลจิสติกส์บึงพระกำหนดพื้นที่พัฒนาจำนวน 3,000 ไร่กำหนดเป็นพื้นที่พัฒนาที่ดินและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุนกิจการอุตสาหกรรมอาหารเครื่องดื่ม การแปรรูปผลิตผลการเกษตร การผลิตส่วนประกอบอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงการวิจัยและพัฒนา และการตรวจสอบมาตรฐานในสาขาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเขตอุตสาหกรรมนี้อนุญาตให้เฉพาะกิจการที่ใช้เทคโนโลยีระดับกลางถึงสูงและเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวเท่านั้น



ทัศนียภาพจำลองเขตนวัตกรรมอาหารและเกษตรจังหวัดพิษณุโลก

4. เขตนวัตกรรมการผลิตและการวิจัยและพัฒนาจังหวัดพิษณุโลก(Phitsanulok Research and Development for Innovation Productand Service Zone) เขตนวัตกรรมการผลิตและการวิจัยและพัฒนาจังหวัดพิษณุโลกมีที่ตั้งภายในศูนย์การพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยและนวัตกรรม หรือพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยนเรศวรและมหาวิทยาลัยพิษณุโลกหรือมีพื้นที่พัฒนาจำนวน 2,000 ไร่ กำหนดการพัฒนาที่ดินโครงสร้างพื้นฐาน อาคารฝึกอบรมและห้องปฏิบัติการรองรับการวิจัยและพัฒนาการแสดงผลงานวิจัย และการตรวจสอบมาตรฐานในสาขาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องพร้อมที่อยู่อาศัยสำหรับนักวิจัยและบุคลากร

5. เขตอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก (Phitsanulok Industrial Zone) ประกอบด้วยพื้นที่ 2 บริเวณได้แก่ พื้นที่เขตอุตสาหกรรมหัวรอมีพื้นที่ 800 ไร่ และเขตอุตสาหกรรมวังน้ำคู้มีพื้นที่ 800 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมทุกประเภทยกเว้นอุตสาหกรรมปิโตเคมี อุตสากรรมเคมีและอุตสาหกรรมตารมประกาศควบคุมอุตสาหกรรมอันตรายของกระทรวงอุตสาหกรรม


อนึ่ง ท่านที่สนในร่วมสัมมนา ขอให้ลงทะเบียนได้ที่ฝ่ายผังเมืององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์ 055 247411 วันที่ 24 สิงหาคมสำหรับหน่วยงานราชการและองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น รับจำนวน 200 คน และวันที่ 25 สิงหาคม สำหรับภาคเอกชนและประชาชน รับจำนวน 150 คน 






 

Create Date : 12 สิงหาคม 2558    
Last Update : 21 กันยายน 2558 21:13:53 น.
Counter : 1194 Pageviews.  

ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองจากการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน โดยฐาปนา บุณยประวิตร

ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองจากการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน

โดย ฐาปนา บุณยประวิตร

สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย(Smart Growth Thailand Research Institute)

www.smartgrowththailand.com/ www.smartgrowthasia.com/ www.asiamuseum.co.th




เครดิตภาพ http://www.rnldesign.com/markets/urban-design/north-america/nine-mile-tod/

สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย ขอเชิญชมวีดิทัศน์เรื่อง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองจากการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนวีดิทัศน์ชุดนี้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการสัมมนาวิชาการ Smart Growth Thailand Summit 2015 ว่าด้วยเรื่องการสนับสนุนทางการเงินและสิทธิประโยชน์สำหรับหน่วยงานและผู้ประกอบการขนส่งมวลชนและผู้พัฒนาพื้นที่รอบสถานขนส่งมวลชน(Transit & TOD Incentive) ซึ่งจัดในวันที่ 7 สิงหาคม 2558 ณ.ห้องริชมอนด์ บอลลูม 2 โรงแรมริชมอนด์ สไตลิสต์คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี และเพื่อเผยแพร่เกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด(Smart Growth Principles) และผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองจากการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน(Transit-Oriented Development) แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณะวีดิทัศน์ชุดนี้นับเป็นงานเผยแพร่เกณฑ์การพัฒนา TOD ในรูปของสื่อสาธารณะภาษาไทยชุดแรกของประเทศซึ่งได้ผสมผสานกรอบและแนวคิดจากเกณฑ์ของ TOD ซึ่งกำหนดขึ้นจาก Center ofTransit-Oriented Development, Smart Growth America และ U.S.EPA ซึ่งองค์ความรู้ทั้งหมดที่ปรากฎในวีดิทัศน์มีความทันสมัยและมีความก้าวหน้ามากที่สุดในขณะนี้

เป็นที่ยอมรับกันว่า ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเมืองไปสู่ความสำเร็จนั้นส่วนสำคัญมาจากการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ หลายๆเมืองในสหรัฐฯ ที่มีการลงทุนระบบขนส่งมวลชนไว้แล้วจึงได้หันมาปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่รอบสถานีในเชิงพาณิชย์สำหรับเมืองที่มีแผนการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนก็ได้เพิ่มแผนงานการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีเข้าไปด้วยนัยเพื่อเป็นไปตามเกณฑ์ของ TOD ซึ่งต้องการสร้างพื้นที่ให้มีความหนาแน่น มีความหลากหลายและสร้างจำนวนประชากรที่มีโอกาสในการเดินทางด้วยรถขนส่งมวลชนให้มีปริมาณมากขึ้นซึ่งประชากรจำนวนดังกล่าว นอกจากจะเป็นผู้สนับสนุนการลงทุนของระบบขนส่งมวลชนให้มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจโดยเร็วแล้วยังเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการสร้างงาน การจ้างงานและการสร้างเศรษฐกิจภายในพื้นที่โดยรอบสถานีอีกด้วย นอกจากนั้น ยังได้ใช้โอกาสดังกล่าวสร้างพื้นที่รอบสถานีให้เป็นชุมชนแห่งการเดินและการปั่นสร้างชุมชนที่ปลอดมลภาวะและมีสภาพแวดล้อมอย่างยิ่งยืนให้กับผู้อยู่อาศัยผู้ประกอบการ และผู้สัญจรผ่านเส้นทาง การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีจึงนับเป็นการพัฒนาที่บูรณาการการใช้ประโยชน์ที่ดินกับการคมนาคมขนส่งเพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุดอีกประการคือ การใช้พื้นที่ที่รัฐได้ลงทุนไว้แล้วให้ตอบสนองต่อการเพิ่มภาษีคืนกลับแก่ภาครัฐซึ่งนับเป็นกลอุบายที่ทำให้แต่ละภาคส่วนต่างได้รับผลประโยชน์ โดยทุกผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาได้เป็นผลประโยชน์ที่เมืองมอบให้แก่โลก ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่ที่สะอาดไม่เป็นภาระในการบำบัดก๊าซพิษ เป็นพื้นที่ใช้พลังงานน้อยไม่เป็นพื้นที่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สร้างปัญหาแก่โลกในระยะยาว

SGT Institute ขอขอบคุณบริษัท พิพิธภัณฑ์เอเซียจำกัดและบริษํท เอเซีย สเปช แพลนนิ่ง จำกัดที่สนับสนุนงบประมาณในการจัดทำ คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวีดิทัศน์ชุดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเรียนรู้แนวทางการพัฒนาเมืองตามเกณฑ์ TOD และเกณฑ์ Smart Growth เพื่อการประยุกต์ใช้ของผู้บริหารเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งจะทำให้การพัฒนาเมืองและการปรับปรุงฟื้นฟูเมืองในพื้นที่ที่รัฐได้ลงทุนระบบขนส่งมวลชนมีความยั่งยืนสืบไป

ชมวีดีโอครับ







 

Create Date : 10 สิงหาคม 2558    
Last Update : 21 กันยายน 2558 21:14:48 น.
Counter : 1070 Pageviews.  

รถไฟฟ้ารางเบาประเภทวิ่งบนผิวทางเกิดแน่นอนแล้วในจังหวัดภูเก็ต



เครดิตภาพ http://pantip.com/topic/33090774

รถไฟฟ้ารางเบาประเภทวิ่งบนผิวทางเกิดแน่นอนแล้วในจังหวัดภูเก็ต

ภาคส่วนต่างๆ ไม่รอช้าเตรียมการรองรับการพัฒนาอย่างเต็มที่ โมเดลการสร้างความพร้อมของภาคเอกชนในครั้งนี้จังหวัดอื่นๆ ควรนำไปเป็นแบบอย่าง อย่ารอภาครัฐเพียงอย่างเดียว ภาครัฐลงทุนแค่โครงสร้างพื้นฐานการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน ภาคเอกชนต้องเป็นผู้ขับเคลื่อน




สมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต


ขอเชิญผู้ประกอบการพี่น้องประชาชน และผู้ที่สนใจ ร่วมการเสวนาวิชาการ เรื่อง

ภูเก็ตไปทางไหน รถไฟมาแล้ว

เปิดการเสวนาและบรรยายพิเศษเรื่อง

แนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่งจังหวัดภูเก็ตเพื่อสร้างขีดความสามารถการแข่งขัน

โดย นายนิสิตจันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ฟังการบรรยายวิชาการ เรื่อง

การวางแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน(Transit-Oriented Development) ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าจังหวัดภูเก็ต

โดย อาจารย์ฐาปนาบุณยประวิตร สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย

ร่วมค้นหาอนาคตการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตหลังจากเปิดบริการรถไฟฟ้า

กับการเสวนาเรื่อง

การพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานตามแนวคิดผังเมืองรวมเมืองภูเก็ตฉบับใหม่

วิทยากร

นายนิรันดร์ เกตุแก้ว

รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมระบบการขนส่งการจราจรในภูมิภาค

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

นายอนวัช สุวรรณเดช

ผู้อำนวยการสำนักผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมือง

ดำเนินรายการ โดย นายธนันท์ตัณฑ์ไพบูลย์ กรรมการสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต

ร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางการพัฒนาจังหวัดดำเนินการรายการ

โดย นายสัจจพล ทองสม กรรมการสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต

สรุปผลการเสวนา โดย นายธนูศักดิ์พึ่งเดช นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2558 เวลา 13.00-17.00 น. ห้องดาราเธียรเตอร์ ชั้น G โรงแรม New Dara Boutique Hotel& Residence (แยกห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต)

สอบถามรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่สมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต โทร 086 4714874/093 996 7808

รับผู้ร่วมเสวนาไม่เกิน 200 คน สมาคมฯ จะปิดรับสมัครทันทีที่มีผู้ลงทะเบียนครบจำนวน พิเศษ :ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน





 

Create Date : 09 สิงหาคม 2558    
Last Update : 9 สิงหาคม 2558 7:39:04 น.
Counter : 582 Pageviews.  

“แสงสว่างที่ปากอุโมงค์”ประสบการณ์จริงจากความพยายามในการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน ของหน่วยงานไทย


“แสงสว่างที่ปากอุโมงค์”ภาคประสบการณ์จริงจากความพยายามในการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน(TOD) ของหน่วยงานขนส่งมวลชนไทย

โดย ฐาปนา บุณยประวิตร

อีเมล์ thapana.asia@gmail.com

www.asiamuseum.co.th www.smartgrowthasia.com


บทนำ

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit-Oriented Development) ตามแนวคิดการเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth) ระหว่างวันที่ 3- 5 พฤศจิกายน 2557มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันระดมความคิดเห็นและสร้างเครือข่ายความร่วมมือพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนของประเทศโดยมีตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมจำนวน 50 คนประกอบด้วย ตัวแทนคณะผู้บริหารของ สนข. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด สำนักขนส่งและจราจรกรุงเทพมหานคร สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร กรมโยธาธิการและผังเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง




ผู้ร่วมเสวนาในวันแรก

ในการสัมมนาวันแรก (เฉพาะภาคบ่าย)เป็นการสรุปประสบการณ์สำคัญจากตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาโดยผู้บริหารจากหน่วยงานขนส่งมวลชนร่วมเสวนา ดังนี้

1. นายวิจิตต์ นิมิตรวานิช ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

2. ดร.สมประสงค์ สัตยมัลลีผู้แทนการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

3. นายปัตตะพงษ์ บุญแก้วผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย

4. นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง ผู้แทนบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด

5. ดร.กฤษ อนุรักษ์กมลกุล ผู้แทนบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด

ดำเนินการโดย ผศ.ดร.สญชัย ลบแย้ม

สาระสำคัญจากเสวนา




นายวิจิตต์ นิมิตรวานิช ผู้แทนสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร


นายวิจิตต์ นิมิตรวานิช วิทยากรตัวแทนจาก สนข. ได้กล่าวสรุปภารกิจการของ สนข.ในช่วงเวลาที่ผ่านมาโดยได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนซึ่ง สนข.ได้ริเริ่มศึกษาและออกแบบในช่วงของรัฐบาลที่ผ่านมาโดยดำเนินการในพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงของจังหวัดเชียงใหม่และพิษณุโลกแต่ได้ชะลอไว้หลังจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลใหม่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสนข. ได้มองเห็นผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งความยั่งยืนในการพัฒนาประเทศจากพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ดำเนินการควบคู่กับการวางผังพัฒนาเมืองดังนั้น จึงมีนโยบายในการส่งเสริมให้การศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบในพื้นที่ที่มีศักยภาพเช่น พื้นที่ย่านถนนพหลโยธินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และพื้นที่ในบริเวณอื่นๆซึ่งจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 




ดร.สมประสงค์ สัตยมัลลี ผู้แทนการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย


สำหรับประสบการณ์การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดร.สมประสงค์ สัตยมัลลี ได้กล่าวถึงความสำคัญในการพัฒนาเมืองตามเกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด(Smart Growth) ว่าเป็นแนวทางหลักของโลกในขณะนี้ที่จะสามารถนำพัฒนาเมืองไปสู่ความยั่งยืนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกณฑ์การพัฒนาเมืองไปสู่เมืองแห่งการเดินหรือ walkable City นั้นนับเป็นแนวทางเดียวที่จะสร้างโอกาสในการสร้างเศรษฐกิจและความมั่งคั่งให้เกิดกับเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างสุขภาวะให้กับประชาชน สำหรับภารกิจของรฟม.ในการสร้างแนวทางในการลดปัญหาการคับคั่งการจราจรด้วยระบบขนส่งมวลชนนั้น รฟม.เห็นว่า หน่วยงานต่างๆต้องบูรณาการแผนเพื่อให้เกิดสภาพของ BMW ซึ่งได้แก่ Bus, Metro และ walk อย่างสมดุล ต้องพัฒนาระบบการเข้าถึงพื้นที่ TOD ด้วยการเดินและการปั่นจักรยานให้ได้ นอกจากนั้น ต้องสร้างการพัฒนาที่ใช้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนโดยควรให้ภาคเอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างแท้จริงโดยภาครัฐเป็นผู้ดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน 





คุณสุเทพ พันธุ์เพ็ง (คนกลาง)

ตัวแทนจากบริษัท รถไฟฟ้า รฟม.จำกัด (คุณสุเทพ พันธุ์เพ็ง) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า Airport Link ได้กล่าวถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เด่นชัดของ TOD โดยนำกรณีศึกษาการเกิดขึ้นของศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระรามเก้าว่าจากเดิมสถานีมักกะสันมีผู้ใช้บริการต่อวันเพียงแค่ 2,000 คนได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นถึง 4,000 คนต่อวัน และมีแนวโน้มในการเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ และได้ยกตัวอย่างการลงทุนของภาคเอกชนในการสร้างทางเดินขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับสถานีรามคำแหงซึ่งเชื่อว่าจะทำให้สถานีดังกล่าวเพิ่มปริมาณผู้โดยสารขึ้นอีกมาก กรณีของสถานีทับช้างซึ่งปัจจุบันอยู่ในลักษณะถูกขัดขวางจากอุปสรรคทางกายภาพบริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาและหาแนวทางในการสร้างพื้นที่เชื่อมต่อสองฝั่งทั้งคลองและถนนมอเตอร์เวย์ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้ 




ดร.กฤษ อนุรักษ์กมลกุล ผู้แทนบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด


สำหรับข้อเสนอของ ดร.กฤษ อนุรักษ์กมลกุล ตัวแทนจากบริษัท รถไฟฟ้ารฟม.จำกัดอีกท่าน ที่เป็นวิทยากรร่วมเสวนา ได่ให้แนวคิดการพัฒนาโครงการ TOD ว่าควรศึกษาตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่นเป็นหลักและให้ใช้หลักการสร้างความมีชีวิตชีวาแก่พื้นที่ด้วยการสร้างเศรษฐกิจและการลงทุนที่ชัดเจน

สำหรับปัญหาในการพัฒนาพื้นที่ที่ได้รับการกล่าวถึงมากในวันนี้คือ ข้อกำหนดและกฎหมายหลายฉบับที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาพื้นที่เช่น การอนุญาตให้ รฟม.ทำการพัฒนาพื้นที่ได้ในกิจการของ รฟม.เท่านั้นตามการตีความของกฤษฎีกา ได้ทำให้รฟม.ไม่อาจพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งเพื่อการพาณิชย์หรือที่อยู่อาศัยได้หรือแม้แต่ข้อกำหนดจากกฎหมายฉบับต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคซึ่งจะต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขต่อไป




คุณปัตตะพงษ์บุญแก้ว ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย (คนกลาง)


สำหรับคุณปัตตะพงษ์บุญแก้ว ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนา TOD รอบสถานีรถไฟ ในช่วงที่ผ่านมาการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้พยายามมองหาศักยภาพของพื้นที่ในบริเวณต่างๆในพื้นที่กรรมสิทธิ์ของการรถไฟ โดยเชื่อว่าหากสามารถพัฒนาพื้นที่รอบสถานีได้จะเป็นผลดีต่อการสร้างเสถียรภาพในการเดินทางด้วยรถไฟ และพัฒนาพื้นที่ของการรถไฟเองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังเช่นในขณะนี้ การรถไฟกำลังมีโครงการร่วมกับ สนข.ในการพัฒนาพื้นที่บริเวณที่ดินของการรถไฟฯ เชิงสะพานสารสิน จังหวัดพังงาซึ่งอยู่ระหว่างให้ที่ปรึกษาดำเนินการออกแบบพร้อมไปกับการพัฒนารถไฟฟ้าเชื่อมต่อภายในเขตจังหวัดภูเก็ต และจะใช้รูปแบบเดียวกันนี้ในการพัฒนาพื้นที่สองข้างทางรถไฟของจังหวัดขอนแก่น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการรถไฟฯได้ประสบปัญหาอย่างมากจากการบุกรุก การใช้พื้นที่ของประชาชน โดยการรถไฟฯไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ตามนโยบายที่คาดหวังไว้ได้สำหรับความต้องการที่แท้จริงของการรถไฟฯ การรถไฟฯ ประสงค์จะพัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างเศรษฐกิจโดยรวมให้กับเมือง โดยยังคงเอกลักษณ์และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่นั้นๆไว้ ดังเช่นการปรับปรุงฟื้นฟูสถานีรถไฟหัวหิน การรถไฟฯ ได้มีนโยบายให้คงเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของสถานีไว้ เพื่อให้เป็นจุดหมายตา เป็นเอกลักษณ์ที่ดีของชาวเมืองหัวหินต่อไป



ภาพการบรรยายเรื่อง “แนวทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและเมืองอย่างยั่งยืน”

โดย ผศ.ดร.สญชัย ลบแย้ม

กลุ่มวิชาการวางแผนภาคและเมืองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

สถาบันเทคโนโลยี่พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง





อาจารย์ฐาปนาบุณยประวิตร และ อาจารย์ ดร.ฐกลพัศ เจนวิวัฒนกุล

ผู้เชี่ยวชาญประจำสถาบันการเติบโตอย่างชาญฉลาด



ตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมจำนวน 50 คนประกอบด้วย ตัวแทนคณะผู้บริหารของ สนข.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้าร.ฟ.ท.จำกัด สำนักขนส่งและจราจร กรุงเทพมหานคร สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานครกรมโยธาธิการและผังเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง



ท่านใดสนใจ แนวความคิด Smarth Growth (การวางผังเมืองพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนตามแนวทางการเติบโตอย่างชาญฉลาด)เข้าไป กด like fanpage ตามลิ้งก์ Facebook นี้ครับ http://www.facebook.com/smartgrowththailand

อ่านบทความ “ย้อนหลัง” เกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านผังเมืองที่ลิ้งก์ตามที่อยู่ด้านล่าง 2 ลิ้งก์นี้

http://www.oknation.net/blog/smartgrowth

http://www.oknation.net/blog/smartgrowththailand





 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2557 23:30:54 น.
Counter : 493 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  

เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




ภาพอดีต ภาพปัจจุบัน และอนาคต และความเป็นไปของเกาะรัตนโกสินทร์
เล่าเรื่องทริป ที่สุดแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว มัน อเมซิ่ง มากมาย
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.