lozocat
ใส่ข้อความที่ต้องการให้เลื่อนๆๆที่นี่
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
15 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 

โรม...ปีนี้ ไม่มีเหงา ตอน เมื่อฉันหลงรัก Pantheon

เมื่อพลาดจากโรมาพาส ก็ต้องคิดแผนใหม่ เรากางแผนที่ออกแล้วมองหาเมโทรหรือสถานที่น่าสนใจ ใกล้ๆที่เรากำลังยืนอยู่นี้ แต่เมโทรอยู่ไกลเกินไป เราจึงตกลงกันว่าจะเดินไป Pantheon ซึ่งอยู่ใกล้กว่ามาก แล้วต่อด้วยส่งคุณชายเข้าไปเดินเล่นที่โคลอสเซียมตามลำพัง!

อากาศในกรุงโรมตอนนี้อบอ้าวเป็นที่สุด แต่คนคู่นี้กลับไม่มีน้ำติดตัวมาเลยสักขวดเดียว ฉันมองหาร้านขายน้ำเปล่าราคาประหยัด เพราะเท่าที่เดินผ่านมา มีแต่ราคาเกือบสองยูโร ซึ่ง...รับไม่ได้ ส่วนคุณชายก็เป่าหูว่า ถ้ามันจำเป็นก็ต้องซื้อ เธอจะมาหิวน้ำตายที่โรมนี่ไม่ได้นะ ฉันจึงบอกว่าเอาไว้เจอที่ถูกใจค่อยซื้อ เพราะตอนนี้ยังคงทนไหว มาอยู่เมืองนอกเมืองนาต้องอดทน แม้ว่าอยากกินชาเขียว ชาดำเย็นแค่ไหน ก็ต้องอดทน เพราะว่าแค่น้ำเปล่าขวดเดียวก็ตีไปขวดละเกือบร้อยบาทไทย ส่วนอย่างอื่น...ไม่ต้องพูดถึง



ดูเหมือนพระเจ้าจะเข้าข้างเรา เพราะพอเดินออกจาก Piazza Novona ก็เจอร้านขายหนังสือพิมพ์เล็กๆ มีตู้ขายน้ำดื่มเย็นเต็มตู้ เขียนราคาติดไว้ตัวโตๆ ว่า 1 Euro ดีใจสุดซึ้ง วิ่งเข้าไปประชิดตู้เย็นอย่างเร็ว จนคุณลุงที่กำลังยืนคุยกับคนขายอยู่ก่อนหน้านี้แทบหลบไม่ทัน ฉันบรรจงเปิดตู้ช้าๆ แล้วจึงหยิบขวดน้ำดื่มออกมาหนึ่งขวด หลังจากนั้นก็จ่ายเงินให้คนขาย แล้วปลีกตัวออกมายืนห่างจากร้านเพื่อไม่ให้ตัวเองยืนเกะกะขวางทาง เมื่อได้สิ่งที่ร่างกายเรียกร้องแล้วก็รีบดื่มอย่างกระหาย แล้วแบ่งให้คุณชายที่ยืนมองอย่างยิ้มๆ น้ำหนึ่งขวด ต่อชีวิตคนสองคนให้ชุ่มชื้น เมื่อสดชื่นขึ้นก็มีแรงเดินต่อ เราเดินไปตามถนนใหญ่ เดินดูตึกราบ้านช่องและผู้คนที่ดูแปลกตา จากคนต่างถิ่นอย่างเรา เดินไปสักพักก็ถามคนแถวนั้นถึงเส้นทางที่จะไป Pantheon เพราะรู้สึกว่ากำลังจะหลงทาง ชายคนนั้นชี้บอกทางให้อย่างใจดี เราก็ขอบคุณแล้วเดินต่อ ไม่นานสิ่งมหัศจรรย์ที่ฉันรอคอยก็อยู่ตรงหน้า ใครที่ได้ติดตามการเที่ยวกรุงโรมของฉันครั้งก่อน คงจะทราบว่าครั้งที่แล้วมีการจัดพิธีแต่งงานภายในวิหาร ซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถเข้าไปภายในได้ แต่คราวนี้ ไม่มีงานแต่งงาน ไม่มีการปิดกั้น ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม มีแต่นักท่องเที่ยวนับหลายร้อยคนที่เดินกันขวักไขว่เข้าออกภายในวิหารหลังใหญ่นั้น โอ้...ก๊อด คนจะเยอะไปไหนเนี่ย





ส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปทัวร์ ทั้งนักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ บุคคลทั่วไป หลากหลายสัญชาติ มารวมตัวกระจุกอยู่ในโดมอันใหญ่แห่งนี้ เราทั้งสองเดินตามฝูงคน เข้าไปภายในอย่างสงบ เนื่องด้วยรอบกายนี้วุ่นวายเหลือเกิน ทันทีที่ฉันได้เข้าไปยืนอยู่ภายในวิหารขนาดใหญ่นี้ ความรู้สึกตื่นเต้นและทึ่งก็เกิดขึ้นพร้อมกัน และรู้สึกเสียดายเป็นที่สุด ที่ครั้งที่แล้วไม่มีโอกาสได้เข้ามาสัมผัสภายในแบบวันนี้ ในนี้สงบ หากไม่นับรวมเสียงจากนักท่องเที่ยวที่เดินเข้าออกอยู่นี่ ฉันคิดว่ามันเป็นที่ๆดีที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกใบนี้ทีเดียว Pantheon ทำให้ฉันหลงรักจริงๆ ฉันเดินถ่ายรูปอยู่สักพักก็เริ่มเบื่อ เนื่องจากคนมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วไม่สามารถได้ภาพที่ต้องการ จึงหนีไปนั่งพักที่เก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ ส่วนคุณชายเมื่อเห็นว่ามีที่นั่งก็เลยตามมานั่งพักขาด้วยกัน ภายในวิหารนี้จะมีเสียงจากเครื่องบันทึกอัตโนมัติ ส่งเสียงเตือนและห้ามปรามไม่ให้นักท่องเที่ยวส่งเสียงดัง ซึ่งมีหลายภาษาเช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาอิตาลี ภาษาฝรั่งเศส และปิดท้ายด้วยภาษาเยอรมัน

ฉันนั่งมองไปรอบๆ เรื่อยไปจนถึงข้างบนหลังคาวิหาร จู่ๆก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า ข้างบนวิหารเป็นรูขนาดใหญ่ หากฝนตกขึ้นมาจะทำยังไง แล้วหน้าหนาวล่ะ ช่วงหิมะตกเขาจัดการกันอย่างไร จึงสะกิดถามคุณชาย แต่ก็ไม่ได้คำตอบ ครั้นจะไปค้นคว้าก็ขี้เกียจแล้ว รบกวนผู้อ่านที่รู้ช่วยไขข้อข้องใจให้ทีนะคะ ถือว่าเป็นวิทยาทาน ขอบพระคุณค่า

เราทั้งสองคนเดินออกจากวิหารเพื่อจะเดินทางต่อไปยัง Area Sacra แต่คุณชายบอกว่าขอเช็คบัตรเครดิตก่อน เพราะเห็นตู้กดเงินอยู่ด้านซ้ายมือของด้านหน้าวิหาร ฉันพยักหน้ารับแล้วนั่งรอในร่มเงา ไม่นานคุณชายก็เดินกลับมาแล้วบอกว่า บัตรไม่มีปัญหาสามารถกดเงินออกมาใช้ได้ เราเลยสรุปกันว่า โรงแรมที่เราจองนั่นแหละ ที่มีปัญหา...

เมื่อสามารถกดเงินออกมาใช้ได้ นั่นแสดงว่า เรามีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น คราวนี้ค่อยโล่งใจหน่อย หมดห่วงไปหนึ่งเรื่อง เมื่อสบายใจแล้วก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง แต่...จะไปทางไหนนี่ล่ะสิ

ทางแผนที่บอกให้ตรงไปข้างหน้า แต่ป้ายบอกทางที่ติดไว้ข้างทางกลับบอกให้เดินย้อนกลับไปข้างหลัง Pantheon เรามองหน้ากันแล้วก็ตัดสินใจไม่ได้ ว่าจะไปทางไหน คุณชายเลยบอกว่า ลองตามแผนที่ละกัน ฉันก็โอเค แต่ก่อนจาก Pantheon ขอรองน้ำดื่มเย็นๆ แถวน้ำพุด้านหน้าก่อน เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อน้ำดื่ม อีกอย่างพนักงานที่โรงแรมคอนเฟิร์มแล้วว่า น้ำก๊อก(เฉพาะน้ำเย็นนะคะ) กับน้ำดื่มตามที่สาธารณะ สามารถดื่มได้ ซึ่งฉันขอยืนยันอีกคนว่า ดื่มได้ค่ะ เย็นเจี๊ยบทีเดียว ไม่ต้องเสียเงินซื้อน้ำดื่มหลายขวด และนี่คืออีกเหตุผลที่หลงรักโดมยักษ์หลังนี้



เราเดินไปถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นเพื่อความแน่ใจ แต่ก็ได้รับคำตอบว่าให้ไปทางเดียวกันกับป้ายบอกทาง แต่...เราไม่เชื่อใครง่ายๆ ค่ะ จึงตามแผนที่ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ไกลเท่าไหร่ เพราะเริ่มคิดว่าไม่ใช่แล้ว ก็เลยเดินกลับมา Pantheon อีกครั้ง คราวนี้จึงเสี่ยงเดินตามป้าย(หาว่าป้ายโกหกซะงั้น) พอเดินไปสักพักก็พบสถานที่ที่ต้องการ แต่ฉันรู้สึกคุ้นตามาก เหมือนเคยมาลงรถรางแถวนี้ เมื่อครั้งมาคนเดียว จึงเดาเอาว่า เดี๋ยวจะต้องถึง Piazza Venezia และสามารถเดินต่อไปยัง โคลอสเซียมได้ ซึ่งระหว่างทางท้องเริ่มหิว เพราะเที่ยงกว่าแล้ว จึงแวะเข้าซุปเปอร์ หาอะไรกิน คุณชายได้แอปเปิลหนึ่งลูก ส่วนเราได้ Nektainer(คล้ายๆ แอปเปิล แต่ไม่รู้ว่าภาษาไทยเขาเรียกลูกนี้ว่าอะไรค่ะ ใครรู้ช่วยบอกอีกที เฮ้อ..รบกวนคนอ่านจริงๆ ขออภัยค่า แต่ถ้าได้คำตอบก็จะเป็นพระคุณ) ผลไม้สองลูกนี้ราคาเกือบหนึ่งยูโร หลังจากได้ของกินแล้ว ก็เดินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอกับ Monumento a Vittorio Emanuele II แต่เราก็เดินผ่านไปทางด้านหลังเพื่อที่จะขึ้นไปยัง Piazza campidoglio







บันไดหลายสิบขั้นที่ต้องเดินขึ้นไปนั้น ทำให้รู้สึกเหนื่อย แต่ก็คิดว่า เดี๋ยวคงได้นั่งพักกินอะไรกันข้างบนนั่น คุณชายเรียกให้เราไปยืนเป็นนางแบบเพื่อที่จะถ่ายรูปให้ (นี่คือข้อดีของการมาเป็นคู่ค่ะ) เราผลัดกันถ่ายรูปจนพอใจแล้วก็เดินต่อ เมื่อมาถึงข้างบน มีพนักงานจากองค์กรอะไรบางอย่างกำลังแจกน้ำดื่มฟรีให้กับคนที่เดินขึ้นมา ซึ่งเรากับคุณชายก็ไปรับมาคนละขวด แล้วไปหาที่ร่มๆ นั่งกินผลไม้ที่ซื้อมา

กินเสร็จก็เดินดูบริเวณรอบๆ เห็นว่ามีพิพิธภัณฑ์ musei capitolini คุณชายอยากเข้าไปดู ฉันก็บอกว่าขอนั่งรออยู่ข้างนอกนี่ก็แล้วกัน เพราะคิดว่าไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ แต่ก็ให้คุณชายพยายามถามที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วว่าพอมีโรมาพาสเหลือบ้างหรือไม่ แต่พนักงานก็บอกว่าไม่มี หมดแล้ว..




ให้เวลาคุณชายสี่สิบห้านาที ในมิวเซียม ฉันก็เดินมาถ่ายรูปเล่นบริเวณรอบๆ แล้วหาที่นั่งชมวิว ซากปรักหักพังในโรมฟอรั่มไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเวลา เรานัดกันที่ลานด้านหน้า แต่คุณชายมาก่อนเวลา แล้วเดินมาตามหาฉันถูกทางเสียด้วยสิ แหม...ถึงโทรศัพท์มือถือจะใช้ไม่ได้ แต่โทรจิตนี่สัญญาชัดแจ๋วเชียวนะคุณชาย!

เราเริ่มออกเดินเท้าอีกครั้ง เพื่อไปยังโคลอสเซียม ระหว่างทางสองข้างจะเป็นซากเมืองเก่าของกรุงโรมในครั้งอดีตกาล ที่เคยรุ่งเรือง แม้แต่ตอนนี้ฉันก็ยังคิดว่ากรุงโรมยังคงยิ่งใหญ่อยู่เสมอ





เราสองคนเดินจูงมือกันไปตามถนนที่ทอดยาวสู่โคลอสเซียม ผู้คนมากมายก็กำลังเดินทางไปในเส้นทางเดียวกันกับเรา แดดในตอนนี้ยิ่งร้อนจัด ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากต้องรีบเดินให้ไปถึงเร็วที่สุด เพื่อมองหาร่มเงา








 

Create Date : 15 สิงหาคม 2554
1 comments
Last Update : 15 สิงหาคม 2554 15:59:24 น.
Counter : 1677 Pageviews.

 

โรมปีนี้ ไม่เหงาจริงๆด้วย 555

 

โดย: ปากกากับกาแฟ 17 พฤศจิกายน 2554 21:14:08 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


naririn
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันนะคะ.....

lozocat

ข้อความและรูปภาพทั้งหมดในBlog นี้ขอสงวนลิขสิทธิ์นะคะ ไม่นำออกเผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตนะคะตัวเอง

เพลง
MusicPlaylistView Profile
Create a playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add naririn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.