ชมวิวทิวทัศน์ เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

แผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก “อนาคตเมืองพิษณุโลก”




แผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก “อนาคตเมืองพิษณุโลก”

บทความเรียบเรียงโดย พิชิต ขอผลหัวหน้าฝ่ายผังเมือง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก



“อนาคตเมืองพิษณุโลก”แผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ มีระยะเวลาของแผน 20 ปีเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางทุกรูปแบบในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงลดปริมาณการใช้รถส่วนบุคคลแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้ทุกคนหันกลับมามีค่านิยมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะลบทิ้งสถิติอุบัติเหตุและการเสียชีวิตประชาชนที่สูงติดอันดับโลกให้เป็นอดีตไปตลอดกาล“การประชุมโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก”โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร(สนข.) และมหาวิทยาลัยนเรศวร วันที่ 24 พฤษภาคม 2560




จากการพิจารณาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 , ผังประเทศไทย/ผังภาคเหนือยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด และพิษณุโลกยังมี แผนยุทธศาสตร์“พิษณุโลก 2020”ซึ่งมีโครงการที่สนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะหลายเรื่องเช่น โครงการศูนย์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบจังหวัดพิษณุโลกบริเวณสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ – พิษณุโลก –เชียงใหม่เทศบาลนครพิษณุโลก , โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน จังหวัดพิษณุโลก , โครงการศูนย์พาณิชยกรรมและโลจิสติกส์ภาคเหนือตอนล่าง, โครงการยกระดับสนามบินพิษณุโลกเป็นสนามบินนานาชาติซึ่งโครงการต่างๆได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในพื้นที่

การศึกษาในพื้นที่มีข้อค้นพบอย่างมากที่สะท้อนถึงพฤติกรรมการเดินทางข้อประชาชนในปัจจุบันที่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่จำนวนมากหันมาใช้การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคลที่ราคาสูงมากผูกพันเป็นค่าครองชีพระยะยาวหรือรถจักรยานยนต์ที่สะดวกรวดเร็วแม้หากเกิดอุบัติเหตุจะมีความรุนแรงอย่างมากต่อชีวิตและร่างกายเป็นค่านิยมที่สะท้อนผลจากความไม่สะดวก ปลอดภัย ไม่ทันยุคทันสมัยระยะเวลาที่ไม่สามารถควบคุมและวางแผนการเดินทางได้ โครงข่ายไม่ครอบคลุมกิจกรรมในพื้นที่


สาระสำคัญที่พิจารณาให้เห็นทิศทางอนาคตเมืองพิษณุโลก คือ

1. ระบบขนส่งสาธารณาหลักที่เชื่อมโยงหน่วยบริการสำคัญของเมืองและมีผู้ใช้จำนวนมากสามารถวางระบบรางเบาTRAM หรือ BRT ได้ และในระบบขนส่งสาธารณารอง จะเป็นรถ BUS การเชื่อมโยงอื่นๆ ส่วนสำคัญไม่น้อยคือการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเมืองชุมชนให้เอื้อการการเดินทางของทุกเพศทุกวัย ทุกสถานะภาพ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้พิการฯ จากบ้านจนถึงเป้าหมาย

2. การเดินทางในทุกรูปแบบการขนส่งภายในจังหวัดและเชื่อมโยงจังหวัดใกล้เคียงเช่น สถานีรถไฟรางคู่และความเร็วสูง ท่าอากาศยาน สถานีขนส่ง ให้มีประสิทธิภาพพิจาณาถึงปริมาณผู้ใช้ ประเภทระบบขนส่งที่เหมาะสม ความสะดวก

3. แนวคิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟหรือระบบขนส่งสาธารณะหลัก(Transit Oriented Development: TOD) เพื่อการเติบโตอย่างเป็นระบบตามผังเมืองที่ดีเบื้องต้นจากข้อมูลการวางและจัดทำผังเมืองรวมเมืองพิษณุโลกและผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลกมีการกำหนดศูนย์เศรษฐกิจหลักของเมืองไว้ 23 แห่ง เช่นศูนย์เศรษฐกิจพานิชกรรมใจกลางเมือง(ที่ตำแหน่งสถานีรถไฟเก่าอนาคตจะเป็นสถานีรถไฟความเร็วสูง), ศูนย์เศรษฐกิจและเขตนวตกรรมมหาวิทยาลัยนเรศวร, ศูนย์เศรษฐกิจเขตเมืองแยกต้นหว้า ฯลฯซึ่งจะมีการกำหนดแผนงาน โครงการพัฒนา หรือนโยบายการสนับสนุนพื้นที่ต่อไป

4. แนวคิด"การใช้งบประมาณที่มีอยู่จำกัดแต่สามารถสร้างประโยชน์และความคุ้มค่าให้กับสังคมและการลงทุนอย่างพอเพียง"เนื่องจากงบประมาณของรัฐมีจำนวนจำกัด การดึงหน่วยงานต่างๆเข้ามาสนับสนุนระบบขนส่งในอนาคตจึงเป็นสิ่งสำคัญราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น อบต. เทศบาล หรือ อบจ.และองค์กรเอกชนที่มีการก่อตั้งบริษัทพิษณุโลกพัฒนาเมืองที่มีการร่วมตัวกันเป็นเครือข่ายแล้วในหลายจังหวัด เช่น ขอนแก่น ภูเก็ต สมุทรสาครพิษณุโลก ระยอง สระบุรี เชียงใหม่ มีการร่วมตัวกันประชุมยกร่าง พ.ร.บ.พัฒนาเมืองเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในอนาคตต่อไป

5. การพัฒนาบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและสังคม อย่างรอบด้าน

การศึกษาถึงการแก้ประเด็น ปัญหาการจราจรจากลักษณะกายภาพของเมืองเองการตั้งชุมชนดังเดิมอดีตและปัจจุบันตำแห่งหน่วยบริการของเมืองต่างๆ ของรัฐ เอกชนเช่น ศูนย์ราชการ โรงเรียน ตลาด ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะสถานที่ท่องเที่ยว ฯลฯและปัญหาจากระบบขนส่งสาธารณะมีความเหมาะสมเพียงพอหรือไม่ การออกแบบระบบขนส่งสาธารณะที่จะได้ในอนาคต

1. ความเหมาะสมทางวิศวกรรมความต้องการเดินทาง และมาตรฐานความปลอดภัย ผู้ใช้หลักของเมือง นักท่องเที่ยวประชากรแผงในอนาคตที่จะมีมากในอนาคตตามหลักการที่พิษณุโลกจะเป็นเมืองบริการสี่แยกอินโดจีนเป็นจุดที่ตั้งสถานีรถไฟความเร็วสูงระยะแรกตามนโยบายรัฐบาล

2. เอกลักษณ์ ผลกระทบต่อประชาชน ชุมชนและสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต ความเคยชินในอดีตที่ใช้รถยนต์สวนบุคคล จักรยานยนต์สะดวกรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงต้องมีระบบที่มีพลังพอให้ทุกคนเปลี่ยนมาเป็นการเดินด้วยเท้า จักรยาน รถขนส่งสาธารณะการเตรียมเขตทางให้เหมาะสมเพียงพอในการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ TRAM หรือ BRT เป็นสิ่งที่ต้องพูดคุยกันอย่างมากในพื้นที่อย่างต่อเนื่องต่อไป

3. งบประมาณในการลงทุนและค่าบำรุงรักษาระบบที่มีประสิทธิภาพ หน่วยงานที่จะเข้ามาดูแลราชส่วนกลาง ท้องถิ่น องค์กรเอกชนที่สำคัญตัวบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านที่ยังขาดแคลนและต้องได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนอย่างแท้จริงเพื่อให้ภารกิจที่สำคัญของเมืองและชนบทนี้สำเร็จลุล่วงยังความาสุขให้แก่ประชาชนทุกคน

บรรยากาศบางส่วน ณ ห้องประชุมเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560
















 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2560 0:11:56 น.
Counter : 195 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเมือง จุดเปลี่ยนการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองของไทย





พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเมือง

จุดเปลี่ยนการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองของไทย

รายงานความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.



การประชุมเครือข่ายพัฒนาเมือง 4 จังหวัดเมื่อวานนี้ (วันที่ 25 พ.ค. 2560 เวลา 16.00-19.00 ห้อง business room#2 โรงแรมริชมอนด์) มีผู้แทนจากขอนแก่นพัฒนาเมือง (อจ.สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กก.ผู้ก่อตั้ง) ภูเก็ตพัฒนาเมือง(คุณสิทธิโชค เดชภิบาล) สมุทรสาครพัฒนาเมือง (คุณสมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์ ปธ.กก.ดร.สุวันชัย แสงสุขเอี่ยม และคุณธนชัย เรืองชัยสิทธิ์) ระยองพัฒนาเมือง (คุณภูษิตไชยฉ่ำ กก.ผจก.) และ อจ.ฐาปนา บุณยประวิตร ผู้ประสานงานเครือข่าย เข้าร่วมได้ข้อเสนอต่อที่ปรึกษาปรับปรุงกฎหมายและคณะทำงานยกร่าง ประเด็นสำคัญหลายเรื่องสรุปได้ดังนี้

1. ก่อนการประชุม เครือข่ายได้พิจารณา funding & incentive พร้อมมาตรการกระตุ้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่งของสหรัฐฯ2 กลุ่ม ใหญ่ ประกอบด้วย กองทุน TIGER หรือ TIGER Grants ซึ่งรับผิดชอบโดย U.S.DOT และกองทุนพร้อมสิทธิประโยชน์ของ Federal TransitAdministration-FTA ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าแม้กองทุนและสิทธิประโยชน์กลุ่มนี้จะไม่มีในบทบัญญัติของไทยแต่ควรนำบางสาระสำคัญระบุในร่าง กม. เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลในอนาคต

2. ที่ประชุมได้พิจารณาโครงสร้างของ กม. Tax abatement ในประเด็นรูปแบบพื้นที่จัดเก็บภาษีกิจกรรมเศรษฐกิจ และระยะเวลาการจัดเก็บ โดยใช้กรณีศึกษาจากสหรัฐฯ สรุปว่าอาจสรุปบางมาตรการเพื่อประยุกต์ใช้ใน กม. อย่างไรก็ตาม ตัวบทดังกล่าวจะต้องอ้างอิงกับระบบการออกแบบเมืองของ smart growth ซึ่งจะทำให้สามารถจำแนกประเภทกิจกรรมเศรษฐกิจและฐานการคิดภาษีได้ชัด

3. การพิจารณาชื่อร่างโดยพิจารณาข้อดีข้อเสียของ 2 ชื่อที่มีการเสนอคือ พ.ร.บ.สภาการพัฒนาเมืองกับ พ.ร.บ. ส่งเสริมกิจการพัฒนาเมือง (ตามร่างเดิม) ที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้ชื่อร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเมือง โดยตัดคำว่า กิจการ ออก

4. ที่ประชุมเห็นชอบให้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นตามรธน.มาตรา 77 โดยเสนอให้สภานิติบัญญัติเป็นผู้จัดและดำเนินการในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครก่อนเป็นที่แรก ต่อจากนั้นให้ทยอยจัดในพื้นที่มีบริษัทพัฒนาเมือง

5. การพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการพัฒนาเมืองที่ประชุมเสนอให้ทุกจังหวัดเสนอแผนงานโครงการให้ที่ปรึกษากม.ศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาความสัมพันธ์ของ กม.แต่ละฉบับกับ กม.ที่เสนอโดยนำประเด็นที่อาจเป็นอุปสรรคและส่งเสริมระบุไว้ใน กม.ให้เด่นชัดหรือเตรียมนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติต่อไป

6. เห็นควรเพิ่มเติมรายละเอียดการสนับสนุนจากหน่วยงานวิจัยของภาครัฐในการสนับสนุนการศึกษา วิจัย ออกแบบ ตรวจวัด ทดสอบ และกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการยกระดับความสามารถการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่กิจการ

7. เห็นควรเพิ่มเติมข้อกม.ในการเพิ่มสิทธิ์การตั้งราคาค่าบริการโครงสร้างพื้นฐานของกิจการพัฒนาเมืองซึ่งอาจยกเว้นข้อกำหนดจาก กม.เดิมเพื่อให้ราคาค่าบริการโครงสร้างพื้นฐานเป็นไปตามข้อเท็จจริง สะท้อนต้นทุนไม่บิดเบือนตลาดและตอบสนองต่อการส่งเสริมการเข้าถึงบริการโครงสร้างพื้นฐานของประชาชน

8. เห็นชอบให้เพิ่มและคงมาตรการและสิทธิประโยชน์ด้านภาษีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง tax abatement สำหรับกองทุนสนับโครงสร้างพื้นฐานนั้นให้ที่ปรึกษาศึกษาดำเนินการยกร่างไว้เพื่อนำเสนอโดยตรงต่อรัฐบาล

9. เสนอมาตรการใหม่ในการจัดการพื้นที่ TOD โดยกำหนดให้ระบุใน กม. ให้ พื้นที่ TOD เป็นพื้นที่พิเศษที่รัฐมีอำนาจในการจัดการเชิงพื้นที่โดยความร่วมมือกับภาคเอกชนและเจ้าของที่ดิน ทั้งนี้ให้เน้นมาตรการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่มากกว่ามาตรการเวนคืนที่ดิน(รายละเอียดจะนำเสนอต่อไป)

บรรยากาศภาพบางส่วนจากการประชุมยกร่างพ.ร.บ.พัฒนาเมืองจากการประชุมในวันอังคารที่ 23 พฤษภาคม 2560 เวลา 10.00-16.00 น. ห้องประชุม308 อาคารรัฐสภา 2 























 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 27 พฤษภาคม 2560 15:25:12 น.
Counter : 185 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

เชียงใหม่ลุยรถไฟฟ้ารางเบางบกว่า 2 หมื่นล้าน




เชียงใหม่ลุยรถไฟฟ้ารางเบางบกว่า 2 หมื่นล้าน

รศ.ดร.บุญส่ง สัตโยภาสผู้จัดการโครงการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า ทางโครงการจะมีการจัดสัมมนาครั้งสุดท้ายในเดินมิถุนายน 2560เพื่อนำเสนอโครงข่ายทั้งสองและรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะและข้อห่วงใยของประชาชนเพื่อจะสรุประบบขนส่งสาธารณะจังหวัดเชียงใหม่เพื่อนำเสนอต่อไปเมื่อพิจารณาโครงข่ายทางเลือกเสร็จสิ้นแล้วจึงจัดให้มีการออกแบบทางวิศวกรรมความเป็นไปได้ในการลงทุนหลังจากนั้นจะกระบวนการออกแบบดำเนินการก่อสร้างต่อไปผลการศึกษานี้คาดการณ์อีกไม่เกิน3 เดือนจะต้องส่ง หลังจากนั้น สำนักนโยบายและแผนการจราจร(สนข.)ก็จะผลักดันเสนอขึ้นไป ครม.

"งบการลงทุนในระบบกว่า 2 หมื่นล้านบาทซึ่งอาจจะเป็นรัฐลงทุนทั้งหมด หรือร่วมทุนรัฐ-เอกชน แนวโน้มซึ่งต้องศึกษาถึงสภาพเงื่อนไขของเมืองของจังหวัดด้วย เชียงใหม่ไม่เหมือนขอนแก่นโดยจะมองทุกออฟชั่นที่เป็นไปได้เพื่อให้ได้แบบลงทุนที่ดีที่สุดเพื่อให้ระบบของเชียงใหม่มีความยั่งยืน"

รูปแบบของระบบขนส่งสาธารณะเชียงใหม่ จะเป็นรถไฟฟ้ารางเบาหรือ LRT รูปแบบ A เป็นโครงข่ายที่ใช้ทางวิ่งบนดินและใต้ดินร่วมกันประกอบด้วยเส้นทางหลัก 3 เส้นคือ สายสีแดง ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตรเริ่มจากโรงพยาบาลนครพิงค์ผ่านศูนย์ราชการและสนามกีฬา 700 ปีผ่านศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติจังหวัดเชียงใหม่และใช้ทางวิ่งใต้ดินที่บริเวณทางแยกข่วงสิงห์มุ่งสู่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ไปสนามบินเชียงใหม่เมื่อพ้นสนามบินเชียงใหม่กลับไปใช้เส้นทางวิ่งบนดินไปสิ้นสุดที่แยกบิ๊กซีอำเภอหางดง ส่วนสายสีเขียว ระยะทาง 12 กิโลเมตรเริ่มต้นจากแยกตลาดรวมโชคเข้าสู่ทางวิ่งใต้ดินที่โรงพยาบาลเทพปัญญา กาดหลวงเชียงใหม่ไนท์บาร์ซ่า เซ็นทรัลแอร์พอร์ต ถึงสนามบินเชียงใหม่”

รศ.ดร.บุญส่ง กล่าวต่อไปว่าสายสีน้ำเงิน ระยะทาง 12 กิโลเมตร เริ่มต้นทางวิ่งใต้ดินจากสวนสัตว์เชียงใหม่ผ่านมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เลี้ยวไปตามถนนคันคลองถึงสี่แยกต้นพะยอมมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่พบกับจุดตัดสายสีแดงที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ผ่านคูเมืองไปพบกับจุดตัดสีเขียวที่เชียงใหม่ไนท์บาร์ซ่ากับจนถึงเส้นทางบนดินที่หนองป่าทีปวิ่งไปถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ไปสิ้นสุดที่แยกพรอมเมนาด้า

สำหรับโครงข่ายทางเลือกแบบB จะมีเส้นทางเหมือนโครงข่าย A แต่จะแตกต่างกันทั้งหมดคือวิ่งบนดินเส้นทางสายสีน้ำเงินจะวิ่งอ้อมรอบคูเมืองทั้งหมด สำหรับทั้ง 2โครงข่ายจะมีฟีดเดอร์หรือโครงข่ายรองโครงข่ายเสริมที่คอยเชื่อมให้คนที่อยู่นอกเส้นทางของระบบขนส่งสาธารณะหลักได้เข้ามาใช้เส้นทางโดยจะใช้ระบบรถเมล์เป็นหลัก

ขอบคุณข้อมูลจากบทความในฐานเศรษฐกิจ วันที่ 18 พ.ค. 60

http://www.thansettakij.com/content/151653




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2560 0:17:44 น.
Counter : 210 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ขอนแก่นชูเมกะโปรเจ็กต์ เชื่อมระบบขนส่ง ต้นแบบพัฒนาเมืองใหญ่






ขอนแก่นชูเมกะโปรเจ็กต์ เชื่อมระบบขนส่งต้นแบบพัฒนาเมืองใหญ่

ขอนแก่นเป็นจังหวัดต้นแบบของการพัฒนาเมืองใหญ่ด้วยระบบขนส่งมวลชนในรูปแบบของรถไฟฟ้ารางเบาโดยภาคเอกชนในจังหวัดรวมตัวก่อตั้งเป็นบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมืองจำกัด หรือเคเคทีที ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท โครงการนี้มีความคืบหน้าแค่ไหนนายเข็มชาติ สมใจวงษ์ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่นจะมาให้คำตอบ



7 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น + องค์กรภาคเอกชนอีก 50 แห่ง จับมือกันพัฒนาเมืองโดยเน้นหนักไปที่โครงสร้างพื้นฐาน

ที่มาภาพ : คลิปข่าว youtube จากสปริงนิวส์



-เป้าหมายพัฒนาเมือง

ขอนแก่นกำลังสร้างพื้นฐานการพัฒนาจังหวัดในทุกๆด้านด้วยระบบการคมนาคมขนส่ง และการสร้างเมืองเป็นศูนย์กลางการประชุมแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ด้วยศักยภาพจากทำเลที่ตั้ง เป็นทางเชื่อมของโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ตั้งเป้าให้เป็นเมืองศูนย์กลางของบริการทางการแพทย์รักษาพยาบาล ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะให้เหมาะสมโดยเริ่มต้นที่รถบัสโดยสารปรับอากาศ ขอนแก่นซิตี้บัสที่เชื่อมท่าอากาศยานของแก่นกับสถานีขนส่งผู้โดยสาร 3 ผ่านสถานที่สำคัญในตัวเมืองมีบริการไวไฟในรถบัส สามารถชำระค่าโดยสารด้วยสมาร์ทการ์ดอันดับต่อมาคือการพัฒนาแท็กซี่โดยสารในตัวเมือง ให้สะอาด ปลอดภัย พร้อมเพิ่มทักษะด้านภาษาให้ผู้ขับขี่ สร้างความประทับใจให้กับผู้โดยสาร ซึ่งทำมาได้ 3-4 ปีแล้ว อันดับต่อมาคือระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้ารางเบาหรือ แอลอาร์ที



ที่มาภาพ : คลิปข่าว youtube



 ตั้งเป้าให้เป็นเมืองศูนย์กลางของบริการทางการแพทย์ รักษาพยาบาล

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น



-คืบหน้ารถไฟฟ้ารางเบา

เป้าหมายของขอนแก่นพัฒนาเมืองในการสร้างรถไฟฟ้ารางเบาแนวเหนือใต้สำราญท่าพระ มีระยะทางรวม 26 กิโลเมตร จำนวน 21 สถานีใช้รถไฟฟ้าที่ผลิตและผลิตในประเทศ 15 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ สามารถจุผู้โดยสารได้ 180 คน ความคืบหน้าล่าสุด 5 เทศบาลในจังหวัดขอนแก่นประกอบด้วยเทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลเมืองศิลา เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลตำบลสำราญและเทศบาลตำบลท่าพระ ซึ่งเป็นเส้นทางที่รถไฟฟ้ารางเบาวิ่งผ่านได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเท็มส์ หรือ เคเคทีเอส ( KKTS ) ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทให้เป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการเดินรถ จัดทำ TOR เพื่อจัดหาผู้ดำเนินการก่อสร้างและจัดเก็บรายได้ของระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งขณะนี้ ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเท็มส์กำลังดำเนินการประสานโครงการต่อ ทั้งในส่วนของผลการศึกษาจากงบของ สนข.ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้รวมถึงการประสานกับกรมทางหลวง และกรมธนารักษ์ เพื่อขอใช้พื้นที่เกาะกลางถนนจากนั้น นำเข้า ครม.เพื่อรออนุมัติ โดยคาดว่า ปลายปี 2560 นี้จะเริ่มก่อสร้างได้อย่างเป็นทางการ มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2562-2563 ใช้เงินลงทุนประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท



โครงการรถไฟฟ้ารางเบา (LRT-LIGHT RAIL TRANSIT) ขอนแก่น



SMART CITY BUS ระบบขนส่งสายรอง (FEEDER)



ส่งเสริมการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยภาคกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

ที่มาภาพ : เทศบาลนครขอนแก่น ภาคกิจกรรม


นอกจากนี้ บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัดยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับบริษัท ไทยแลนด์ ไอโอที คอนซอร์เตียม จำกัดเพื่อนำเทคโนโลยี IoT มาพัฒนาขอนแก่นให้เป็นเมืองสมาร์ทซิตี้อย่างเต็มรูปแบบ

-ต้นแบบพัฒนาเมืองใหญ่

การดำเนินงานของขอนแก่นพัฒนาเมือง จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองใหญ่ในภูมิภาคที่มีการร่วมมือกันภาคเอกชนในการพัฒนาเมืองอย่างมีแบบแผนชัดเจนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขอนแก่นจะเป็นจังหวัดแรกที่จะเกิดรถไฟฟ้ารางเบาเนื่องจากมีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการล่วงหน้า แม้อาจมีการมองว่า รถไฟฟ้ารางเบาเป็นการลงทุนที่สูงเกินไปควรจะเริ่มต้นด้วยรถบีอาร์ที จะประหยัดต้นทุนกว่าแต่ทางขอนแก่นก็ยอมลงทุนเพื่ออนาคตในระยะยาว ให้เป็นเอกลักษณ์ของเมืองโดยจะใช้การพัฒนาอสังริมทรัพย์ ศูนย์การค้า อาคารสำนักงานเพื่อมาเสริมรายได้ให้กับโครงการนี้ด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,261 วันที่ 14 - 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

http://www.thansettakij.com/content/148857




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2560 10:42:45 น.
Counter : 190 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

คนขอนแก่น หันมาใช้บริการ “ขอนแก่นซิตี้บัส” แก้ปัญหารถติดในเมือง




คนขอนแก่น หันมาใช้บริการ“ขอนแก่นซิตี้บัส” แก้ปัญหารถติดในเมือง

จังหวัดขอนแก่นได้มีรถบัสโดยสารที่เรียกว่า “ขอนแก่นซิตี้บัส” จำนวน10 คัน บรรจุผู้โดยสาร 25 – 30 คน ภายในรถมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น CCTV 3 จุด, Wifi และมีลิฟท์สำหรับวีลแชร์ ค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย โดยรถโดยสารซิตี้บัสจะวิ่งผ่านจุดสำคัญในเขต จ.ขอนแก่นและในเทศบาลนครขอนแก่น อาทิ สนามบินขอนแก่น, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, รพ.ขอนแก่นราม, ห้างสรรพสินค้า, ศาลหลักเมืองขอนแก่น, บขส.ขอนแก่น1 - 3 และโรงเรียนต่างๆเป็นต้น ได้มีประชาชนที่มาเยือนขอนแก่นให้ความสนใจพร้อมทดลองนั่งรถชมเมืองขอนแก่นไปด้วย เพราะได้รับความสะดวกทุกอย่างแก้ปัญหาจราจรได้ในระดับหนึ่ง พร้อมกับลดการเกิดอุบัติเหตุ

นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เปิดเผยว่า ปัจจุบัน จ.ขอนแก่นมีความเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด จึงมีประชาชนจำนวนมากมาเยือนขอนแก่นทำธุรกิจในเขตเทศบาลนครขอนแก่นและมาใช้บริการในเขตเทศบาลนครขอนแก่นทำให้ประชาชนส่วนมากมาใช้บริการที่สนามบินขอนแก่นเกิดปัญหาสถานที่รองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้ามาทำธุระและประกอบธุรกิจเมื่อมีนักธุรกิจส่วนหนึ่งร่วมหุ้นทำโครงการเปิดรถยนต์ “ขอนแก่นซิตี้บัส”จึงทำให้ประชาชนได้สะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้นพร้อมกับป้องกันอุบัติเหตุในเขตจังหวัดได้เป็นอย่างดีและกระทรวงคมนาคมได้ให้ผู้ประกอบการเดินรถจังหวัดขอนแก่น “บริษัทขอนแก่นซิตี้บัส”และท่าอากาศยานขอนแก่น เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมาคือเปิดเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทาง หมวด 1 สายที่ 24 สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่3 – ท่าอากาศยานขอนแก่นเพื่อให้บริการประชาชนเดินทางเชื่อมต่อไปยังจุดสำคัญต่างๆในตัวเมืองขอนแก่นรวมถึงสถานีขนส่งขนส่งผู้โดยสารทั้ง 3 แห่ง อีกด้วย โดยสามารถชำระค่าบริการด้วยบัตรสมาร์ทการ์ดและหยอดเหรียญอัตโนมัติ เพราะขอนแก่นซิตี้บัส ไม่ได้เป็นแค่รถเมล์ธรรมดาทั่วไปแต่อยู่ภายใต้รูปลักษณ์หรูหรา สะอาด คนขับแต่งกายสมาร์ท อัธยาศัยดี แถมยังมี Wifi ฟรี อีกด้วย


นายธนธัช สัตนาโค เจ้าหน้าที่ควบคุมรถสาย 24สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 – ท่าอากาศยานขอนแก่น เปิดเผยว่า บริษัท ขอนแก่นซิตี้บัสจำกัด ที่เป็นเจ้าของโครงการเปิดรถยนต์ ‘ขอนแก่นซิตี้บัส’ เกิดจากการร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐโดยเทศบาลนครขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นและสำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น และภาคเอกชนในพื้นที่ได้มีการเสนอแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนรูปแบบใหม่ที่ดี สะอาด ทันสมัย และราคาไม่แพงเพื่อต้องการพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองในหลายๆด้าน รวมทั้งด้านขนส่งมวลชนด้วยซึ่งขอนแก่นซิตี้บัส เริ่มให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ปีผ่านมา ทั้งนี้ คุณสมบัติของ ‘ขอนแก่นซิตี้บัส’มีความแตกต่างจากรถประจำทางทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดเพราะมีต้นแบบการให้บริการจากรถโดยสารในประเทศญี่ปุ่น โดยนำเอาสิ่งดีๆหลายอย่างมาปรับใช้กับการให้บริการ เช่น การแต่งกายของพนักงานขับรถทุกคนจะต้องใส่สูทสากล พูดจาสุภาพ มีการกล่าวทักทายผู้โดยสาร และจำกัดความเร็วในส่วนของการชำระค่าโดยสาร ก็สามารถชำระค่าโดยสารที่ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติหรือใช้บัตรเติมเงิน RFID ได้


“ขอนแก่นซิตี้บัสถือได้ว่าเป็นรถประจำทางที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ จึงได้รับความสนใจอย่างมากโดยในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการประมาณ 1,500 คน/วัน และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับสำหรับ ‘ขอนแก่นซิตี้บัส’‘ ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งเวลาเดินรถออกเป็น 2ช่วง ได้แก่ เวลา 06.00-20.00 น. รถออกทุก 10 นาทีในชั่วโมงเร่งด่วนจะให้เดินรถทุก 5 นาที และเวลากลางคืน 20.00-06.00 น. รถออกทุก30 นาที วิ่งเป็น 2 เส้นทางหลัก เรียกว่าวนซ้าย และวนขวา โดยมีสถานีหลักอยู่ที่สถานีบขส.ขอนแก่นแห่งที่ 3 ซึ่งเส้นทางการเดินรถจะผ่านสถานที่สำคัญมากกว่า 20 แห่งเช่น ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน วัด สถานีตำรวจ บึงแก่นนคร และสถานีขนส่งผู้โดยสาร(บขส.) ทั้ง 3 แห่งของจังหวัดขอนแก่น ขณะนี้ประชาชนที่มาขอนแก่นทราบแล้วว่ามี“ขอนแก่นซิตี้บัส” บริการนักท่องเที่ยวที่มาเยือนขอนแก่นและชาวขอนแก่นก็หันมาใช้รถโดยสาร “ขอนแก่นซิตี้บัส” มากขึ้นโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรจะจอดรถไว้ในบ้านและหันมาใช้รถโดยสารมากขึ้น” นายธนธัช กล่าว


ชมคลิป



ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก คุณก่อสิทธิ์ กองโฉมและคุณจิราภรณ์ พอกพูล

เครดิตบทความ http://www.khonkaenlink.info/home/news/4328.html





 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2560 5:30:05 น.
Counter : 200 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  

เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




ภาพอดีต ภาพปัจจุบัน และอนาคต และความเป็นไปของเกาะรัตนโกสินทร์
เล่าเรื่องทริป ที่สุดแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว มัน อเมซิ่ง มากมาย
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.