เจตนารมณ์หนังสือ ผู้พิพากษาตั้งตุลาฯ
 
  เพื่อให้เห็นเจตนารมณ์ผู้ทำหนังสือธรรมะเล่มนี้  ดูคำกล่าวนำสักเล็กน้อย (ตัดมา) 

คำกล่าวนำ

   กระผมได้มาคิดกับคุณหญิง...ว่า   ในโอกาสที่จะมีการพระราชทานเพลิงศพ (อดีตประธานศาลฎีกา-อดีตองคมนตรีท่านหนึ่ง) อีก ๒-๓ เดือนข้างหน้า น่าจะมีธรรมะดีๆสักเรื่องหนึ่ง เพื่อจะได้จัดทำหนังสือเป็นที่ระลึก แล้วก็มีความเห็นพ้องต้องกันว่า น่าจะได้ฟังธรรมะจากพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณเอง ส่วนหัวข้อก็แล้วแต่ท่านจะเห็นสมควร

   ถ้าถามความประสงค์ก็คือ  อยากจะให้เป็นเรื่องธรรมะที่ผู้พิพากษาทั้งหลาย ควรจะยึดถือไว้ให้มั่นคงในจิตใจ เพราะว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว กระผมเอง โดยส่วนตัวนั้นมีความรู้สึกว่า เรื่องของธรรมะไม่ใช่เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายอย่างที่คิด  บางครั้ง ก็สับสน และบางครั้งก็ไม่แน่ใจว่าอะไรกันแน่ที่ควรจะยึดถือ จึงได้ถือโอกาสมากราบนิมนต์ท่านไว้ ซึ่งก็ได้รับความกรุณาที่ได้รับการนัดหมายในวันนี้  สุดแต่พระเดชพระคุณท่านจะเห็นสมควร.



                                                   ภาพผู้ตัดสินอรรถคดี  ปิดตาทั้งสองข้าง ไม่เห็นหน้าใคร  มือซ้ายถือคันชั่ง  มือขวาถือดาบอาญาสิทธิ์  

(ตัดมาพอเห็นเค้า)

ผู้พิพากษา  ตั้งตุลาให้สังคมสมในดุล
       
    อาตมภาพขออนุโมทนาที่คณะโยม  มีคุณหญิงเป็นผู้นำ   ได้มาเยี่ยมเยือนที่วัด   การที่อาตมภาพได้รับนิมนต์ให้แสดงธรรมในวันนี้  อาจะเรียกว่าเป็นการสนทนากันในเรื่องธรรมะที่เกี่ยวกับงานตุลาการ หรือ ในเรื่องของผู้พิพากษา
ฯลฯ
   ในการพบกันวันนี้นั้น   ตัวอาตมภาพเองไม่ได้คิดไว้ว่าจะพูดเรื่องอะไร   แต่มองไปในแง่ที่นึกว่าท่านจะมาถามปัญหาอะไร   จึงคิดว่าจะเป็นไปในรูปของการถาม-ตอบ  หมายความว่า  ท่านมีคำถามเกี่ยวกับธรรมะในแง่ที่เกี่ยวกับวงการตุลาการ   หรือเกี่ยวกับเรื่องของตุลาการหรือแม้กระทั่งเกี่ยวกับนิติศาสตร์   เกี่ยวกับกฎหมายอะไรต่างๆ    จะตั้งคำถามอะไรขึ้นมาก็ได้   รู้สึกว่าจะมีแง่ดี  ที่ว่าจะตรงกับจุดสนใจ  ไม่ว่าจะมีอะไรที่เป็นเรื่องซึ่งยังสงสัย   เป็นจุดที่ค้างอยู่ในใจของวงการตุลาการในเรื่องเกี่ยวกับธรรมะ    จะเป็นจุดที่มีความสำคัญก็ดี    หรือเป็นจุดค้างใจหรือสงสัย  ก็ดี    ในแง่นั้น  อาจเป็นประโยชน์  ไม่ทราบท่านจะเห็นเป็นอย่างไร   ถ้าจะพูดในรูปที่คล้ายๆว่ามาสนทนากัน
 
   ตกลง  ท่านว่าให้กล่าวไปเรื่อยๆ   ถ้าว่าไปเรื่อยๆ ก็พูดถึงหลักธรรมเบื้องต้นก่อน (ปัญญา กับ เจตนา)

 
ปกหลัง

   ธรรมะสำหรับผู้พิพากษา ก็คือธรรมะอันเดียวกับที่รักษาชีวิต และสัมคมมนุษย์ ที่ต้องใช้สำหรับทุกคนนั่นเอง  แต่ผู้พิพากษา  เป็นแบบอย่างในเรื่องนี้  เพราะถือว่าผู้พิพากษา เป็นตุลา คือเป็นตราชูของสังคม

   ในการที่จะรักษาสังคมไว้นั้น   ท่านผู้พิพากษาเป็นแบบอย่างในขั้นปฏิบัติการเลยทีเดียวว่า เราจะต้องรักษาสังคมให้อยู่ดี มีความสุขความเจริญโดยเฉพาะมีความมั่นคงอยู่ได้ ด้วยความเป็นธรรมที่ตั้งอยู่บนฐานของจิตใจที่มีพรหมวิหาร ๔ ประการ อันมีอุเบกขาลงไปอยู่ในธรรม ที่ปัญญาบอกให้แล้ว ก็ออกสู่ปฏิบัติการด้วยสมานัตตตา ซึ่งเป็นที่แสดงออกของอุเบกขา แล้วก็มั่นใจแน่ว่าแนบสนิทอยู่กับธรรม

https://static.wixstatic.com/media/5c5371_edd4cdb0b8c74980945341fc619fd15b~mv2.jpg/v1/fill/w_814,h_1085,al_c,q_90/5c5371_edd4cdb0b8c74980945341fc619fd15b~mv2.webp

https://www.facebook.com/photo/?fbid=3051532671604974&set=a.585211744903758

 



Create Date : 21 ตุลาคม 2564
Last Update : 7 มีนาคม 2565 18:19:13 น.
Counter : 297 Pageviews.

0 comments
การลงทุน ทำกำไรทางธรรม ปัญญา Dh
(12 พ.ค. 2565 02:48:52 น.)
ขีดจำกัด ปัญญา Dh
(9 พ.ค. 2565 20:00:41 น.)
ถูกโกหก นาฬิกาสีชมพู
(8 พ.ค. 2565 08:03:46 น.)
จริงใจ ซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่อความถูก ปัญญา Dh
(7 พ.ค. 2565 03:43:21 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Samathijit.BlogGang.com

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]

บทความทั้งหมด