สงครามเชื้อมรณะ บทที่ 8 หน้า 2
เย็นนั้นหลังอาหารเย็น อิงดาวก็ชวนเขาคุยเรื่องงานเหมือนทุกวัน

กิจกรรมทั้งสอง นอกจากจะอยู่ที่ทำงานด้วยกัน กลับบ้านด้วยกัน แทบจะเรียกว่า 24 ชั่วโมงอยู่ด้วยตลอด แยกห่างแค่ช่วงเข้านอน

อิงดาวไล่อ่านไลน์การรายงานตัวของลูกน้องในสังกัดของแต่ละคนหลังเลิกงาน

เหมือนทุกวันบางคนก็ชอบถ่ายรูปเพื่อโชว์ตัวว่าอยู่ที่ไหน บางทีเพื่อนก็กัดจิกกันเล่นอย่างสนุก ก่อนจะอ่านข่าวการติดเชื้อต่อ


“ลุงคะ ดูแนวโน้มตอนนี้ ยอดคนไทยก็เพิ่มเร็วเหมือนกันนะคะ แต่ขณะเดียวกัน ทางยุโรปก็น่ากลัวมากๆ”


“ถ้าไม่ป้องกัน มันก็อันตรายแบบนี้แร่ะ”


“ตอนนี้ใครต่อใครก็ระแวงกันเอง ประเทศไทย พื้นฐานเป็นคนขี้กลัว ผลพลอยได้ทำให้เราป้องกันตัวเอง”


“เราต้องเจอแบบนี้ไปอีกนานขนาดไหนนะ เราต้องติดแหง่ะอยู่แค่ที่บ้านกับที่ทำงานแบบนี้ไปอีกกี่เดือน”


“โลกมันเป็นเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เพราะเชื้อโรคตัวเดียวแท้ๆ”


ขณะดูข่าวในทีวีกันเพลินๆ อิงดาวนั่งดูไปทานผลไม้ไปด้วย สักพัก เธอก็เผลอหลับอย่างไม่รู้ตัว แมงมุมต้องเลื่อนตัวมานั่งข้างๆ เพื่อรับร่างเธอกำลังจะเอนลงพิงไหล่เขาพอดี


ผ่านไปสักพักหญิงสาวรู้สึกตัว


ดวงตากลมโตจ้องมองเขา ก่อนจะนั่งตัวตรง อย่างอายๆ ที่เผลอหลับ


“ถ้าง่วงก็ไปนอนเถอะ แปรงฟันด้วยล่ะ” เขาเอ่ย


“ไหล่นี้ให้สาวที่ไหนพิงบ้างคะ”

เธอเอ่ยถามเขา


“คุณว่าไงนะ”

เขาถามย้ำเพราะคิดว่าตัวเองฟังผิด

อิงดาวหันมาหาเขา

“ก็ไหล่ของลุง เคยให้สาวที่ไหนพิงบ้างคะ”

แมงมุมมองเธอตาดุ ไม่แน่ใจว่าเธอจะมาไม้ไหน สิ่งที่เขาตั้งใจ มันไม่เคยทันความคิดเธอสักนิด


“ไม่มี”

เขาตอบเสียงดุ หน้าแดงกล่ำ


“งั้น ก็ให้ฉันพิงลุงแบบนี้ตลอดไปนะคะ”

ไม่พูดเปล่ายังโยกหัวมาหาเขาอีก แมงมุมจะเบี่ยงตัวหลบกลายเป็นว่าอิงดาวลงไปนอนแนบกับอกเขาแทน


“นี่ เธอจะอ่อยผู้ชายแบบนี้ไปทั่วเลยเหรอ”

เขาชักจะโมโหกับท่าทางอ่อยระทวยของอิงดาว


อิงดาวไม่ยอมลุก


“ลุง เคยเห็นฉันอ่อยใครบ้างคะ”

เธอถามเขา


อิงดาวไม่พูดเปล่าแกล้งเอาแก้มใสๆ แนบกับอกเขา


“เสียงหัวใจลุงเต้นแรงจัง”

เธอพูด



กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายหญิงสาว แล้วท่าทางยั่วยวนเขามากมายขนาดนี้

ทำเอาแมงมุมเลือดสูบฉีด หัวใจเต้นแรงและเร็ว จนเขาได้ยินเสียง มิแปลกเลยที่อิงดาวเองก็ได้ยิน

เขาตัวแข็งราวหินจนทำอะไรไม่ถูก จะขยับออกจากตรงนั้น ก็นิ่งราวถูกเหน็บกิน ปล่อยให้อิงดาวลูบไร้ตัวเขาไปจนเลือดกำเดาแทบกระชูด


“นี่....เขาให้อยู่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร”

เขาพูดเตือนเสียงสั่นเทา


นี่เขา......จะแพ้ทางขนาดนี้ได้ยังไง เขาจะรุกอิงดาวไม่ใช่เหรออ แค่อิงดาวสัมผัสเขาก็อ่อนระทวยขนาดนี้ ไหนที่ว่าจะไม่สนใจรักใครอีกเล่า


สรุปแล้วคืนนั้นอิงดาวแกล้งหลับไปคาอกของแมงมุม จนเขาค่อยๆ เลื่อนตัวออก แล้วหาผ้าห่มมาห่มให้


 
รุ่งเช้า แมงมุมกับอิงดาวเข้าห้องประชุมใหญ่ด้วยกัน หลายๆ คนรู้ว่าแมงมุมกลับมาช่วยงานแล็บต่างก็ดีใจ

บางคนก็ยังขยาดกับความปากร้ายเขาอยู่ แต่รวมๆ ก็รู้สึกดี อย่างน้อย การสู้ภัยครั้งนี้ มีเสือ 2 ตัว อยู่ในถ้ำเดียวกัน ถึงหลายๆ ที่จะอยู่ร่วมกันไม่ได้ แต่ครั้งนี้ทุกคนอย่างทั้งดีใจและโล่งใจมากกว่า


ท่านอธิการนั่งเป็นท่านประธาน


“หลายๆ คน คงทราบว่า คุณอิสรภาพมาร่วมงานเฉพาะกิจกับเรานะครับ พวกเราต่างก็ดีใจ เพราะอย่างน้อยศึกครั้งนี้ ไม่ได้ใช้ เรือดำน้ำหรือรถถังสู้กับมันเลย เราต้องใช้คนเก่งๆ เฉพาะด้านจริงๆ ถึงจะสามารถสู้กับมันได้”

ท่านอธิการเริ่มเปิดประชุม

 
“หวังว่าทุกคนคงจะได้ข่าวเรื่องของเชื้อโรคที่แพร่ระบาดในตอนนี้ มันแพร่ไปทั่วโลกแล้ว เกินที่รับจะรับมือกันไหว บางประเทศก็ปิดประเทศไปแล้ว ประเทศเรา หน่วยงานห้องปฏิบัติการคือหน่วยงานหลักที่จะรับมือกับมัน”


“ดีค่ะ พี่แมงมุมอยู่กับเรา อย่างน้อยเรื่องการจัดการกับโรคภัย ก็คงไม่ต้องห่วงอะไร?”

อันพูดอย่างดีใจ


“คุณอิงก็เอาอยู่หรอก”

วิทย์รีบแย้ง สองคนนี้อยู่ที่ไหนก็มักจะเกิดความขัดแย้งกันตลอด


“มาตรการตอนนี้ เราในฐานะหน่วยงานกลางของรัฐ เบื้องต้นเราก็ต้องช่วยเหลือประชาชน
จัดสรรหาแอลกอฮอล์และแมสมาแจกให้ประชาชน ตอนนี้แอลกอฮอล์ทยอยออกไป
อาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้เท่าไหร่ ผมได้ประสานงานกับโรงกลั่นสุรา
กรมสรรพสามิตรพื่อขอส่วนแบ่งในการซื้อแอลกฮอล์ คิดว่าอาทิตย์หน้าเราคงมีแอลกอฮอล์มาเพิ่มอีก 1 ตัน ให้คุณอันจัดเตรียมเพื่อแจกประชาชนต่อด้วย”


“ค่ะ”


“ตอนนี้ผมในฐานนะอธิการให้ทุกคนปฏิบัติตามกฏระยะห่าง รายงานตัวทุกวัน ตอนนี้ผมให้ รปภ วัดไข้ก่อนเข้าพื้นที่
ให้หัวหน้าแต่ละหน่วยบันทึกอุณภูมิลูกน้องทุกวันนะครับ กิจกรรมทุกอย่างให้ห่างกัน 1 เมตร
แล้วเดือนหน้าเป็นต้นไป เราจะประชุมผ่าน คอนเฟอรเร้นท์กันนะครับ”
 
“ท่านครับ ได้ยินว่า ทั้งหมอจีนกับหมออิตาลีตายกันเยอะนะครับ” วิทย์ถาม


“ก็เขาทำงานหนักไง 24 ชม ต้องดูแลคนไข้” อันรีบพูด


“เป็นใครก็ไม่ไหวล่ะครับร่างกายทำงานหนักแบบนั้น”


“ขนาดหมอยังไม่รอด เราประชาชนจะรอดไหม”


“ตอนนี้ที่ไหนมีคนติดเชื้อเขาต้องปิดบริษัทเพื่อฆ่าเชื้อแล้วนะ”


“ดูอย่างธนาคารสิ ต่างชาติที่ติดเชื้อไปทำธุระ เขาก็หยุด 3 วัน”


“ทั้งโรงเรียนที่ผู้ปกครองติดก็เช่นเดียวกัน บางที่ปิดไปแล้วนะ”


“เห็นรีบให้เด็กๆ ปิดเทอมแล้วนะ เห็นว่าอันตรายเกินไป เด็กรวมกันมากๆ อาจจะมีการแพร่ระบาดได้”


“บางจังหวัดก็กักคนที่เดินทางมาจาก กรุงเทพ และ ปริมณฆล กลับไปบ้านก็ไปไหนไม่ได้เลย”


“แบบนี้เราก็กลับบ้านกันไม่ได้เลยน่ะสิ”


“ตอนนี้ยอดเพิ่มจริงๆ ก็เป็นคนต่างชาติทั้งนั้นนะ”


“เห็นข่าวต่างชาติที่เขาขนคนตายไปทิ้งไหม เทลงเหมือนกองขยะเลยนะ”


“กองพยากรณ์ก็แจ้งมาแล้ว เดือนมีนาคมจะเป็นเดือนที่ยอดพีคที่สุด ตั้งแต่วันที่ 10 ที่ค่ายมวยออกมาแจ้งติดเชื้อ แล้วยอดเพิ่มวันละ 100-200 จากยอด 50 คน ตอนนี้ 2000 กว่าแล้ว”

 
 “แล้วเมืองไทยเมื่อไหร่จะปิดประเทศซะที”


“ใต้หวันปิดตั้งแต่เดือนมกราคมแล้วนะคะ อินเดีย เขาก็ปิดไปแล้วยอดหลักหมื่นกว่าๆ นิวซีแลนด์แค่ 300 กว่าเขาก็รีบปิดเลยค่ะ”


ยังมีคำถามที่ไม่มีคนตอบเกิดขึ้น


“วันนี้ท่านนายกจะแถลงข่าว ทุกคนรอฟังข่าวเอาก็แล้วกัน”

ดูท่านอธิการดูกดดันที่ต้องตอบคำถามแทน


“ทำไมรัฐบาลไทยยังห่วงเรื่องเศรษฐกิจอยู่ก็ไม่รู้นะ”


คนเริ่มวิจารย์ข่าวกันอย่างออกรส จนแทบจับประเด็นของหัวข้อการประชุมไม่ได้


 “ท่านคะ กระทรวงเราจะปิดไหมคะ?”

อันถามอย่างสงสัย


“แบบ work from home น่ะค่ะ”

เธอเสนอ


“ใช่ ใช่”

เสียงหลายๆ คนสนับสนุน


“พวกเราไม่อยากออกบ้านแล้วนะคะ”


“ใช่ ออกมาก็ไม่รู้จะเจออะไรบนท้องถนน กว่าจะถึงที่ทำงาน ที่ทำงาน เพื่อนอยู่รวมกันก็หลายคน”

บางคนพูดอย่างหวาดกลัว


“เขาจะเจออะไรบ้างก็ไม่รู้ เราออกมาข้างนอกก็มีความเสี่ยงแล้ว แล้วเราเกิดติดเชื้อขึ้นมา เราเอากลับบ้านคนที่บ้านเราก็เสี่ยงไปกับเราด้วยอีกครับ”


“เพื่อนร่วมงานเราไปไหนมาบ้างก็ไม่รู้”

อีกคนเสริม


“ผมคิดว่าแต่ล่ะหน่วยมีพาติชั่นกั้นโต๊ะทำงานกันหมดนะครับ” อธิการเอ่ย


“แต่มันก็อยู่ห้องแอร์เดียวกันนะคะ”

เสียงอีกคนยังกังวลมาก


“ใช่ ใช่”


“ถ้าทุกคนกลัวก็ปิดแอร์นะครับ”


ท่านอธิการตอบ ทำเอาทุกคนอึ้ง


“เราเป็นคนของประชาชน งานของเราคือช่วยเหลือประชาชน เพราะฉะนั้น การหยุดงานเป็นไปไม่ได้
เราต้องหาแอลกอฮอล์มาแจกประชาชน เราต้องหาแมสมาแจกประชาชน เราต้องตรวจเชื้อและสนับสนุนงานเทคนิกการแพทย์ทุกโรงพยาบาลที่ส่งผลตรวจมาให้เรา
เพราะฉะนั้น ทุกคนรักษากฏระยะห่างให้เคร่งครัด หากมีใครติดเชื้อ แจ้งผมทันที
...แล้ว คุณแมงมุม คุณอิงดาว พวกคุณมีอะไรจะเสนอแนะไหม ในฐานะที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยกับเชื้อโรคกว่าเพื่อน ผมไม่เห็นพวกคุณจะพูดอะไรเหมือนคนอื่นเลย”

ท่านอธิการราวกะจะพูดแดกดันทีมงาน


แมงมุมหันไปสบตาอิงดาว เธอเหลือบมองเขานิดหนึงแล้วนั่งนิ่งตามเดิมราวกับว่า เรื่องนี้ผู้ใหญ่พูดดีกว่า แมงมุมลุกขึ้นยืน


“ถ้าผมเป็นท่านผู้นำ จะไล่พวกที่หละหลวมงานตรวจด่านออกให้หมด ไม่ปล่อยให้ต่างชาติเข้าประเทศเด็ดขาด ตั้งด่านตรวจเชื้อระหว่างจังหวัดอย่างเข้มงวด หาถุงยังชีพ และแมสแจกประชาชน ตรวจเชื้อเชิงรุกถึงประตูบ้านประชาชน และจะไม่ให้นักการเมืองเข้ามาแทรกแซงหรืออมแมส แล้วโก่งราคาประชาชน”

เสียงเข้มๆของเขาเอ่ยช้าๆ


อธิการมองแมงมุมตาเหลือกเหงื่อแตก เหมือนภัยจะมา


“ปิดประชุม....”

ท่านอธิการสรุปจบเอาดื้อๆ แล้วรีบออกจากห้องประชุมไปทันที

 



Create Date : 05 ตุลาคม 2563
Last Update : 5 ตุลาคม 2563 17:09:11 น.
Counter : 345 Pageviews.

1 comments
เอาหยังเฮ็ดใจ Chi River
(28 เม.ย. 2564 14:30:13 น.)
ทวาทศมาสประจำปี 2563 เดือน ก.ค.และ ส.ค. อาจารย์สุวิมล
(1 พ.ค. 2564 19:18:27 น.)
:: ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 276 โจทย์ รักที่เปลี่ยนเป็นไม่รัก :: Nior Heavens Five
(26 เม.ย. 2564 09:09:30 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 276 "รักที่เปลี่ยนเป็นไม่รัก" ตะลีกีปัส
(26 เม.ย. 2564 12:35:18 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse

  
unitan Literature Blog ดู Blog

โดย: หอมกร วันที่: 11 ตุลาคม 2563 เวลา:22:42:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Unitan.BlogGang.com

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด