สงครามเชื้อมรณะตอนที่ 7 หน้า 4
เช้าวันจันทร์ ทุกคนประชุมโดยเว้นระยะห่าง 1 เมตร


“จังหวัดอื่นๆ ผู้ว่าออกมาล็อคดาวน์จังหวัดแล้วนะครับ อุดรธานี สั่งปิด 7-11 เมืองแพร่ตรวจบัตรประชาชน ใครไม่ใช่เมืองแพร่ห้ามเข้า”

โกวิทย์รายงานข่าวเพื่อน


“แล้วกรุงเทพเรา ท่านจะสั่งล็อคดาวน์เมื่อไหร่” แทนสงสัย


“จังหวัดอื่นผู้ว่าท่านไม่รอหรอกค่ะ เขาล็อคดาวน์ตัวเอง ป้องกันประชาชนของตัวเองก่อนรัฐบาลจะเคลื่อนไหวอะไรอีก”


“แต่ผู้ว่า กทม ก็สั่งปิดห้างบางพื้นที่แล้วนะ พวกย่านบันเทิงทองหล่อ สนามมวย สนามกีฬาก็โดนสั่งหมดแล้ว”

แพรเสริมอีกคน



“รอดูกันว่าจะออกมาแถลงข่าวกันวันนี้”



“ทำไมจะต้องรอลุ้นด้วยเนี่ย ทั้งแมส ทั้งแอลกอฮอล์แพงหูฉี่” ออมบ่น


“แล้วเมื่อไหร่จะปิดประเทศ ดูสิข่าวมีแต่คนมาจากต่างประเทศเอามาติดให้เพื่อน ครอบครัวที่ไม่ได้ไปไหน คนต่างชาติก็เกือบจะครึ่งนึงเลยนะครับ” แทนพูด



“บางจังหวัดเขาให้กักตัวคนที่เดินทางมาจากโซนกรุงเทพด้วยนะ กักที่บ้าน 14 วัน คือไปถึงบ้าน ก็ไม่ได้ทำอะไรที่ไหน จะกลับ มาทำงานก็ไม่ได้”

โกวิทย์นั้นพูดถึงข่าวที่ได้ยินมา


“คนเราวิตกจริตเกินเหตุไปไหม?”

ก้องสงสัยและโต้แย้ง ความคิดเขาเองก็ไม่คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้ เขาไม่เชื่อสิ่งที่อิงดาวพูดไว้เมื่อเดือนก่อน


“พี่ไม่เห็นข่าวเหรอมันติดกันง่ายจะตาย รัฐบาลจะออกมาแถลงว่าเปอร์เซนต์ตายน้อย แต่แถลงเปอร์เซ็นต์การติดเชื้อไหม มันจะกี่เปอร์เซ็นต์ เพิ่มทุกวัน ดูต่างประเทศสิ เป็น 100 เป็น 1000 ต่อวัน ถ้ามีคนในบ้านติด คือที่เหลือเปอร์เซ็นต์รอด 40/60  เลยเชียว ตัวเลขพวกนี้ไม่เห็นจะมีคนออกมาชี้แนะ”

ออมหันไปถามก้อง


“อันนั้นใครจะไปรู้ล่ะ”

เขาตอบออมอย่างไม่มีมูลการวิเคราะห์ข่าว


“ดูสิยอดพุ่งขนาดนี้ หมอกับทีมพยาบาลตายกันพอดี ยารักษาก็ไม่มี”

ออมพยายามที่จะพูดให้ก้องเลิกว่าคนอื่นวิตกจริต


สรุปแล้วเช้านี้เป็นการเอาข่าวหน้าหนึ่งมายำเละซะมากกว่าการประชุม


แมงมุงหันมามองอิงดาว เขาคงต้องยุติการสนทนาที่ดูจะชุลมุนบวกกับความวิตกจริตของแต่ละคน


“ทุกคน เอาล่ะ พอกันก่อน  ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างไปในทางที่แย่มาก ไม่ใช่แค่ประเทศเรา

มันรวมทั้งโลกที่ประสบชะตากรรมเดียวกัน พวกเราเป็นงานเบื้องหลัง เราห้ามเจ็บ ห้ามจบ เพราะฉะนั้น

ผม ขอประกาศห้ามทุกคนออกนอกเขตกรุงเทพเป็นอันขาด และรายงานตัวกับผมและอิงดาวทุกวันหยุด ให้วัดไข้ส่งในไลน์กลุ่มทุกวัน”


เสียงดุเข้มประกาศแจ้งทุกคนให้เงียบ


“ครับ/ค่ะ”


“อุปกรณ์วัดไข้ และแอลกอฮอล์ ส่วนกลางน่าจะแจกให้วันนี้”

อิงดาวบอก


“อิงจะให้เมษาไปรับเพื่อมาแจกให้ทุกคนนะคะ”


“ครับ/ค่ะ”


“เดี๋ยววันนี้ ทีมห้องแล็บน้อย ให้ตรวจเลือดที่รับจากโรงพยาบาล แยกกลุ่ม แล้วแยกพลาสม่า”

แมงมุมเริ่มงาน


“เอาล่ะ เรารู้ว่าข่าวที่ออกมามีทั้งมูลความจริงและข่าวไม่จริง เราก็เลือกบริโภคจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ  รู้มากก็ปวดหัว ตอนนี้ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองดีๆ ห้ามชุมนุน ห้ามไปสถานบันเทิง ห้ามไปแหล่งอันตราย หากครอบครัวมีใครติดเชื้อให้แจ้งผมและคุณอิง และให้กักตัวอยู่ที่บ้าน”


“ครับ/ค่ะ”


“เอาล่ะไปทำงานได้แล้ว”


ทุกคนออกจากห้องไปทำงาน เหลืออิงดาวกับแมงมุม และเมษาที่เอาเอกสารมาวางไว้ให้อิงดาว



“เดี๋ยวตอนสายเราไปหน่วยวัคซีนนะคะ..... เมษา วันนี้พี่จะไม่อยู่ห้องแล็บนะ เกิดมีอะไรฉุกเฉินให้โทรเข้ามือถือค่ะ”


“ค่ะ คุณอิง”


แมงมุมมองดูหน้าเคร่งเครียดของอิงดาวแล้วเข้าใจ


ทั้งสองเดินทางมาหน่วยวัคซีน ก่อนเที่ยง ทีมวัคซีนกำลังยุ่งกับงานทดสองมากมายในห้องแล็บ หัวหน้าทีม แยกมาคุยกับทั้ง 2 ที่ห้องทำงาน


“ผมดีใจมากเลยที่คุณกลับมาร่วมงานกับเราอีก เราไม่เจอเรื่องแบบนี้ก็เกือบ 10 ปีแล้วนะครับ”

โทนิค เอ่ยกับทั้ง 2


“ตอนนั้นอิงคงเป็นเด็กมัธยมอยู่เลยนะคะ”


“ฮ้าๆๆ พูดแบบนี้เหมือนผมสองคนแก่เลยนะครับ”


“เปล่าค่ะ อิงกลับดีใจที่ได้ร่วมงานกับคนเก่งทั้ง 2 คน”


“คุณอิง ผมเคยได้ยินแต่ TOP พูดถึงคุณบ่อยๆ กับประชุมสาย ไม่คิดว่าตัวจริงจะน่ารักกว่าในคอนเฟอร์เร้นท์เสียอีก”

โทนิคหันไปหยอดอิงดาว


 แมงมุมเหลือบมองว่าอิงดาวจะตอบโต้เขายังไง


แต่ผิดคาด เพราะอิงดาวได้แต่ยิ้มตอบรับ


“ขอบคุณค่ะ คุณโทนิคก็ชมเกินไปแล้ว”


“ผลการวิเคราะห์เลือดของผู้ป่วยที่รวบรวมมาได้ จะเห็นการเจริญเติบโตที่ไม่ได้กำหนดทิศทางและแนวโน้มที่ชัดเจน

แต่การขยายตัวรวดเร็วเมื่ออุณภูมิต่ำกว่า 25 องศา และในสภาวะแวดล้อมที่มีอาหารที่สมบูรณ์

ผลการเลี้ยงเชื้อ เมื่อเราเติมสารอาหารอื่นที่มีสภาพเป็นกรดและเบสมากเกินไป เขาก็เจริญเติบโตได้ไม่ดี เซลล์ไม่สมบูรณ์”

อิงดาวเล่าให้เขาฟัง


“แบบนี้เราก็พอมีทางที่จะสู้กับมันได้ใช่ไหมครับ”


“ถ้าสู้แบบธรรมชาติจริงๆ ก็ไม่ยากก็ไม่ง่ายค่ะ”


“แต่ตัวอย่างที่ส่งมาหลากหลาย การกลายพันธ์มีได้ทุกตารางนิ้วนะครับ”

แมงมุมเสริม


“ตอนนี้ผลจากต่างประเทศ นอกจากปอดแล้ว มันยังขึ้นไปถึงสมองและหัวใจ การแบ่งตัวของมันร้ายกาจด้วย เราไม่อาจจะทราบได้เลยว่า จริงๆ มันชอบอยู่ที่ตรงไหน มันเลยยากว่าเราจะตั้งรับ หรือใช้ยารักษาเฉพาะจุด”


“ตอนนี้รัฐบาลจัดเครื่องบินไปรับคนจากจีนเมื่อมากักตัวที่สัตหีบ ยังไม่รู้ว่าจะมีคนติดเชื้อกลับกี่คน”

โทนิคบอกทั้งสอง


“ขอภาวนาให้ทุกคนปลอดภัย”

อิงดาวเอ่ย


“ระยะกักตัว 14 วัน ก็ต้องมีการตรวจไข้ ทุกวัน ส่วนการตรวจเชื้อเห็น TOP บอกว่าให้ห้องแล็บทางชลบุรีรับผิดชอบ”

อิงดาวบอกเขา


“ทุกคนต้องทำงานหนักเท่าตัวเลย แทบไม่ได้นอน” โทนิคหน้าเครียด


“ตอนนี้ทางเราเริ่มทดลองวัคซีนแล้วนะครับ ต่างประเทศเราเริ่มหาอาษาสมัครที่เป็นคน”

โทนิค แชร์ผลกับต่างประเทศให้ฟัง


“ของเรายังไม่ได้ทดลองกับคน ตอนนี้ยาที่เราทดลองใช้ คือยาต้าน HIV ผมว่ามันก็ดีทีเดียว”


“วัคซีน ยังต้องเกิด เรายังต้องทำให้มันเกิดขึ้นมาเพื่อรักษาทุกคน”


“แค่พลาสม่าที่เราหาได้แล้วนำมาลองส่วนใหญ่มากจากกรุ๊ป AB กับ ส่วนกรุ๊ป A หายากมาก ต้องบอกว่าน้อย ถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายเรา แต่ก็หายากจริงๆ”


“ตอนนี้เลือดจากหลายโรงพยาบาลส่งมาที่เรา แล้วเราก็แยกพลาสม่าให้ กรุ๊ป A มีน้อยจริงๆ ค่ะ”


“มันก็แปลกนะครับ ทำไมถึงเป็นกรุ๊ป A กรุ๊ปอื่นๆ ใช้ไม่ดีเท่าหรือไงครับ”

แมงมุมสงสัย


“เพราะแหล่งการแพร่ระบาด เขากำลังศึกษาอยู่ครับ กรุ๊ปเอที่นั่น ติดมากที่สุด และตายมากที่สุดเช่นกัน

เพราะกรุ๊ปเอ เป็นกลุ่มที่ เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่าย และทำลายได้ง่ายที่สุด เปอร์เซ็นส์ติดสูงและรอดน้อย

เป็นกลุ่มที่เราต้องช่วยเหลือเขาให้เร็วที่สุด แต่สิ่งที่มหัศจรรย์ก็คือ กรุ๊ป A เขาจะตอบสนองต่อเชื้อและสร้างแอนติบอดี้มหาศาล พลาสม่าหลังจากที่หายป่วย จึงเป็นยาที่ดีมากที่เราจะนำมาใข้สู้กับเชื้อ โดยเฉพาะ Rh-”


“ใครอยู่กรุ๊ปเอก็ซวยกันพอดีสิครับ”

แมงมุมไม่อยากจะเชื่อ


เขาเองก็กรุ๊ปเอเช่นเดียวกัน


เขาหันมามองอิงดาวที่นั่งมองโทนิคนิ่งเงียบไม่ได้ตอบโต้อะไร ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่


“แล้วตอนนี้เราจะทำวัคซีนแบบไหนเป็นหลัก วัคซีนชนิดตัวตาย หรือ วัคซีนชนิดตัวเป็น”

แมงมุมถาม


“เราทำทั้ง 2 แบบ เพื่อดูประสิทธิภาพของมันแบบไหนที่ได้ผลดีกว่ากัน”

อิงดาวตอบแทน


“แอนติเจนที่ได้จากที่คุณอิงเลี้ยงเชื้อให้ห้องแล็บส่วนหนึ่งผมนำมาทดลองบ้างแล้ว ทั้งกับสัตว์ทดลอง ส่วนคนอาจจะต้องใช้เวลาและหาอาสาสมัคร”

โทนิคตอบ


“ผมต้องยอมรับมา เรื่องนี้เราค่อนข้างช้า หากว่าทางการรู้ข่าวประเทศจีนแล้วเราเริ่มตั้งแต่เดือนมกรา ความคืบหน้าตอนนี้น่าจะเกิน 50%”

โทนิคบอกทั้งสอง


...............................
 
เมื่อทั้งสองกลับจากหน่วยวัคซีน กลับไปที่ห้องปฏิบัติการ เขาสังเกตเห็นอิงดาวนิ่งเงียบตลอดเวลา เมื่ออยู่ในห้องกันลำพัง เขาอดไม่ได้ที่จะถามเธอ


“มีอะไรหรือเปล่า ผมเห็นคุณเงียบตั้งแต่คุยกับโทนิคแล้ว”


“อิงแค่คิดว่า เราจะช่วยเหลือทุกคนยังไง”


“อิงดาว เราต้องมีทางช่วยทุกคน” เขาเอ่ยเบาๆ เพื่อปลอบเธอ


 
 



Create Date : 28 กันยายน 2563
Last Update : 28 กันยายน 2563 17:13:32 น.
Counter : 401 Pageviews.

2 comments
แคคตัส อาจารย์สุวิมล
(11 พ.ค. 2564 11:18:42 น.)
Ruhe Sanft Mein holdes leben from Zaide by Woftgang Amadeus Mozart ปรศุราม
(8 พ.ค. 2564 12:50:37 น.)
:: ปฐมบทแห่งการเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของความทรงจำ ตอนที่ 29 :: กะว่าก๋า
(7 พ.ค. 2564 06:01:56 น.)
อิช้อย...ครั้งแรก Princezz Matcha Latte
(6 พ.ค. 2564 03:14:10 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse

  
unitan Literature Blog ดู Blog
น่าจะมีพวกคิกแต่จะหาเงินเข้ากระเป๋า
จะขอให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ในบทประพันธ์ค่ะ
จะได้เป็นจดหมายเหตุบ้านเมืองไปด้วยในตัว

โดย: หอมกร วันที่: 28 กันยายน 2563 เวลา:20:25:24 น.
  
เรื่องนี้ทุกคนจะจำไปอีกนานค่ะ
โดย: unitan วันที่: 29 กันยายน 2563 เวลา:9:33:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Unitan.BlogGang.com

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด