แนะแนวหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ สอง สถาบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TEP TU)
แนะแนวหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ สอง สถาบัน(Twinning Engineering Program)มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TEP TU)

TEP-TEPE, Faculty of Engineering,
   หลักสูตร TEP ถือเป็นโครงการทางวิศวกรรมศาสตร์หลักสูตรแรกๆที่เริ่มทำการสอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และยิ่งไปกว่านั้นคือการเปิดทำการเรียนการสอนในหลักสูตร 2 ปริญญากับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งเรามักจะเรียกติดกันบ่อยๆว่า TEP-TEPE แต่ในความเป็นจริงแล้วสองโครงการนั้นแยกกัน จึงขออนุญาตแยกแนะแนวแต่ละโครงการไป โดยจะขอเริ่มกับโครงการ Tep ก่อนนะคะ

    สำหรับหลักสูตรTEP นั้นมาจากชื่อเต็ม ว่า Twinning Engineering Program ซึ่งดูจากชื่อก็พอจะเดาได้ว่าเป็นโครงการสองโปรแกรมทางด้านวิศวกรรมศาสตร์  โดยสองโปรแกรมในที่นี้คือการเรียนการสอนแบบที่เรียกว่า  double degree หรือการเรียนในลักษณะสองปริญญา คือมีการเรียนที่มหาวิทยาลัย ศูนย์รังสิตในช่วงปี หนึ่ง และปีสอง ซึ่งเนื้อหาที่จะเรียนก็จะมีทั้งวิชาทั่วไป และวิชาพื้นฐานในแต่ละเอก ซึ่งมีการเรียนการสอนทั้งหมด5 ห้าเอก คือ

เอกวิศวกรรมไฟฟ้า

วิศวกรรมเคมี

วิศวกรรมโยธา

วิศวกรรมเครื่องกล 

วิศวกรรมอุตสาหการ

    และเมื่อจบปีที่สอง นักศึกษาจะต้องมีเกณฑ์ในการสอบผลการศึกษาทั้งภาษาอังกฤษ และผลการคึกษาที่พึงประเมินร่วมด้วย โดยการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจะเป็นหลักสูตรร่วมกับสองมหาวิทยาลัยชั้นนำทางด้านวิศวกรรมศาสตร์สองมหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัย

University of Nottingham ประเทศอังกฤษ

และ University of New South Wales ประเทศออสเตรเลีย

   ซึ่งเมื่อจบการศึกษาแล้วผู้ศึกษาจะได้รับวุฒิการศึกษาวิศวกรรมศาตรบัณฑิต (วศ.บ.) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และ Bachelor of  Engineering จาก University of Nottingham หรือ University of New South Wales

  ซึ่งระยะเวลาในการเรียนนั้นจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือในส่วนการเรียนปริญญาตรีในประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2ปี  และที่ประเทศอังกฤษ มหาวิทยาลัยน็อตติ้งแฮม  หรือมหาวิทยาลัยนิวเซ้าท์เวล ประเทศออสเตรเลีย อีก 2ปี โดยหน่วยกิตนั้นจะแบ่งออกเป็นย่อยๆ ตามเอกที่ศึกษา

สำหรับเอกวิศวกรรมไฟฟ้าจะมี 139 หน่วยกิต

วิศวกรรมเคมี และวิศวกรรมอุตสาหการนั้นจะเรียนกันที่144 หน่วยกิต

ส่วนเอกวิศวกรรมเครื่องกล และ วิศวกรรมโยธานั้นจะเรียน145 หน่วยกิต

   โดยการจัดการเรียนการสอนจะมีการจัดในระบบทวิภาค  แบ่งเวลาศึกษาในแต่ละปีเป็น 2 ภาคการศึกษาปกติ  ซึ่งเป็นภาคการศึกษาที่บังคับ  คือภาคหนึ่งและภาคสอง โดยแบ่งเวลาการศึกษาในปีหนึ่งๆ มีระยะเวลาการศึกษา 16 สัปดาห์ เป็นรายวิชาภาคทฤษฎี (บรรยาย) 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เรียนวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. วิชาละไม่เกิน 45 ชั่วโมง  และรายวิชาภาคปฏิบัติ (ทดลอง) 2 หรือ 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เรียนวันจันทร์ ถึง เสาร์ เวลา 09.30 – 16.30 น. วิชาละไม่เกิน 30 – 35 ชั่วโมง แบ่งเป็นภาคการศึกษาที่ 1เดือน มิถุนายน – กันยายน และภาคการศึกษาที่ 2 เดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์

หลักสูตรฺ TEP TU เป็นอย่างไร และเรียนอะไรบ้า
สำหรับหลักสูตรของ TEP TU นั้น จะแบ่งออกเป็นย่อยๆ5เอกเอกวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเคมี และวิศวกรรมอุตสาหการนั้นจะเรียนกันที่144 หน่วยกิต ส่วนเอกวิศวกรรมเครื่องกล และ วิศวกรรมโยธานั้นจะเรียน145 หน่วยกิต  ซึ่งแบ่งออกดังนี้
วิศวกรรมเคมี 144หน่วยกิต

วิศวกรรมเครื่องกล 145หน่วยกิต



วิศวกรรมโยธา    145 หน่วยกิต  



วิศวกรรมอุตสาหการ 144 หน่วยกิต


วิศวกรรมไฟฟ้า 139 หน่วยกิต


จบมาแล้วเป็นอะไรได้บ้าง

สำหรับการเรียนในโครงการTEP ที่มีหลายเอกนั้นจะขอแบ่งออกเป็นเอกย่อยๆดังนี้สำหรับ  วิชาชีพด้านวิศวกรรมเคมี นั้นสามารถประกอบอาชีพ อย่างเช่น วิศวกรกระบวนการผลิต (Production Engineer) วิศวกรออกแบบกระบวนการผลิต (Design Engineer) ,นักวิชาการในองค์กรราชการและเอกชน, นักวิเคราะห์โครงการ,ผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีและกระบวนการทางเคมี, วิศวกรความปลอดภัยกับงานสิ่งแวดล้อม, นักวิชาชีพในสถานประกอบการที่มีการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางเคมีและเครื่องมือวิเคราะห์ต่าง ๆ , งานด้านบำบัดสิ่งแวดล้อม ทั้งในอากาศและในน้ำ, การปิโตรเลียมฯ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ฯลฯ

 ส่วนวิชาชีพด้านวิศวกรรมเครื่องกล นั้นสามารถประกอบอาชีพได้ อย่างเช่น วิศวกรเครื่องกล โดยสามารถออกแบบ ควบคุม และซ่อมบำรุงเครื่องจักรกล ควบคุมการผลิตและกระบวนการต่างๆในโรงงานอุตสาหกรรม ออกแบบและควบคุมงานระบบต่างๆ เช่น ระบบปรับอากาศ ระบบ การลำเลียงน้ำในอาคาร รวมทั้งการวิเคราะห์และปรับปรุงการใช้พลังงานในโรงงาน อาคาร และหน่วยงานต่างๆ ได้ , นักวิจัยในสาขาวิศวกรรมเครื่องกลและสาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น พลังงาน อากาศยาน หุ่นยนต์ หรือ ครูอาจารย์ในสถาบันการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

และวิชาชีพด้านวิศวกรรมโยธานั้นสามารถประกอบอาชีพได้ อย่างเช่น วิศวกร,นักวิชาการ, ที่ปรึกษาโครงการ,ผู้บริหารโครงการ, นักวิจัย

วิชาชีพทางด้านอุตสาหการนั้นสามารถประกอบอาชีพได้ อย่างเช่น วิศวกรในส่วนต่างๆ ภาคการผลิต, วิศวกรในส่วนต่างๆ ภาคการบริการ,ผู้วิจัย หรือผู้ช่วยวิจัย, นักวิเคราะห์และออกแบบระบบการทำงาน ,งานด้านการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ,งานทางด้านการเงิน, งานทางด้านการวางแผนการผลิต

และสุดท้ายงานทางด้านวิชาชีพวิศวกรรมไฟฟ้านั้นสามารถประกอบอาชีพได้ อย่างเช่น ทำงานกับบริษัททางด้านระบบไฟฟ้า ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบงานคอมพิวเตอร์ ระบบการสื่อสารและโทรคมนาคม เช่น โทรศัพท์ วิทยุ ดาวเทียม  หรือทำงานใน บริษัทผู้ผลิตแผงวงจรไฟฟ้า วงจรหรือชิ้นส่วนทางอิเล็กทรอนิกส์  รวมไปถึงบริษัทผู้ผลิตกระแสไฟฟ้า ผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ การไฟฟ้าฯ ทั้งส่วนนครหลวงและภูมิภาค

เรียนโครงการ TepTU ใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

โครงการนี้เป็นโครงการภาคพิเศษค่าใช้จ่ายจะแบ่งออกเป็น ค่าเทอมสำหรับการเรียนช่วงชั้นปีที่1-2 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตกประมาณเทอมละ80,000บาทต่อเทอม ตกสี่เทอมจะประมาณ320,000บาทโดยค่าใช้จ่ายนี้ยังไม่นับรวมค่าใช้พวกการกินอยู่อื่นๆเช่นค่าหอพัก หรือว่าค่าใช้จ่ายปลีกย่อย อย่างอาหาร ข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ 

ส่วนค่าใช้จ่ายในส่วนที่สองจะแบ่งออกเป็นในกรณีที่นักศึกษาเลือกไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Nottingham ประเทศอังกฤษ ค่าเรียนจะตกอยู่ที่ ประมาณ  18,210ปอนด์ต่อปีหรือประมาณ1,000,285บาท แต่นักศึกษาจะมีสิทธิได้รับส่วนลดประมาณ25เปอร์เซ็นต์ จะเหลือ  13,675ปอนด์ต่อปี หรือประมาณ 751,175บาท ส่วนค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอย่างเช่นหอพัก ค่าอาหาร จะตกรวมอยู่ประมาณ10,000ปอนด์ต่อปีหรือประมาณ5แสนกว่าบาท

ซึ่งเฉลี่ยรวมกันทั้งค่าเรียนและค่าอื่นจะตกอยู่ประมาณ 28,210ปอนด์ หรือ ประมาณ1,549,590บาท ต่อปีแต่ถ้าได้รับการลด25เปอร์เซ็นต์จะตกอยู่ประมาณ 1,300,480บาท สองปี คิดเป็น56,420  ปอนด์ หรือ 3,099,181 บาทแต่ถ้าได้รับการลด25เปอร์เซ็นต์จะตกอยู่ประมาณ47,351 ปอนด์ หรือ 2,601,016บาท  ตลอดหลักสูตร จะประมาณ เกือบๆสามล้านบาทใน

กรณีที่นักศึกษาเลือกไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย New South Wales ประเทศออสเตรเลียค่าเรียนจะตกอยู่ที่ ประมาณ  36,380ดอลล่าห์ออสเตรเลียต่อปีหรือประมาณ945,523บาท แต่ ส่วนค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอย่างเช่นหอพัก ค่าอาหาร จะตกรวมอยู่ประมาณ27,000ดอลล่าห์ออสเตรเลียต่อปีหรือประมาณ7แสนกว่าบาท ซึ่งเฉลี่ยรวมกันทั้งค่าเรียนและค่าอื่นจะตกอยู่ประมาณ 63,380ดอลล่าห์ออสเตรเลีย หรือ ประมาณ1,647,259บาทต่อปี สองปี คิดเป็น126,760ดอลล่าห์ออสเตรเลีย หรือ 3,294,518 บาท ตลอดหลักสูตร จะประมาณ เกือบๆสามล้านกว่าบาท

ถ้าอยากเข้าโครงการ TEP TU ต้องทำอย่างไร

   1.   ต้องสำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายสามัญ เน้นวิทย์ - คณิต

2 เกณฑ์การใช้เกรดเฉลี่ยรวม 5 ภาคเรียนในรายวิชา Mathematic และ Science ได้ไม่ต่ำกว่า 3.00 หรือตั้งแต่ 70% ขึ้นไป

เกณฑ์การใช้คะแนนมาตรฐานในการยื่นสมัครสอบ ซึ่งผู้ที่สมัครด้วยเกณฑ์นี้จะต้องมีผลคะแนนผ่านเกณฑ์ 3 กลุ่มคือ

1  กลุ่ม Mathematics ผู้สมัครต้องเลือกยื่นคะแนน 1 ข้อจากแบบทดสอบที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้
คะแนนสอบ PAT 1 ไม่ต่ำ 35%
คะแนนสอบ SAT II: Math (Level 1 or 2) ไม่ต่ำกว่า 600
คะแนนสอบ GCSE หรือ IGCSE ในวิชา Math ไม่ต่ำกว่า B
คะแนนสอบ GCE A Level หรือ GCE AS Level  ในวิชา Math ไม่ต่ำกว่า C
คะแนนสอบ IB Diploma: Math ไม่ต่ำกว่า 5
คะแนนสอบ GED: Math ไม่ต่ำกว่า 650
คะแนนสอบ AP: Calculus AB ไม่ต่ำกว่า เกรด 3

2  กลุ่ม Science ผู้สมัครต้องเลือกยื่นคะแนน 1 ข้อ จากแบบทดสอบที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้
คะแนนสอบ PAT 2 ไม่ต่ำกว่า 35%
คะแนนสอบ SAT II: Physic หรือ Chemistry ไม่ต่ำกว่า 600
คะแนนสอบ GCSE หรือ IGCSE ในวิชา Physic, Chemistry หรือ Coordinated Science ไม่ต่ำกว่า B
คะแนนสอบ GCE A Level หรือ GCE AS Level ในวิชา Physics หรือ Chemistry ไม่ต่ำกว่า B
คะแนนสอบ IB Diploma: Physic หรือ Chemistry ไม่ต่ำกว่า 5
คะแนนสอบ GED: Science ไม่ต่ำกว่า 650
คะแนนสอบ AP: Physic หรือ Chemistry ไม่ต่ำกว่า เกรด 3

3 กลุ่ม English ผู้สมัครต้องเลือกยื่นคะแนน 1 ข้อ จากแบบทดสอบที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้
คะแนนสอบ IELTS ไม่ต่ำกว่า 5.0 โดยในแต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 4.0
คะแนนสอบ TOEFL iBT ไม่ต่ำกว่า 61
คะแนนสอบ TU-GET ไม่ต่ำกว่า 450
คะแนนสอบ CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 60
คะแนนสอบ SAT Critical Reading ไม่ต่ำกว่า 400

สามารถปรึกษาเรื่องการแนะแนวการศึกษาต่อในหลักสูตรอินเตอร์ได้ที่ 

แนะแนวเรื่องการศึกษาต่อ และged by pure

https://1ab.in/PC2






Create Date : 30 มกราคม 2564
Last Update : 30 มกราคม 2564 21:49:39 น.
Counter : 328 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
爱的考验 Ài de kǎoyàn ทดสอบรักแท้ Kavanich96
(20 ก.ค. 2564 05:04:58 น.)
ประวัติพระธรรมพัชรญาณมุนี (ฌอน ชิเวอร์ตัน ชยสาโร) นายแว่นขยันเที่ยว
(19 ก.ค. 2564 00:01:53 น.)
ไดอารี่ได้ศัพท์ Ep.11 แซนบล็อก toor36
(3 ก.ค. 2564 00:01:35 น.)
很特别 Hěn tèbié คนสุดพิเศษ Kavanich96
(28 มิ.ย. 2564 16:34:31 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Tutorbypuri.BlogGang.com

ทากิ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]

บทความทั้งหมด