World War Z บันทึกแห่งผู้รอด



ผมเสพเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามมากมาย ไม่ว่าจะผ่านตัวหนังสือ รูปภาพ แม้กระทั่งภาพยนต์ ยิ่งเสพมากยิ่งเข้าใจเรื่องราวที่มาที่ไปของสงคราม แม้จะต่างกรรมต่างวาระแต่สาเหตุและแรงขับหาได้ต่างกัน สงครามล้วนแล้วเกิดจากมนุษย์ อาจมีแรงขับอื่นๆเป็นตัวช่วย ไม่ว่าจะเป็น อำนาจ แหล่งวัตถุดิบ เงินตรา เป็นอาทิ แล้วหากสงครามเป็นสงครามที่ไม่ได้เกิดจากมนุษย์ล่ะ และแรงขับเหล่านั้นไม่ใช่ อำนาจ แหล่งวัตถุดิบ หรือเงินตราล่ะ แรงขับนั้นมีเพียงหนึ่งคือ เปลี่ยนคนเป็น ให้กลายเป็นคนตายไม่ยอมตายล่ะ คุณจะทำอย่างไร


แม็กซ์ บรูกส์ บอกเล่าเรื่องราวของสงครามโลกครั้งนี้ ผ่านตัวละครเอกที่เดินทางไปครึ่งค่อนโลกเพื่อบันทึกคำพูดและเรื่องเล่าจาก “ผู้รอด” แห่งมหาสงครามโลก เพียงแต่สงครามนี้ไม่ได้เป็นการพุ่งรบระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ แต่เป็นมนุษย์ต่างหากที่ถูกโจมตีจากคนตายไม่ยอมตาย หรือ ซอมบี้ บันทึกแห่งผู้รอดนี้เริ่มต้นตั้งแต่จุดกำเนิดแห่งมหาสงคราม ไล่เรียงไปทั่วโลก ทุกสมรภูมิที่มีการปะทะระหว่างคนและคนตายไม่ยอมตาย หนักบ้างเบาบ้างตามแต่การระบาดจะไปถึง การระบาดของเชื้อซอมบี้ส่งผ่านไปทั่วทุกพื้นที่เท่าเทียมกัน เพียงแต่การระบาดจะหนักหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศและการป้องกันของคนในพื้นที่


บันทึกเล่มนี้ ไม่ต่างจากบันทึกที่เกิดขึ้นหลังการสิ้นสุดสงครามต่าง ๆ ไม่ว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือ 2 บันทึกเหล่านั้นบอกเล่าแง่มุมเกี่ยวข้องสลับมุมมองกันไป ดีบ้างร้ายบ้าง ที่มาที่ไปของสงคราม บันทึกแห่งผู้รอดเล่มนี้ก็ดุจเดียวกัน กล่าวถึงที่มา ต้นกำเนิดแห่งซอมบี้ตนแรกที่เริ่มอาละวาดจากมุมเล็กๆแห่งจีนแผ่นดินใหญ่ จนเรื่องราวบานปลาย ลุกลามราวทิชชู่ต้องไฟ กลายเป็นมหาสงครามโลกซอมบี้ มนุษย์มีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดเสมอ ขอเพียงเวลาให้ตั้งหลักและคิดค้นวิธีรับมือ ในบันทึกเล่มนี้นอกจากจะบอกเล่าถึงการอยู่รอด และป้องกันตัวของผู้คนแต่ละกลุ่มแต่ละพื้นที่ แต่ยังมีเรื่องเล่าที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกหึกเหิม รู้สึกเศร้าน้ำตาคลอ รู้สึกระลึกถึงความเสียสละต่างๆเหล่านั้น บันทึกยังบอกกล่าวถึงวันที่มหาชนเริ่มรับรู้เรื่องราวโดยถ้วนทั่ว เรื่องราวการพุ่งรบครั้งใหญ่ การพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงของมนุษยชาติ จนวันที่ชัยชนะได้ตกเป็นของผู้รอดทั้งหลาย


ขณะอ่านบันทึกเล่มนี้ ผมไม่เพียงรู้สึกอินไปกับหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างสงคราม ผมยังรู้สึกได้ว่า แม็กซ์ บรูกส์ ถ่ายทอดเบื้องลึกของจิตใจมนุษย์ออกมาได้ราวกับพิมพ์เขียว เสียดสี เย้ยหยัน ชมเชย ยกย่อง ทุกอย่างล้วนมีในตัวมนุษย์ทุกคน อีกอย่างที่ผมคิดว่าผู้เขียนทำได้ดีคือ การเข้าไปแตะวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ที่บันทึกกล่าวถึง ถูกถ่ายทอดออกมาได้ชัดเจน แม้กระทั่งเรื่องเสียดเย้ยของแต่ละวัฒนธรรมผู้เขียนก็ถ่ายทอดออกมาได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในโลกปัจจุบันในพื้นที่นั้น
สิ่งสำคัญที่สุดหลังจากสงครามโลกซอมบี้ 1 ผ่านไปแล้วนั้น คือผู้คนที่เหลือรอด ลงมือทำอะไรบ้างเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่ตัวประสบพบเจอมาให้กับคนรุ่นถัดไป ให้เตรียมตัวรับมือหากเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งไม่มีใครจะกล้าเสนอหน้ารับประกันหรอกว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก อย่างที่ผมเขียนไว้ที่บรรทัดก่อนหน้าว่า มนุษย์มีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดเสมอ ขอเพียงเวลาให้ตั้งหลักและคิดค้นวิธีรับมือ ในขณะเดียวกัน มนุษย์ก็ยังมีสันดานลืมเรื่องเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นและพร้อมจะทำมันให้เกิดขึ้นอีกครั้งเช่นกัน ไม่อย่างนั้นโลกคงไม่ได้รู้จักสงครามโลกครั้งที่ 2



อ่านบันทึกเล่มนี้ซะ แล้วคุณจะรอดถ้าเกิดสงครามโลกซอมบี้ครั้งที่ 2 ในยุคคุณ





Create Date : 14 มิถุนายน 2555
Last Update : 14 มิถุนายน 2555 14:27:09 น.
Counter : 6655 Pageviews.

10 comments
"เกษตร"ระดมช่วยประชาชนน้ำท่วม สมาชิกหมายเลข 3402302
(16 ก.ย. 2564 18:54:52 น.)
ภพผูกรัก บทที่ 4/2 lovereason
(16 ก.ย. 2564 09:15:52 น.)
เรื่องราวของ คำว่า "อัศวิน" อาจารย์สุวิมล
(11 ก.ย. 2564 13:25:46 น.)
จุติภูต : ศรีทอง ลดาวัลย์ สามปอยหลวง
(7 ก.ย. 2564 09:51:28 น.)
  
อาจไม่เกี่ยวกันนัก
แต่จู่ๆก็คิดถึงประโยคนึงจากหนังสือเรื่อง 1Q84 ขึ้นมาได้ค่ะ
ตัวละครตัวนึงพูดขึ้นว่า "โลกนี้คือการต่อสู้อันไม่มีวันจบสิ้น ของความทรงจำหนึ่งกับความทรงจำฝ่ายตรงข้าม"

บางครั้งคนเราก็พร้อมที่จะลืมเรื่องราวต่างๆ-อาจแกล้งไ่ม่สนใจ,ทำเป็นไม่แยแส จนในที่สุด วันนึง มันก็กลายเป็นเรื่องที่ลืมเลือนไปแล้วจริงๆ

นี่อาจเป็นเหตุผลรองรับให้คนเรามักทำผิดซ้ำซาก แน่นนอน-ความผิดอาจเปลี่ยนรูปแบบ แต่แก่นแท้ยังคงเดิม วนเวียนอย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จบสิ้น
โดย: le temps วันที่: 14 มิถุนายน 2555 เวลา:15:39:01 น.
  
เป็นจริงครับ
ไม่ว่าความผิดแต่หนหลัง ผลของมันยิ่งใหญ่และน่ากลัวเพียงใด มนุษย์พร้อมจะทำผิดซ้ำเดิม แม้จะมีบางกลุ่มคนพยายามหาทางป้องกันแก้ไข
แต่เมื่อความผิดนั้นเกิดจากเผ่าพันธุ์เดียวกันที่เรียกว่ามนุษย์ ทั้งมวลมนุษย์จึงต้องร่วมรับรู้ด้วยกัน เฉกเช่นสงครามโลกทั้งสองครั้งที่ผ่านมา

โดย: i.am.Victor วันที่: 14 มิถุนายน 2555 เวลา:16:26:07 น.
  
ขอบคุณที่เข้าไปเม้นท์ในบล็อคค่ะ เรื่องนี้จดไว้ในลิสต์แล้วล่ะ ยังไงก็จะต้องอ่านให้ได้
โดย: le temps วันที่: 27 มิถุนายน 2555 เวลา:13:32:33 น.
  
อ่านจบ แวะมาหล่นคอมเมนต์อีกหน่อยนะครับ
โดย: i.am.Victor วันที่: 27 มิถุนายน 2555 เวลา:17:43:05 น.
  
นึกจะว่าจะอัพเรื่อง โปรดจงโอบกอดฉันเอาไว้ :)
โดย: grappa IP: 58.9.240.13 วันที่: 27 มิถุนายน 2555 เวลา:20:20:45 น.
  
พอดีเล่มนั้นผมยังเรียบเรียงคำพูดไม่โดนใจ เลยยังไม่ได้อัพครับ
โดย: i.am.Victor วันที่: 27 มิถุนายน 2555 เวลา:20:56:11 น.
  
ชอบตอนที่เด็กญี่ปุ่นที่อยู่บนอพาทเมนแล้วค่อย ๆ ไต่ลงมาที่ละชั้นอย่างยากลำบากและต้องลุ้นว่าชั้นนั้นห้องนั้นมีอะไรเขียนสะเห็นภาพเลยแต่จบ งง ๆ อยู่ แล้วก็ตอนปะทะกันที่ยองเกอก็สนุก สุดท้ายชอบตอนที่ว่าโดนเพื่อนต่อยหน้าแล้วอุ่นใจเพราะซอมบี้ไม่ต่อย แล้วก็มีผู้ ญ ที่ขับเครื่องบินตก แล้วก็ยังมีหนีขึ้นเหนือไม่มีอาหารกิน ก็บันเทิงดีแต่บางตอนอ่านแล้วรู้สึกหน่าย ๆ เพราะบ่นเยอะแต่เนื้อหาสาระน้อย
โดย: Redmist IP: 124.120.61.37 วันที่: 19 กันยายน 2555 เวลา:1:02:37 น.
  
คุณ Redmist ผมรู้สึกว่านิยายเล่มนี้ไม่เหมือนนิยาย เป็นคล้ายการบันทึก เพราะฉนั้นเรื่องราวบางช่วงตอนจึงอาจขาดห้วงเอาดื้อๆ บางห้วงก็รู้สึกหน่ายๆอย่างที่ว่า แต่โดยรวมผมว่าเป็นบันทึกที่อ่านสนุกเล่มนึงเลยครับ
โดย: i.am.Victor วันที่: 19 กันยายน 2555 เวลา:13:54:35 น.
  
เดี๋ยวว่าจะอ่านเล่มนี้ แต่รอผมดูหนังก่อนนะครับ
โดย: ปีศาจความฝัน วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:10:47:56 น.
  
ควรเป็นอย่างยิ่งครับ ผมเข้าใจว่าในหนังน่าจะไม่ได้ทำจากหนังสือร้อยเปอร์เซ็น อาจเอาแนวคิด หรือเส้นเรื่องมา เพราะฉนั้นถ้าอ่านหนังสือก่อนไปดู รับรองได้สนุกแน่แน่

ปกใหม่เป็นภาพจากหนังเลย สวยดีครับ
โดย: i.am.Victor วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:14:18:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

My-codename-v.BlogGang.com

i.am.Victor
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]

บทความทั้งหมด