สงครามเชื้อมรณะ บทที่ 8 หน้า 3
เมื่อท่านอธิการไปแล้ว ทุกคนต่างก็สลายตัวเช่นกัน

บางคนกับกลุ่มเมาส์ต่อกันห่างๆ อย่างเคยชินเพราะไม่สามารถที่จะแก้ไขพฤติกรรมตรงนี้ตัวเองได้

ปากก็บอกกลัวติดเชื้อโรค  แต่ไม่เคยคิดว่า นั่นก็เป็นเหตุที่อาจจะเกิดการแพร่ระบาดจากการพ่นน้ำลายใส่กัน


แมงมุมกับอิงดาวเดินตามกันห่างๆออกมาจากห้องประชุม


“ไม่ได้เจอกันเป็นปี ตัวดำขึ้นเป็นกองนะพี่”

เขาทักทายแมงมุมอย่างสนิท


แมงมุมกับอิงดาวหยุดหันไปมองยิว ที่ เดินมาเข้ามาหา


“แล้วเป็นไงบ้าง สบายดีใช่ไหม”


“ครับ...ไม่คิดว่าพี่จะกลับมา”


“มันเป็นเรื่องฉุกเฉิน ยามชาติมีภัย เราจะอยู่นิ่งได้ยังไง”

แมงมุมตอบ


“ใช่ครับ ตอนนี้ข่าวทุกตารางนิ้วมีแต่เรื่องไวรัส    ตอนนี้มันมาแรง กลบข่าวปล้นทองไปหมดเลย

พอพี่แมงมุมกลับมาแบบนี้คุณอิงก็ได้ผู้ช่วยขั้นเทพเลยนะครับ”


“ค่ะ”

อิงยิ้มตอบรับ


“สแกนหน้ามีปัญหาไหมครับ”

ยิวชวนอิงคุยต่อ ดูท่าทางกรุ่มกริ่มจนแมงมุมมองออก

“ไม่มีค่ะ”


“ถ้ามีปัญหาก็แจ้งผมนะครับ จะเข้าไปดูให้”

“ค่ะ”

“คอมที่ห้องแล็บ เดือนหน้าครบ PM 6 เดือนแล้วนะครับ เดี๋ยวผมกับน้องๆ จะแจ้งวันเข้าไปดูอีกที”

“ค่ะ”

“ถ้าคอมมีปัญหาก็รีบแจ้งเราเลยนะครับ”

ยิวยังหว่านขนมจีบอิงดาวอย่างไม่ลดละ

“ขอบคุณค่ะ”

“มีปัญหาอะไรแจ้งผมได้ 24 ชม นะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

อิงดาวตอบอย่างมีมารยาท

“ผมไปก่อนนะพี่”

เขาหันไปลาแมงมุม

“ครับ”

พอพ้นร่างยิวแล้ว แมงมุมก็หันมามองอิงดาว

“เสน่ห์แรงจริงนะ ใครๆ ก็จีบ”

เขาเหน็บเธอ

“ลุงจะจีบไหมล่ะ”

เธอย้อน ทำเอาแมงมุมหันมามองแรงส์

“นี่ จะพูดจะจาอะไร ระวังหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าลุงไม่เตือน”

เขากอดอก

“ถ้าลุงไม่จีบฉัน....ฉันจีบลุงเองก็ได้ค่ะ”

เธอพูดใส่หน้าเขาแล้วเดินไปก่อน

ทำเอาแมงมุมยืนกำหมัดเม้มปากแน่นที่ต่อกรไม่ทัน

ทั้งสองมาถึงห้องแล็บ เปลี่ยนใส่ชุด PPE เพื่อเข้าห้องแล็บเล็ก และตรวจสไลด์และดูผลการเลี้ยงเชื้อรวมทั้งการแยกพลาสม่า แต่ละวันทุกคนทำงานอย่างเคร่งเครียด ทั้งจากสถานการณ์ และต้องระวังจากการทำงาน

ตอนเย็นวันนั้น นายกออกมาประกาศเคอร์ฟิว ช่วงเวลา 5 ทุ่ม ถึง ตี 4 แม้ประชาชนจะเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้มาก่อนท่านนายกก็ตาม แต่ประชาชนที่ยังหาเข้ากินค่ำ ตามก็มีความวิตกกังวลอยู่มาก

ขณะเดียวกันในแต่ละจังหวัดมีมาตรการเข้มงวดกว่าจากผู้ว่าการจังหวัด ทั้งห้ามคนต่างจังหวัดเข้า กักตัวคนที่เดินทางจากนอกพื้นที่

ธุระกิจบางอย่างถูกปิดตัวลงเพราะพิษเศรษฐกิจ โรงงานปลดคนงาน ต้องตกงานหลานแสนคน เนื่องจากทนค่าจ้างไม่ไหว ขอย้ายฐานไปประเทศที่ค่าแรงถูกกว่า

 
ออม แพร เมษา และชมชิด กำลังสุมหัวกันเลือกแมสสำหรับใช้เวลาอยู่ข้าวนอกแล็บกันที่โต๊ะเมษา ยุคนี้นั้น เสื้อผ้า หน้า ผม กางเกง กระโปรง กระเป๋า ดูมันตกเทรนไป ยุคใหม่เป็นเฟชั่นลายแมสเก๋ๆ แทน

 
“อันนี้มีวาว์ลลมด้วยนะคะพี่แพร”

เมษาชี้ให้เพื่อนดู

“แพงเหมือนกันนะอันละ 100 กว่าแน่ะ”


“ดูหน้ากากอนามัยสิ กล่องละ เกือบ พันบาท”

“อะไรมันจะแพงขนาดนั้น”

“แต่ถ้าเราซื้อหลายๆ อันมันก็ลดนะคะ”

เมษาบอกทุกคน


“เราใช้หน้ากากผ้า มันจะได้ซักได้ ราคามันก็อาจจะถูกกว่า”


“อันนี้ 3 อัน 100 ค่ะ”

ชมชิดชี้แคตตาล็อคออนไลน์


“ถ้ามีวาว์ลก็แพงกว่าหน่อยนะคะ”


“อันไหนดี”


“แต่เขาว่าหน้ากากผ้า มัสลิน หรือผ่าสาลูก็ใช้แทนหน้ากากอนามัยได้นะคะ”

เมษาบอกพี่ๆ


“ใช่ค่ะ กระทรวงสาธารณะสุขออกมาประกาศแล้วว่า ผ้ามัสลิน 3 ชั้น เทียบเท่ากับหน้ากากอนามัยเลยนะคะ”

แพรเสริม


“ตอนนี้หน้ากากอนามัยยังไม่พอใช้สำหรับพวกทีมแพทย์เลย เรามาใช้หน้ากากผ้าแทนจะดีกว่าไหม”

ออมเสนอทุกคน


“งั้นน้องเมษาดูก็แล้วกัน เอาที่ราคาไม่แพงมาก”


“ส่วนมากเขาขาย 3 อัน 100 บาทค่ะ หนูเห็นในเฟสมีเยอะเลย เดี๋ยวหนูจะลองหาดูหลายๆ ร้านนะคะ”


“ถ้าเจอไม่แพงมาก ของ 5 นะ”

ออมบอก


“พี่เอา 5 เหมือนกันค่ะ”

แพรแจ้งยอดอีกคน


“ชม เอา 3 อันก่อนค่ะ”


“ได้ค่ะ เออ หนุ่มๆ สนใจจะเอาหน้ากากผ้าด้วยไหมคะ”

เมษา ถามหนุ่มๆ ที่จับกลุ่มอีกฟาก


“พี่เอา 2 นะ”

ต้นน้ำรีบบอก


“เอาด้วยๆ”

ฟองน้ำเด็กฝึกงานเข้ามาสมทบ


และคนอื่นๆ อีกที่สนใจ เข้ามาแจ้งยอดกับเมษาไว้
 เมษาลงยอดที่ทุกคนต้องการตามรายชื่อ
 
“พี่ๆ หนูเห็นแบบใหม่มันออกมาด้วยนะคะ ที่เขาเรียกอะไรนะ Face shield ค่ะ มันเป็นพลาสติกกันน้ำได้นะคะ พวกหมอเริ่มใช้กันกันเยอะเลย”

ฮอล์ ส่งรูปให้พี่ๆ ดู


“พวกเราหาแบบนี้มาใช้บ้างเหอะ”

ออมดูรูปแล้วสนใจ


“ลองหาดูสิน้องเมษา”


“ค่ะพี่ ถ้าราคาไม่แพงเราค่อยสั่งนะคะ”


 “เดี๋ยวขอเมษาหาร้านที่ราคาไม่แพง แล้วจะแจ้งราคาทุกคนนะคะ”


ทุกคนพยักหน้ารับทราบ ยอดสั่ง 10 คน ประมาณ 70 ชิ้น


“ดีนะที่พวกเราไม่ได้ซื้อแอลกอฮอล์ด้วย ไม่งั้นละก็ค่าใช้จ่ายที่จะหมดไปกับเรื่องพวกนี้ล่ะก็แย่แน่ๆ เลยค่ะ”

ออมบ่นออกมา


“ใช่แต่ละเดือนเราไม่ค่อยจะพอใช้กันเลยนะคะ”

ชมชิดเสริมอีกคน


“ไม่เคยคิดเลยว่าเราจะเกิดมาในยุคโรคระบาดหนักๆ”

แพรทำหน้าหนักใจ


“หนูก็เพิ่งจะเคยเจอนี่ล่ะค่ะ”

เมษาก็พลอยคิดหนักไปอีกคน


“ยุคนี้นอกจากจะไปยุคไซเบอร์ ใช้อินเตอร์เน็ตในการสื่อสารรวดเร็วทั่วโลกแล้วนะ ไม่คิดว่าเชื้อโรคมันจะแพร่ได้ทั่วโลกเร็วได้ขนาดนี้”

เสียงโกวิทย์เสียมมาอีกคน


“มันก็คงจะเชื้อโรคยุคไซเบอร์เหมือนกันนั่นล่ะมั้ง”

แทนเสริม


“ดูข่าวแต่ละวัน จากเดิมเพิ่มวันละ 5-10 คน ตอนนี้เพิ่มวันละเป็น 100 กว่า 

เราต้องคอยมาลุ้นกับโฆษกว่าวันนี้จะเพิ่ม ชม กี่คน ตายกี่คน ชีวิตพวกเรา อยู่กันอย่างระแวงกันเอง

เฮ้อ...ไม่คิดว่ายุคที่เทคโนโลยีมาไกลขนาดนี้ โดนโจมตีด้วยตัวไวรัสตัวเดียวทุกอย่างจอด”
 
“ใช่พี่ เราจะรอดกันไหมคะ”

เมษายังอดวิตกไม่ได้


 “รอดสิ เราต้องรอด ใครจะอยากมาตายเพราะโรคระบาด”

ก้องพูดขึ้นมา


“ดีนะ แล็บเรามีคนมาช่วยงานเพิ่มขึ้น ไม่งั้น เราคงไม่รอด เพราะทำงานไม่ได้พักนี่แร่ะ”

แทนพูดบ้าง


“ใช่ๆ เห็นไหม หมอที่จีน หมอที่อิตาลี ติดเชื้อ เพราะร่างกายเขาไม่ได้พักนะ เขาเลยอ่อนแอ และติดเชื้อแบบนี้”

โกวิทย์เสริม


“เราต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปให้นะคะ”

แพรบอกทุกคนอย่างเป็นห่วง


“ตอนนี้มาม่าไม่มีขายแล้วนะคะ”

เมษาเอ่ย


“ใช่เมื่อวานผมไปโลตัส เกลี้ยงแผงเลยครับ”

ต้นน้ำเสริมอีกคน


“7-11 ก็เหมือนกัน เพิ่งเคยเห็นนะเนี่ย”

โกวิทย์ทำหน้าตกใจ


“รัฐบาลบอกว่าไม่ต้องตุนอาหาร แต่รัฐบาลไม่เห็นเตรียมอาหารให้พวกเราเลย มาม่าก็เกลี้ยง ทั้งโลตัส 7-11”

แทนผู้รอบรู้ข่าววิจารณ์รัฐบาล


“ก็อย่าหวังอะไรมาก เราเอาตัวเองให้รอดก่อน”

ก้องไม่รู้จะพูดอะไรเอ่ย


“แมสก็โคตรแพง รัฐบาลไม่เห็นจะแจกเหมือนจีน เหมือนญี่ปุ่น เกาหลีเขายังงดส่งออกนอกประเทศเลย ดูสิ ปล่อยให้พวกแม่ค้าพ่อค้ามาโขกกำไรตั้ง 10 เท่า 20 เท่า เคยซื้ออันละ 2-3 บาท ตอนนี้ 20-30 บาท”

ก้องยังบ่นต่อ


“ตอนนี้เขาก็ออกมาจับแล้วนี่”

ออมแย้ง


“จับแล้วไง ไอ้พวกอยากรวยทางลัดถึงเวลาลำบากยังจะมาทำนาบนหลังคนอื่น โดนค่าปรับแสนแพงคุ้มหรือเปล่าก็ไม่รู้”

โกวิทย์เสริม


“พวกดาราก็เห็นโฆษณากันเยอะ สินค้าตามกระแส มีอะไรเป็นกระแสหน่อยไม่ได้”

ก้องบ่นต่อ


“ไอ้เราประชาชนตาดำๆ ต้องหาเงินมาซื้อของแพงหรือไง เฮ้อ...”

ออมสาวใหญ่ขี้บ่นเหมือนกันกับก้องที่ไม่ค่อยยอมกัน แต่เรื่องนี้กับเข้ากันดี


“เที่ยงแล้วไปกินข้าวกันเถอะ”

เสียงออมเตือนเพื่อนๆ


ทุกคนทยอยออกไปทานข้าวกัน
 
แมงมุมตรวจรายงานมองนาฬิกาที่จอคอมพิวเตอร์ ชะโงกหน้ามองอิงดาวที่ไม่ไหวติง ใบหน้าหวานแคร่งเครียด ทั้งพิมพ์งานและกรอกสายตาดูจอคอม


“เที่ยงแล้วนะครับ ไปทานข้าวเถอะ”


“อ้าว เที่ยงแล้วเหรอ วันนี้ทำไมเวลาเดินเร็วจริง”


“อืม จะได้แก่เร็วๆไง”

เขาพูดประชดเธอ


“แก่ให้ทันลุงน่ะเหรอคะ”

เธอถามเขากลับ


“ทำไม คำก็แก่ สองคำก็แก่ คิดว่าตัวเองจะไม่แก่บ้างหรือไง?”

เสียงดุ ต่อว่าเธอ


ปากหยักเม้มยั่วเขา


“ถ้าฉันแก่ทันลุงแล้ว ลุงต้องดูแลฉันเทนนะคะ”

ปากน้อยๆ ช่างพูดหยอดคำหวานแทน


ทำเอาแมงมุม ผู้ตั้งใจไว้ว่า จะขอเป็นคนเริ่มก่อน ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเป็นคนได้เริ่มพูดคำดีๆ จีบสาว

โดนอิงดาวสาวน้อยหน้าหวานราวเทพธิดากรีก หยอดคำหวานทุกวัน จนเขาชักจะหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้

ที่วางแผนว่าจะเริ่ม เขาจะเริ่มยังไง? เริ่มจากอะไร? โดนอิงดาวหว่านขนมจีบทีไร ก็หมดหนทางสู้ตลอด

นี่เขาเป็นอะไรกัน


เขาลุกจากเก้าอี้ จ้องอีกฝ่ายเข้ม แล้วเดินผ่านโต๊ะเธอไป อิงดาวหันไปคว้าหน้ากากมาสวม ลุกเดินตามเขาออกมา
ข้างนอกห้องไม่เหลือใครแล้ว ทั้งสองเดินไปห้องอาหารด้วยกัน

 



Create Date : 12 ตุลาคม 2563
Last Update : 12 ตุลาคม 2563 18:17:49 น.
Counter : 288 Pageviews.

0 comments
ถนนสายนี้มีตะพาบ 276 "รักที่เปลี่ยนเป็นไม่รัก" kae+aoe
(27 เม.ย. 2564 10:59:09 น.)
วาดหวังรุ้งร่ายเริง...(กาพย์นันททายี) ญามี่
(26 เม.ย. 2564 12:29:47 น.)
:: ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 276 โจทย์ รักที่เปลี่ยนเป็นไม่รัก :: Nior Heavens Five
(26 เม.ย. 2564 09:09:30 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 276 "รักที่เปลี่ยนเป็นไม่รัก" ตะลีกีปัส
(26 เม.ย. 2564 12:35:18 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Unitan.BlogGang.com

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด