Group Blog
 
All blogs
 
หนีร้อนไปพึ่งหนาวที่ฮอกไกโด

นับว่าเป็นนิมิตรหมายอันดี ที่การบินไทยเปิดไฟล้ท์บินไปลงที่ซัปโปโร เกาะฮอกไกโด ซึ่งจากเดิมจะเปิดแค่ช่วงฤดูหนาว เทศกาลหิมะ คือประมาณตุลาคม 2555 – มีนาคม 2556 แต่ ณ เวลานี้ได้เลื่อนไปจนถึงช่วงเดือนตุลาคม 2556 แล้ว (ยังมีช่วงลาเวนเดอร์บานสะพรั่งที่น่าไปเยือนอีกหนะสิ) ก็นับตั้งแต่เปิดเที่ยวบินมา ส่วนใหญ่ไฟล้ท์เต็มตลอด คงเป็นเพราะช่วงโปรโมชั่นอะนะ อะไรที่ดูสั้น ๆ โปรโมชั่น คนก็จะแห่แหนกัน ไอ้เราก็มองตาปริบ ๆ ต้องหาช่วงจังหวะที่ไฟล้ท์ว่าง ๆ จนล่วงเลยมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ ไฟล้ท์ก็ยังเต็มตลอด จนกระทั่ง.... วันที่ 6 กพ. พี่บอยมาบอกตอนบ่าย ๆ ว่าไฟล้ท์วันที่ 14 ว่าง แล้วขากลับวันที่ 18 ก็ว่าง (ว่างในที่นี้คือไม่ได้ว่างทั้งลำนะจ๊ะ คือเหลือที่ว่างประมาณ 50 ที่) ถ้าจะไปให้ยื่นวีซ่าพรุ่งนี้เลย (วีซ่าญี่ปุ่น ใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ก่อนบิน....เป๊ะไปมั้ยคะเฮีย ยื่นเช้าพะหัดนี้ บินคืนพะหัดหน้า) เอ่อ...เฮียคะ บอกบ่ายสอง ยื่นเช้าพรุ่งนี้ 9 โมง ค่ะ ไปก็ไป งานนี้ทิ้งสามีและลูกละกันวุ้ย ไอ้ลำพังตัวเราคนเดียวเอกสารทันแหละ แต่ของคุณสามีนี่ดิไม่น่าทันนะ (จริง ๆ คงทันแหละ แต่กลัวไม่มีใครเลี้ยงลูก เลยอ้างไปงั้น...ฮา) สรุป ผัวงอนค่ะ อยากไปด้วย แต่อิเมียไม่ให้ไป ฮีไม่พูด ไม่หือ ไม่อือกะเมีย 1 อาทิตย์เลยค่ะ เพราะฮีอยากไปฮอกไกโดมว๊าก ถึง มว๊ากที่สุด เพราะของกินอร่อยๆ เยอะ และที่สำคัญ ไปเจออากาศหนาว ๆ ฮีชอบ พอไม่ให้ฮีไป ฮีเลยงอนซะเลย สมน้ำหน้า!!!

เอ่อ เวิ่นเว้อเรื่องของตัวเองมากไปละ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า รอบนี้ ขอวีซ่า Multiple ซะเลย ไหน ๆ ก็หลงใหลในประเทศนี้ ไปมันทุกปีอยู่แล้วนิ ค่าวีซ่าประมาณ 2800 บาทค่ะ มีอายุ 3 ปี ทั้งนี้ต้องเคยไปญี่ปุ่นมาแล้วนะจ๊ะ แล้วเราก็ทำจดหมายแนบเพิ่มไปประมาณว่าสาเหตุที่ของ Multiple เพราะอะไร บลา ๆ ก็ลอก ๆ เฮียมานั่นแหละ คิดเองไม่ได้หรอก ฮ่าๆๆ สรุปวีซ่าเสร็จทันได้พุธบ่าย พฤหัสเที่ยงก็ไปแลกเงิน ออกตั๋ว เตรียมตัวออกเดินทางได้เลย
ทริปนี้ ตกลงกันก่อนว่าเที่ยวแต่ในเมืองนะ เอาให้พอรู้แนวก่อน ไอ้ที่จะไปนั่งเรือตัดน้ำแข็งขั้วโลก หรือไปสวนสัตว์นั้น ตัดออกไปได้เลย เพราะแค่ในเมือง ตารางก็เต็มเอี้ยดแล้ว สรุปว่าไปกัน 3 คน คือเฮียบอย หนูปั้ม และเดี้ยนเอง (ชั้นไปเป็นก้างขวางคอเค้านะเนี่ย อิอิ) ทริปนี้ เฮียบอยจอง รร. ไว้ ได้ที่ Chisun Inn Hotel อยู่ไม่ไกลจากสถานี Sapporo มานัก เดินประมาณ 10-15 นาทีได้ ก็ตกหัวละ 1100 บาทต่อคืน ก็คือ 3 คืนคิดในราคาทั้งหมด 10,350 เยน (จองไว้ 2 ห้อง คือห้องคู่ 1 ห้อง และห้องเดี่ยว 1 ห้อง มีห้องน้ำในตัว) เสียดายที่จองอีกที่ ไม่ทัน เป็น รร. 5 ดาว ซึ่งกลุ่มพี่เอ๋ที่อยู่บัญชีจองทัน โดยได้ในราคาประมาณ 1500 บาทต่อหัวต่อคืน คุ้มอ่า
เริ่มออกเดินทางกันเลย วันที่ 14 ก.พ. 56 TG671 23.45 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง ไปถึงประมาณ 8.30 น.ของวันถัดไป

วันที่ 1 15 ก.พ. 56

หลังจากผ่าน ตม. รับกระเป๋าแล้ว ก็นั่ง JR มาลงที่ Domestic ซึ่งที่ Dom. นี่ ก็มีที่เที่ยวที่แวะมากมายในตึกนั้น ที่เราแวะร้านแรกคือ Hello Kitty Japan ค่ะ หมดดากตั้งแต่เริ่มเลยค่ะ ฮ่าๆๆ น่ารักไปซะทุกอย่าง Made in Japan ล้วน ๆ เป็นร้านที่อันตรายสำหรับสาว ๆ อย่างเรามาก หุหุหุ




จากนั้นเดินไปดูที่ Royce Chocolate World กันต่อ ไปดูวิธีการทำช็อคโกแลต (ดูผ่านห้องกระจกนะจ๊ะ)




แล้วก็มาที่พิพิธภัณฑ์ Doraemon กันต่อ นี่แค่แวะดูแป๊บ ๆ นะ ก็ปาเข้าไปใกล้เที่ยงแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า







อะ ไป ๆๆ เข้าเมืองกันเหอะ รร. ที่เราพักนั้น ต้องลงที่สถานี Sapporo ไปซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมือง จะซื้อกับเจ้าหน้าที่ หรือไปหยอดเหรียญเอา (รอบนี้หยอดเหรียญซื้อเอง) ดูจอก่อนว่า Sapporo อยู่ที่รางไหน ค่ารถไฟราคาคนละ 1,040 เยน ได้ตั๋วแล้วก็มาขึ้นให้ตรงรางนะจ๊ะ อย่าหลง อิอิ (รางนี้ต้องยกกระเป๋าลงบันได) นั่งไปประมาณ 30 นาทีก็ถึงสถานี Sapporo เสร็จแล้วเดินไปทางใต้ดินนี่แหละ เพื่อจะเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่ รร. ก่อน (เช็คอินได้บ่าย 3 นู้น) วันมาลากกระเป๋ามา ออก exit 1 เลยนะจ๊ะ เพราะจะมีลิฟท์ขึ้นไป แล้วก็เดินข้ามถนนมา แล้วก็เดินไปอีกนิดก็ถึง รร. แล้ว รร. นี้อยู่ชั้น 6 ไปเช็คอินและฝากกระเป๋าไว้ก่อน
วันนี้มีโปรแกรมจะไปกินบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์อันเลื่องชื่อในพันทิป แต่ต้องรอตอนเย็นก่อน อือ ไปไหนดีละหมู่เฮา เออ งั้นไป Sapporo Factory ดีกว่า เป็นพวกขายสินค้าในราคาโรงงานเยอะแยะมากมาย มีหลายตึก ทั้งรองเท้า เสื้อผ้า นู่นนี่นั้น (อยากได้รองเท้า ไอ้ที่ลดราคาและแบบที่ชอบ ไซส์หมด บุญมีแต่กรรมบัง ส่วนหนูปั๊ม ไปแบบไม่อยากได้ กลับได้ ไม่มีกรรมและมีบุญ 555)
เดิน ๆ ชม ๆ ช้อป ๆ จนใกล้จะ 6 โมงเย็นละ ไม่ไหวละนะเธอ ชั้นเดินกลับ รร. ไม่ไหว นั่งแท็กซี่ไปละกัน ไม่น่าแพงหรอก หาร 3 ด้วยนิ เอาเห๊อะ แก่แล้ว 555 ก็เลยนั่งแท็กซี่กลับ 650 เยนเอง เออ ตกคนละ 2 ร้อยกว่าเยน ก็โอเคนะ ให้กุเดินกลับ ไม่ไหวจริง ๆ นะ จุดนี้ (ทุกคนบ่นเป็นเสียงเดียวกัน) อะ เอาของเข้าห้องเรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวไปกินบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์กันดีก่า และเช่นเคย นั่งแท็กซี่ไปนะ ค่ำแล้ว หนาวยะเยือก บอกแท็กซี่ว่าไปย่านซูซุกิโนะ ที่ตึก Cyber City ไปถึงแล้วให้ลงลิฟท์ไปชั้น B2 ลงมาก็เจอร้าน ชื่อร้าน Nanda เปิดเวลา 17.00 – 22.30 น. ให้เวลา 90 นาที รับถึงแค่ 3 ทุ่ม ราคาต่อหัวคือ 3,480 เยน ซีฟู้ดมากมาย จะอ้วก 55 ดีนะ เฮียบอยเป็นคนแกะปูให้กิน (เพราะสองสาวแกะไม่เป็นนั่นเอง) อารมณ์ก็เหมือนไปกินบุฟเฟ่ต์ตาม รร. นั่นแหละ มีให้เลือกมากมาย กินไม่ครบทุกเมนูหรอก เชื่อเหอะ










กินเสร็จแล้ว ยังไม่ภารกิจลับแฝงอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือ หาร้าน sex shop อุ๊บส์ ไม่ได้ใช่เองนะก๊ะ มีคนฝากซื้อค่ะ เฮียบอกมีๆๆๆ ที่ซูซุกิโนะนี่แหละ เฮียมั่นใจ แต่เฮียไม่เคยมา อ้าววว ก็เดินๆๆ หาร้านที่ว่ากันนี่แหละ หนาวก็หนาว แต่ข้างในเหงื่อแตกนะคะ เพราะใส่ลองจอห์นด้านใน ตามด้วยชุดธรรมดา เสร็จแล้วใส่โค้ทขนเป็ดที่ยืมเจ๊โอ้มา อุ่นเว่อร์ เหงื่อแตกเลย (อากาศ -9 ประมาณนั้น แต่ตรูเหงื่อแตกซะงั้น 555) เดิน เดิน เดิน อ้า.... เจอ Tourist Information ประมาณนี้นะ เฮียบอกเมิงเข้าไปถามเลย // ห๊า...จะดีเหรอ ให้หนูเข้าไปคนเดียวเนี่ยนะ // อ้าว ก็แกจะซื้อแกก็ถามเค้าสิ ร้านอยู่ตรงไหน // เฮ้ย ช่วยกันก่อนสิ เค้าจะคิดว่าชั้นเป็นคนยังไง // เออๆ แกเข้าไป เดี๋ยวชั้นตามเข้าไป
อะ.. รวบรวมความกล้า เดินเข้าไปถาม มีผู้ชายอยู่ในนั้น 2 คน
เรา... Execute me, I’m looking for sex shop
เค้า...อ๊ะโหน่ว....แล้วทำหน้างง ๆ ใส่ตรู (คิดในใจ กรูพูดสำเนียงอังกฤษไม่เอ็กเซ้นท์ หรือมานฟังตรูไม่รู้เรื่องวะ)
เรา... I mean sex shop, you know? แล้วเอานิ้วชี้ไขว์กัน เป็นตัว X
เค้า...อ๊ะโหน่ว....แล้วทำหน้างง ๆ ใส่ตรู (เอ่อ...สรุปเมิงฟังกรูไม่รู้เรื่องใช่มะ)
หันไปหาอิเฮีย จะให้ช่วย โน่น..ยืนสวีทกันอยู่ข้างนอก ให้ตรูแบกหน้าบาง ๆ ต่อไป
เรา... เอ่อ you know? You are a man I am a women เอ่อ.. doing something โอ้ยยย ไปต่อไปถูกแล้วเว้ย กวักมือเรียก อิเฮียแกมานี่เลย มาช่วยก่อนเลย อิเฮียเดินเข้ามา
เฮีย...sex shop?
เค้า...สติวหน้างง
เฮีย…sex toy?
เค้า...toy? เหมือนจะเข้าใจ แต่ไม่รู้ความหมาย!!!
เฮีย...DVD?
เค้า...อ๊ะโหน่ว DVD OK OK OK
ห่านนนน ข้ามา 3 คำ เก็ทเลย ให้ตรูเหนื่อยทำไม้ทำมืออยู่ตั้งนาน ฮ่าๆๆๆ
คืองี้ เฮียบอกว่า ร้าน DVD ที่นี้คือร้านขายหนังโป๊ และบางร้านจะขายพวก sex toy ด้วย เอ่อ น่าจะเข้ามากะหนูตั้งนานแล้วนะ ใครจะรู้ฟะว่า DVD มันก็ขายอุปกรณ์อย่างนั้นด้วย แหม๊.....
เดินเจอร้านละ เอ่อ แต่หน้าร้านขายหุ่นยนต์กันดั๊มอะค่ะ ต้องเดินเข้ามาด้านในก็จะเจอดีวีดี และ sex toy นิดหน่อย เออ นาทีนี้ เจอร้านแล้ว แบบไหนก็เอามาเหอะ คงไม่เดินหาร้านอื่นอีกแล้วหละ ชอบไม่ชอบ ไม่รู้หละ หามาให้ได้แบบนี้อะค่ะ อะ ได้ของละ นั่งแท็กซี่กลับกันที่พักกันเหอะ เหนื่อยละ ค่าแท็กซี่ขากลับ 810 เยน


วันที่ 2 16 ก.พ. 56

วันนี้อยู่แถว ๆ นี้แหละ ไม่ต้องไปไหนไกล แต่ตอนเย็นวางโปรแกรมจะไปกินเนื้อเจงกิสข่านที่พิพิธภัณฑ์เบียร์ แล้วก็จะไป Toy R Us ที่ตึกใกล้ ๆ (Ario) เพื่อซื้อของเล่นให้ลูก และภารกิจตามล่าหาเฟอร์บี้ (มีคนฝากซื้อ) วันนี้เดิน ๆ ทั้งวันนะจ๊ะ


เช็คสภาพอากาศกันหน่อย หนาวบรึ๋ยยส์




หน้าโรงแรม chisun inn ค่ะ




เริ่มจากไป Odori Park ก่อน เสียดายที่ก่อนหน้าที่จะมา 1 สัปดาห์จะมีเทศกาลหิมะ น้ำแข็ง แต่ก็อย่างว่าอะนะ ไฟล้ท์เต็ม มาไม่ได้อยู่ดี




จากนั้นก็เดินไปเรื่อย ๆ ถึงหอคอย Sapporo TV Tower อยู่แถว ๆ Odori Park เสียค่าเข้าคนละ 700 เยน เค้าจะมีคูปองมาให้คนละ 50 เยน เพื่อเอาไว้เป็นส่วนลดไว้ซื้อของที่ระลึกข้างบน 1 ชิ้น สามารถชมวิวได้รอบ 360 องศาเลย





วิวจากหอคอยค่ะ หิมะคลุมทั้งเมือง




ต่อด้วย Clock Tower




และ Hokkaido Government






จากนั้นก็ไปที่ Sapporo Station กันต่อ ว่าจะไปหาอะไร ดันไปเจอร้าน Uniqlo เลยเสียเวลาอยู่ตรงนี้พักนึง เสร็จแล้วต้องนั่งแท็กซี่ไปที่พิพิธภัณฑ์เบียร์ ก็เลยเอาของสัมภาระทั้งหลายแหละ ฝากไว้ที่ล็อกเกอร์ แล้วค่อยกลับมาเอา (ค่าฝากประมาณ 300 เยน)
ตอนนี้แหละที่หลงทาง เพราะบอกลุงแท็กซี่ว่าไป Beer Museum ลุงก็ทำหน้าเหมือนจะเก็ทนะ แต่ๆๆ หลงค่ะ หลงทางอ้อมไปเรื่อยเปื่อย map ที่มีก็เป็นภาษาอังกฤษ ลุงแกก็มึน พวกเราก็มึน ฮ่าๆๆ สุดท้าย ต้องบอกว่า Beer Garden ลุงแกถึงจะเก็ท หุหุหุ จำฝังใจเอาไว้นะจ๊ะ บอกอย่างนี้รับรองไม่มีหลง กว่าพวกเราจะไปถึงก็เย็นมากแล้ว ซึ่ง Museum หนะ ปิดเวลา 17.30 น. เอ่อ พอดีก่อนไปก็ไม่ได้ศึกษาไว้ว่าเปิดปิดกี่โมง ก็เลยเอาเป็นว่าไปกินเนื้อเจงกิสข่านเลยละกัน ซึ่งจะกินร้านไหน ต้องบอกเจ้าหน้าที่ที่อินฟอร์เมชั่นเลย แล้วเดี๋ยวเค้าจะให้บัตรคิวใบเล็ก ๆ มา เพราะเค้าจะล็อกโต๊ะไว้ให้ แล้วเดินไปกินอีกตึกนึง (ในตึก มี 2 ชั้น มีร้านอาหารอยู่ 2-3 ร้าน ซึ่งต้องไปตามคิว) เนื้อเจงกิสข่าน ไอ้เราก็เข้าใจมาตลอดว่าเป็นเนื้อวัวชนิดหนึ่ง อ้าวปรากฏว่าไม่ใช่ จริง ๆ มันคือเนื้อแกะ ร้านนี้ไม่บุฟเฟ่ต์นะ ก็กินตามสั่ง สั่งกันไป มื้อนี้หมดไป 10,680 เยน (ในตึกนี้มีอีกร้านเป็นแนวซีฟู้ด ซึ่งเป็นบุฟเฟ่ต์ด้วย) กินเสร็จเดินไปห้าง Ario ห้างนี้ปลาบปลี้มมาก มีทั้ง Toy R Us, Akachan Honpo, Uniqlo ก็มี เอ่อ แต่เดี้ยนไปแค่ 2 ร้านแรกก็หมดเวลาไปอย่างอื่นแล้ว ทริปนี้ได้แต่ของลูกล้วน ๆ หุหุหุ







วันที่ 3 17 ก.พ. 56

สภาพอากาศวันนี้



วันนี้มีสองโปรแกรม แน่นเอี๊ยด คือเช้าไปโรงงานช็อกโกแลต บ่ายไปโอตารุ เอ้อ ดูสิ แค่ในเมืองนี่ก็เที่ยวกันแทบจะไม่พอละ มีทริคอยู่นิดนึง คือเริ่มจากก่อนไปให้ไปซื้อตั๋ว JR แบบ One Day Pass ที่ JR Station ก่อน ก็บอกเค้าว่า One Day Pass to Otaru เค้าจะแถม Subway ให้ฟรีด้วย นี่แหละประเด็น อิอิอิ ราคา JR ตกหัวละ 1,500 เยน
เอาละ มี Subway ละ เริ่มลุยไปที่โรงงานช็อกโกแลตก่อนเลย ณ ตอนนี้เรายังอยู่ที่ Sapporo Station นะ
Sapporo Station สายสีเขียว  subway 1 stop to Otari สายสีส้ม  Miyanosawa (สุดทางของสายสีส้ม)  Exit 5
ออกมาแล้วให้เลี้ยวซ้าย เดินไปตามทาง เจอแยกแรกของบล็อกเลี้ยวซ้ายอีกที ตรงไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็จะเอง ป้ายใหญ่มาก ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที ถึงแล้ว Ishiya Chocolate Factory เสียค่าเข้าคนละ 600 เยน เค้าจะมีคาเฟ่ให้นั่งกินพวกของหวาน เครื่องดื่ม ขนมเค้ก พวกเราเลยสั่งไอติมมากิน เล่นซะไซส์ใหญ่เลย ส่วนเครื่องดื่มก็ไว้ท์ช็อคร้อน ด้วยความที่มันใหญ่ อิชั้นกินไม่หมดค่ะ คือจริง ๆ ไอ้ขาว ๆ ที่เห็นในรูปนึกว่าเป็นวิปครีม แต่จริง ๆ มันเป็นมูสเหมือนในซิสเล่อร์อะ เลยเลี่ยน ๆ กินไม่หมด มื้อนี้หมดไป 4,620 เยน








จากนั้นเดินกลับมาที่ Subway เพื่อนั่งไปลง Otari แล้วต่อไปอีกป้ายลง Sapporo
เช็คตารางรถไฟด้วยนะ (สามารถขอเค้าตอนที่ไปซื้อ JR) ว่า JR to Otaru กี่โมง วิธีดูคือให้เลือกแบบ Rapid JR เพราะจะไวที่สุด สัญลักษณ์ในตารางโบรชัวร์จะเป็นแบบสี่เหลี่ยมทึบ อะ ดูแล้วได้ตารางที่ 4 นั่งไปประมาณครึ่งชั่วโมงสุดสายเลย อะ..ก่อนขึ้นรถไฟ ไปห้างเอสต้าหน่อย แหมๆ ใช้เวลาได้คุ้มค่าเกิน ตามหาเฟอร์บี้ที่ Big Camera ปรากฏว่าหมด ที่ไหน ๆ ก็หมด คนไทยกว้านไปกันหมด ฮิตกันละเกิ๊น (ดีนะ ที่ตรูไม่เล่น) สรุป กลายเป็นว่าเราได้ของเล่นลูกหวะค่ะ ฮ่าๆๆ คีย์บอร์ดอันปังแมน น่านหละ ตรูหิ้วไปโอตารุด้วย งานนี้เพื่อลูกล้วน ๆ เสร็จแล้วไปขึ้น JR ไปโอตารุกันเล้ย
ไปถึงก็หยิบโปรชัวร์ติดไม้ติดมือหน่อย แล้วเดินตรงๆ เรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เจอคลองเอง เจอคลองแล้วจะเดินทะลุคลองไปเลย หรือจะเดินอ้อมคลองไป แล้วแต่อัธยาศัย พวกเราเดินอ้อมคลองไป เพื่อวนมาเจอคลองอีกมุมฝั่ง ก่อนถึงคลองตรงสี่แยกนั้น ด้านซ้ายมือจะมีร้านอาหารที่เราจะแวะกินเป็นมื้อเย็น (เปิดเป็นเวลาคือมื้อกลางวัน และมื้อเย็น) เราก็ข้ามถนนไปถ่ายรูปคลองก่อน พอใกล้เวลาแล้วเราก็ไปกินกัน (เรื่องกินเรื่องใหญ่ ฮ่าๆๆ)


คลองฝั่งแรกที่เจอ




เดินอ้อมมาอีกเส้นถนน มุมนี้คนถ่ายเยอะมาก




ร้านที่เรากินชื่อร้านอะไรไม่รู้ อ่านไม่ออก ดูรูปเอาละกัน อิอิ ร้านนี้จะมีบุฟเฟ่ต์ให้เลือก 2 แบบ คือรวมซีฟู้ด (หัวละ 3,675 เยน) หรือไม่รวมซีฟู้ด (หัวละ 1,890 เยน) เราเลือกแบบไม่รวมซีฟู้ด ส่วนค่าน้ำหัวละ 310 เยนต่างหาก หรือจะกินเบียร์แบบรีฟิลคิด 1,000 เยนต่อหัว กำหนดเวลากินประมาณ 90 นาที อยากบอกว่าห้องน้ำที่นี้ไม่สะอาดเลย มาญี่ปุ่นหลายรอบแล้วไม่เคยเจอห้องน้ำไม่สะอาดเลย มารอบนี้หละที่เจอ ก็เอาเห๊อะ พอได้อยู่ ขำ ๆ ไป

กินเสร็จเริ่มค่ำ เดี๋ยวจะกลับ JR เที่ยวสุดท้ายไม่ทัน (อย่าลืมเช็คเวลาด้วยนะ เดี๋ยวตก JR นอกจากจะกลับไม่ได้ ต้องเสียเงินซื้อ JR ใหม่อีก) ช่วงค่ำ ที่คลองโอตารุ เค้าจะมีจุดเทียนที่คลอง ดูสวยงามไปอีกแบบ




เสร็จแล้วนั่งแท็กซี่ไปลงที่ JR (ประมาณ 500 เยน) ได้รางที่ 5 แล้วกลับไปที่ Sapporo อ๊ะ มีเวลาช้อปอีกครึ่งชั่วโมง วิ่งไปห้างเอสต้าหน่อย แวะร้านร้อยเยนนิด พอเป็นกระสัย เพราะแต่ละวันเวลาช้อปน้อยมาก (มากไปมั้ย?) คือตะลอน ๆ ทั้งวัน กว่าจะได้ซื้อของกันก็มืดค่ำแล้ว ก่อนกลับแวะซื้อสตอร์เบอร์รี่ลดราคา กับเค้กที่ไม่ลดราคา แต่รสชาดอร่อยมากกกก (เค้กนะ) พอดียุ่งกับการจัดกระเป๋า เลยต้องหอบเค้กกับมากกินที่บ้าน โปเต้กินใหญ่เลย อ้ำหาย อ้ำหาย
ส่วนสตอร์เบอร์รี่ก็หวานดี แต่ไม่หวานจัดอะไรมากมาย กินไปคนละกล่อง จุกเลย






วันที่ 4 18 ก.พ. 56

วันนี้กลับละ ต้องมาเช็คอินประมาณ 8 โมงเช้า TG671 10.45 น. ต้องออกจาก รร. ตอน 6 โมง เพื่อเดินไปที่ Sapporo Station แล้วไปซื้อ JR นั่งไปที่ New Chitose Airport สุดสายนั่นแหละ โชคดีเฮียบอกเช็คในเวปเมื่อคืนว่ามีเวลาอะไรบ้าง ที่จดไว้ก็จะเป็นประมาณนี้ (ไม่รู้ถ้าไปอีกรอบจะเปลี่ยนเวลาหรือรางหรือเปล่านะ) ค่า JR คนละ 1,040 เยน
6.33 ราง 6 // 6.48 ราง 5 // 7.35 ราง 6
ไปถึงที่ Dom. ก่อน หาไรกินมื้อเช้าหน่อย เดินขึ้นไปอีกชั้น อุ้ย มีร้านเปิดด้วย เลยสั่งอาหารมากินกัน เสร็จแล้วซื้อขนมของฝากที่ Dom. นี่แหละ ร้านเยอะ ของเยอะดี แต่ราคานี้เป็นราคาบวก Tax 5% ด้วยนะ เอ้า ช้อปๆๆ ซื้อ ๆๆ หนักอิ๊บอ๋าย

หมายเหตุ : ตามล่าหาคิทแคท ไม่มีเลยสักรส เออวุ้ย แปลก ทำไมไม่มีเลย ทั้งในและนอกสนามบิน (แต่เราไม่ได้เดินซุปเปอร์มาร์เก็ตนะ เลยไม่รู้ว่าเค้ามีในนั้นขายหรือเปล่า) ถามเจ้าหน้าที่เค้าก็บอกไม่รู้ ให้ไปถาม information เอา ห่านนน ขายขนมแบบนี้ จะไม่รู้เลยรึ ว่า Kit Kat อันเลื่องชื่อหลากหลายรส ทำไมถึงไม่มีขายเลย

ช้อปเสร็จนั่งรถไฟไป Inter. เช็คอินกัน แล้วก็เข้าไปช้อปใน duty free อีกสักนิด เอ่อ ในนั้นก็มีร้านขนมขาย แต่มีอยู่หย่อมนึง ของน้อยจริง ๆ แต่ราคาปลอดภาษีงัย แล้วก็มีขนมครบทุกสิ่งที่เราจะซื้อ สรุปว่า กรูซื้อแพงขึ้น 5% ว่างั้น

สรุปค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ
1. ค่าดำรงชีพ (กิน ที่พัก เดินทาง) ตกคนละประมาณ 11,000 บาท
2. ค่าวีซ่าแบบ Multiple (3 ปี) 2,800 บาท
3. ค่าตั๋ว แล้วแต่สายการบิน
4. ค่า shopping .....*&%$#%^&* เออ ช่างมันเหอะ ฮือๆๆๆ

จะบอกว่างัยดีอะ
- โอเวอร์โค้ทขนเป็ดเจ๊โอ้ เวิร์คจริง ๆ อุ่นสุด ๆ จนข้างในเหงื่อออกเลย
- คิทแคทสารพัดรส ขายอยู่ไหน หาไม่เจอ
- เฟอร์บี้ที่เกาะนี้ ขายดีเพราะคนไทย
- ไม่ได้กินไอติมเมล่อนเลย
- ของพวกเครื่องสำอางค์ ครีมบำรุงไรพวกนี้ราคาสูงกว่าเมืองอื่น ๆ หน่อยนึงนะ ตามความคิดเรา (โตเกียวถูกสุดแล้ว)
- หาร้าน sex shop ไม่เจอ ถามหาร้าน DVD ได้เลย 555
- ไปห้าง Esta ที่เดียวก็พอ มีร้านครบทุกสิ่งอย่างที่ (ตัวเรา) อยากไปดูของ แค่ Big camera 5 ชั้นก็คุ้มค่อดละ ของเล่นมากมาย ถูกว่าที่ Toy R us ด้วย
- ขอบคุณรูปจากเฮียบอยและน้องปั๊มนะ เดี้ยนไม่มีเวลาแต่งรูปเริปอะไรเลยค่ะ อาศัยจิ๊กๆๆๆ เอาเลยค่ะ (ขออนุญาตแล้ว)


จบละนะ กุเหนื่อย!!!
5555


Create Date : 14 มีนาคม 2556
Last Update : 14 มีนาคม 2556 16:14:21 น. 3 comments
Counter : 6627 Pageviews.

 
ขยันเขียนจริงๆ มาเจิมให้นะ +1 ^^


โดย: Boy IP: 58.8.195.236 วันที่: 16 มีนาคม 2556 เวลา:10:14:44 น.  

 
อยากรบกวรถามค่ะ ค่าแท็กซี่จากนากาว่าไปชิบูย่า ประมาณเท่าไหร่คะ ขอบคุณค่ะ


โดย: Jr IP: 110.171.122.22 วันที่: 5 เมษายน 2556 เวลา:12:05:22 น.  

 
คุณ Jr คะ ชิบูย่าอยู่ที่โตเกียวอะค่ะ เวลาเราไปโตเกียว เราใช้แต่รถไฟใต้ดินอย่างเดียวค่ะ ยังไม่เคยนั่งแท็กซี่ที่โตเกียวค่ะ


โดย: oaty IP: 202.122.130.32 วันที่: 10 เมษายน 2556 เวลา:13:15:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

oaty_bear
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ขอบคุณที่แวะมาชมนะคะ

บล็อกของคุณแม่ลูกขายสองคน
ผู้พิศมัยหมีหลากชนิด เป็นคุณแม่จอมโก๊ะ
เอ๋อ ๆ เล็กน้อยถึงปานกลาง
แต่รักลูกหมดหัวใจคร่า





CafeMom TickersCafeMom Tickers

CafeMom TickersCafeMom Tickers













: Users Online

Online:

Visite Totali:

Poochie's Graphic Counter

Friends' blogs
[Add oaty_bear's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.