ชมวิวทิวทัศน์ เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

การปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและระดับเมือง: หนทางหลักสู่การสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของไทย



วงการผังเมืองของสหรัฐเมริกาได้พิสูจน์แล้วว่าปัจจัยที่แท้จริงในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความยั่งยืนนั้นต้องเกิดจากความแข็งแกร่งของศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและเมืองโดยศูนย์เศรษฐกิจดังกล่าวจะต้องมีศักยภาพในการจ้างงานและการสร้างงานในระดับสูงมีระบบทางกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการเชื่อมต่อทางกายภาพที่สนับสนุนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดคุ้มค่า โดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อมรวมทั้งความเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมและขนส่งที่ต้องให้ความสำคัญกับการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนและการขนส่งสินค้าด้วยการขนส่งทางรางซึ่งนับเป็นการเคลื่อนย้ายสินค้าและการเดินทางที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

สำหรับประเทศไทย ได้เวลาแล้วที่ต้องหันมาทบทวนการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจเสียใหม่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ที่การเติบโตของศูนย์พาณิชยกรรมกรุงเทพมหานครแต่เพียงอย่างเดียวแต่หัวเมืองขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ในพื้นที่ต่างจังหวัดจะต้องมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการเติบโตและสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจให้กับประเทศและเพื่อให้ศูนย์เศรษฐกิจทุกขนาดในพื้นที่ต่างจังหวัดเติบโตและมีศักยภาพอย่างแท้จริงในการหล่อเลี้ยงเส้นเลือดใหญ่ของประเทศจึงจำเป็นจะต้องนำแนวคิดและทฤษฎีการวางผังและการออกแบบเมืองมาประยุกต์ใช้และนี่คือภารกิจอันสำคัญของการเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth) กฎหมายผังเมืองForm-Based Codes และ LEED-ND ที่จะชี้นำให้ทุกท่านได้เข้าใจแนวทางออกแบบเมืองซึ่งเป็นฐานรากที่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจและแม่แบบของการเป็นเมืองสุขภาวะพบกับรายละเอียดการวางผัง การออกแบบเมือง การวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์เมืองและการกำหนดเจตนารมณ์ของศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและเมืองในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างจากการสัมมนาในครั้งนี้

การปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและระดับเมือง:หนทางหลักสู่การสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของไทย





วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 เวลา 09.00-16.00 น.คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมท๊อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก



จังหวัดพิษณุโลก

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง

คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พิษณุโลก2020 เขตเศรษฐกิจพิเศษสี่แยกอินโดจีน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก

สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย



ทัศนียภาพภายในเขตอุตสาหกรรมนวัตกรรมอาหารและสมุนไพรจังหวัดพิษณุโลกพื้นที่ Green Industryที่เป็น Walkable Community และแหล่งสร้างงานใหม่ของคนวัยหนุ่มสาวและผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กของภาคเหนือตอนล่าง

หลักการและเหตุผล

รัฐบาลได้กำหนดบทบาทจังหวัดภาคเหนือตอนล่างเป็นพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจตอนบนของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อการค้าการลงทุน การเดินทาง การขนส่งและการบริหารจัดการทรัพยากรซึ่งได้ให้จังหวัดตากเป็นพื้นที่ประสานการค้าชายแดนด้านทิศตะวันตกส่วนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือล่างเป็นพื้นที่บริการของภาคการผลิต การพาณิชย์ การบริการและการพัฒนานวัตกรรม โดยจังหวัดพิษณุโลกมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะ 20 ปีนั้นรัฐบาลได้วางแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่ง เช่น การลงทุนรถไฟฟ้าความเร็วสูงสายกรุงเทพ-เชียงใหม่ซึ่งมีสถานีตั้งอยู่บริเวณใจกลางจังหวัดพิษณุโลกรถไฟทางคู่สายแม่สอด-พิษณุโลก-มุกดาหารและการพัฒนาศูนย์โลจิสติกส์ระดับภาคของจังหวัดพิษณุโลกและอำเภอแม่สอด ทั้งนี้เพื่อรองรับการการลงทุนของภาคเอกชนและการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคตามโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาทิ โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) และโครงการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

จากบทบาทดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ภาคเหนือตอนล่างมีบทบาทสำคัญทั้งการเป็นศูนย์รวมของการเชื่อมต่อ (Connectivity Hub) การเดินทางและการขนส่งสินค้าและศูนย์การผลิตและการบริการเชิงพาณิชย์ (Commercial and Manufacturing Center) ที่สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพของการเชื่อมต่อและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าที่เข้าสู่กระบวนการห่วงโซ่การผลิตและการบริการทั้งนี้ ภาครัฐในฐานะของผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและวางแผนการใช้ทรัพยากรและภาคเอกชนในฐานะของผู้ขับเคลื่อนการลงทุนและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจจำเป็นจะต้องเตรียมความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อมทางกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างมีความสามารถสูงสุดในการบริหารจัดการผลผลิตให้เกิดมูลค่าและคุณค่าซึ่งจะทำให้พื้นที่ทั่วทั้งภาคมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน

ในการวางแผนด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานนั้นปัจจัยแรกที่จำเป็นจะต้องเร่งรัดดำเนินการได้แก่การปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจในระดับภาคและระดับเมือง โดยต้องวางแผนการใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจโดยเฉพาะกิจกรรมการผลิต การบริการ การขนส่ง และอยู่อาศัยของประชาชนด้วยการวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดินการคมนาคมและขนส่งให้เกิดการประหยัดการใช้พลังงานก่อให้เกิดมูลค่าในระบบการผลิตและการบริการ สำหรับการวางการใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นจำเป็นจะต้องกำหนดกิจกรรมการใช้ที่ดินที่ก่อให้เกิดมูลค่าสูงสุดและมีความคุ้มค่ามากที่สุดใช้นวัตกรรมในกระบวนการผลิตเพื่อประหยัดการใช้ที่ดินและทรัพยากร ในขณะเดียวกันแต่ละกิจกรรมจะต้องสอดประสานและสามารถพึ่งพาในระบบห่วงโซ่ได้โดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อมและคุณค่าที่ดีของพื้นที่ในส่วนของการคมนาคมและขนส่งจะต้องวางผังให้เกิดประสิทธิภาพในการเดินทางและการขนส่งมีความประหยัดด้วยการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพไม่ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะและการปล่อยก๊าซพิษออกสู่ชั้นบรรยากาศส่งเสริมระบบการขนส่งสาธารณะที่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชนและในภาคการผลิต

กรณีการวางแผนด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานระดับภาคและระดับเมืองของจังหวัดพิษณุโลกผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลกเสนอให้ปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจตามเกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด(Smart Growth Principles) ที่เรียกว่า ศูนย์การพัฒนาพื้นที่ (Urban Development Center) เพื่อยกระดับกายภาพเมืองและโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐานซึ่งได้แบ่งศูนย์การพัฒนาพื้นที่ออกเป็น ศูนย์การพัฒนาพื้นที่ใจกลางเมือง (Downtown Center) ทำหน้าที่เป็นศูนย์เศรษฐกิจในระดับภาค เป็นศูนย์รวมสถาบันสำคัญของรัฐและเอกชนศูนย์การพัฒนาพื้นที่พาณิชยกรรมเมือง (Commercial Urban Center) ทำหน้าที่ในการผสมผสานกิจกรรมพาณิชยกรรม การค้าปลีกการโรงแรมและท่องเที่ยว และการเชื่อมต่อเศรษฐกิจระดับภาคและเมืองเป็นศูนย์รวมการเดินทางและกิจกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การนันทนาการและการอยู่อาศัยศูนย์การพัฒนาพื้นที่เขตเมือง (General UrbanCenter) ทำหน้าที่ในการเป็นศูนย์พาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยระดับเมืองและระดับย่านศูนย์การพัฒนาพื้นที่ชานเมือง (SuburbanCenter) ทำหน้าที่เป็นศูนย์พาณิชยกรรมย่านชานเมืองและอำเภอ มีบทบาทในการเป็นศูนย์เศรษฐกิจการผลิต และการบริการของย่านชานเมืองและชนบทศูนย์การพัฒนาพื้นที่พาณิชยกรรมและโลจิสติกส์ (Commercial and Logistics Center) ทำหน้าที่การเป็นคลังสินค้าและศูนย์การกระจายสินค้าเน้นการรวบรวมสินค้าด้วยการขนส่งทางถนนในระดับพื้นที่เพื่อส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางด้วยระบบการขนส่งทางรางและการขนส่งทางอากาศสำหรับศูนย์การพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยและนวัตกรรม (University and Innovation Center)ทำหน้าที่ในการวิจัยและพัฒนา ผลิตบุคลากรฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต การบริการ รวมทั้งการบริหารจัดการเมืองและทรัพยากรโดยศูนย์การพัฒนาพื้นที่ดังที่กล่าวมาเป็นรูปแบบมาตรฐานที่เมืองศูนย์เศรษฐกิจสำคัญของโลกใช้อยู่ในปัจจุบัน

เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีการวางผังปรับปรุงฟื้นฟูเมืองที่ได้มาตรฐานสู่การปฏิบัติและยกระดับมาตรฐานทางกายภาพและโครงสร้างของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างให้มีความพร้อมในการรองรับการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและศูนย์การเชื่อมต่อที่สำคัญของภูมิภาคในอนาคตจังหวัดพิษณุโลก คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พิษณุโลก 2020เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีนจึงได้ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างและสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย จัดการสัมมนาเรื่องการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและเมือง :หนทางหลักสู่การสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของไทยโดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนและองค์กรประชาชนได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการปรับปรุงฟื้นฟูและนำเสนอข้อคิดเห็นเพื่อประยุกต์วิธีปฏิบัติที่สามารถนำมาใช้ในบริบทของไทยและบริบทของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างต่อไป

กำหนดการสัมมนาเรื่อง

การปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและเมือง :หนทางหลักสู่การสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของไทย

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมท๊อปแลนด์จังหวัดพิษณุโลก

จัดโดย จังหวัดพิษณุโลก

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง

คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พิษณุโลก2020 เขตเศรษฐกิจพิเศษสี่แยกอินโดจีน

สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย

08.30-09.00 ลงทะเบียน

09.00-09.10 พิธีเปิดการประชุม

09.10-10.00 การบรรยายพิเศษเรื่อง นโยบายการส่งเสริมเศรษฐกิจระดับภาคและเมืองของรัฐบาล

โดย รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

10.00-10.15 พักรับประทานอาหารว่าง

10.15-11.15 การบรรยายเรื่อง การวางผังและการออกแบบศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและเมืองตามเกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาดโดย อาจารย์ฐาปนา บุณยประวิตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย

11.15-12.00 การบรรยายเรื่อง การเติบโตประชากรและตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจเพื่อการบริหารจัดการศูนย์เศรษฐกิจระดับภาคและเมืองโดย ดร.ณัฐกิษฐ์ นบนอบ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยี

พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

12.00-13.00 พักรับประทานอาหารเที่ยง

13.00-14.00 การบรรยายเรื่อง โครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออกโดย ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

14.00-14.05 พักรับประทานอาหารว่าง

14.15-15.30 การเสวนาเรื่อง แนวทางการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจภาคเหนือตอนล่างและศักยภาพ

ในการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

วิทยากรจากผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร การรถไฟแห่งประเทศไทย

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหอการค้าไทย

ดำเนินรายการโดย คุณณฐกร โซ่จินดามณีประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก

15.30-16.00 การเปิดอภิปรายเพื่อ เสนอข้อคิดเห็นและการเสนอโครงการเพื่อการปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจ

ดำเนินรายการโดยคุณพิชิต ขอผล องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก

16.00 ปิดการประชุม

ลงทะเบียนได้วันนี้– 20 พฤศจิกายน 2558 (รับผู้ร่วมสัมมนา จำนวน 300 คน) ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ติดต่อคุณนุจรีลาชาวนา โทร 087-8481903

อีเมล์ : photofti@hotmail.com




 

Create Date : 25 ตุลาคม 2558    
Last Update : 25 ตุลาคม 2558 6:55:27 น.
Counter : 825 Pageviews.  

มาดูการวางยุทธศาสตร์เมืองของสิงคโปร์ 2014-2030 ก่อนก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน AEC


เครดิตภาพ https://sustainatlanta.files.wordpress.com/2015/07/singapore.jpg

เครดิตภาพ นายกรัฐมนตรสิงค์โปร์ http://www.smu.edu.sg

มาดูการวางยุทธศาสตร์เมือง ของสิงคโปร์ 2014-2030 ก่อนก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน(AEC) เค้าเขียนยุทธศาสตร์เมืองกันอย่างไร ทำไมผังเมืองจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการพัฒนาเมืองเพื่อก้าวเข้าสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว อันดับหนึ่งในอาเซียน

.................................

บทความ : มองย้อนดูถึงอนาคต"การวางยุทธศาสตร์เมืองของประเทศสิงคโปร์ ในปี 2014 - 2030"

Looking Backto the Future for Singapore city Strategy 2014 - 2030

ศิวพงศ์ ทองเจือ : อาจารย์/นักออกแบบชุมชนเมือง

(รอง ปธ.สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย)

Email:Siwa_thong@yahoo.co.th

เขียนเมื่อ 21-10-2558

คำสำคัญ : City Strategy,Urban Planning, Master Plan

บทนำ

สิงคโปร์ถือว่าเป็นประเทศที่มีการบริหารจัดการเมืองที่ดีมีการวางยุทธศาสตร์เมืองที่มีความก้าวหน้าทันสมัยรวมถึงการสร้างวิสัยทัศน์และนโยบายที่ได้วางแผนไว้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของแผนโดยหน่วยงานพัฒนาเมืองที่สำคัญของสิงคโปร์ คือ กระทรวงการพัฒนาแห่งชาติ (Ministry of National Development) (MND) เป็นกระทรวงที่สำคัญของรัฐบาลในการรับผิดชอบต่อการใช้ที่ดินระดับชาติและการวางแผนพัฒนาวิสัยทัศน์ของประเทศสิงคโปร์ MND มีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาทางด้านโครงสร้างพื้นฐานการสร้างสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพและการสร้างชุมชนที่ยั่งยืนให้บรรลุวัตถุประสงค์โดยมีหน่วยงานในสังกัด คือ องค์กรพัฒนาเมืองสิงคโปร์ (The Urban Redevelopment Authority : URA) เพื่อดูแลแผนด้านการพัฒนากายภาพเมืองทั้งหมด(ดูภาพที่ 1.1)

จากแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในสิงคโปร์ในปี 2013 สิงคโปร์ได้วางแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนสร้างทางเลือกที่มีความหลากหลายของที่อยู่อาศัยทุกกลุ่มอายุรวมถึงการเพิ่มขึ้นของพื้นที่สีเขียวโดยรอบที่อยู่อาศัยให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องการคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนที่อาศัย การเชื่อมต่อด้านกิจกรรมสันทนาการ การส่งเสริมแหล่งงานใกล้บ้านมากขึ้นในทุกพื้นที่ของเกาะเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและภาระในชีวิตประจำวัน (ดูภาพที่ 1.2)

สำหรับยุทธศาสตร์เมืองของสิงคโปร์ ในปี 2014 ที่ผ่านมานั้น ผังแม่บทเมือง (Master Plan 2014) ได้กำหนดไว้จำนวน 7 ข้อ กำกับดูแลโดยองค์กรพัฒนาเมืองสิงคโปร์(URA) ซึ่งแต่ละข้อจะเห็นได้ว่าเป็นการวางยุทธศาสตร์เมืองที่เป็นการพัฒนาด้านกายภาพโดยตรงโดยยุทธศาสตร์ได้ระบุลงในพื้นที่ในย่านการพัฒนาว่าอยู่บริเวณใดควรเพิ่มหรือลดอะไรบ้าง การส่งเสริมการค้าประเภทไหน ในพื้นที่แห่งใด จะเห็นได้ว่าผู้นำการพัฒนาเมืองมีความเข้าใจภาพรวมของงานผังเมืองทั้งหมดว่ามีผลต่อการพัฒนาประเทศชาติอย่างไรช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างไร และช่วยทำให้เมืองน่าอยู่ได้อย่างไรบ้าง


ภาพ 1.1 หุ่นจำลองเมือง (Model City) โดย องค์กรพัฒนาเมืองสิงคโปร์ (The Urban Redevelopment Authority : URA) เพื่อดูแลแผนด้านการพัฒนากายภาพเมืองทั้งหมดที่มา : URA Singapore(โดย ศิวพงศ์ ทองเจือ ถ่ายเมื่อ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555)



ภาพ 1.2 ผังแม่บทด้านที่อยู่อาศัย ในปี 2013 (A better home for Singaporeans 2013)

ที่มา : SingaporeProperty. (2015). Basic APAformat for citing print materialist media. Retrieved April, 22,2015, from http://roomwithaircon.com/2014/12/singapore-property-the-singapore-property-master-plan-about-condo-landed-property-hdb-in-singapore/



ภาพ 1.3 การสร้างข้อกำหนดและควบคุมกายภาพร้านค้าและด้านหน้าอาคาร (Facade Design)

ในพื้นที่ย่านประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์

ที่มา : Little IndiaSingapore (โดย ศิวพงศ์ ทองเจือ ถ่ายเมื่อ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555)



ภาพ 1.4 การวางผังออกแบบและสร้างข้อกำหนดการค้าปลีกในพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) ของสิงคโปร์

ที่มา : SingaporeChinatown (โดย ศิวพงศ์ ทองเจือ ถ่ายเมื่อ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555)

หากมองกลับไปที่ผังแม่บทของหน่วยงานพัฒนาเมืองสิงคโปร์ ในปี 2014ซึ่งได้ประกาศเป็นยุทธศาสตร์การปรับปรุงฟื้นฟูเมืองโดยมุ่งเน้นการให้ความสำคัญไปที่การสร้างเมืองสำหรับทุกเพศทุกวัยเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อสุขภาพ การเชื่อมต่อการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนที่อยู่อาศัยและการสร้างแหล่งงานที่มีคุณภาพใกล้บ้าน การย้อนกลับไปดูยุทธศาสตร์เมืองในปีก่อนทำให้ทราบแนวทางการพัฒนาซึ่งจะต้องทำการตรวจสอบแผนอีกครั้งและเตรียมประชาสัมพันธ์แผนในอนาคตเพื่อเข้าสู่การอภิปรายงบประมาณของหน่วยงานการพัฒนาเมืองที่จะเกิดขึ้นในรัฐสภาต่อไป


ภาพ 1.5 ผังแม่บทการพัฒนาด้านกายภาพของสิงคโปร์ ในปี 2014

ที่มา : Ministry ofNational Development. (2015). Basic APA format for citing print materialist media. Retrieved April, 12,2015, from https://www.facebook.com/MNDsingapore/photos/a.267436009951129.78750.219848181376579/1021852044509518/?type=1&pnref=story



ภาพ 1.6 ผังแม่บทการพัฒนาด้านกายภาพของสิงคโปร์ ในปี 2014

ที่มา : (Modify)Ministry of National Development. (2015). Basic APA format for citing print materialist media.Retrieved April, 12,2015, from https://www.facebook.com/MNDsingapore/photos/a.267436009951129.78750.219848181376579/1021852044509518/?type=1&pnref=story

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์เมืองของประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 2014 มี 7 ข้อหลัก ดังนี้

1. การเพิ่มพื้นที่สีเขียวของเมืองให้มากขึ้น และเพิ่มเติมที่อยู่อาศัยใน 3พื้นที่ ได้แก่ HollandVillage, Marina South,และ Kampong Bugis

2. การพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการระดับภูมิภาคและกลุ่มอุตสาหกรรมทั่วทั้งเกาะ ใน Woodlands Regional Centers และการเพิ่มพื้นที่แหล่งงานที่มีคุณภาพใกล้บ้านมากขึ้น

3. ประมาณ 90% ของที่อยู่อาศัยโดยรอบ ในระยะ 400 เมตรต้องเป็นพื้นที่สวนสาธารณะ

4. เพิ่มการเติบโตของโครงข่ายทางจักรยาน จาก 230 กิโลเมตร ให้เพิ่มมากกว่า700 กิโลเมตร โดยการรองรับโครงสร้างสาธารณูปโภคและสาธารณูปการรวมถึงการจัดทำโปรแกรมการศึกษาออกแบบพื้นที่

5. การสร้างอัตลักษณ์ของจุดศูนย์รวมในพื้นที่ (Node) ได้แก่ ย่าน HollandVillage,ย่าน SerangoonGardenp ,ย่าน JalanKayu

6. การปรับปรุงย่านภายในเมือง ให้มีพื้นที่ว่างสาธารณะที่มีความงดงามและสร้างทางเดินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

7. สร้างการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องของพื้นที่ Marina Bay ด้วยการค้าปลีกสมัยใหม่และสร้างแหล่งบันเทิงภายในย่านในเป็นพื้นที่หลักบริเวณอ่าวด้านหน้า (Bay front)


ภาพ 1.7 ผังแม่บทการลงทุนของสิงคโปร์ ในปี 2030 (The Singapore Property Master Plan 2030)

ที่มา : SingaporeProperty. (2015). Basic APAformat for citing print materialist media. Retrieved April, 22,2015, from http://roomwithaircon.com/2014/12/singapore-property-the-singapore-property-master-plan-about-condo-landed-property-hdb-in-singapore/

สำหรับอนาคตผังแม่บทการลงทุนของสิงคโปร์ในปี 2030 (The Singapore PropertyMaster Plan 2030) สิงคโปร์ได้ตั้งเป้าหมาย ภายใต้แนวคิดการพัฒนา 2030 : More Land, More homes, More Greenery ซึ่งถือเป็นจุดเน้นด้านการลงทุนในสิงคโปร์เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้ที่ดิน ที่อยู่อาศัย และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเป็นแนวคิดหลักที่สิงคโปร์ทำมาโดยตลอดตั้งแต่แผนก่อนหน้านี้และยังทำอย่างต่อเนื่อง ได้แก่การส่งเสริมการเดินจากบ้านมายังสวนสาธารณะในระยะเวลา 10-15 นาทีจากบ้านมายังสถานีขนส่งมวลชน ระยะเวลาไม่เกิน 10 นาที เป็นต้นถือเป็นความก้าวหน้าด้านการออกแบบเมืองเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรให้ดียิ่งขึ้นโดยสร้างแรงจูงใจจากแผนการลงทุนที่ได้รับการวิเคราะห์ถึงศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของเมืองและกลุ่มนักลงทุน (ดูภาพที่ 1.7)

บทสรุป : เพื่อการเขียนแผนยุทธศาสตร์ในการบริการจัดการเมืองด้านกายภาพ

การบริหารจัดการเมืองที่ดี ประกอบด้วยหลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ (Economic) ด้านสังคม (Social) และด้านกายภาพ (Physical & Environment) ทั้งสามด้านจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันการกำหนดวิสัยทัศน์ นโยบายและแผนพัฒนาเมืองจึงควรมีความสอดคล้องกันทั้งหมดโดยขั้นตอนสุดท้ายจะต้องนำไปสู่การพัฒนาเมืองในเชิงกายภาพที่เป็นรูปธรรมแผนพัฒนาเมืองจึงไม่ควรมุ่งเน้นการพัฒนาเฉพาะด้านใดด้านเดียวแต่ควรทำให้แผนและผังมีความสอดคล้องและสามารถนำไปสู่การต่อยอดทางความคิดได้โดยเฉพาะการนำไปสู่โครงการออกแบบชุมชนเมือง (Urban Design Project) ประเทศสิงคโปร์จึงเป็นต้นแบบของเมืองที่รู้จักใช้ผังเมืองเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรกายภาพเป็นตัวนำในการส่งเสริมมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เรามักพบว่าสิงคโปร์มีการปรับเปลี่ยนแผนและทบทวนยุทธศาสตร์เมืองอยู่เสมอเพื่อให้ทันต่อการพัฒนาเมืองตามบริบทของโลกและนวัตกรรมเมืองรวมถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจของตนเองเราจึงพบว่าทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาเมืองของประเทศสิงคโปร์คือวิชาชีพทางด้านสถาปัตยกรรม และวิศวกรรมซึ่งถือว่าสิงคโปร์มีความโดดเด่นและได้รับการยอมรับบุคลากรด้านนี้ในระดับสากลส่งผลต่อการพัฒนาด้านกายภาพเมืองทั้งหมดของประเทศและเป็นดัชนีชี้วัดถึงการพัฒนาเมืองเทียบชั้นซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของประเทศที่พัฒนาแล้ว

บทความนี้จึงมีความมุ่งหวังให้หน่วยงานภาครัฐ ได้เข้าใจถึงการเขียนแผนยุทธศาสตร์เมืองที่สัมพันธ์กับบริบทของการพัฒนาพื้นที่การเขียนยุทธศาสตร์เมืองที่ดีควรระบุเจาะจงถึงแนวคิดของการพัฒนาในเชิงกายภาพและบริเวณรวมถึงเป้าประสงค์ที่ต้องการให้บรรลุผลในอนาคตงานผังเมืองจึงเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับมิติด้านระยะเวลาและมีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนผู้บริหารเมืองยุคใหม่ควรศึกษางานด้านการพัฒนาทางกายภาพและใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้นวัตกรรมด้านผังเมืองสมัยใหม่เพื่อยกระดับและส่งเสริมเมืองให้มีคุณภาพสูงขึ้นซึ่งไม่ใช้ค่าครองชีพแต่เป็นคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมือง

แหล่งอ้างอิง

Ministry of National Development. (2015). Basic APA format for citing print materialist media. Retrieved April, 12,2015, from https://www.facebook.com/MNDsingapore/photos/a.267436009951129.78750.219848181376579/1021852044509518/?type=1&pnref=story

Singapore Property. (2015). Basic APA format for citing print materialist media. Retrieved April, 22,2015, from http://roomwithaircon.com/2014/12/singapore-property-the-singapore-property-master-plan-about-condo-landed-property-hdb-in-singapore/




 

Create Date : 22 ตุลาคม 2558    
Last Update : 22 ตุลาคม 2558 17:26:26 น.
Counter : 1104 Pageviews.  

ภูเก็ตจะน่าอยู่ยิ่งขึ้น เมื่อเติบโตแบบ ชาญฉลาด โดย ศิวพงศ์ ทองเจือ มรภ.ภูเก็ต

เครดิต ข้อมูลจาก : งานประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

(http://www.pkru.ac.th/news_modal.php?id_new=3517)

ภูเก็ตจะน่าอยู่ยิ่งขึ้น เมื่อเติบโตแบบ"ชาญฉลาด"

(Smart Growth in Phuket for Livable and SustainableCity)

บทสัมภาษณ์โดย "ศิวพงศ์ ทองเจือ" บันทึกเมื่อ06 ต.ค. 2558


บทนำ

10หลักการออกแบบสำหรับชุมชนน่าอยู่” (10Principle for Liveable Communities) ถูกเขียนขึ้นโดยสถาบันสถาปนิกอเมริกัน และถูกเผยแพร่ผ่านแวดวงวิชาการอย่างแพร่หลายในระดับนานาชาติอาจารย์ศิวพงศ์ ทองเจือ นักวิชาการสถาปัตยกรรมผังเมืองอาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.ราชภัฏภูเก็ต ได้นำหลักการดังกล่าวมาแปลเป็นบทความภาษาไทย เผยแพร่ผ่าน Blog เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันได้รับความสนใจจากผู้คนทั้งในวงการสถาปนิก และประชาชนทั่วไปขานรับแนวคิดของชุมชนเมืองน่าอยู่ อันสอดคล้องกับนิยามการวางผังเมืองยุคใหม่ที่ว่า...ต้องเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth)

สำหรับจังหวัดภูเก็ตแม้จะเป็นเกาะขนาดเล็กที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัดในขณะเดียวกันกลับมีอัตราการเจริญเติบโตของชุมชนเมืองที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ปริมาณที่มากขึ้นเช่นนี้ได้มาพร้อมกับการสนับสนุนองค์ประกอบทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกทิศทางหรือไม่และการพัฒนาเหล่านี้จะผลักดันให้ภูเก็ตกลายเป็นเมืองน่าอยู่จริงหรือ ตามทัศนะของอาจารย์ศิวพงศ์ ทองเจือนักคิดผู้ได้รับการยอมรับด้านการออกแบบผังเมืองมากที่สุดคนหนึ่งของภูเก็ตจะมาเจาะลึกในเรื่องดังกล่าว โดยแยกประเด็นวิพากษ์ตาม 10หัวข้อของหลักการออกแบบทางกายภาพที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วในฝั่งตะวันตกทั้งยังเหมาะกับการใช้เป็นเข็มทิศนำทางให้กับนักออกแบบสถาปนิกที่กำลังดีไซน์ชุมชนต่างๆ ของภูเก็ต

1. การออกแบบภายใต้สัดส่วนของมนุษย์ (Designon A Human Scale)

ปัญหาของการออกแบบสภาพแวดล้อมที่มักพบกันบ่อยคือ ไม่ค่อยคำนึงถึงความเชื่อมโยงที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมของผู้ใช้งานจริงในหลักของการออกแบบชุมชนเมือง ต้องใส่ใจกับทุกรายละเอียดปลีกย่อยเพราะพื้นที่ทุกตารางเมตรควรใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ขนาดทางเท้าที่คนสามารถเดินสวนกันได้โดยไม่มีสิ่งกีดขวางขนาดช่องของเลนจักรยานและทางรถยนต์ต้องพอเหมาะกับการจอดและสัญจรทุกอย่างจะต้องสัมพันธ์กันหมดและมีขนาดที่พอเหมาะ หรือในกรณีอาคารสูงหลายชั้นมีผู้อาศัยจำนวนหลายพันคน แต่มีพื้นที่ใช้สอยของทางเท้าที่จำกัด ก็ควรที่จะเพิ่มอาณาบริเวณพื้นที่ส่วนกลางสาธารณะเหล่านี้รวมถึงทางเท้าและทางลาดที่มีคุณภาพเชื่อมต่อกับชุมชนภายในย่านและละแวกใกล้เคียง

2. สิทธิในการเลือกหนทางเลี้ยงชีพ (ProvideChoices)

การเลือกที่อยู่อาศัยตามจำนวนประชากรและขนาดรายได้หรือขนาดของครอบครัว เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะในปัจจุบันที่อยู่อาศัยบนทำเลดีๆใกล้ห้างสรรพสินค้าหรือใจกลางเมืองจะมีราคาสูงหลักการข้อนี้ค่อนข้างจะเป็นหลักคิดแบบอุดมคติว่าหากชุมชนเมืองจะสามารถจัดสรรพื้นที่ให้ผสมผสานรองรับผู้อยู่อาศัยที่มีรายได้และอาชีพหลากหลาย มาอยู่ในละแวกไม่ห่างกันจนเกินไปมีที่อยู่อาศัยในราคาประหยัดถึงราคาปานกลางให้เลือกซื้อสร้างสิทธิความเท่าเทียมให้กับคนในชุมชน ช่วยลดช่องว่างของชนชั้นต่างๆให้มีสิทธิในการอยู่อาศัยพื้นที่ใจกลางเมืองที่มีราคาแพง ใกล้ห้างสรรพสินค้าเป็นต้น ถ้าลองมาดูที่ภูเก็ตขณะนี้มีการย้ายที่อยู่อาศัยออกจากเขตเมืองสู่ชานเมืองโดยที่พื้นที่เหล่านั้นไม่มีห้างสรรพสินค้ารองรับที่หลากหลายและอสังหาริมทรัพย์ชานเมืองก็ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่ประชาชนยังต้องเดินทางด้วยรถยนต์เพื่อมาซื้อของห้างสรรพสินค้าในเมืองแต่บ้านของตนเองอยู่ชานเมือง สิ่งเหล่านี้จะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องรถติดและการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ที่กระจัดกระจายออกไปนอกเมืองมากขึ้น เนื่องจากชนชั้นล่างถึงกลางไม่สามารถอาศัยอยู่ในเมืองได้ เพราะราคาที่อยู่อาศัยและที่ดินราคาแพงเกินไป

3. การสนับสนุนและกระตุ้นการพัฒนาพื้นที่แบบผสมผสาน (EncourageMixed Use Development)

หลักการในข้อนี้จะเชื่อมโยงกับข้อสองคือ ให้มีที่อยู่อาศัย ที่ทำงานสำนักงาน อยู่ใกล้กันมีร้านค้าปลีกห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่ในระยะ 400 - 500 เมตร ในชุมชนเมืองเพื่อที่จะให้คนเดินโดยไม่ต้องใช้ยานพาหนะ ยกตัวอย่างเช่น ช่วงเวลาพักกลางวัน สมาชิกในชุมชนสามารถออกมาจากที่พักที่ทำงาน แล้วพบร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ เปิดให้บริการสองข้างทางหรืออาจจะเดินเท้า ปั่นจักรยาน จากที่ทำงานกลับที่พักได้ในระยะที่ไม่ไกลเกินไปรวมถึงหากมีสวนสาธารณะในรัศมีของการเดิน จะช่วยลดการพึ่งพารถยนต์ ลดมลพิษส่งเสริมสุขภาพให้กับสมาชิกชุมชน หากแนวคิดนี้เกิดขึ้นได้ความน่าอยู่จะมาจากการใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และมีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายไม่สูญเสียเวลาไปกับการเดินทางไปมา และช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดซึ่งในส่วนนี้จังหวัดภูเก็ต บริเวณเมืองกะทู้เมืองป่าตองจะโดดเด่นมากตามหลักการข้อนี้




4. การปกปักรักษาศูนย์กลางชุมชนเมือง (PreserveUrban Centers)

เมื่อย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วใจกลางเมืองภูเก็ต ที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ มีนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่จับจ่ายใช้สอย คือโซนห้างโรบินสัน ตลาดเกษตร และโซนตลาดสดดาวน์ทาวน์ ตามผังเมืองบริเวณเหล่านี้เป็นศูนย์กลางของเมืองมีความสำคัญในการขนส่งอาหารแม้ว่าตอนนี้จะไม่คึกคักและมีการเปิดธุรกิจเพิ่มเติมในพื้นที่เช่นในอดีตแต่ก็ควรที่จะรักษาธุรกิจหลักๆ ไว้ เพราะหากปิดตัวไปจังหวัดภูเก็ตจะสูญเสียใจกลางเมืองสำคัญ ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นตามหลักการสร้างชุมชนน่าอยู่เพราะประชาชนควรจะมีทางเลือกในการใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ใช่เท่าเดิม หรือน้อยลงซึ่งเชื่อว่าพื้นที่เหล่านี้ยังคงมีความหวัง หากมีการลงทุนเพิ่มเติมหรือปรับปรุงของเดิมให้ทันสมัย เช่น เปิดตลาดนัด คอมมูนิตี้มอลล์ให้เป็นแลนด์มาร์คที่น่าจดจำ อาทิ ไลม์ไลท์ อเวนิว ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่โดยผู้ประกอบการสามารถหาจุดเด่น จุดขายที่ดึงคนให้สนใจและมีการวางแผนกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน น่าจะช่วยกระตุ้นให้กลับมาคึกคักได้อีกอีกพื้นที่ซึ่งอยากให้มีการเพิ่มศักยภาพให้สูงขึ้น คือ สวนสาธารณะสะพานหินซึ่งหากเพิ่มเติมแหล่งช้อปปิ้งหรือคอมมูนิตี้มอลล์ก็จะยิ่งช่วยรักษาศูนย์กลางเมืองทั้งสามแห่งที่ตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกันให้เป็นที่นิยมไปอีกนาน

5. การมีระบบคมนาคมขนส่งหลากหลายทางเลือก (VaryTransportation Options)

ระบบขนส่งมวลชนสี่ประเภทคือ หนึ่ง ทางเท้า สอง เลนจักรยาน สาม ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ และ สี่ รถยนต์จังหวัดภูเก็ตให้ความสำคัญมากที่สุด คือ รถยนต์ รองลงมาจะเป็นขนส่งมวลชนเลนจักรยาน และทางเท้าแทบจะให้ความสำคัญน้อยที่สุด จึงกลับกันกับประเทศพัฒนาแล้วที่ลดการตัดถนนใหม่ ไม่มีการสร้างทางยกระดับเพิ่มตอนนี้ที่อเมริกาได้รื้อย้ายทางด่วนให้น้อยลง เพื่อปลูกเป็นพื้นที่ไร่นาในเมืองจะใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นหลักส่วนเลนจักรยานอยากให้เป็นโครงข่ายเชื่อมโยงกันมากขึ้นด้านทางเดินเท้าต้องขยายกว้างเพียงพอกับการใช้งาน ดังนั้นจึงมองว่าสิ่งที่เมืองกำลังให้ความสำคัญเรื่องการสร้างทางลอดเพิ่มขึ้น หรือตัดถนนเส้นใหม่เป็นเรื่องที่สนับสนุนระบบคมนาคมทางเลือกที่ดีระดับหนึ่งแต่หากเพิ่มเติมในระบบขนส่งมวลชนสาธารณะอื่นๆควบคู่กันไปด้วยเพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชนซึ่งจะทำให้การจราจรมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น

6. การออกแบบสรรค์สร้างพื้นที่ว่างสาธารณะให้มีชีวิตชีวา(Build Vibrant Public Spaces)

สนับสนุนให้มีการสร้างแลนด์มาร์คเพิ่มขึ้นให้เป็นที่พูดถึงน่าจดจำ และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มาเยือนต้องการที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว ถ่ายรูปสำหรับภูเก็ต คนทั่วไปจะนึกถึงชายหาด กับแหลมพรหมเทพแต่ตอนนี้ทางภูเก็ตได้ยกระดับเมืองเก่าภูเก็ตให้เป็นจุดที่ห้ามพลาดของผู้มาเยือนส่งผลให้เกิดแลนด์มาร์คสำคัญใจกลางเมือง รวมถึงหอชมวิวเขารังแห่งใหม่ซึ่งมีผู้สนใจมาเที่ยวมากขึ้นในเวลาอันรวดเร็วนั่นพิสูจน์ให้เห็นว่าจังหวัดภูเก็ตต้องการแลนด์มาร์คแห่งใหม่เพื่อปลุกชีวิตชีวาให้กับพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนสามารถใช้สอยร่วมกันได้และเกิดความภูมิใจในถิ่นฐานของตน นักท่องเที่ยวก็อยากที่จะกลับมาเยือนอีกครั้ง

7. การออกแบบสร้างสรรค์ละแวกชุมชนให้มีอัตลักษณ์ (Create ANeighborhood Identity)

ชุมชนแต่ละแห่งมีประวัติความเป็นมาที่แตกต่างกันตอนนี้ชุมชนต่างๆ ของภูเก็ตค่อนข้างมีอัตลักษณ์ที่น่าสนใจและสามารถศึกษาเทคนิคหรือวิธีการนำเสนอจากประเทศอื่นๆ เช่นที่กรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ ที่นั่นมีสถานีรถไฟฟ้าถูกออกแบบตกแต่งตามเอกลักษณ์ของเมืองนั้นๆมีกำแพงเป็นลายกราฟฟิตี้ บ่งบอกถึงตัวตนของเมืองและพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีมากสร้างความแตกต่างให้ผู้มาเยือน เกิดความประทับใจแรกเห็นคำว่าอัตลักษณ์ไม่ใช่เพียงเฉพาะบ้านเรือน แต่หมายรวมถึงการแต่งกายหรือวิถีชีวิตของคนในชุมชนอีกด้วยถ้าภูเก็ตสามารถทำให้แต่ละชุมชนมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจะสร้างประโยชน์ให้ชาวบ้านได้อย่างมาก ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจเป็นประโยชน์ทั้งระบบ โดยเฉพาะเศรษฐกิจของชุมชน มีการเดินทาง การซื้อของที่ระลึกอาหาร ที่พัก เมื่อรายได้สะพัด คนในชุมชนก็เกิดความสุข เพราะอยู่ดี กินดีมีอาชีพมั่นคง



8. การพิทักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (ProtectEnvironmental Resources)

ข้อนี้เป็นความพยายามกระชับรูปทรงเมืองไม่สร้างอาคารที่กระจัดกระจายและเว้นการรุกล้ำเขตพื้นที่เกษตรกรรมตามแนวถนนที่สร้างใหม่จะเน้นสร้างสิ่งปลูกสร้างในขอบเขตของเมืองเท่านั้นเพราะจะช่วยประหยัดในเรื่องการขนส่งอาหารเข้าเมือง ลดระยะการเดินทางไปมา สิ่งแวดล้อมก็จะไม่โดนทำลายจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการออกกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและบังคับใช้อย่างเข้มงวดสำหรับองค์ประกอบนี้ต้องสนับสนุนการดำเนินนโยบายของภาครัฐและความร่วมมือของภาคเอกชนกับประชาชน ที่จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเพื่อความยั่งยืนของพื้นที่การเกษตรและแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพของเมือง

9. การสงวนภูมิสถาปัตยกรรม (ConserveLandscapes)

การออกแบบพื้นที่ว่างสาธารณะที่สัมพันธ์กับธรรมชาติเก็บรักษาบริเวณที่มีพื้นที่สวยงาม การสร้างแนวถนน ที่มีต้นไม้อยู่สองฝั่งข้างทางสร้างความภูมิใจในเรื่องของมุมมองทางสุนทรีภาพที่ภูเก็ตบริเวณทิวต้นสนตลอดสองข้างทางเมื่อข้ามสะพานสารสินเป็นจุดที่องค์ประกอบครบถ้วนตามหลักภูมิทัศน์เมืองของถนนสายหลักซึ่งเราเรียกว่า"ประตูเมือง" หรือ เกตเวย์ นี้คือการรักษาภูมิทัศน์เอาไว้ให้เป็นจุดขายเป็นเกตเวย์ที่น่ามอง และประทับใจ สร้างมุมมองที่น่าจดจำการรักษาภูมิทัศน์ธรรมชาติดั้งเดิมมีส่วนสำคัญต่อคุณค่าเมือง ซึ่งไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงบริเวณที่มีความสำคัญต่อองค์ประกอบทางภูมิทัศน์มากเกินไปหรือลบล้างภาพความทรงจำของคนในชุมชน แต่ควรเก็บไว้ให้สวยงามและแต่งเติมให้ดูดีเป็นระเบียบยิ่งขึ้น

10. การออกแบบเพิ่มความน่าสนใจ และเป็นที่จดจำ (DesignMatters)

การออกแบบสิ่งที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเช่น สะพานสารสิน (เดิม) ยกระดับให้ดีกว่าเดิมทั้งด้านการใช้สอย และเป็นแลนด์มาร์คเพราะช่วยเสริมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่สร้างจุดเด่นให้กับเกาะภูเก็ตเพิ่มความน่าสนใจและให้ผู้มาเยือนรวมถึงคนในพื้นที่ใช้พื้นที่ตรงนั้นทำกิจกรรมต่างๆจากเดิมที่เป็นเพียงทางสัญจรอย่างเดียว

บทสรุปทิ้งท้าย

อาจารย์ศิวพงศ์ทิ้งท้ายความเห็นว่า “ชุมชนที่น่าอยู่จะเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย และการออกแบบอย่างชาญฉลาด (SmartGrowth) หรือ สมาร์ทโกท คือหัวใจสำคัญที่สุดของแนวคิดที่เล่ามาหลายสิ่งหลายอย่างที่เรากำลังทำอยู่อาจจะเหมาะสม เกิดผลลัพธ์ในเชิงบวก หรือผิดพลาดขอให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน หรือประชาชนศึกษาข้อมูลจากประเทศที่พัฒนาไปไกลแล้วเป็นบทเรียนในอดีตเมืองเหล่านั้นก็เคยลองผิดลองถูกมาก่อนกว่าที่จะมีชุมชนในฝันที่พลเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี การเติบโตจากการสร้างสรรค์ชุมชนเมืองต้องใช้เวลาและต้องผ่านกระบวนการมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน ตามบริบทของท้องถิ่นเรามักจะอยากได้การท่องเที่ยวหรือเศรษฐกิจที่ยั่งยืนแต่ความจริงแล้วมองว่าความน่าอยู่ (Livable) ต้องเกิดขึ้นให้ได้ก่อนจากนั้นความยั่งยืน (Sustainable) จะตามมาแน่นอนครับ”

ข้อมูลจาก : งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

(http://www.pkru.ac.th/news_modal.php?id_new=3517)

ติดต่อขอรับคำปรึกษาด้านการออกแบบผังเมืองชุมชนได้ที่ สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีม.ราชภัฏภูเก็ต โทร076 240 474-7 ต่อ 4100 หรือพูดคุยโดยตรงกับ อาจารย์ศิวพงศ์ ทองเจือ ที่ www.facebook.com/siwaphong.thongjua.9?fref=ts










 

Create Date : 09 ตุลาคม 2558    
Last Update : 9 ตุลาคม 2558 17:07:25 น.
Counter : 875 Pageviews.  

พิษณุโลก ผนึกกำลังครั้งสำคัญ(รัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา) กับ ยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด







ผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่างรัฐเอกชนและสถาบันการศึกษาเพื่อร่วมกันปรับปรุงแนวคิดและยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดพิษณุโลก

แบบอย่างยุทธศาสตร์เมืองอื่นๆในโลก

แวนคูเวอร์มี Greenest City เป็นเมืองเขียวอันดับหนึ่งของโลก

เมืองมีศูนย์เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกระจายไปยังทุกพื้นที่เพื่อรองรับการจ้างงาน

อาคารทุกหลังภายในปี 2030 ต้องเป็นอาคารเขียว แหล่งน้ำต้องสะอาดอากาศต้องบริสุทธิ์

ต้นไม้ใหญ่ต้องแผ่ขยายใหญ่ทุกถนนสายสำคัญประชาชนทุกคนต้องเดินถึงได้สวนสาธารณะได้ในเวลาไม่เกิน 5 นาที

บ้านอยู่ห่างจากสถานีขนส่งมวลชนวัดด้วยการเดินไม่เกิน 5 นาทีพลังงานที่ใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ต้องได้จากพลังงานหมุนเวียน

บ้านอยู่ห่างร้านค้าปลีกและสถานที่สำคัญในระยะเดินไม่เกิน 3 นาที ฯลฯ

สิงคโปร์เป็นเมือง GREEN CITY อันดับหนึ่งของเอเชีย

เมืองสร้างศูนย์เศรษฐกิจระดับนานาชาติมากกว่า 2แห่งรองรับการลงทุน (สำนักงาน

และค้าปลีก) ระดับภูมิภาค และมีศูนย์เศรษฐกิจใหม่ทุก 10 ปีประชาชนไม่น้อยกว่า

ร้อยละ 90 ต้องมีที่อยู่อาศัย ประชาชนมากกว่าร้อยละ 70เดินทางด้วยระบบ

ขนส่งมวลชน เมืองออกแบบลดความจำเป็นในการเดินทาง

เป็นเมืองแห่งการเดินและเมืองแห่งการขนส่งมวลชน ฯลฯ


ขอเชิญประชุมปฏิบัติการปรับปรุงแนวคิดการวางผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

พิษณุโลกในอนาคตจะเดินหน้าไปอย่างไร ใครเป็นเป็นผู้ขับเคลื่อนใครคือผู้รับผิดชอบ ใครได้รับผลประโยชน์ ใครได้รับผลกระทบ สภาพแวดล้อมเมืองและทรัพยากรธรรมชาติจะเป็นอย่างไรชาวพิษณุโลกจะต้องร่วมกันกำหนด

กำหนดการ

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2558 เวลา 09.00-16.30 ห้องประชุมชั้น 3 อาคารเอกาทศรถ มหาวิทยาลัยนเรศวร

08.30-09.00 ลงทะเบียน

09.00-09.10 การกล่าวต้อนรับและรายงานโดย คุณวิโรจน์ จิรัฐติกาลโชติกรรมการรองเลขาธิการ หอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือหอการค้าไทย

09.10-09.20 เปิดการประชุมโดย พลเอก ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์ประธานสถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีนและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ พิษณุโลก2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน

09.20-10.30 การบรรยายพิเศษเรื่อง แนวคิดการวางผังเมืองเขียว (Greenest City) สู่ยุทธศาสตร์ “พิษณุโลก 2020 เขตเศรษฐกิจใหม่ สี่แยกอินโดจีน” ความท้าทายของจังหวัดพิษณุโลกในบริบทความเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการยกระดับคุณภาพชีวิตและการรักษาสภาพแวดล้อมโดย อาจารย์ฐาปนา บุณยประวิตรผู้จัดการโครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

10.30-10.45 พักรับประทานอาหารว่าง

10.45-12.30 การเสวนาเรื่อง ยุทธศาสตร์ “พิษณุโลก 2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน” กับความเป็นไปได้ในการพัฒนาเมืองน่าอยู่ที่ยั่งยืน วิทยากรโดย

พลตรีนพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4กองทัพภาคที่ 3

ดร.สมไทย วงษ์เจริญ ประธานบริษัท วงษ์พาณิชย์ จำกัด

คุณแน่งน้อย อัศวกิตติกร รองประธานสภาพลเมือง

ผศ.ดร.ปิยะรัตน์ นิ่มพิทักษ์พงศ์ กลุ่มพิษณุโลกฟอรั่ม

ดำเนินรายการโดย

คุณณฐกร โซ่จินดามณี ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก

12.30-13.30 พักรับประทานอาหารเที่ยง

13.30-15.00 การปฏิบัติการผังเมืองเพื่อปรับปรุงแนวคิดการวางผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

กลุ่มที่ 1 กลุ่มการพัฒนาเศรษฐกิจ (การฟื้นฟูเศรษฐกิจ แหล่งงานและการยกระดับรายได้)

กรอบการปฏิบัติการประกอบด้วย การกำหนดประเภท ตำแหน่งที่ตั้ง ขอบเขตและบทบาทกลุ่มเป็นผู้เลือกประธานและเลขานุการ

                        • ศูนย์การพัฒนาพื้นที่และพาณิชยกรรมเมือง

• ศูนย์การพัฒนาอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์

• ย่านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์ และเกษตร

• ย่านการพัฒนาด้านการเกษตร

กลุ่มที่ 2 กลุ่มการพัฒนาเมืองน่าอยู่(การปรับปรุงฟื้นฟูกายภาพชุมชนและการยกระดับคุณภาพชีวิต)

กรอบการปฏิบัติการประกอบด้วย แนวทางการพัฒนา ตำแหน่งที่ตั้ง ขอบเขตและบทบาทกลุ่มเป็นผู้เลือกประธานและเลขานุการ

• แนวทางการปรับปรุงฟื้นฟูชุมชนและที่อยู่อาศัย

• การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมการขนส่งมวลชน และสาธารณูปโภคของชุมชน

• การปรับปรุงสวนสาธารณะและสถานที่สาธารณะระดับชุมชน

• การปรับปรุงตลาดสดและย่านพาณิชยกรรมชุมชน

• การปรับปรุงโรงเรียน โรงพยาบาล สนามกีฬาสนามเด็กเล่น ห้องสมุดชุมชน

• การปรับปรุงระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมชุมชน

กลุ่มที่ 3 กลุ่มการอนุรักษ์และสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติ (การออกข้อกำหนดเพื่อการสงวนรักษา)

กรอบการปฏิบัติประกอบด้วย แนวทางการสงวนรักษา ตำแหน่งที่ตั้ง ขอบเขตและบทบาทกลุ่มเป็นผู้เลือกประธานและเลขานุการ

• พื้นที่เสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมจากการกระทำของมนุษย์

• พื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติจากธรรมชาติ

• พื้นที่ควบคุมพิเศษเพื่อการสงวนรักษาแหล่งต้นน้ำแหล่งน้ำ และทรัพยากรทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ

15.00-15.15 พักรับประทานอาหารว่าง

15.15-16.20 ประธานกลุ่มนำเสนอผลการปฏิบัติ และผู้ร่วมประชุมนำเสนอข้อคิดเห็น

16.20-16.25 สรุปผลการประชุมโดย อาจารย์ฐาปนา บุณยประวิตรโครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก

16.25-16.30 ปิดการประชุมโดย พันจ่าอากาศเอก นพดุลย์ ใจอารีย์ประธานสภาพลเมืองจังหวัดพิษณุโลก

หน่วยงานที่รับผิดชอบ

โครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก กรมโยธาธิการและผังเมือง

คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พิษณุโลก2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน

มหาวิทยาลัยนเรศวร

สภาพลเมืองจังหวัดพิษณุโลก

สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย


ผู้ประกอบการผู้นำชุมชน นักวิชาการ และผู้สนใจโดยทั่วไป

สามารถลงทะเบียนได้ที่คุณนุจรีลาชาวนา โทรศัพท์ 087-8481903

อีเมล์ photofti@hotmail.com

จนถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2558





 

Create Date : 29 กันยายน 2558    
Last Update : 30 กันยายน 2558 22:09:38 น.
Counter : 891 Pageviews.  

(ที่เกาะสมุย)ข้อสรุปการเสวนาเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาของเกาะสมุย

สถาปนิกกับแนวคิดการพัฒนาเมือง:

ข้อสรุปการเสวนาเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาของเกาะสมุย

บทความโดย ฐาปนา บุณยประวิตร

สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย และอุปนายกสมาคมการผังเมืองไทย

อาจารย์ฐาปนาบุณยประวิตรบรรยายแนวทางการพัฒนาเมืองตามเกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด


บทนำ

กรรมาธิการสถาปนิกทักษิณ เขตภาคใต้ตอนบน โดยการสนับสนุนของบริษัทแชง-โกแบง เวเบอร์ จำกัด ได้จัดการเสวนาวิชาการเรื่อง “สถาปนิกกับแนวคิดการพัฒนาเมือง”บรรยายโดย อาจารย์ฐาปนา บุณยประวิตรผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทยและอุปนายกสมาคมการผังเมืองไทยจัดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2558 เวลา 18.00-23.00 ณ.ร้าน The Grass ตรงข้ามโครงการ Replay บ้านบางรัก อำเภอเกาะสมุยจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสมาชิกของกรรมาธิการฯ เข้าร่วม 56 คนผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และผู้รับเหมาก่อสร้างจำนวน 16 คน

การเสวนาในครั้งนี้มีเนื้อหาสำคัญหลายประการทั้งการเสนอของวิทยากรและจากข้อคิดเห็นของผู้ร่วมเสวนารายละเอียดสรุปได้ดังนี้





สาระสำคัญในการบรรยายและข้อเสนอของวิทยากร

วิทยากรได้แนะนำแนวคิดการวางผังพัฒนาเมืองตามเกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด(Smart Growth Principles) ซึ่งใช้ในการวางผังเมืองรวมเมืองเกาะสมุยและผังเมืองรวมในอีกหลายพื้นที่โดยเกณฑ์สำคัญของการวางผังได้แก่ การกระชับรูปแบบเมืองให้เติบโตในแนวตั้งการลดการกระจัดกระจายของเมืองไปรุกล้ำพื้นที่เกษตรกรรมพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่น้ำท่วมถึง การผสมผสานการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสมผสานกิจกรรมในพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนการสร้างชุมชนแห่งการเดินและชุมชนที่ใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นระบบการสัญจรหลักในการเดินทางการส่งเสริมการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกระดับรายได้โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยให้มากที่สุด และที่สำคัญได้แก่การใช้ระบบการมีส่วนร่วม ซึ่ง Smart Growth กำหนดลักษณะการมีส่วนร่วมไว้4 ระดับ ดังนี้

• การมีส่วนร่วมในการสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองและการใช้ประโยชน์ทรัพยากร

• การกระตุ้นให้ภาครัฐและภาคเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่และโครงการที่ได้จากจัดทำแผนยุทธศาสตร์

• การกระตุ้นให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำในการลงทุนทางธุรกิจเพื่อก่อให้เกิดความคุ้มค่าการใช้ที่ดินและโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐลงทุนไว้และการก่อให้เกิดการสร้างงานและการจ้างงานรวมทั้งการสร้างความมีชีวิตชีวาทางเศรษฐกิจ

• การให้ภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันประเมินผลยุทธศาสตร์ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนโครงการเศรษฐกิจของภาคเอกชนเพื่อหาผลกระทบในทุกๆ ด้านพร้อมสร้างแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การวางผังในการดำเนินงานช่วงต่อไป

ต่อจากนั้น วิทยากรได้ชี้เห็นแนวทางในการออกแบบเมืองตามเกณฑ์ LEED-ND ซึ่งเริ่มจากเกณฑ์ทางกายภาพจำนวน3 เกณฑ์(จากเกณฑ์จำนวน 5 เกณฑ์) เพื่อการออกแบบประกอบด้วย

• เกณฑ์ด้านทำเลและที่ตั้ง (Location and Linkage)

• เกณฑ์ด้านรูปแบบของย่านและการออกแบบ (Neighborhood Pattern andDesign)

• เกณฑ์โครงสร้างพื้นฐานเขียว (Green Infrastructure)

โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจแนวทางการปรับปรุงฟื้นฟูแปลงที่ดินประกอบด้วย การจัดวางถนนสายหลัก (Main Street) การจัดแบ่งแปลงที่ดินรูปแบบกริด(Grid System) การเชื่อมโยงโครงข่ายถนนและการคำนวณจำนวนสามแยกและสี่แยกตามเกณฑ์การเลือกที่ตั้งอาคารสำนักงาน ค้าปลีก บริการ และที่อยู่อาศัยการกำหนดที่ตั้งสถานีขนส่งมวลชน เป็นต้น

ต่อจากนั้นได้กล่าวถึง รูปแบบการจัดส่วนประกอบเมืองตามเกณฑ์ The Transect และแบ่งลำดับชั้นของเมืองตามเกณฑ์Form-Based Codes และ TOD ซึ่งได้แบ่งเมืองออกเป็น

• ย่านใจกลางเมือง (Downtown)

• ย่านพาณิชยกรรมเมือง (Urban Center)

• ย่านที่อยู่อาศัยผสมผสานพาณิชยกรรม (General Urban)

• ย่านที่อยู่อาศัย (Urban)

• ย่านชานเมือง (Sub Urban)

พร้อมจำแนกกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดินอาคารและกิจกรรมเศรษฐกิจตามเกณฑ์ The Transect และ WalkUps โดยให้ความสำคัญกับสถานที่ตั้งของหน่วยบริการหลักซึ่งมีผลโดยตรงต่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและปรับเปลี่ยนรูปแบบเมืองโดยหน่วยบริการหลัก ประกอบด้วย

• สถานีขนส่งมวลชน แบ่งเป็น Multimodal Transportation Center และ Station Center

• ศูนย์การค้าปลีกและศูนย์พาณิชยกรรมแบ่งเป็นศูนย์การค้าปลีกผสมผสานสำนักงานและที่อยู่อาศัยกับศูนย์พาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยและกิจกรรมเศรษฐกิจพิเศษเช่น กิจกรรมการท่องเที่ยวกิจกรรมการผลิต และการบริการ

• สถาบันการศึกษา แบ่งเป็น มหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียน

สุดท้ายได้กล่าวถึง แนวทางในการออกข้อกำหนดเพื่อการบริหารจัดการเมืองโดยชี้ให้เห็นว่า การออกข้อกำหนดทุกชนิดต้องดำเนินการภายหลังการกำหนดยุทธศาสตร์การวางผังเมือง และการออกแบบเมืองแล้วเท่านั้น ห้ามออกข้อกำหนดขึ้นมาก่อนเนื่องจากจะก่อให้เกิดความผิดพลาดได้ และต้องเข้าใจว่า ข้อกำหนดทางผังเมืองนั้นเป็นข้อกำหนดที่ยึดโยงกับโครงสร้างทางกายภาพ เช่น ที่ดิน อาคารและสภาพแวดล้อมไม่ได้กำหนดขึ้นโดยภาพรวมเช่นเดียวกับกฎหมายอื่น

ข้อเสนอการปรับปรุงระบบทางกายภาพของเกาะสมุย

วิทยากรได้สรุปบางเนื้อหาสำคัญที่ผังเมืองรวมเมืองเกาะสมุย(อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมโยธาธิการและผังเมือง) กำหนดไว้ สาระสำคัญ ดังนี้

1. ผังเมืองรวมเมืองเกาะสมุยออกแบบตามเกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด จำแนกที่ดินออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มพื้นที่เมือง กลุ่มพื้นที่เกษตรกรรม และกลุ่มพื้นที่ธรรมชาติ โดยกลุ่มพื้นที่เมืองได้วางผังให้กระชับตามเกณฑ์TOD โดยกำหนดให้ชุมชนพาณิชยกรรมเดิมเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้ารางเบา(ตามแผนงานโครงการในอนาคต)การปรับปรุงข้อกำหนดเดิมทั้งหมดและการเพิ่มสิทธิประโยชน์ (ZoningIncentive) สำหรับผู้ลงทุนและขยายการลงทุนในพื้นที่ TOD สำหรับกลุ่มพื้นที่เกษตรกรรมและกลุ่มพื้นที่ธรรมชาตินั้นได้ปรับเปลี่ยนการใช้ที่ที่ดินบริเวณพรุกระจูดและพรุหน้าเมืองให้เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่คงสภาพเพื่อการกับเก็บน้ำและทางน้ำไหลแต่ยังอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้ตามเงื่อนไขกำหนด เช่นเดียวกับพื้นที่ความสูง 100เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป ซึ่งผังได้กำหนดให้ลดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ความสูงอาคารและที่โล่งตามกฎหมายไว้

2. การออกแบบระบบการเดินทางและการเชื่อมต่อผังได้กำหนดให้มีระบบการเดินทางภายในพื้นที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วนๆ แรกได้แก่การเดินทางระยะไกล โดยให้เดินทางเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งมวลชนเป็นหลักและเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลเป็นรองสำหรับการเดินทางภายในพื้นที่ TOD ได้วางผังให้หน่วยบริการสำคัญตั้งอยู่ใกล้กัน(การปรับปรุงในอนาคต) ดังนั้นจึงเกิดความสะดวกในการเดินและการใช้จักรยานในการสัญจรภายในพื้นที่และการสัญจรระหว่างที่อยู่อาศัยไปยังสถานีขนส่งมวลชน

3. กำหนดศูนย์การพัฒนาเมืองเพื่อจำแนกบทบาทเมืองให้มีความเด่นชัดและเกิดความสะดวกในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจึงได้แบ่งศูนย์การพัฒนาเมืองออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ศูนย์พาณิชยกรรมหลักจำนวน 7 ศูนย์ ศูนย์พาณิชยกรรมท่องเที่ยว จำนวน 5 ศูนย์ และศูนย์พาณิชยกรรมชุมชนจำนวน12 ศูนย์ ดังตัวอย่างบทบาทหน้าที่ของศูนย์การพัฒนา เช่นศูนย์พาณิชยกรรมหลักซึ่งอยู่บริเวณศูนย์พาณิชยกรรมดั้งเดิมและพื้นที่เศรษฐกิจของเกาะสมุยบริเวณถนนสายทวีราษฎร์ภักดีหรือถนนสายรอบเกาะศูนย์ดังกล่าวนี้ จะรองรับการค้าธุรกิจบริการในทุกๆ ด้านศูนย์การพัฒนาขนาดใหญ่เช่นศูนย์พาณิชยกรรมหลักหน้าทอนจะเป็นที่ตั้งของสถาบันราชการและ Samui Multimodal TransportationCenter อันเป็นที่รวมของการขนส่งทุกรูปแบบของเกาะสมุยหรือศูนย์พาณิชยกรรมหลักโลตัสเฉวง จะเป็นสถานที่รวมของธุรกิจบริการทางการเงินการค้าปลีก และการบริการที่อยู่อาศัย เป็นต้น

ข้อเสนอและข้อคิดเห็นจากผู้ร่วมเสวนา

ผู้ร่วมเสวนาได้ให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์อย่างมากซึ่งส่วนหนึ่งสามารถนำมาใช้ในการปรับปรุงข้อกำหนดผังเมืองรวมได้ รายละเอียด ดังนี้

1.การเร่งรัดให้ผังเมืองรวมประกาศใช้หรือมีผลบังคับโดยเร็วที่สุดเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของเกาะสมุยได้ทั้งนี้จากการที่ผังเมืองรวมได้ให้ incentive ด้านขนาดอาคารและความสูงอาคารไว้ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อการลงทุนในอนาคต

2.ความเดือดร้อนของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จะลงทุนอาคารชุด เนื่องจากเทศบาลนครเกาะสมุยได้ออกเทศบัญญัติห้ามก่อสร้างอาคารชุดทุกชนิดไว้หลังจากผังเมืองรวมปี2549 หมดอายุ ซึ่งนับจากนั้นเป็นต้นมาผู้ประกอบการไม่สามารถลงทุนและขยายผลิตภัณฑ์บริการที่อยู่อาศัยได้

3. เกาะสมุยยังขาดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆอีกเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างที่ผู้ออกแบบและผู้ประกอบการกำลังประสบคือการขาดแคลนโครงข่ายการระบายน้ำ ทั้งระบบระบายน้ำฝนและน้ำเสียโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงข่ายระบายน้ำในถนนสายรองและถนนซอยทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อระบบการระบายน้ำจากอาคารเข้าสู่ระบบการจัดการน้ำโดยรวมได้เกิดการปล่อยน้ำทิ้งและน้ำฝนลงสู่ผิวถนนและไหลเข้าสู่สถานที่สาธารณะสร้างทัศนอุจาดและทำให้เมืองสูญเสียสภาพแวดล้อมที่ดี

4. การขาดยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ที่เด่นชัดภาคเอกชนและภาคอสังหาริมทรัพย์ไม่ทราบทิศทางในการพัฒนาเมืองและการใช้พื้นที่สำหรับการพัฒนาโครงการ

5. การขาดแคลนระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพและความล้มเหลวในการจัดการระบบการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวเนื่องจากเทศบาลนครเกาะสมุยไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการจัดการการเดินเรือ(เรือเฟอร์รี่และเรือประมง) การเดินรถขนส่งสาธารณะ (รถขนส่ง รถแท็กซี่และรถสองแถว) การจัดการเชิงพื้นที่ถนนของกรมทางหลวง ฯลฯจึงทำให้ไม่สามารถสร้างระบบการจัดการที่ดีและสร้างความปลอดภัยสำหรับการเดินทางได้


สรุป

วิทยากรและผู้ร่วมเสวนาเห็นว่าเกาะสมุยยังมีศักยภาพและโอกาสอีกมากในการพัฒนาสู่เมืองท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานเพียงแต่มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการวางผังและออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเมืองการลงทุนระบบขนส่งมวลชนและสร้างระบบการเชื่อมต่อการเดินทางที่มีประสิทธิภาพสำหรับการจัดการสภาพแวดล้อมนั้น วิทยากรได้เสนอให้เกณฑ์ LEED-ND และ Form-BasedCodes ในการออกแบบสภาพแวดล้อมสำหรับทุกย่านและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านสำคัญๆ ที่มีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้แนวทางหลักที่ผู้ร่วมการเสวนาอยากเห็นได้แก่การปรับปรุงระบบการปกครองเกาะสมุยให้เป็น “เมืองพิเศษด้านการท่องเที่ยว”ซึ่งจะสามารถกระชับอำนาจและรวมศูนย์การบริหารจัดการ รวมทั้งสามารถสร้างระบบบริหารจัดการเมืองให้มีประสิทธิภาพได้ 






 

Create Date : 21 กันยายน 2558    
Last Update : 21 กันยายน 2558 21:10:00 น.
Counter : 891 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  

เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




ภาพอดีต ภาพปัจจุบัน และอนาคต และความเป็นไปของเกาะรัตนโกสินทร์
เล่าเรื่องทริป ที่สุดแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว มัน อเมซิ่ง มากมาย
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.