JunioR Jengy Walker

<<
ธันวาคม 2554
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
17 ธันวาคม 2554
 

ประชุมเชิงปฎิบัติการ พ่อแม่ :D

ที่ใช้หัวข้อแบบนี้เพราะกลัวว่าพ่อแม่ที่ยังไม่ไปเข้ามา search แล้วเจอ เหมือนที่เราทำมาแล้ว เพราะบางทีถ้ารู้มากมันก็จะไม่อินไปกับกระบวนการนั้นๆ

การประชุมนี้เป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะต้องเข้าร่วมถ้าไปสมัครเรียนที่นี่ ค่าสมัคร 500 บาท ถึงแม้ลูกจะไม่ติดเพราะ demand และ supply ไม่สอดคล้องกัน ก็ถือว่าคุ้ม

เริ่มต้นวิทยากรก็ให้ตัวแทน พ่อ-แม่ ออกมาถามคำถามที่อยากรู้เกี่ยวกับเรื่องรร.หรือเรื่องลูก จากนั้น วิทยากรก็จะประมวลเนื้อหาที่จะคุยกันจากคำถามนั้น โดยในวันนี้เป็นเรื่องของ สมอง 3 ชั้น ปัญญา 3 ฐาน

ขอสรุปใจความตามความเข้าใจของตัวเองนะคะ
โดยองค์รวมแล้วการเลี้ยงลูกหรือการสอนเด็กจะใช้ธรรมะเป็นแนวทาง โดยความสุขของลูกจะเริ่มที่พ่อแม่ ดังนั้นพ่อแม่ต้อง "ทำให้ดูอยู่ให้เห็น และสุขให้เป็น" --> หลวงพ่อไพศาล พ่อแม่ก็ต้องหยุดเติมทุกข์ให้แก่กัน

สมอง 3 ชั้น ปัญญา 3 ฐาน คืออะไร นึกถึงคำพูดที่ว่า เก่งดีมีสุข ตามกระบวนการแล้วจะต้องเป็น สุขดีเก่ง ถ้าดูจากรูปปิรามิด (ในการประชุมครั้งนี้จะเน้นที่ฐานกาย)



ในแนวทางของการแพทย์ทางเลือกได้กล่าวว่าสิ่งมีชีวิตมี 2 mode
1. Mode ปกติ
- จะเกิดขึ้นเมื่อรู้สึกปลอดภัย มีความสุข ไว้วางใจ
- เมื่อโหมดปกติเกิดขึ้น จะทำให้ cell มีการสื่อสาร เรียนรู้ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เกิดการเจริญเติบโต

2. Mode ปกป้อง
- จะเกิดขึ้นเมื่อรู้สึกถูกบางอย่างคุกคาม ไม่ปลอดภัย
- เมื่อเกิดโหมดนี้ Cell จะห่อเหี่ยว หดตัว หยุดการสื่อสาร หยุดซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้เกิดการเจ็บป่วยง่าย เป็นภูมิแพ้
- การเกิดของ cell มะเร็งเนื่องจากสิ่งมีชีวิตอยู่ใน mode ปกป้องต่อเนื่องยาวนาน
- ห้องเรียนที่ใช้การปกครองเชิงอำนาจ (ครูถือไม้เรียว ใช้คำสั่งคุกคาม) เด็กไม่ได้อยู่กับธรรมชาติ เด็กอยู่กับความกลัว จะทำให้เด็กขาดแรงบันดาลใจและไม่บ่มเพาะเจตจำนงค์ เด็กจะเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ขี้กลัว หยุดการเรียนรู้

** ถ้ามีความสุข สมองจะซึมซับความทรงจำจากสมองส่วนสมุดทดไปสู่สมองส่วนความจำระยะสั้น และระยะยาวต่อไป --> อันนี้เป็นคำตอบสำหรับคนที่สงสัยเรื่องการเรียนแนวทางเลือกเฉพาะช่วงปฐมวัยแล้วจะได้อะไรติดตัวเด็กไปแค่ไหน ถ้าในชั้นประถมต้องไปเข้าเรียนตามแนวทางเดิมๆที่สอนกัน

วัย 0-7 ขวบ
ฐานกาย จะเกี่ยวข้องกับสมองขั้นต้น วัยนี้เป็น "วัยเล่น" เล่นจนเกิด optimum learning เล่นอย่างดื่มด่ำจนทำให้ซึมซับ sense ต่างๆ จนบ่มเพาะเป็น เจตจำนงค์ (commitment กัดไม่ปล่อย) ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติที่มีค่ามากในวัยเด็ก จนกระทั่งเมื่อทำได้ เด็กจะเกิด appreciation

- วิทยากรยกตัวอย่างการชอบเล่นซ้ำๆของเด็ก ชอบเล่นของเล่นเดิมๆ อ่านหนังสือเล่มเดิมๆ ซึ่งมีหลายๆครั้งที่พ่อแม่มักจะคิดแทนลูกแล้วไปเปลี่ยนการเล่นของลูก การเล่นซ้ำๆของเด็กจริงๆแล้วเค้าเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลาในการเล่นแบบเดิมของเค้า เพราะเด็กเวลาเล่นจะอยู่กับปัจจุบันขณะของเค้าเอง ซึ่งจะทำให้ซึมซับ sense ต่างๆ และเกิดแระบันดาลใจดังที่เล่าไปแล้ว
- พ่อแม่ควรปล่อยให้ลูกเล่นคนเดียวบ้าง

** โรงเรียนแนวทางเลือก ให้การเรียนรู้ทักษะชีวิต เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน จัดสภาพแวดล้อมและการเล่นเพื่อให้เกิดทักษะต่างๆ เนื่องจากวัยอนุบาลเป็นช่วงเวลาเตรียมความพร้อม โรงเรียนแนวทางเลือกจะช่วยยืดภาวะโหมดปกติให้กับลูก โดยครอบครัวจะต้องช่วยต่อยอดความสุขที่อยู่กับเด็กที่มาจากโรงเรียนแนวทางเลือก เมื่อฐาน(กาย)แน่นแล้วก็ไม่ต้องกังวลการไปต่อรร.ในระบบอื่น เพราะความสุขจะยังอยู่เป็นภูมิคุ้มกันทำให้เค้าปรับตัวอยู่ในระบบได้ พ่อแม่ก็จะต้องไม่ทำให้ความสุขที่อยู่ในตัวลูกหายไป

** วิทยากรยกตัวอย่างประเทศอิสลาเอลว่าไม่ได้จัดการศึกษาระดับอนุบาลเพื่อชั้นประถม จัดการศึกษาระดับประถมเพื่อมัธยม ฯลฯ แต่เป็นการจัดการศึกษาให้สมวัย วัยไหนควรได้อะไรก็ควรได้อย่างนั้น

** อย่าเอาองค์ความรู้มาอยู่ในบ้านมากจนทุกอย่างเป็นถูกผิด

** พ่อแม่ควรเห็นลูกแย่ที่สุดในสายตาของเรา เพราะเมื่อออกไปสู่โลกภายนอกเค้าจะดีกว่าที่อยู่กับเรา

วัย 8-14 ปี
ฐานใจ คือการรู้จักตัวเอง มีสติ อารมณ์(ต้องอาศัยธรรมะจัดการกับอารมณ์) การอยู่กับความรักความเข้าใจ เท่าทันอารมณ์ เด็กควรใช้ชีวิตกับสิ่งที่จริงคือจริง ไม่จริงคือไม่จริง ซื่อสัตย์กับความรู้สึก (คือเจ็บก็บอกว่าเจ็บ) ยับยั้งชั่งใจได้

- เรื่องอารมณ์ พ่อแม่มักจะบิดพริ้ว(ปฏิเสธ)ต่ออารมณ์ของลูก เช่น หกล้มแล้วบอกว่าไม่เจ็บ

- ถ้าเด็กวัยนี้อยู่ในโหมดปกติ จะสร้าง self esteem จะเรียนรู้เรื่องความรัก ชื่นชมเป็น ขอโทษเป็น

- หากเด็กอยู่ในโหมดปกป้อง เด็กจะตกร่องอารมณ์ ซึ่งจะนำไปสู่โรคซึมเศร้า โกรธ

วัย 15-21 ปี
ฐานความคิด นำไปสู่ความเก่ง คือการอยู่อย่างมีความหมาย วิทยากรพูดถึงตัวเองที่เพิ่งจะมาตั้งใจเรียนตอนม.4 ก็ประสบความสำเร็จได้

** ผู้ใหญ่ที่พร้อมทั้ง 3 ฐาน โหมดปกติ - ตื่นมาสดชื่นแจ่มใส กระตือรือร้น โหมดปกป้อง - เทปม้วนเก่า เซ็ง ซังกะตาย

** วิทยาการสอนเรื่อง "จังหวะ" ผ่านเกมส์นับ 1-30

+++ ถ้าใครเคยดู รายการครอบครัวเดียวกันของ tpbs ตอน บ่มพลังเพื่อลูก มีทั้งหมด 5 ตอน การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งในนั้น

บ่มพลังเพื่อลูก ตอนที่ 1

บ่มพลังเพื่อลูก ตอนที่ 2

บ่มพลังเพื่อลูก ตอนที่ 3

บ่มพลังเพื่อลูก ตอนที่ 4

บ่มพลังเพื่อลูก ตอนที่ 5 - ตอนจบ

++ ณ วันนี้ยังไม่ทราบผลการคัดเลือก แต่หม่าม๊าก็จะไม่เสียใจ(มากมาย)ถ้าหากฟงไม่ได้ที่นี่ เพราะอย่างน้อยๆ หม่าม๊าก็ได้รู้จักครูดีๆเพิ่มขึ้นอีก 3 คน ที่สามารถจะปรึกษาหรือคุยกันได้ในโอกาสต่อไป แต่ยังไงก็แล้วแต่ ขอให้ได้ด้วยเถ้อะะะะะะ เพี้ยงงงงงงงง




 

Create Date : 17 ธันวาคม 2554
1 comments
Last Update : 19 ธันวาคม 2554 15:16:50 น.
Counter : 4812 Pageviews.

 
 
 
 
เยี่ยมมากเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ
 
 

โดย: MamaBun วันที่: 26 ธันวาคม 2554 เวลา:4:17:11 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

nitimajeng
 
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




โดนเพื่อนบังคับให้มาเขียน จะเขียนได้มั๊ยเนี่ย อายุก็ปูนนี้ ขี้เกียจก็ปานนั้น
Lilypie Breastfeeding tickers
[Add nitimajeng's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com