สงครามเชื้อมรณะ บทที่ 10 หน้า 3
ดอกเตอร์ทรงกรดมองดูสีหน้าที่ไม่สู้ดีของอิงดาวแล้วรู้สึกเย็นไปทั้งตัว

เขาเลี้ยงดูบุตรสาวคนนี้มาตั้งแต่เล็กจนโต แม้เธอขอสอบชิงทุนไปเรียนไฮสคูลที่เมืองนอก

สถาบันที่พ่อเคยเรียน เขารู้จักลูกสาวคนเดียวนี้ดีพอ เธอเป็นคนเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็ง

เธอเป็นคนสู้กับความลำบากทุกอย่าง เธอเป็นคนอ่อนหวานแต่ไม่เคยอ่อนแอ

เธอเป็นลูกคนเดียวที่เขาใส่ยีนความเป็นผู้นำและเก่งกาจเข้าไปอย่างเต็มตัว

ตอนเป็นเด็กเธอเคยล้มแล้วร้องไห้ เขาจะสอนให้ลูกลุกเอง เช็ดน้ำตาเอง

แล้วฝึกให้เธอไม่ล้มเพื่อให้ตัวเองต้องเจ็บ อิงดาวเป็นเด็กฉลาด ที่มีไอคิวและอีคิวสูง

เธอเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและการปรับตัวได้ดี ลูกสาวของเขาไม่เคยร้องไห้ด้วยเรื่องเล็กน้อยเช่นเด็กทั่วไปเลย


เสียงสั่นเคลือของอิงดาวทำให้เขาตกใจและประหลาด ทั้งสีหน้าและท่าทางที่นิ่งราวรูปปั่นอีก


“พ่ออยู่ที่บ้าน ตอนนี้พ่อทำงานที่บ้าน”


“อาจารย์ปู่ท่านเสียแล้วค่ะ”

เสียงอิงดาวเย็นยะเยือกทั้งสั่นเทาบอกพ่อ น้ำตาที่กลั่นไว้ไหลออกเป็นสาย


“รุ่นน้องแจ้งอิงมาเมื่อเช้า ท่านติดเชื้อจากการไปช่วยคนป่วยที่โรงพยาบาล”


ดอกเตอร์ทรงกลดพูดอะไรไม่ออก

อาจารย์ปู่ที่อิงดาวพูดถึง ก็คืออาจารย์ของเขาสมัยเรียนที่ต่างประเทศ เขาเอ่ยถึงท่านเสมอและเคยพาอิงดาวไปหาตอนเด็กๆ จนอิงดาวตั้งปณิธานว่าจะสอบมาเรียน

ไฮสคูลที่นั่น และต่อมหาลัยที่อาจารย์ปู่เคยสอนพ่อ

ท่านเป็นคนเก่งด้านชีวะวิทยาและจุลชีววิทยา เป็นศาสตราจารย์ที่สอนมหาลัยดังหลายที่ในอเมริกา อิงดาวรักท่านมาก และมักติดตามไปทำวิจัยเวลาปิดเทอม อิงดาวเช็ดน้ำตาก่อนปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ


“คุณแม่อยู่บ้านไหมคะ?”

เธอเอ่ยถามดอกเตอร์


“อยู่ในครัว”


“อิงมีเรื่องจะเรียนทั้งคุณพ่อและคุณแม่ค่ะ”


ดอกเตอร์เดินถือมือถือไปในครัว


“อิง ว่าไง แม่กำลังทำขนม กินไหมลูก”

คุณนายชมจันทร์ดีใจที่อิงโทรมาหา ปกติเวลางานอิงดาวไม่เคยโทรหาเลย แต่มองดูหน้าลูกสาวอีกที และสภาพห้องเป็นห้องของเธอ


“วันนี้ไม่ได้ทำงานเหรอ แล้วลูกอยู่ที่ไหนคะ ทำไมไม่มาหาแม่”

นางตั้งคำถามบุตรสาว เงยหน้ามองสามี อย่างสงสัย


“คุณพ่อคุณแม่คะ อิงจำเป็นต้องกักตัวเป็นเวลา 1 หรือ 2 เดือน ซึ่งอิงจะไม่ได้ไปหาคุณแม่และอาจจะติดต่อไม่ได้”


“ห๊า อะไรนะ นี่ลูกพูดอะไร”

ชมจันทร์แทบเข่าทรุด


“นี่มันเรื่องอะไร ลูก ติดเชื้อไวรัสเหรอ อิง บอกมาสิว่าไม่”

คุณนายชมจันทร์เริ่มน้ำตาคลอ


“อิงขอโทษค่ะ คุณแม่ที่ทำให้คุณแม่ร้องไห้อีกแล้ว อิงเป็นลูกที่ไม่ดี ที่ชอบทำให้คุณแม่เป็นห่วง”

เสียงสั่นเทาของอิงเอ่ย


ดอกเตอร์ทรงกรดสลัดหัวไล่ความหนักอึ่งที่ได้รับตอนนี้ วางมือลงบนบ่าภรรยาที่เริ่มตัวโยน


“เอาล่ะ อิง พ่อรู้ว่าลูกลำบากใจที่จะบอกพ่อกับแม่”

เสียงพ่อขาดห้วง ถึงแม้มันไม่ใช่ครั้งแรกก็ตามที เขากระชับภรรยาแนบอก


“อิง ไม่เป็นไรมากใช่ไหมลูก”

เขาพยายามดึงสติกลับมา เอ่ยถามลูก


 “ค่ะ”


“ลูกจะไปอยู่ไหน ลูกจะกักตัวที่ไหน มาอยู่บ้านไหมลูก แม่ดูแลลูกเอง”

ชมจันทร์พยายามตั้งสติ นางพยายามหลายครั้งกับการปรับตัวให้ทัน 2 พ่อลูกชาวนักวิทยาศาสตร์ทั้งคู่ที่มักมีเรื่องตื่นเต้นมาแจ้งเธอเสมอ

แต่ลูกสาวคนเดียวของเธอ ที่เธอคิดเสมอมาว่าเรียบร้อย และไม่ได้ทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอะไร


แต่ทุกครั้งที่ไปพัวพันกับงานวิจัยโรคระบาด นางก็แทบลมจับ เมื่อเวลาลูกสาวตัวดีโทรมาแจ้งว่าป่วย


“ลูกจะไปอยู่ต่างจังหวัดค่ะ คุณแม่ไม่ต้องห่วงค่ะ ที่นั่นอากาศดี ปลอดโปร่ง อิงสามารถจัดการได้ค่ะ”

 
“พ่อกับแม่เป็นห่วงลูก รักลูกนะ”

พ่อเอ่ยเนิบๆ


“ค่ะคุณพ่อ อิงก็รักคุณพ่อกับคุณแม่นะคะ”

อิงปิดสายไป


ชมจันทร์หันไปร้องไห้กับอกสามี


“คุณ ฉันใจจะขาดแล้วนะ ยัยอิง จะเป็นอะไรไหม? โรคนี้ มันไม่เหมือนทุกครั้งเลยนะคะ คนติดเชื้อต้องแยกจากครอบครัว ต้องไปอยู่โรงพยาบาลปลอดเชื้อ ติดต่อก็ไม่ได้ แล้วถ้าเกิดตายขึ้นมา งานศพก็ไม่มี ฮือๆๆๆ”

แม่ร้องไห้สะอื้อหนัก พ่อได้แต่ลูบหลังปลอบเบาๆ พูดอะไรไม่ออก มันจุกจนเอ่ยเป็นคำพูดไม่ได้
 
แมงมุมขอรถตู้เพื่อไปรับอิงดาวที่คอนโด

เขาและคนขับรถใส่ชุด PPE  อิงดาวนั่งข้างหลังเพียงคนเดียว เธอสวมแมสและใช้ผ้าพันคอพันรอบหน้าเห็นเพียงดวงตาคู่สวย เขาคอยชำเลืองกระจกมองหลังดูอิงดาวที่นั่งเงียบคิดอะไรคนเดียวตลอดทาง

เมื่อมาถึงบ้าน เขาให้คนขับรถพ่นยาฆ่าเชื้อและจอดรถตากแดดไว้ ส่วนเขาพาอิงดาวเข้าบ้าน เขาพาเธอเดินดูที่หลับที่นอน ห้องน้ำ ห้องท่า และห้องครัว เจ้าหน้าที่คนขับรถมาช่วยพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่บ้านให้ก่อนจะกลับไปที่รถ ทั้งสองคนยืนมองกันเนินนานก่อนจาก


“อิงดาว...”


“ค่ะ..ลุง”


“บ้านผมหลังเล็กไปหน่อย แต่ก็พอจะอยู่ได้ แอลกอฮอล์ที่ขอไว้ 1 ถัง และเครื่องแก้วห้องแล็บ อยู่ในกล่อง”


“ค่ะ”


“อิง..”

เขารู้สึกจุกอกทุกครั้งเวลาจะพูดต่อ


“คุณไม่อยากนอนโรงพยาบาลเพราะไม่อยากให้หมอเสียเวลากับคุณเหรอ”


“ฉันต้องการใช้เวลา เพื่องานทดลองของเรา มากกว่าการนอนบนเตียง”


“ถ้าคุณเป็นหนักคุณจะลุกไหวเหรอ”


“อิงก็ไม่แน่ใจค่ะ”


“อิง...”

แมงมุมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น


“คุณคือเมล็ดพันธ์ที่ดี งอกจากดินที่ดี เติบโตเป็นไม้ใหญ่ที่มีค่า และเป็นร่มเงาให้กับทุกคน”


“คุณคือทรัพยากรณ์ที่มีคุณค่าต่อพื้นแผ่นดินนี้ ที่มีประโยชน์ต่อประชากรของชาติอย่างแท้จริง ผมรู้ว่าคุณมีความทุ่มเทแรงกายแรงใจในการช่วยเหลือทุกคนและประเทศชาติอย่างมาก ขาดคุณไปเท่ากับขาดสมอง ขาดมือ ขาดเท้า พวกเราต้องการคุณ คุณคือหนึ่งเดียวที่ยืนเคียงข้างผม และเป็นหลักให้กับทุกคนได้ดี คุณคือบุคคลสำคัญที่ชาติต้องการ เพราะงั้น....... อย่าตายนะ...”


ยังมีถ้อยคำมากมายที่แมงมุมอยากเอ่ยกับอิงดาว แต่เวลา สถานการณ์แบบนี้ มันทำเอาเขาพูดอะไรไม่ออก

การที่ต้องเห็นอิงดาว ต้องจากเขา อย่างโดดเดี่ยวที่นี่ แต่อย่างน้อยก็เป็นบ้านของเขา


คุณคือคนที่ผม.....ต้องการใช้เวลาอยู่ด้วยตลอดไป....เขากลืนประโยคสุดท้ายลงคอไป


อิงดาวมองร่างสูงโปร่งภายใต้ชุด PPE กลั้นน้ำตาเอาไว้


“ค่ะ”

คำตอบแทบสะอื้นเป็นเคลือ


“มีอะไรให้โทรหาผมเป็นคนแรกนะ”


“ค่ะ”


ร่างสูงโปร่งค่อยๆ เดินลงจากบ้าน เขาเงยหน้ามองมุมห้องที่มีกล้องวงจรปิด รูปหลอดไฟกลม

แล้วค่อยๆ เดินจากไปอย่างอาลัย หันกลับมามองร่างบางที่ยืนนิ่งมองเขาอยู่ อย่างใจหาย จะกอดก็กอดไม่ได้ เขาได้แต่ตัดอกตัดใจก้าวขึ้นรถตู้ อิงดาวมองดูรถตู้ที่ขับจากเธอไปจนลับตา
 

แมงมุมนั่งด้านหลัง เขาโทรหาพี่สาว เพื่อบอกข่าวการมาอยู่ของแขกที่บ้าน


“พี่ อิงดาวไปกักตัวบ้านผมนะ”


“กักตัว คืออะไร อย่าบอกนะ อิงดาวติดไวรัส”

พี่แตนเอ่ยอย่างตกใจ


“อย่าพูดดังสิ ความลับ..พี่ ทำอาหารไปห้อยหน้าบ้านให้เขาด้วยนะ เดี๋ยวผมจะส่งเบอร์เขาไปให้ พี่แอดไว้ด้วย”


“เออ..มันยังไงวะ”

แม้จะยังงง


“พี่ช่วยผมหน่อยนะ”

เสียงน้องชายคนเดียวอ้อน


แตนก็นึกขำ ปกติ แมงมุมมุทะลุ พูดดุดัน ไม่เคยอ่อนหวาน
“แม้ แก พูดอ้อนก็เป็นด้วยเหรอ”


“พี่คอยไปส่องเขาให้ด้วยนะครับ ถ้ามีอะไรผิดปกติ โทรหาผมทันที”


“แล้วพวกฉันต้องทำยังไง โรคนี้มันร้ายแรงไม่ใช่เหรอ ฉันดูข่าวมันติดกันง่าย ติดกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว แล้วนี่ดูสิ รัฐบาลไม่เห็นออกมาตรวจประชาชนเลย ให้เราอยู่กันอย่างระแวงไปได้ ตอนหัวหด โดนด่าเยอะหรือไงไม่รู้”

 
“พี่อย่า..... อย่าพูดเยอะ”

เสียงดุของน้องชายต่อว่าตัดสายไป กดหาเบอร์อิงดาวส่งให้พี่สาวทางไลน์ และส่งไลน์อิงดาว บอกให้พี่สาวแอดไว้


เขามองดูรูปเทพธิกากรีกที่หน้าปก แล้วถอนหายใจ


“คุณต้องกลับมาหาผมนะ อิงดาว”


แต่ก่อนเคยเสียอะไรไป ก็ไม่เสียใจเท่าครั้งนี้เลย

 



Create Date : 07 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2563 9:36:11 น.
Counter : 326 Pageviews.

1 comments
แคคตัส อาจารย์สุวิมล
(11 พ.ค. 2564 11:18:42 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ กม. ที่ 277 "แคคตัสอินเทร็นด์" แหละมั้ง จันทราน็อคเทิร์น
(10 พ.ค. 2564 11:18:25 น.)
Blog 84 (D13) มิตรภาพบล็อกแกงค์ Dry strawberry ❤️🤟❤️ของฝากจากเจียงใหม่นะกะเจ้า❤️🤟❤️ เริงฤดีนะ
(7 พ.ค. 2564 20:19:01 น.)
บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ซีรีย์ชุดดวงใจมาเฟีย) บทที่ 2 แสงศรัทธา ณ ปลายฟ้า
(7 พ.ค. 2564 06:54:40 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร

  
unitan Literature Blog ดู Blog
วันนี้มีดราม่าด้วยค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 7 พฤศจิกายน 2563 เวลา:17:57:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Unitan.BlogGang.com

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด