ชมวิวทิวทัศน์ เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

(ขอนแก่น) เส้นทาง LRT 16 สถานี ภาพสถานี จุดจอดและจร รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก






(ขอนแก่น) เส้นทาง LRT 16 สถานี ภาพสถานี จุดจอดและจรรวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก

วีดิทัศน์การนำเสนอเส้นทาง LRT ภาพสถานี จุดจอดและจรรวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก อาคารสำนักงาน ศูนย์ควบคุมและศูนย์ซ่อม ในรูปแบบ Animation ทั้ง 16 สถานี

โครงการศึกษาออกแบบรายละเอียดระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่นและผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ซึ่งศึกษาและออกแบบโดย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)กระทรวงคมนาคม

ศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงสร้างมูลฐานอย่างยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น (SIRDC)





































อ้างอิงภาพ และบทความ

http://khonkaenthinktank.com/news_view.php?id=50




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 10 พฤษภาคม 2560 0:47:18 น.
Counter : 266 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

กรมธนารักษ์ลั่นร่วมสร้างพื้นที่สร้างสรรค์กับคนขอนแก่น






กรมธนารักษ์ลั่นร่วมสร้างพื้นที่สร้างสรรค์กับคนขอนแก่น

นายพงศ์ธร พากเพียรทรัพย์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ลั่นร่วมสร้างพื้นที่สร้างสรรค์กับคนขอนแก่นแนะตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเร่งเครื่องใช้อาคารธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เกิดประโยชน์สูงสุดและตรงตามความต้องการคนขอนแก่น ด้านนายธีระศักดิ์ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น รับลูกเตรียมคณะศึกษางาน 20-25 พฤษภาคม 2560พร้อมชงเรื่องจัดทำเอ็มโอยูเดือนมิถุนายน 2560

วันที่ 5พ.ค. 2560 ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่น นายพงศ์ธรพากเพียรทรัพย์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วย นางศรีรัตน์วัฒนล้ำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน นายอิชวุฒิ ฤทธาภัยธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่นนายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับเลขานุการมูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้า นางสาววชารี เจริญสัมฤทธิ์ผู้เชียวชาญด้านอนุรักษ์ทรัพย์สิน รศ.ดร.รวี หาญเผชิญอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุลผู้อำนวยการส่วนโยธา เทศบาลนครขอนแก่น เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและตัวแทนจากภาคประชาชน


เข้าร่วมประชุมกับกรมธนารักษ์ในโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุเพื่อปรับปรุงอาคารที่ทำการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(เดิม) ) ให้เป็นสร้างพิพิธภัณฑ์เงินตราและเหรียญกษาปณ์ไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดขอนแก่น โดยกรมธนารักษ์ตระหนักถึงความร่วมมือในการดำเนินการตามโครงการฯเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชนในท้องถิ่นและแนวทางการพัฒนาขอนแก่นเป็นสมาร์ทซิตี้ทั้งนี้กรมธนารักษ์หวังว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นพื้นที่ศึกษาศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดขอนแก่น


ทว่าแนวทางในการวางกรอบเนื้อหาที่จะนำไปบรรจุในอาคารธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือเห็นร่วมกันว่าจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะเพื่อดำเนินการให้ตรงตามความต้องการของคนขอนแก่นและเชื่อมประสานกับการทำงานของกรมธนารักษ์โดยนายอิชวุฒิ ฤทธาภัย ธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่นจะเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นลำดับถัดไป นอกจากนี้ นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้เสนอให้มูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้าในฐานะผู้ก่อการเป็นหน่วยงานประสานความร่วมมือและเทศบาลนครขอนแก่นจะเป็นหน่วยงานหนุนเสริมพร้อมกับเชื่อมหน่วยงานราชการอื่นๆมาร่วมกันพัฒนาโครงการฯ


ทั้งนี้มีมติวางกรอบการทำงานดังนี้

1.เน้นการมีส่วนร่วมโดยตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาตัวอย่างสถานที่ที่พัฒนาได้ดีในพื้นที่กรุงเทพฯเป็นพิพิธภัณฑ์/ศูนย์การเรียนรู้ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน 2560 และลงนาม MOU ในช่วงเดือนมิถุนายน 2560

2.หน่วยงานต่างๆตั้งงบประมาณและดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง

3.ทำโครงการที่เกี่ยวข้องเพื่อฟื้นฟูเมืองในส่วนโครงสร้างพื้นฐานและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส่งเสริมให้เมืองมีชีวิตชีวาโดยนำจุดเด่นของขอนแก่น คือ คนขอนแก่นมีความมีส่วนร่วมสูง เคารพกัน ให้เกียรติกันโดยธนารักษ์เป็นหัวใจหลัก ผ่านโครงการ “หัวใจเมือง by ธนารักษ์”หากผลการดำเนินงานมีความคืบหน้า จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง


ปล. โปรดติดตามอ่านรายละเอียดในอีสานบิซวีคปักษ์แรกพฤษภาคม 2560

เครดิต isaanbiz.com

http://www.isaanbiz.com/6372




 

Create Date : 09 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2560 11:51:32 น.
Counter : 207 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผังเมืองกับการพัฒนาศูนย์กลางคมนาคมกรุงเทพฯ แห่งใหม่: ศูนย์พหลโยธิน






ผังเมืองกับการพัฒนาศูนย์กลางคมนาคมกรุงเทพฯแห่งใหม่: ศูนย์พหลโยธิน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สญชัย ลบแย้ม (อีเมล์: drsonchai@gmail.com)

กลุ่มวิชาการวางแผนภาคและเมืองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

บทนำ

กรุงเทพมหานครโดยสำนักผังเมือง อยู่ในระหว่างการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ครั้งใหม่(ปรับปรุงครั้งที่ 4)หลังจากที่ผังเมืองรวมฯ ฉบับปัจจุบันออกบังคับใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2560 และสืบเนื่องจากแผนงานพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางของภาครัฐโดยกระทรวงคมนาคม จำนวน 10 สายทาง ระยะทางรวม 464 กิโลเมตรโดยมีเส้นทางการให้บริการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นส่วนใหญ่ส่งผลให้รูปแบบการเดินทางสัญจรของประชากรในกรุงเทพมหานครอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอันมากหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างระบบการสัญจร (Grand station) ย่อมมีความสำคัญต่อการสนับสนุนการเดินทางด้่วยระบบดังกล่าว โดยศูนย์กลางคมนาคมพหลโยธินหรือศูนย์กลางบางซื่อ กำลังจะเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายการสัญจรที่สำคัญในอนาคตอันใกล้ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล(ภาพที่ 1) คาดว่าสามารถดำเนินการจัดหาผู้ออกแบบและก่อสร้างได้ในราวปีพ.ศ. 2560 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในราวปี พ.ศ. 2561 (สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรกระทรวงคมนาคม,2559)





ภาพที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์กลางคมนาคมพหลโยธิน




ภาพที่ 2 การใช้ประโยชน์ที่ดินตามโครงการศูนย์คมนาคมพหลโยธิน



ด้วยการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินตามโครงการแบบTransit-oriented development(TOD)ที่เชื่อมโยงกับระบบคมนาคมขนส่งจำนวนหลายระบบ ประชากรหรือผู้ใช้บริการจำนวนมหาศาลย่อมเดินทางเข้าออกหรือผ่านในบริเวณดังกล่าว การเปลี่ยนแปลงประเภทการใช้ประโยชน์ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลต่อการเพิ่มความหนาแน่นของประชากรและพื้นที่กิจกรรมทางการค้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ในบริเวณพื้นที่ของศูนย์พหลโยธิน (ภาพที่ 2) กรุงเทพมหานครโดยสำนักผังเมือง ยึดถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518และล่าสุดพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2558 กำหนดให้มีการรวบรวมข้อมูลสภาพปัญหาและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง จากกลุ่มเป้าหมายผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่นประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานเอกชน และผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการเพื่อประกอบการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ ต่อไปจึงมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการขึ้นแก่กลุ่มเป้าหมายดังกล่าว เพื่อรับฟังแนวทางการพัฒนาหลักการวิชาการ ประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการระดมความคิดเห็นด้วยรูปแบบระดมความคิดเห็นเพื่อการวางแผน(Planning charrette) (National Charrette Institute at Michigan StateUniversity, n.d.) โดยการระดมความเห็นมีสาระสำคัญ ดังนี้

วัตถุประสงค์การประชุมเชิงปฏิบัติการ

1.1 เพื่อรับฟังสภาพปัญหา ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของการพัฒนาพื้นที่เป้าหมายจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง

1.2 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การพัฒนาเมืองและปัญหาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสร้างการมีส่วนรวมในการวางแผนพัฒนาพื้นที่ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

1.3 เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากกระบวนการประชุมดังกล่าวมาใช้ประกอบการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร(ปรับปรุงครั้งที่ 4)

กลุ่มเป้าหมาย

ประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานเอกชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการศูนย์พหลโยธินกว่า 100 ราย

การดำเนินงาน

จำแนกเป็นรูปแบบการเก็บรวบรวมข้อมูลและการบรรยาย (ภาพที่ 3 - ภาพที่ 9) ดังนี้


รูปแบบการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงความคิดเห็น

ใช้รูปแบบการระดมความคิดเห็นเพื่อการวางแผน(Planning charrette)โดยมีประเด็นพิจารณาร่วมกัน ดังนี้

1.1 สภาพปัญหาในพื้นที่ปัจจุบัน

1.2 ผลกระทบเมื่อดำเนินการก่อสร้างตามโครงการศูนย์พหลโยธิน

1.3 ข้อเสนอแนะในการพัฒนาพื้นที่ตามโครงการบศูนย์พหลโยธิน

ผู้บรรยายหลักและนำการปฏิบัติการ Planningcharrette

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สญชัย ลบแย้ม อาจารย์ประจำกลุ่มวิชาการวางแผนภาคและเมืองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณมหารลาดกระบัง

ผู้บรรยายร่วม

คุณพุทธมนต์ รตจีน หัวหน้ากลุ่มโครงข่ายและการเชื่อมต่อการขนส่งกองพัฒนาระบบการขนส่งและจราจรสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร



ภาพที่ 3 รอง ผอ.สนผ. (คุณประภาพรรณจันทร์นวล) และผู้บรรยาย



ภาพที่ 4 บรรยากาศการประชุม



ภาพที่ 5 ผู้เข้าร่วมทยอยลงทะเบียน



ภาพที่ 6 ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น



ภาพที่ 7 บางส่วนของการระดมความคิดเห็น



ภาพที่ 8 ผศ.ดร.สญชัยฯ กล่าวสรุป



ภาพที่ 9 การปิดการประชุม Planning charrette


อภิปรายผลและสรุป

ผู้เข้าร่วมPlanning charrette ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้ร่วมกันกันอย่างหลากหลายโดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

สภาพปัญหาในพื้นที่ปัจจุบัน

1. สภาพการจราจรติดขัด

2. การเดินทางเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่สะดวกเช่น เชื่อมต่อรถโดยสารประจำทางสจากสถานีขนส่งหมอชิตมายังระบบรถไฟฟ้า

3. ปัญหาสภาพแวดล้อมเช่น น้ำท่วมขัง มลพิษทางเสียง ฝุ่นควันจากยวดยาน

4. ความแออัดเสื่อมโทรมของชุมชนในพื้นที่

5. การเข้าถึงของรถโดยสารประจำทาง(ขสมก.) มายังสถานีขนส่งหลัก เช่น สถานีรถไฟฟ้า และสถานีขนส่งหมอชิต มีอุปสรรค ไม่ได้รับความสะดวก

ผลกระทบที่อาจเกิดเมื่อดำเนินการก่อสร้างตามโครงการศูนย์พหลโยธิน

1. มลพิษจากการก่อสร้างเช่น วัสดุตกหล่น ฝุ่น ละออง และเสียงจากการปฏิบัติงานก่อสร้าง

2. การจราจรที่อาจติดขัดเพิ่มขึ้นเนื่องจากเส้นทางการสัญจรมีอยู่อย่างจำกัด

3. ค่าใช้จ่ายและอุปสรรคที่เกิดจากการเดินทางระหว่างระยะก่อสร้างที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทางสัญจรในย่านนั้น เช่นจากความล่าช้า (delay) การโก่งค่าโดยสารการปฏิเสธรับผู้โดยสาร

4. เนื่องจากโครงการใช้พื้นที่ขนาดใหญ่(กว่า 2,325 ไร่) และหากไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพอาจส่งผลกระทบเชิงสังคมเช่น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและผู้สัญจรผ่านย่านดังกล่าวได้

ข้อเสนอแนะในการพัฒนาพื้นที่ตามโครงการศูนย์พหลโยธิน

1. การออกแบบและวางแผนระบบการเดินทางสัญจรเชื่อมต่อ สำหรับคนทุกคน (Inclusive design) อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสม

2. ระบบขนส่งมวลชนเสริมหรือFeeder เช่นรถโดยสารประจำทางทั้งภายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ขสมก. และรถร่วม)ตลอดจนรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัด (บขส.) ควรได้รับการวางแผนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงและจุดจอด

3. การออกแบบวางแผนระบบสาธารณูปโภคเช่น ระบบระบายน้ำ และท่อร้อยสายไฟ ที่อาจพิจารณาใช้ท่อรวมใต้ดิน หรือ common duct เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

4. การพิจาณาปรับปรุงกฎหมายหรือใช้กฎหมายที่มีอยู่เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการศูนย์คมนาคมพหลโยธินเช่น การจัดรูปที่ดิน การโอนสิทธิในการพัฒนา (Transferof development right: TDR) และการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายผังเมืองหรือกฎหมายควบคุมอาคารเดิมให้เกิดการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนและการพัฒนาแบบ TOD เพิ่มมากขึ้น และมีประสิทธิภาพต่อผู้สัญจรและผู้ประกอบการลงทุน

5. เพื่อให้การติดต่อสั่งการ และประสานงานมีความกระชับและมีประสิทธิภาพเชิงบูรณาการควรจัดตั้งบรรษัทพัฒนาศูนย์พหลโยธิน ในลักษณะของ “One-stop service”

6. ภาครัฐควรส่งเสริมและจัดหาที่พักอาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยโดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในภาคใช้แรงงานให้บริการ (labor-based service sector) เช่นแม่บ้าน ดูแลเด็กเล็ก และซักรีด เป็นต้น ซึ่งจะมีส่วนสนับสนุนผู้อยู่อาศัยและทำงานในโครงการตามหลักการTOD (สญชัย ลบแย้ม, 2557a, 2557b;Chung, Choi, Park, & Litman, 2014)

รายการอ้างอิง

สญชัย ลบแย้ม. (2557a). การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและเมืองอย่างยั่งยืน:การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน. In สัมมนาเชิงปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน(Transit – oriented Development)ตามแนวคิดการเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth). ราชบุรี: สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม.

สญชัย ลบแย้ม. (2557b). แนวทางการพัฒนาพื้นที่แบบระบบขนส่งมวลชนชี้นำ. In 2014 National Planning Conference: GreenestCity (pp. 4-1-4–13). Bangkok,Thailand: สมาคมการผังเมืองไทย.

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม. (2559).โครงการศึกษาออกแบบรายละเอียดศูนย์คมนาคมพหลโยธินและการพัฒนาตันแบบการพัฒนาพื้นที่โดยรอบศูนย์กลางคมนาคม.กรุงเทพมหานคร.

Chung, Y., Choi, K.,Park, J., & Litman, T. (2014). Social exclusion and transportation services: Acase study of unskilled migrant workers in South Korea. HabitatInternational, 44, 482–490.

National Charrette Institute at Michigan State University. (n.d.). Charrettesystem. Retrieved May 1, 2017, from http://charretteinstitute.org/




 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2560 21:45:59 น.
Counter : 204 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

สนข.จัดรับฟังออกแบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก เตรียมพัฒนาเมืองอนาคต 2020





สนข.จัดรับฟังออกแบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลกเตรียมพัฒนาเมืองอนาคต 2020

วันที่ 31มีนาคม 2560 นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)เป็นประธานการเปิดสัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่1

โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก

ที่ห้องคอนเวนชั่น 2 โรงแรมท็อปแลนด์พลาซ่า จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเป็นประธานเปิดการสัมมนา โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนผู้แทนองค์กรส่วนท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้นำชุมชน และประชาชนในเขตเทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่งของอำเภอเมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องและพื้นที่ใกล้เคียง องค์กรภาคเอกชน ภาคธุรกิจเอกชน สถานบันการศึกษา สถานบันศาสนา โรงพยาบาลและสื่อมวลชน จำนวน 120 คน เข้าร่วมสัมมนา





นายชัยวัฒน์ กล่าวว่าจังหวัดพิษณุโลกเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นศูนย์กลางด้านคมนาคม เศรษฐกิจ การศึกษาและการท่องเที่ยวของภาเหนือตอนล่าง มีวิสัยทัศน์ คือ “เมืองบริการสี่แยกอินโดจีน”และมียุทธศาสตร์ในการพัฒนาเพื่อเป็นเมืองบริการที่หลากหลาย (Service City) และมีความปลอดภัย (Safe City) โดยมีเป้าประสงค์หลักที่ต้องการเป็นศูนย์กลางบริการด้านขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร อีกทั้งภูมิศาสตร์ที่ตั้งของจังหวัดพิษณุโลกยังเป็นศูนย์กลางการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจ3 แนว อันได้แก่ แนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (NSEC) ตะวันออก-ตะวันตก(EWEC) และหลวงพระบาง*อินโดจีน-เมาะลำไย (LIMEC) ที่จะกระตุ้นการเชื่อมโยงการเดินทางของนักท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน(AEC) และที่สำคัญจังหวัดพิษณุโลกยังเป็นจังหวัดที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการระบบรถไฟทางคู่สายปากน้ำโพ-เด่นชัย และโครงการรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ กรุงเทพฯ –พิษณุโลก ที่จะดึงดูดนักลงทุนและเพิ่มความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยวและการขยายตัวของเมืองเป็นไปอย่างรวดเร็ว และอาจจะส่งผลต่อปัญหาการจราจรและขนส่งในอนาคตได้

“รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้ให้ความสำคัญและจัดให้เมืองพิษณุโลกเป็น 1 ใน 6 เมืองหลักในภูมิภาค (เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา ภูเก็ต และหาดใหญ่)ที่จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาการขนส่งและจราจรอย่างเร่งด่วนภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทยพ.ศ. 2558 –2565ของกระทรวงคมนาคม ที่กำหนดให้ระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เกิดการเชื่อมต่อและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ รวมทั้งจัดทำแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมืองพิษณุโลกให้มีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล แผนยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งต้องสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตของเมืองพิษณุโลก(พิษณุโลก2020) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ลดการใช้และนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศและแก้ไขปัญหาการจราจรได้อย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนให้มีผลกระทบน้อยที่สุด”นายชัยวัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้การศึกษาโครงการนี้จะช่วยวางรากฐานระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก และเป็นแผนแม่บทสำคัญใช้ในการขับการพัฒนาเมืองพิษณุโลกให้สามารถรองรับการเดินทางในอนาคตด้วยการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เหมาะสม ให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกอย่างยั่งยืนและสามารถรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ กล่าวตอนท้ายว่า สนข.ยังได้ตระหนักถึงความสำคัญของกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ อันจะเป็นประโยชน์สูงสุดในการดำเนินงานโครงการให้ประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ซึ่งการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1ในวันนี้จะเป็นการแนะนำและชี้แจงรายละเอียดของการดำเนินโครงการ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับมาประกอบการศึกษาและออกแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนต่อไป








ที่มามติชนออนไลน์ ขอขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้ครับ 

http://www.matichon.co.th/news/514859




 

Create Date : 27 เมษายน 2560    
Last Update : 27 เมษายน 2560 14:46:32 น.
Counter : 171 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ทศน.ขอนแก่น + CAT + KKTT ผุด 3 โครงการไอทีดันขอนแก่นก้าวสู่สมาร์ทซิตี้





ที่ขอนแก่น

ผุด 3โครงการไอทีดันขอนแก่นก้าวสู่สมาร์ทซิตี้


ศูนย์ข่าวขอนแก่น- เทศบาลนครขอนแก่น จับมือ CAT และ KKTT เดินหน้าพัฒนา “ขอนแก่นสมาร์ทซีตี้”รองรับสังคมยุคดิจิตอล ผุด 3 โครงการหลักทั้งแจ้งเตือนที่จอดรถอัจฉริยะแจ้งเตือนพื้นที่น้ำท่วม และมลพิษทางอากาศ ให้บริการชาวชุมชน “ธีระศักดิ์” มั่นใจยกระดับขอนแก่นสู่หัวเมืองหลักของไทยภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้านไอทีได้สมบูรณ์แบบที่สุด



วันที่ 24เม.ย.60 ที่ห้องประชุมเป็งจาล เทศบาลนครขอนแก่น (ทน.) นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือ ร่วมระหว่าง ทน.ขอนแก่น , บริษัทขอนแก่นพัฒนาเมืองจำกัด หรือ KKTT , บริษัท กสท.โทรคมนาคม และประธานโครงการThailand IoTConsortium ตามโครงการ Khon Kaen Smart City : Internet of Things ซึ่งทั้ง 4หน่วยงานได้ดำเนินโครงการร่วมกันตามนโยบาย สมาร์ทซิตี้ และไทยแลนด์ 4.0

ว่าด้วยการพัฒนาจังหวัดที่มีเป้าหมายผลักดันให้ขอนแก่นเป็นสมาร์ทซิตี้อย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางความสนใจจากนักธุรกิจในจังหวัดขอนแก่นรวมไปถึงกลุ่มนักวิชาการ และผู้ที่เชี่ยวชาญด้านระบบไอที และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก


นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น



นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่าการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน เป็นมิติใหม่ของการพัฒนาเมืองที่สอดรับกับนโยบายรัฐบาล และบริหารจัดการเมืองเป็นไปตามความต้องการประชาชนจากนี้ไปทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันพัฒนางานให้บริการประชาชนในชุมชนด้วยระบบเครือข่ายLoRaWAN ซึ่งจ.ขอนแก่นเป็นจังหวัดแรกของไทยที่นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในความเป็นเมืองสมาร์ทซิตี้

3 โครงการแรกประกอบด้วย Smart Parking , SmartPollution Metering และ Smart Disaster Warning โดยระบบดังกล่าวจะนำมาทดสอบให้บริการในเขตชุมชนเมืองเริ่มจาก SmartParking ด้วยการติดตั้งระบบจอดรถอัจฉริยะแบบไร้สายภายในลานจอดรถของ ทน.ขอนแก่น เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้บริการไม่ต้องวนมาจอดรถหลายรอบเพราะแต่ละวัน ทน.ขอนแก่นมีประชาชนนำรถยนต์ส่วนตัวมาจอดไม่น้อยกว่า 500 คันการติดตั้งระบบนำจอดและส่งสัญญาณไร้สาย ที่สามารถตรวจสอบผ่านแอพพลิเคชั่นจะเป็นมิติใหม่ของการให้บริการของหน่วยงานระดับท้องถิ่น ที่ใกล้ตัวที่สุด

โครงการที่ 2 คือ ติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ในพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อแจ้งเตือนระดับน้ำในพื้นที่ชุมชนเมืองและพื้นที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากเพื่อแจ้งเตือนปริมาณน้ำท่วมขัง และพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังและส่งสัญญาณมายังพื้นที่ควบคุม เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและระบายน้ำรวมถึงประกาศแจ้งเตือนคนในชุมชนให้สามารถรับมือกับภาวะน้ำท่วมเฉียบพลันในเขตชุมชนได้อย่างรวดเร็ว

นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า โครงการสุดท้ายที่จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2560 นี้ คือติดตั้งระบบตรวจสอบมลพิษในเขตเมืองโดยจะติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดค่ามลพิษและสภาพอากาศ ในรถบัสโดยสาร ซิตี้บัสเบื้องต้น 10 คันที่จะวิ่งออกไปให้บริการผู้โดยสารอยู่แล้ว ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมงเพื่อจัดเก็บค่าเฉลี่ยแต่ละห้วงเวลา รวมไปถึงพื้นที่ที่มีค่ามลพิษสูงสุดเพื่อทำการแจ้งเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวให้สามารถป้องกันมลพิษได้



“วันนี้ขอนแก่นพร้อมจะเป็นเมืองต้นแบบสมาร์ทซิตี้เช่นเดียวกับภูเก็ต และเชียงใหม่ขับเคลื่อนเมืองขอนแก่นสู่ความเป็นอัจฉริยะและความเป็นเลิศด้วยการนำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้พัฒนาเมืองและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆอย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายโครงการที่ทน.ขอนแก่น จะนำมาต่อยอดให้เกิดการพัฒนาซึ่งการดำเนินงานระยะแรกทั้ง 3โครงการดังกล่าวนี้จะเริ่มได้ในปีนี้”นายธีระศักดิ์ กล่าว

ที่มา Manager Online

http://www.isaanbiz.com/6234




 

Create Date : 25 เมษายน 2560    
Last Update : 25 เมษายน 2560 23:44:43 น.
Counter : 95 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  

เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




ภาพอดีต ภาพปัจจุบัน และอนาคต และความเป็นไปของเกาะรัตนโกสินทร์
เล่าเรื่องทริป ที่สุดแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว มัน อเมซิ่ง มากมาย
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.