แนะแนวโครงการ เศรษฐศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (B.E. TU)
แนะแนวโครงการ
เศรษฐศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ)
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
(B.E. TU) 

BE TU | aims.co.th

  สำหรับบทความนี้จะมาแนะนำคณะที่มักจะติดอันดับในการมีรายได้สูงสุด  จากการทำสำรวจในหลายสำนักเลยก็ว่าได้ รวมไปถึง สำหรับวิชาในคณะนี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นศาสตร์ที่มีความซับซ้อนและยากเป็นอันดับต้นๆของโลก แต่สำหรับใครที่ค่อนข้างมีความหลงใหลในเรื่องของตัวเลข และการคำนวณ ก็คงจะชื่นชอบและใฝ่ฝันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเด็กๆสายศิลป์ คำนวณ ที่ดูเหมือนอยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นวิทย์ และ ความเป็นภาษา ย่อมจัดอันดับในการเลือกเรียนต่อในคณะนี้เป็นอันดับต้นๆเป็นแน่ ซึ่งนั่นก็คือ คณะเศรษฐศาสตร์นั่นเอง และพิเศษไปมากกว่านั้นคือการแนะนำตัวคณะ เราจะแนะนำในหลักสูตรของอินเตอร์  สำหรับบางคนแค่ได้ยินชื่อก็อาจจะร้องยี้ เพราะว่ามีแต่ตัวเลขล้วนๆ แต่ในความเป็นจริงเศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องที่ค่อนข้างใกล้ตัวของเรามากเลยทีเดียว

    อย่างเช่นเรื่องของพวกดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยเงินฝากซึ่งเราต้องเกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และยิ่งไปกว่านั้นคือการแนะนำตัวคณะ เราจะแนะนำในหลักสูตรของอินเตอร์ ซึ่งนั่นก็คือหลักสูตร Bachelor of Economics หรือที่นิยมเรียกกันทั่วไปว่า “BE” หรือจะเรียกกันให้เข้าใจไปอีกว่า เศรษฐศาสตร์อินเตอร์ มธ  โดยโครงการเปิดรับนักศึกษาภาคการศึกษาแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 นับว่าเป็นหลักสูตรนานาชาติหลักสูตรที่ 3 ของมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (หลังจาก BBA ที่ถูกก่อตั้งขึ้น 3 ปีก่อนหน้านั้นและ SIIT ที่ถูกก่อตั้งขึ้นก่อน BE เพียง 1 ปี)

    และในปีการศึกษา 2552 ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรโดยนักศึกษาสามารถเลือกวิชาหลัก (Major) ให้เลือกถึง 5 สาขา และยังมีวิชารอง (Minor) ให้เลือกตามความชอบอีก 3 สาขา (Finance, Marketing, and Business Cluster) โดยวิชาหลักทั้ง 5 สาขานี้จะเหมือนกับวิชาหลักในหลักสูตรภาคภาษาไทยทุกประการ ซึ่งต่างจากหลักสูตรนานาชาติหลายๆแห่งที่จะมีวิชาหลักให้เลือกน้อยกว่าหรือจะมีวิชาหลักแตกต่างจากหลักสูตรภาคภาษาไทย

    ซึ่งการเรียนหลักสูตรเศรษฐศาสตร์นั้นเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ถือได้ว่าเป็นการเตรียมตัวผู้เรียนสู่โลกของการทำงานที่หลากหลายในปัจจุบันทั้งทางด้านการเงิน การจัดการ การบัญชีและการตลาด ซึ่งผู้เรียนด้านเศรษฐศาสตร์จะมีองค์ความรู้ที่สำคัญในเหตุการณ์ปัจจุบันทั้งสังคมศาสตร์อื่นๆที่สำคัญอันได้แก่ด้านการเมืองการปกครอง สังคมละวัฒนธรรม รวมถึงเหตุการณ์ด้านเศรษฐกิจอีกด้วย  โดยเนื้อหาการเรียนจะเป็นการเรียนเกี่ยวกับการกระทำใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การจัดจำหน่าย และการบริโภค ทั้งสินค้าและบริการ โดยให้ความสำคัญอยู่ที่การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นเอง

หลักสูตร BE ธรรมศาสตร์เป็นอย่างไร และเรียนอะไรบ้าง


โดยหลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต (นานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือB.E. ผู้เรียนจะต้องเรียนทั้งหมด 128 หน่วยกิต

โดยใช้ระบบการศึกษาแบบทวิภาค  1 ปีการศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษาปกติ และเปิดภาคฤดูร้อนเฉพาะรายวิชาเท่านั้น

ซึ่งวิชาที่เปิดนั้นนักศึกษาจะต้องผ่านวิชาบังคับก่อนซึ่งนักศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 เป็นต้นไปจะสามารถเรียนวิชาภาคฤดูร้อนของคณะได้

   ซึ่งการเรียนการสอนจะเป็นไปตามหลักสูตรดังนี้ ภาคการศึกษาที่ 1 เริ่ม

เดือนสิงหาคม – ธันวาคม

ภาคการศึกษาที่ 2 เริ่ม เดือนมกราคม – พฤษภาคม

ภาคฤดูร้อน เริ่มเดือนมิถุนายน – กรกฎาคมซึ่งการเรียนการสอนทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ท่าพระจันทร์

โดยนักศึกษาจะต้องศึกษาวิชาทั่วไปด้านวิทยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 30 หน่วยกิต

วิชาเฉพาะด้านเศรษฐศาสตร์ 68 หน่วยกิต

รวมถึงวิชาโทที่สนใจและวิชาเลือกเสรีอีก 30 หน่วยกิต

วิชาเอก ด้านเศรษฐศาสตร์ ของหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ (นานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 เอกด้วยกัน ได้แก่ 

1.ทฤษฎีและการวิจัยเชิงปริมาณทางเศรษฐศาสตร์ (Theoretical and Quantitative Economics)

2.เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ (Business Economics)

3.เศรษฐศาสตร์การเงินและสกุลเงิน (Monetary and Financial Economics)

4.เศรษฐศาสตร์การเมือง การพัฒนา และภาครัฐ (Public Economics, Development and Political Economics)

5.เศรษฐศาสตร์ทั่วไป (General Economics)

 และผู้เรียนสามารถเลือกเรียน วิชาโท (Minor Areas) ได้ 3 กลุ่มวิชา

ได้แก่ การเงิน การตลาด และกลุ่มวิชาทางธุรกิจ

 วิชาเลือกเสรี ของผู้เรียนเศรษฐศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ สามารถเลือกเรียนในสาขาวิชาของคณะนิติศาสตร์ จิตวิทยา มานุษยวิทยา หรือสาขาวิชาอื่นๆตามความสนใจ

นอกจากนี้ผู้เรียนยังมีโอกาสการไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ได้เช่นกันเพราะเนื่องจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และหลักสูตร BE ได้มีข้อตกลงร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในหลายๆประเทศในการส่งนักเรียนแลกเปลี่ยน (Exchange Program) ระหว่างกัน ในปีการศึกษาหนึ่งจะมีนักเรียนของหลักสูตรไปเรียนที่มหาวิทยาลัยคู่สัญญาประมาณ 40 คน และในขณะเดียวกันก็จะมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยคู่สัญญาส่งนักเรียนมาเรียนที่หลักสูตรปีละประมาณ 40 คน เช่นเดียวกัน โดยมหาวิทยาลัยที่มีการแลกเปลี่ยนอย่างเช่น

1. ประเทศออสเตรเลีย ณ มหาวิทยาลัยโมนาช มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น และมหาวิทยาลัยวอลลองกอง

2.ประเทศแคนาดา ณ มหาวิทยาลัยแมคกิล มหาวิทยาลัยไซมอน ฟลาเซอร์ และมหาวิทยาลัยออตตาวา

3.ประเทศเดนมาร์ก ณ โรงเรียนธุรกิจโคเปนฮาเกน

4.ประเทศฝรั่งเศส ณ โรงเรียนธุรกิจ ICN Nancy

5.ประเทศเยอรมัน ณ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ Schmalkalden

6.ประเทศญี่ปุ่น ณ มหาวิทยาลัยนานาชาติคริสเตียน และมหาวิทยาลัยนิฮอน

7.ประเทศเนเธอร์แลนด์ ณ มหาวิทยาลัยไลเดน และ มหาวิทยาลัยทิลเบิร์ก

8.ประเทศสวีเดน ณ โรงเรียนเศรษศาสตร์สตอกโฮม และมหาวิทยาลัยลินนาส

9.สหรัฐอเมริกา ณ มหาวิทยาลัยรัฐยูทาฮ์ มหาวิทยาลัยฮาวาย วิทยาเขตมาโนอา มหาวิทยาลัยวอชิงตัน มหาวิทยาลัยริชมอนด์ มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย (ทั้ง 8 วิทยาเขต)

มหาวิทยาลัยอิลินอยส์ วิทยาเขตเออร์บานา แชมเปญ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน วิทยาเขตเมดิสัน และ มหาวิทยาลัยเทกซัส วิทยาเขตออสติน 

 โดยคุณสมบัติของนักเรียนแลกเปลี่ยน ต้องมีคะแนนเฉลี่ย GPA 2.85 ขึ้นไป และ TOEFL ไม่ต่ำกว่า 550 ทั้งนี้นักศึกษาต้องแสดงความประสงค์ของความสนใจในการแลกเปลี่ยนโดยการเขียนบทความและทำการสัมภาษณ์ด้วย

นอกจากนี้ ทางหลักสูตร BE มีทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่สอบเข้าศึกษาต่อได้ 5 อันดับแรกที่สมัครโดยการสอบตรงเข้าหลักสูตรเป็นเวลา 1 ภาคการศึกษาและในแต่ละภาคการศึกษา ผู้ที่ทำเกรดเฉลี่ยได้ดีที่สุด 3 ลำดับแรกจะได้ทุนการศึกษา 100% ในภาคการศึกษาต่อไป

โดยทุกปีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะมีทุนการศึกษาให้นักศึกษาหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ (นานาชาติ) ที่มีความรู้ความสามารถด้านวิชาการ 10 ทุนต่อปี โดย 3 ทุนจะเป็นทุนเต็มช่วยเหลือทางการเงิน และ 12 ทุน เป็นทุนช่วยเหลือทางการเงินบางส่วน

โดยทั้งหมด128 หน่วยกิต แบ่งออกเป็นดังนี้ 
1) วิชาศึกษาทั่วไป             30 หน่วยกิต
2) วิชาเฉพาะสาขา             68 หน่วยกิต
2.1)  วิชาบังคับ                      35 หน่วยกิต
2.2)  วิชาเฉพาะด้าน                      30 หน่วยกิต*
2.3)  วิชาสัมมนา                       3 หน่วยกิต
3) วิชาโทหรือวิชาเลือกนอกคณะ   24 หน่วยกิต
4) วิชาเลือกเสรี   6 หน่วยกิต

จบมาแล้วเป็นอะไรได้บ้าง

สำหรับการเรียนในวิชาชีพหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ)
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ B.E. นั้น สามารถนความรู้ที่ได้จากภาควิชานี้ไปใช้ในการทำงานได้อย่างกว้างขวางอย่างเช่น งานในด้านการเงินและธนาคาร อาทิ นักเศรษฐศาสตร์ นักวิจัย  พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย,พนักงานธนาคารพาณิชย์  ที่ปรึกษาการลงทุน นักวิเคราะห์นโยบาย นักวิเคราะห์การขาย นักวิเคราะห์การลงทุน นักธุรกิจ สื่อสารมวลชน ข้าราชการ นักการเมือง หรือ ประกอบอาชีพอิสระ

เรียนโครงการ B.Eธรรมศาสตร์  ใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

นักศึกษาโครงการเศรษฐศาสตร์ (นานาชาติ) มีค่าใช้จ่ายประมาณเฉลี่ย 75000บาท คิดเป็น 150,000 บาท ต่อปี รวม600,000บาทในระยะเวลา 4 ปีตลอดการศึกษา


ถ้าอยากเข้าโครงการBE TUต้องทำอย่างไร

ผู้สมัครเข้าศึกษาในหลักสูตร BE จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

1.       ต้องจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ( สำหรับนักเรียนในประเทศไทย )

2.       นักเรียนที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ ต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง 

3.       พิจารณาคัดเลือกจากผลคะแนน SAT I หรือหากไม่มี สามารถสมัครสอบคัดเลือกโดย
ข้อสอบของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ (ข้อสอบประกอบด้วยวิชาคณิตศาสตร์ และวิชาภาษาอังกฤษ)

โดยการยื่นคะแนนจะต้องมี

1.       ต้องมีคะแนนการสอบข้อเขียนอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
      -. คะแนน SAT I : Critical Reading + Math ตั้งแต่ 1100 คะแนนขึ้นไป 
        และ Math ตั้งแต่ 620 คะแนนขั้นไป

     - ข้อสอบข้อเขียนของคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์และสถิติ  
          หรือ คะแนน SAT I (Mathematics) 620 คะแนนขึ้นไป
       และผลสอบทางด้านภาษาอังกฤษอย่างเช่น                                                                          
       ข้อเขียนของคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ หรือ

       ผลคะแนน TU - GET ตั้งแต่ 550 คะแนนขึ้นไป หรือ
       ผลคะแนน TOEFL ตั้งแต่ 550 คะแนนขึ้นไป ( CBT > 213 / IBT > 79 ) หรือ
       ผลคะแนน IELT ตั้งแต่ 6.0 คะแนนขึ้นไป

       * ผลคะแนนทางการของ TOEFL/IELT/TU-GET จะต้องไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายของการสมัคร B.E.

      * สำหรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ จะต้องมีจดหมาย Reccommendation จำนวน 2 ฉบับ

โดยแนวข้อเขียนของข้อสอบทางคณิตและอังกฤษจะออกคร่าวๆดังนี้

       Mathematics and Statistic มีทั้งหมด 36ข้อ มีอยู่ 2 part

Part 1: เป็น multiple choice 30ข้อ   คิดคะแนน ข้อละ 3คะแนน ถ้าตอบผิด ลบ1 คะแนนส่วนนี้เต็มได้ 90 คะแนน

Part 2: เป็นอัตนัย เขียนวิธีทำ 6ข้อ  ข้อละ 20 คะแนน ตอบผิดไม่หักคะแนนคะแนนส่วนนี้ได้เต็ม 120 คะแนน

รวม 210 คะแนน

เนื้อหาจะเป็นคณิตม.ปลายทั่วๆไป ตั้งแต่ เซต กราฟ ความน่าจำเป็น ฟังชั่น ฯลฯ แล้วก็เป็น word problem ซะส่วนใหญ่ ห้ามใช้เครื่องคิดเลข 

ส่วนEnglish Comprehension Test 

มีอยู่ 3 part เหมือนข้อสอบ tu get เป็น choice หมดเลย 100ข้อ 100คะแนน (ข้อละคะแนน)
Part 1: writing เป็น error identification หรือ เติมคำในช่องให้ถูกหลัก 25ข้อ
Part 2: vocabulary เป็นเติมศัพท์กับหาศัพท์ที่ความหมายใกล้เคียง 25ข้อ
Part 3: reading  50ข้อศัพท์ส่วนมากจะออกในเชิงเนื้อหาเชิงธุรกิจและเศรษฐกิจ

โครงการBE TU เปิดรับสมัครช่วงไหน

เปิดรับสมัครช่วงพฤศจิกายน  และถ้าเลือกสอบข้อสอบของมหาวิทยาลัยจะต้องสอบ ช่วงกลางธันวาคม โดยต้องยื่นผลคะแนนการทดสอบภาษาอังกฤษ ตัวจริงช่วงกลางเดือนมกราคมและ  ประกาศผู้มีสิทธิสัมภาษณ์ต้นกุมภาพันธ์  สัมภาษณ์ กลางกุมภาพันธ์ ผู้สนใจศึกษาต่อสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.be.econ.tu.ac.th/ โดยในแต่ละปีจะรับนักศึกษาประมาณ 150 คน และมีการศึกษาที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

สามารถปรึกษาเรื่องการแนะแนวการศึกษาต่อในหลักสูตรอินเตอร์ได้ที่ 

แนะแนวเรื่องการศึกษาต่อ และged by pure

https://1ab.in/PC2
 



Create Date : 30 มกราคม 2564
Last Update : 30 มกราคม 2564 1:58:55 น.
Counter : 444 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
การตรวจภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีนจำเป็นไหม? ผู้ชายในสายลมหนาว
(15 ก.ค. 2564 16:44:45 น.)
ไดอารี่ได้ศัพท์ Ep.12 อ่านผิด toor36
(14 ก.ค. 2564 00:01:17 น.)
วรรคทองในวรรณคดี อาจารย์สุวิมล
(17 มิ.ย. 2564 22:22:39 น.)
ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ จ.พิษณุโลก สองแผ่นดิน
(8 มิ.ย. 2564 22:59:24 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Tutorbypuri.BlogGang.com

ทากิ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]

บทความทั้งหมด