Group Blog
 
All blogs
 
เที่ยวโตเกียวแบบปุ๊บปั๊บ ประหยัดทัวร์

ทริปนี้เป็นการเที่ยวแบบไม่มีแผนการใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้เนื่องจาก เฮียบอยผู้คร่ำหวอดการท่องเที่ยวต่างแดน โดยเฉพาะ 3-4 ปีที่ผ่านมา คุณพี่แกเที่ยวญี่ปุ่นปีละไม่รู้กี่รอบ ไม่รู้ติดใจอะไรนักหนา เดาว่าอาจจะเป็นสาวญี่ปุ่นและ...sex shop ดิลโด้ จิ๋มกระป๋อง ไรเงี้ย กี๊ซซซซซ

เรื่องมันเริ่มจากคุณพี่แกจะไปถ่ายรูปซากุระ (รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้) ตอนเดือนมีนา แต่ว่าไฟล้ท์เต็มเอี๊ยด ก็เลยไม่สามารถไปได้ ช่วงนี้ใคร ๆ ก็ชอบไปญี่ปุ่นกะเกาหลีกันเนอะ จนกระทั่งวันดีคืนดีประมาณวันที่ 20 เม.ย. กระมัง เฮียแกมาบอกว่าจะไปญี่ปุ่น ไปถ่ายรูป ไปกับพี่เอ๋ ที่อยู่บัญชี แล้วไฟล้ท์ก็ว่างร้อยกว่าที่ ทั้งไปทั้งกลับ กรี๊ดดดดด อิชั้นหูตาแหก ไฟล้ท์ว่าเป็นร้อยเลยหรือ ไปโด้ย ไปโด้ย แถมเฮียแกยังมาพูดอีกว่าใช้งบประมาณ 5 พันบาท เฮ้ย อย่ามาพูดเยี่ยงนี้ หนูทนไม่ได้ เลยมองหน้ากันกับพี่ไร พี่สาวคนสวยที่แผนก ชักชวนกันไปทำพาสปอร์ตโลด (พอดีของเราหมดไปตั้งแต่ช่วงท้องแล้ว ส่วนพี่ไรเหลืออยู่ไม่ถึง 6 เดือน) เอาแระ ได้ผู้ร่วมชะตากรรม 4 คนแระ จะพยายามหาให้ได้ 8 คน จะได้จองห้องรวมด้วยกันได้ เลยชวนพี่หนูดีคนสวย กับลูกสาวคือน้องแพร เอ้า ได้มา 6 คนแระ สุดท้ายก็ได้หนูปั๊มอีกคน แต่มาแห้ววินาทีสุดท้าย เสียดายมาก ไม่เขียนมากนะ เดี๋ยวมันร้องไห้ แง๊ๆๆๆ



ทำพาสปอร์ตวันที่ 20 เม.ย. ยื่นเอกสารขอวีซ่าวันที่ 26 เม.ย. ได้รับวีซ่า 30 เม.ย. ออกบินวันที่ 1 พ.ค. โลด ฮิ้ว อะไรจะรวบรัดขนาดน้านนนน แต่ๆๆ ไม่ตื่นเต้นเล้ย วีซ่ายังไม่ได้รับ วันที่ 29 อิชั้นไปแลกเงินกับออกตั๋วเรียบร้อยแล้น กร๊ากกก

เล่าๆๆ ทริปนี้จะเป็นทริปที่ประหยัด และรัดเข็มขัดกันสุดริ้ดดด (นี่คือความตั้งใจแต่แรกเริ่ม) เริ่มจากถ่ายรูปขอวีซ่า ยังต้องถ่ายเอง ปริ้นท์เอง แต่งเองเลย อิอิ ประหยัดไปได้ร้อยกว่าบาทแระ เห็นมะ ถ่ายรูปเป็นโหลใช้รูปเดียว จะไปถ่ายที่ร้านให้เปลืองตังค์ทำม้ายย กล้องมี กระดาษมี ปริ้นท์สีก็มี ทำไป อย่าได้แคร์

เม้าท์มอยมานาน เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

วันที่ 1 พ.ค.
ออกเดินทางด้วยเที่ยวบิน TG640 เวลา 22.10 น. ก็นัดเจอกันตรงเช็คอินเวลาประมาณ 2 ทุ่ม เผื่อจะได้ไปเดินช้อปใน Duty Free นิดหน่อยพอสังเขป แต่ว่าพี่ไรบอกว่า จะพาสาว ๆ ไปนั่งที่ Lounge ของ King Power กันก่อน เออ ก็ดีแฮะ จะได้ไม่ต้องเสียตังค์ที่นี่ไปเสียที่ญี่ปุ่นเลยดีกว่า ตอนไปนั่งก็มีแซนด์วิช ขนมเค้ก กระเพาะปลาให้กิน อิชั้นเผลอกันหน่อไม้ไป ปรากฎว่าแพ้หน่อไม้บนเครื่อง คันคอ คันตามตัว แดงเทือกไปหมดเลย โฮๆๆ

วันที่ 2 พ.ค.
ถึงนาริตะแล้วตอนเช้าตรู่ พอดีว่าช่วงนี้เป็น Golden Week ของญี่ปุ่น คนก็จะหยุดเที่ยวกันเยอะ แต่พวกเราไปถึงแต่เช้าเลย ก่อนอื่นต้องไปซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินกันก่อนนะ ที่เค้าน์เตอร์ Skyliner ก็บอกเค้าว่า “Metro Ticket Tokyo” ประมาณนี้แหละ เราอยู่กัน 4 วัน แต่ซื้อแค่ 3 วันพอ เพราะวันสุดท้ายไม่ต้องซื้อเหมา เพราะใช้แค่เที่ยวเดียวก็จ่ายแบบหยอดเหรียญเอา ดังนั้น เลยซื้อแค่ 3 วันพอ แต่ว่าต้องซื้อ 2 ใบนะ ก็คือแบบ 2 วัน (980 เยน) และ 1 วัน (600 เยน) เพราะว่าที่นี่เค้าไม่มีแบบ 3 วันขาย (ทริปนี้ไม่นั่ง JR หรือชินคันเซนนะจ๊ะ บอกแล้วงัยว่า...ประหยัด) อันนี้เราจะขึ้นได้เฉพาะที่มีสัญลักษณ์ตัว M สีฟ้า ๆ เท่านั้นนะ มีหลายสีหลายสายเลยหละ เค้าจะมีแผนที่แจก ก็ต้องเอามาดูเอง

เสร็จแล้วลงบันไดเลื่อนไปชั้น B1 เพื่อที่จะมาซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมือง ที่ Ticket Counter ซึ่งเราใช้สาย KEISEI LINE เพื่อที่จะไปลงสถานีอาซะกุสะ (1,060 เยนต่อเที่ยว) ต้องขึ้นรถให้ทันรอง 7.30 น. นะ จะได้ไม่ต้องต่อรถ เพราะเที่ยวนี้นั่งยาวได้เลยไม่ต้องต่อรถ ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.





แล้วก็ขึ้นรถไปลงที่สถานีอาซะกุสะ ช่องออก A3 อันนี้จะเดินขี้แตกหน่อยตอนจะออกจากรูเนี่ยแหละ ขึ้นบันได 3 ชั้น ๆ นึงก็สูงซะ ไหนจะกระเป๋าอีก เหนื่อยค่อด พอออกมาจากรู ก็เจอถนนใหญ่ให้เลี้ยวขวาตรงไป คืนนี้เราพักกันที่ Asakusa Riverside Capsule Hotel ก่อนนะ เพราะว่า Hostel ที่จะพักจริง ๆ คืนนี้ห้องไม่ว่าง เลยต้องมาพักที่นี่แทน ซึ่งก็ห่างกันไม่ถึงร้อยเมตรเอง โชคดีหน่อย จะได้ไม่ต้องลากกระเป๋าไกล



ที่ Capsule นี้เค้าจะคิดค่าที่พักหัวละ 3,000 เยนต่อคืน ซึ่งพวกผู้หญิงจะนอนชั้น 7 พวกผู้ชายนอนชั้น 5 ส่วนห้องอาบน้ำอยู่ชั้น 9 ซึ่งเป็นห้องอาบน้ำรวม (แต่แยกห้องอาบน้ำชาย หญิง) แล้วห้องอาบน้ำเนี่ย ก็เป็นแบบโอเพ่น โอ้ยย ไว้ค่อยเล่าทีหลังละกัน ทีนี้ พวกเราไปถึงกันแต่เช้า ไม่สามารถเช็คอินได้ เพราะเค้าให้เช็คอินตอนบ่าย 3 เราเลยต้องฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อกเกอร์ของ รร. ก่อน ตู้ละ 400 เยน ระยะเวลาได้ 12 ชม. พวกเรายัดไป 2 ตู้ (6 คน)

จากนั้นเราก็เริ่มเที่ยวกันแล้ว เริ่มจากไปแวะกินข้าวมื้อสายกันก่อนที่ร้านสีส้ม ๆ Yashinoya อาหารอร่อย ราคาไม่แพง 3 –5 ร้อยเยน มื้อนี้เรากินข้าวหน้าปลาแซลมอนไป 380 เยน รู้สึกเค็มปลาอ่ะ เหมือนหมักเกลือไว้นาน ไม่ประทับใจเลย รู้งี้สั่งหมูดีกว่า แหะๆ



วันนี้เราจะทัวร์ในเมืองกัน คือ ชินจูกุ ชิบุย่า ฮาราจุกุ แล้วกลับมาเดิน อาสะกุซะ ต่อตอนเย็น

ชินจุกุ
ตอนนี้เราอยู่อาซะกุสะ เราก็ต้องลงมาใต้ดิน เพื่อที่จะไปขึ้นสายสีส้ม (G19) Ginza Line ลงที่สถานี Akasaka Mitsuke (G05) แล้วต่อด้วยสาย M13 สายสีแดง จากนั้นไปต่อสายสีแดงไปลงที่ Shinjuku (M08) ให้ออกมาทางห้าง Odakyu เพื่อจะมาซื้อตั๋วรถบัสไปเที่ยวฟูจิในวันรุ่งขึ้น (จองก่อนอุ่นใจกว่า) ก็จองได้รอบขาไป 8.40 น. ขากลับ 18.40 น. ไว้ ค่ารถบัสไปกลับคนละ 3,400 เยน เสร็จแล้วก็เดิน ๆ อยู่แถว ๆ นั้น ได้เข้าไปตึกอะไรไม่รู้ มีร้านร้อยเยนอยู่ชั้นไหนจำไม่ได้ กร๊ากกก สอยมาได้ 11 ชิ้นก่อน อิอิ





ชิบูย่า
เสร็จแล้วลงใต้ดินจาก M08 สถานี Shinjuku ไปลงที่ M09 สถานี Shinjuku-sanchome (ยังเป็นสายสีแดงอยู่ ขึ้นแค่ป้ายเดียว) แล้วต่อรถไปทางสาย F14 แต่ไปลงสุดป้ายเลยที่ Shibuya ออกทางออกที่ 8 ที่ Hachiko
บ่ายโมงครึ่งก็แวะกินข้าวที่ร้าน Yashinoya อีกแล้ว มื้อนี้กินข้าวกับหมู หมดไป 380 เยน ที่ชิบูย่านี่ได้เดินไปถ่ายรูปที่อนุสาวรีย์หมา Hachiko อยู่ติดกับห้าแยกวุ่นวาย (เฮียแกเรียกอย่างนี้) ขำหวะ เดินเป็นกิโล ๆ เพื่อไปถ่ายกับหมาตัวเนี้ย กร๊ากกก จริง ๆ จะเดินไปฮาราจุกุต่อไปนะ แต่ใครจะเดิ๊น เดินขึ้นเนินด้วย ลองเดินได้ 7 ร้อยเมตร ต้องหันหัวกลับ ไม่ไหวแล้ว ปวดตรีน 555






ฮาราจุกุ
จากชิบูย่าก็มานั่งรถใต้ดินไปลงฮาราจุกุ สายสีเขียว C03 คนเยอะแยะมากมายเหมือนเดินสำเพ็งบ้านเราเลย ไหลไปเรื่อย ๆ เราเดินไปเรื่อย ๆ ถึงสวน Yoyogi-koen ชื่อนี้มั่งนะ ที่นี้จะมีพวกวัยรุ่น หรือกลุ่มคนแปลก ๆ แต่งตัวแปลก ๆ มากมาย มาวันนี้ได้เจอแก๊งค์เอลวิช เต้น ๆ โยก ๆ อยู่เพลงเดียว เต้นท่าเดิม ๆ เออ เก่งวุ้ย ไม่เมื่อยกันมั่งหรือไร




เสร็จแล้วก็นั่งรถไฟกลับไปอาซะกุสะ
- Harajuku C03 สายสีเขียว ไปลง
- Shibuya G01 สายสีส้ม นั่งยาวไปโลดลง G19 อาซะกุสะเลย

ไปถึงก็เย็นพอดี อิชั้นปวดตรีนมากมากย ต้องสรรหาซื้อรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ เพราะอิ crocs คัชชูส์ที่ใส่ไป มันบีบและกัดด้วย ทั้ง ๆ ที่ใส่ถุงเท้า กรี๊ดดดด ได้งัยเนี่ย สุดท้ายได้ยี่ห้อ VANS จาก ABC Mart มา 1 คู่ 3,990 เยน เพราะสองเฮียแกก็ใส่ยี่ห้อนี้อยู่ บอกว่าใส่ดี เลยสอยมาซะ ได้เสื้อมาอีก 2 ตัว กรี๊ดด ไหนว่าจะไม่ช้อปเยอะงัย แค่วันแรกก็ปาไปหลายพัน (บาท) แล้ว สุดท้ายแวะกินราเม็ง มื้อนี้ฟาดไป 450 เยน กินร้านอะไรจำไม่ได้แระ รู้แต่ว่า คิดว่าสั่งราเม็งกับหมูทอด แต่ไหงได้ราเม็งกับมันชุบแป้งทอดซะงั้น กี๊ซซซซซ
เนื่องจากพรุ่งนี้เราต้องไปเช็คอินที่ Kaosarn Hostel อีกทีนึง ซึ่งอยู่ในซอยเดียวกัน แล้วเราต้องออกไปฟูจิทั้งวัน ดังนั้น เราเลยต้องเตรียมแต่เสื้อผ้าใส่นอนคืนนี้กับพรุ่งนี้เช้า ส่วนข้าวของที่เหลือ เราเอาไปฝากไว้ที่ Kaosarn Hostel เพื่อจะรอเช็คอินเข้าเย็นวันพรุ่งนี้
คืนนี้ปวดเท้ามากก ดีที่ได้ยาคลายกล้ามเนื้อพี่ไรช่วยไว้ ตอนอาบน้ำต้องไปอาบห้องน้ำรวม โปรดนึกถึงอารมณ์ทหารเกณฑ์ไว้ คล้าย ๆ อย่างนั้นเลย โอเพ่นมาก ๆ เห็นหมดเลย ทั้งฝรั่ง ทั้งญี่ปุ่น แต่อย่าหวังจะได้เห็นของเรา เพราะเราแอบลักไก่นุ่งผ้าเช็ดตัวไปอาบ ก็คนมันอายนิ โชคดี ตอนที่ไปอาบ ไม่มีกรุ๊ปอื่นด้วย รอดตัวไป แหะๆๆ ในห้องอาบน้ำมีบ่อน้ำร้อนให้แช่ด้วย แต่เราได้แค่หย่อนเท้าไป ก็ช่วยแก้ปวดเท้าได้เยอะเลย คืนนี้นอนในแคปซูล แรก ๆ ก็กลัวเหมือนห้องดับจิตไรเงี้ย แต่พอเข้าไปนอน เออวุ้ย มันก็ไม่ได้แคบนี่นา แถมนอนสบายด้วย หลับเป็นตายยันเช้าเลย ตื่นมาตี 5 ฟ้าสว่างมาก นึกว่า 7 โมงเช้า




วันที่ 3 พ.ค.
เช้านี้ตื่นขึ้นมากินมาม่าคัพ ที่เอามาจากเมืองไทย แล้วก็มีสปาเก็ตตี้กับไก่ย่างที่ซื้อจากซุปเปอร์เมื่อวานนี้มากินกันตาย วันนี้เราจะไปฟูจิกันทั้งวัน ต้องไปขึ้นรถบัสรอบ 8.40 ให้ทัน แต่ๆๆๆ อิชั้นทำตั๋วรถไฟใต้ดินหาย!! เสียเวลาค้นหาอยู่ตั้งนานก็หาไม่เจอ เนื่องจากอุตริเปลี่ยนกระเป๋าสะพายอีกใบไป วอนซะแล้ว สุดท้ายเลยต้องใช้บัตรของเฮียบอยหยอดไปก่อน เสียเงินเพิ่มฟรี ๆ เลยตรูสำหรับวันนี้ 470 เยน เช้านี้เราต้องเช็คเอ้าท์ออกจาก รร.แคปซูล ที่นี้ก่อน ส่วนข้าวของที่กันออกมาเมื่อคืนก็ฝากไว้กับตู้ล็อคเกอร์หยอดเหรียญที่สถานรถไฟใต้ดินเอา น่าจะ 500 เยนนะ ถ้าจำไม่ผิด

แล้วเราก็ต้องลงมาใต้ดิน เพื่อที่จะไปขึ้นสายสีส้ม (G19) Ginza Line ลงที่สถานี Akasaka Mitsuke (G05) แล้วมาขึ้นที่สาย M13 สายสีแดง จากนั้นไปต่อสายสีแดงไปลงที่ Shinjuku (M08) ให้ออกมาทางห้าง Odakyu วิ่งออกไปฝั่งตรงข้ามจากห้าง ทางซ้ายมือ (ที่ขึ้นรถบัสจะอยู่แถวป้าย Olypus สีน้ำเงิน อีกตึกนึง) เช้านี้แหละ ที่ต้องวิ่ง วิ่ง วิ่งหน้าตั้ง เหมือนไปวิ่งราวทองใครมา เหนื่อยมาก หายใจแสบไปหมด ดีนะ ที่พี่เอ๋ วิ่งนำไปก่อน พี่เอ๋ถึงรถสายที่เราจะขึ้น (อยู่คันแรกเลย) เวลา 8.40 น. พอดี โชคดีมาก เพราะถ้าช้ากว่านี้ คนขับเค้าไม่รอ เค้าจะตรงเวลากันมาก ใครตกรถก็คือตกเลย โอ้ย เกือบแย่เลยเรา เสร็จแล้วก็ขึ้นรถกันเลย รถออกขับไปนอกเมือง วันนี้รถติดมาก เพราะเป็น Golden week ของญี่ปุ่น จากเดิมที่จะต้องถึงภายใน 2 ชม. ก็ปาไป 3 ชั่วโมง นั่งกันจนเมื่อยตรูดเลย

เรานั่งกันไปจนสุดสายเลยนะ ไม่ต้องสะแหลนลงตรงสวนสนุกที่เราจะลงทีแรก กร๊ากกก เกือบไปแล้ว ที่สุดสายจะเป็นสถานีรถ Kawaguchiko ก็ให้มาซื้อตั๋วรถบัสเพื่อที่จะไปที่ดู Shiba Sakura ซื้อไปกลับเลยคนละ 1,800 เยน แล้วมายืนต่อแถวรอคิวขึ้นรถ ตั๋วรถบัสที่ซื้อเนี่ย มันรวมกับตั๋วเข้าชมสวนด้วยนะ อย่าทำหายหละเก็บไว้ดี ๆ รถบัสที่นี้ไม่มียืนนะจ๊ะ พวกเราได้นั่งเก้าอี้เสริมแถวกลาง เจี๊ยกกก รถติดอีกแล้ว จาก 15 นาทีถึง ก็ปาไปเกือบชั่วโมงแหนะ พอมาถึง แดดแรงพอควรเลย ควรพกแว่นกันแดดไปด้วย โชคดีได้แว่นพี่หนูดีไป แว่น 1 อัน ใส่เวียนถ่ายรูปกัน 3 คน คุ้มเจง ๆ อิอิ พอช่วงบ่าย ก็ซื้อของกินแถวนั้น ก็ซื้อซาลาเปาลูกใหญ่เท่าหน้าคนมา 3 ลูก แล้วก็ฮอทด็อก 2 ชิ้น กินกัน 6 คนนี่แหละ ซาลาเปาไม่ถูกปากเลย จืดมาก กินไปนึกถึงเซเว่นไป ส่วนฮอทด็อก ใช้ได้อร่อยดี
















พอเดินกันทั่วแล้วก็กลับ ก็ให้กลับมาเข้าแถวยืนรอรถที่เดิมที่ลงนั่นแหละ (ตรงที่มีตู้กดน้ำกระป๋องขาย) แล้วก็ขึ้นรถกลับ รถติดอีกแล้ว ฮ่วย ไปถึงเกือบ 6 โมงเย็นแหนะ ซึ่งเราต้องขึ้นรถบัสกลับเข้าเมืองรอบ 18.40 เพราะฉะนั้น มาเที่ยวรอบนี้ อดขึ้นไปภูเขาไฟฟูจิเลย แง๊ๆๆๆ




จากนั้น เราขึ้นรถบัสช่องที่ 2 ตามตั๋วที่เขียนไว้ รถเค้าออกตรงเวลาอีกแล้ว จาก Kawakuchiko เราก็นั่งไปเรื่อย ๆ หลับ ๆ ตื่น ๆ ก็ไม่ถึง เพราะรถติด กรี๊ดดด เมิงจะติดอะไรกันนักหนาเนี่ย เราไปลงสุดทางในเมืองที่ Shinjuku West Terminal ถึงก็สี่ทุ่มครึ่งกว่าแล้ว ต้องรีบกลับไปที่อาซะกุสะก่อน เพราะว่าร้านอาหารทั่วไปปิดประมาณ 5 ทุ่ม พอถึงอาซะกุสะ แวะกินราเม็งก่อน ร้านนี้อร่อยวุ้ยใช้ได้ อยู่เกือบหัวมุมแยกไฟแดงแถวที่พักเราแหละชื่อร้านอะไร อย่าถาม จำได้ แต่อ่านไม่ออก ฮ่าๆๆๆ วันนี้กินราเม็ง 520 เยน
แล้วก็กลับมานอนที่ Kaosarn Tokyo Original Guesthouse ที่ชื่อข้าวสาร เพราะเจ้าของเคยไปนอนที่ข้าวสาร แล้วก็กลับมาทำเกสต์เฮ้าส์ที่ญี่ปุ่น กิจการรุ่งเรืองเชียว เห็นเปิดอยู่ 3 สาขาแล้ว คืนนี้โชคดี ได้นอนห้องสาว ๆ 4 คน กลับหนุ่ม 2 คน สาว ๆ 4 คนได้ห้องติดแม่น้ำด้วย ห้องก็จะเป็นเตียงไม้ 2 ชั้น ที่นี้ยังต้องใช้ห้องน้ำรวม แต่ดีตรงที่อาบน้ำได้ทีละคน อิอิ ค่อยไพรเวทหน่อย ส่วนห้องส้วม เล็กกว่าห้องน้ำในเครื่องบินอี๊กกก เมิงจะเล็กไปไหนเนี่ย กร๊าก เราต้องนอนที่นี้ 2 คืน คิดราคาคนละ 2,400 เยนต่อคืนต่อคน สำหรับห้อง 4 คน ส่วนของหนุ่ม 2 คน คิดคนละ 2,500 เยนต่อคืนต่อคน วันนี้ไม่ได้ช้อปที่ไหนเลย แง๊วๆๆๆ

วันที่ 4 พ.ค.
เช้านี้ตื่นแต่เช้า ไปตลาดปลากัน
เริ่มจาก G19 Asakusa ไปลง G16 Ueno เลี้ยวซ้ายไปสาย H สีเทา ไปลง H10 Tsukiji ออกไปเดินตลาดปลากัน แล้วก็แวะหาปลาดิบ หรืออาหารกินแถวนั้น






เสร็จแล้วก็เดินทางต่อไปที่ H16 Naka-okachimachi ออกที่ช่อง A3 เพื่อที่จะไปช้อปกันที่ตึกม่วง ตึกนี้ต้องใช้เงินสด ราคาจะถูกกว่าทั่วไป แต่ดูดี ๆ นะ บางอย่างก็ถูกกว่านิดเดียว เช่น เราซื้อโทนเนอร์ Seikisei ของโคเซ่มา 5,500 เยน แต่ว่าแถวอาซะกุสะ ขาย 5,512 เยน ฮ่วย ไม่ต่างกันเลย รูดการ์ดได้อีกต่างหาก แง๊วๆๆๆ ที่นี่มีหลายตึก เราเดินแต่ คสอ. กับ นาฬิกาเอง ได้นาฬิกาให้คุณหมีมา 1 เรือน แผนกนาฬิกา ถ้าซื้อเกิน 10,000 เยน เค้าจะ tax refund ให้ทันทีเลย 5% เออ ดีจังเลย แล้วก็ไปหมดเวลาอยู่กับ คสอ. เลย จากนั้นก็กลับมาที่อาซะกุสะอีกครั้ง เพื่อนมาหา Mos Burger กินกัน (ร้านอยู่ริมถนนใหญ่เลย) ไม่เห็นอร่อยเลย สู้เมืองไทยไม่ได้ แล้วก็ปล่อยช้อปกันโซนนี้เลย เพราะพรุ่งนี้ต้องกลับแล้ว เริ่มโดยไปช้อปที่ร้าน 100 เยนกันก่อนเลย ของเยอะมาก อิชั้นกวาดมาได้อีก 59 ชิ้น ป๊าดดด มันช่างมากมายก่ายกอง แต่เหลือเป็นของตรูไม่กี่ชิ้นเอง ส่วนใหญ่ของลูก กับที่ทำข้าวปั้น ข้าวกล่องหมด เอิ๊กกก ก็เดินๆๆๆ ช้อปกันเพลิน แล้วนัดกันไว้ว่าเฮียบอยจะพาไปร้าน Sex Shop แต่ว่าเรามัวแต่ช้อป หนุ่ม ๆ เลยไม่รอ เพราะเฮียบอยต้องกลับไปตึกม่วงอีก เลยต้องแยกกัน เหลือแต่สาว ๆ ซึ่งปวดตรีนมากกกก ของก็เยอะแยะมากมาย แล้วก็เดินไปวัดอาซะกุสะ จนเย็น นั่งพักอย่างหมดสภาพคุณนาย โอ้ย คุณนายไร คุณนายดี หมดสภาพเลย เจี๊ยกกก




แล้วประมาณ 6 โมงก็เดินไปหาร้านเครปกินกัน กว่าจะเจอ เกือบตาย เพราะหนัก แต่ปวดเท้า แล้วก็อดกินร้านหมูทอดเลย เพราะไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน พี่เอ๋บอกว่า หมูทอดอร่อยมาก เพราะละลายในปากเลย โฮๆๆๆ หนูเสียใจนะ เหมือนมาไม่ถึงที่ อดกินเลย แง๊ๆๆๆๆ กลับก็กลับที่พัก มาแพ็คกระเป๋า กัน แต่ละคนมีกระเป๋างอกกันทุกคน กร๊ากก ไหนว่าไม่ช้อปมากงัย

วันที่ 5 พ.ค.
วันนี้ต้องกลับแล้ว ไฟล้ท์ TG641 เวลา 11.00 น. เพราะฉะนั้น เราต้องออกกันเร็วหน่อย
- ลงรถไฟไปลง Ueno (สายสีส้ม จาก G19 ไป G16) วันนี้ตั๋วรถไฟที่ซื้อไปหมดแล้ว ต้องหยอดเหรียญเอา จำไม่ได้ว่าคนละเท่าไหร่ แต่ไม่แพง แล้วขึ้นไปอีก 2 ชั้นเพื่อซื้อตั๋วรถไฟไป Airport ซื้อแบบ Limited Express นะ คนละ 1,000 เยน ใช้เวลานั่งประมาณ 1 ชม. ไปลงที่ Termianal 2 เล่น ไปฝั่ง South อยู่ชั้น 4 เพื่อไปเช็คอินที่เค้าน์เตอร์ J การบินไทย เช็คอินเสร็จแล้ว แวะช้อปที่ร้าน Uniqlo กันหน่อย ได้เสื้อผ้ามาอี๊กกก แล้วค่อยเดินเข้า ตม. หน้าเกท มีที่ช้อปอีก ได้แอนนาซุยมาอี๊กกก อะไรจะขนาดน้านนน จากนั้นกลับ กทม. โดยสวัสดิภาพ

สรุปค่าใช้จ่ายทริปนี้โดยประมาณ
1. วีซ่า 1,080 บาท ใกล้จะขึ้นราคาแล้วนะ เพราะเค้าจะจ้าง Sub contact มาดำเนินการให้ เหมือนออสเตรเลียอ่ะ คงแพงขึ้นอีก 5 ร้อยประมาณนั้น
2. ค่าตั๋ว อันนี้แล้วแต่ใครขึ้นสายการบินไหนนะคะ แนะนำการบินไทย แหะๆๆๆ
3. ค่าดำรงชีพ 15,000 เยน (ค่ารถทุกชนิด+ค่าที่พัก 3 คืน+ค่าอาหารนิดหน่อยบางมื้อที่กินร่วมกัน)
4. ค่าอาหารที่ต่างคนต่างซื้อกินเอง เฉลี่ยมื้อละไม่เกิน 5 ร้อยเยน ของเราหมดไป ประมาณ 4,385 เยน รวมซื้อน้ำบาง (น้ำแพงมาก)
สรุปว่า ค่าใช้จ่ายที่อยู่ญี่ปุ่น 4 วัน 3 คืน เราหมดไปประมาณ 6,750 บาทเอง กรี๊ดดด ถูกค่อดๆๆๆๆๆ
ส่วนค่าช้อป อย่าไปพูดถึงมันเลย แหะๆๆ

เครดิตภาพงาม ๆ จากกล้อง เฮียบอย และ พี่เอ๋





มาแก้ไขเพิ่มเติมให้โอ๊ต By เฮียบอย

- ค่ารถไฟใต้ดิน ถูกสุด 160เยน
- การบินไทยอยู่ที่ Terminal 1 นะจ๊ะ
- รถไฟเที่ยวเช้า 7.30 น. จะผ่าน Asakusa พอดี ค่ารถ 1060 เยน เที่ยวอื่นต้องเข้า UENO ก่อน แล้วต่อใต้ดินอีก 160 เยน
- จริงๆ แผนเดิมจะไปนอนที่ Kawaguchiko เชิงเขาฟูจิเลย แต่คนเยอะเลยต้องนอนในโตเกียวหมด ไม่มีที่พัก คราวหน้าจะแก้ตัวใหม่ อาบ Onsen ชมภูเขาไฟฟูจิไปด้วย

อิ อิ อิ


Create Date : 11 พฤษภาคม 2553
Last Update : 12 พฤษภาคม 2553 8:09:40 น. 15 comments
Counter : 550 Pageviews.

 
เห็นเอ๊ตไปแล้วแบบว่า อยากจะไปลองญี่ปุ่นสักที น่าจะดีเหมือนกัน


โดย: bunny2teddy IP: 78.21.131.163 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:29:19 น.  

 
ลงชื่อก่อน กลัวโดนแช่ง อ่านไปครึ่งนึงเดี๋ยวมาอ่านต่อเด้อ กลับบ้านก่อน


โดย: PiNk IP: 203.209.31.166 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:39:44 น.  

 
-โอ๊ต ไปกับเพื่อนๆๆแบบนี้น่าหนุกเนอะ
-ได้อะไรมามั่งอ่ะ ถ่ายรูปมาให้คนแถวนี้กระเหี้ยนกระหือรือหน่อยจิ
-เก่งอ่ะ กระโดดขึ้นด้วย


โดย: พี่ธัช IP: 217.162.185.249 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:52:47 น.  

 
ทริปนี้สนุกสนานกันดีค่ะ
ฟูจิซังเห็นชัดมาก และเห็นดอกไม้ม่วง ชมพู สวยจังเลยค่ะ

อยากไปอีกจังเลยค่ะ


โดย: mamminnie วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:08:53 น.  

 
ชั้นว่าต้องฮาแน่ๆ

แต่ยังไม่ได้อ่าน

เด๋วมาเก็บตอนเด็กจกนมคืนนี้

มาส่งเสียงเฉยๆ กลัวคำแช่งแก 555


โดย: หนมบิ๋ม IP: 124.120.169.225 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:20:12 น.  

 
ทักทายยามเย็น ทานข้าวให้อร่อยนะคะ :)


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:27:01 น.  

 
ฉาอย่างแรงง่ะเพื่อน
ไปจี้ปุ่นในงบที่สวยมากๆ
เค้าอยากไปมั่ง แต่โง่การอ่านแผนที่มาก เหอๆ
ป.ล. รูปสวยเมิ่กๆ


โดย: อุ IP: 203.170.254.82 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:28:25 น.  

 
อยากไปมั้งจัง ... 6 พันกว่าบาทเอง


โดย: Satanยิ้ม IP: 58.9.2.174 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:33:29 น.  

 
มาแก้ไขเพิ่มเติมให้โอ๊ต

- ค่ารถไฟใต้ดิน ถูกสุด 160เยน
- การบินไทยอยู่ที่ Terminal 1 นะจ๊ะ
- รถไฟเที่ยวเช้า 7.30 น. จะผ่าน Asakusa พอดี ค่ารถ 1060 เยน เที่ยวอื่นต้องเข้า UENO ก่อน แล้วต่อใต้ดินอีก 160 เยน
- จริงๆ แผนเดิมจะไปนอนที่ Kawaguchiko เชิงเขาฟูจิเลย แต่คนเยอะเลยต้องนอนในโตเกียวหมด ไม่มีที่พัก คราวหน้าจะแก้ตัวใหม่ อาบ Onsen ชมภูเขาไฟฟูจิไปด้วย

อิ อิ อิ


โดย: Boy IP: 58.8.214.146 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:33:05 น.  

 
อยากไปมั่งจัง ประเทศแรกที่มีความคิดว่าอยากไปที่สุด


โดย: หนุงหนิงคะ (samakrut_008 ) วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:16:22 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยอิจฉามากมายโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเนี่ย ถูกค่อดๆๆ เราไประยองยังเสียตัว เอ๊ยตังค์มากกว่านี้อีกอ่ะ รูปสวยมากมาย เห็นแล้วอยากกลับไปอีกครั้งจังเยยยยย


โดย: ดา IP: 125.25.71.227 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:34:21 น.  

 
สุดยอดอ่ะโอ๊ต อ่านแล้วสนุกมากๆ ดีนะที่ไปกะพี่ที่เค้าเชี่ยวชาญเลยรู้ว่าพักที่ไหน ขึ้นรถตรงไหน ขึ้นลงยังไง ค่าใช้จ่ายถูกมาก แต่ค่าช็อปบาดเจ็บสาหัสเลยดิ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: ปุ๊กดี้ IP: 76.237.89.196 วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:27:02 น.  

 
5555 เราไม่ได้ยิน แต่เราชอบแอบเข้ามาดูของดี อิอิอิอิอิ

โอ๊ต..รูปสวยอ่ะ รูปสวยมากๆๆๆๆ

พี่ๆๆเค้าถ่ายรูปสวยจริงๆๆนะ

อ่านแล้วสนุกดีอ่ะ เหมือนว่าได้ไปด้วย เมืองเค้าสวยเนอะ

เราอยากบอกว่าเราเห็นด้วย
1.โฟมล้างหน้าเราติดใจมากๆๆมันเหมือนว่าได้ล้างหน้าจริงๆๆรู้เลยว่าหน้าสะอาดมากๆๆนิ่มๆๆ (ถ้าหมดแร้วจะไปซื้อที่ไหนอ่ะ 555เมืองไทยมีขายมะ)
2.กันแดดใช้ดีมากๆๆติดใจสุดๆๆ โดนแฮฟไป 1 อันแร้ว เอิ๊กๆๆๆ ไม่เป็นไร เมียเพื่อนพี่แจ้แฮฟไป
เราปฏิเสธเค้าไม่ได้ ไม่กล้าน้ำท่วมปาก เพราะเราต้องอาศัยเค้าบ่อยๆ เสียดาย แต่ก็ยังเป็นนางเอกอยู่ 5555555
3.คอนซีลเลอร์หมี เราแทบจะปา ของเก่าของเราทิ้งเลยนะ ใช้ดีมากๆๆ ปกปิดใต้ตาได้ดีจริงๆๆ
4.ชิ้นสุดท้ายคิดอยู่ แต่ไม่กล้าฝากเพราะมันหนักมากๆๆเด๋วไปหิ้วเอาหลังการบินไทยร้านที่โอ๊ตบอกก็ได้ 55555



โดย: นก (aralenok ) วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:38:52 น.  

 
สวัสดีคร้า

มากรี๊ดงบคร่าาา อ่านแล้วอยากลองพยายามไปมั่ง

รูปดูลั๊ลล๊า น่ารักกันมากมายเลยอิออิ


โดย: คอมี๋ย่างแซ๊บแซ่บ วันที่: 15 พฤษภาคม 2553 เวลา:1:52:21 น.  

 
ถูกมากเลยค่ะ
ไปกันราคานี้ได้ยังไง ประทับใจสุดยอด

ปลายปีนี้ก็ว่าจะไปเช่นกัน ขอศึกษาจากเจ้าของบล็อกนะคะ

ขอบคุณค่ะ


โดย: ผ่านมาค่ะ IP: 61.19.54.202 วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:14:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

oaty_bear
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ขอบคุณที่แวะมาชมนะคะ

บล็อกของคุณแม่ลูกขายสองคน
ผู้พิศมัยหมีหลากชนิด เป็นคุณแม่จอมโก๊ะ
เอ๋อ ๆ เล็กน้อยถึงปานกลาง
แต่รักลูกหมดหัวใจคร่า





CafeMom TickersCafeMom Tickers

CafeMom TickersCafeMom Tickers













: Users Online

Online:

Visite Totali:

Poochie's Graphic Counter

Friends' blogs
[Add oaty_bear's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.