โรคซับจาง
ไม่นานมานี้ ฉันเดินเล่นในตลาดสดและสำรวจราคาขนมไทยเล่นๆ แม้ราคาทองคำแท่งและราคาทองคำรูปพรรณจะผันผวนตามตลาดโลก แต่ราคาขนมหวานและสินค้าอื่นๆในตลาดกลับไม่เคยลดลง

รายงานทองคำหวาน จาก ศูนย์ข่าวรักแรกคลิก : ประจำไตรมาสที่ สามของปี 2553

ราคาฝอยทองยืนเพดานที่ระดับ สามแพเล็ก ต่อ ยี่สิบบาท

ขณะที่ ทองหยิบและทองหยอด ในปริมาตรเทียบเท่า กระหยิบย่อมๆ ( ลองนึกถึงเครื่องหมายดอกจันขนาดเล็ก) และ หยดย่อยๆ แตะที่ระดับราคา 5-6 ชิ้นต่อ 15 บาท

ทั้งนี้ แม่ค้าหน้าหวานบางคนก็หัวใส นำเม็ดขนุนมาแทรกแซงและกระชับพื้นที่ เพื่อเพิ่มมูลค่าและปริมาณให้ดูมากขึ้น ทำให้สามารถลดจำนวนแพฝองทอง และชิ้นทองหยิบ ทองหยอดต่อชุดลงได้ ขณะที่ยังยื้อราคาขายแบบไม่บอกผ่านที่ราคาเดิม

ลูกค้าที่เน้น มองเร็ว ซื้อเร็ว ห้าเม็ก ไม่คิกเพิ่ม เหมือนเม็ดบ๊วยของอาตี่ในภาพยนตร์โฆษณาก็อาจตกหลุมพรางทองคำหวานได้ง่ายๆ

ราคาน่าทึ่งของขนมหวานวันนี้ทำให้ฉันนึกถึงโรคโรคหนึ่งที่พ่อบอกว่าฉันเกือบจะเป็นตอนวัยเด็กขึ้นมาทันที
……………..

เมื่อเล็กๆ ฉันชอบกินทองหยิบทองหยอดและขนมอาลัวมาก

(ขนมอาลัวคือแป้งผสมกะทิและน้ำตาลกวนให้เข้ากันแล้วนำมาหยอดเป็นก้อนกระทัดรัด รูปทรงคล้ายก้อนดินสองพอง แต่สีสันฉูดฉาดเหมือนใครเอากระป๋องสีโจตันเฉดอ่อนๆแนวสีพาสเทลมาทำหล่นบนขนมอาลัวอย่างนั้นแหละ
ฉันตั้งชื่อให้ขนมอาลัวว่าเป็น Thai Hershey's kiss
เพราะรูปทรงมันน่ารักเหมือนชอคโกแลตรุ่น คิส ทรงหยดน้ำ ยี่ห้อเฮอร์ชีส์ ไม่มีผิด
สาวกชอคโกแลตร้องอ๋อกันเลยใช่ไหม: )



หน้าตาของขนมอาลัว หรือ ไทย เฮอร์ชี่ส์ คิสที่ฉันกล่าวถึง



จำได้ว่าร้านโปรดที่พ่อพาไปซื้อขนมชื่อร้าน อ๋อย ซึ่งตั้งตามชื่อคนขาย ความที่ขนมร้านนี้หวานจับใจ ฉันเลยพลอยคิดไปว่า เวลาต้องการอธิบายว่า หวานมาก ต้องพูดว่า หวานอ๋อยซึ่งที่ถูกคือ หวานจ๋อย หรือหวานเจี๊ยบต่างหาก

ร้านอ๋อยเป็นสถานที่แรกๆที่ฉันใช้พัฒนาลีลาลูกอ้อนที่มักมีติดตัวลูกสาวแทบทุกคนในโลก ฉันอ้อนพ่อให้ซื้อขนมบ่อยจนคนขายจำหน้าได้ ขณะที่ฉันจำหน้าป้าอ๋อยไม่ค่อยได้ เพราะพอไปถึงหน้าร้านทีไร มักเขม้นมองแต่ขนม ไม่ค่อยมองหน้าป้าคนขายเท่าไร

แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ฉันก็หันหลังให้ร้านนี้อย่างเด็ดขาด เดินผ่านร้านก็ทำนิ่งเสีย จนคนขาย-อดใจไม่ไหว ถามว่าเดี๋ยวนี้หนูไม่ซื้อขนมป้าแล้วเหรอ

ดญ.หวานอ้อย ตอบคุณป้าหวานอ๋อย เสียงอ่อยว่า
'กินไม่ได้แล้วค่ะ พ่อบอกว่ากินมากๆ เดี๋ยวเป็นโรคซับจาง'คนขายหัวเราะก๊ากและขอดพ่อว่าโถ คุณก็ ….ไปหลอกแก


นานพอดูกว่าฉันจะรู้ว่า ไอ้โรคซับจางน่ากลัวที่พ่อว่าน่ะ มันคือคำว่า 'ทรัพย์จาง' นั่นเอง

ก็อย่างว่านะ ขนมร้านป้าอ๋อยเขาแพง แล้วดญ.หวานอ้อยกินทีละสองหยิบ สามหยอดเสียเมื่อไร


แล้วคุณล่ะคะ เคยอยากกินอะไรมากๆ แต่กลัวเป็นโรคซับจาง ( ทรัพย์จาง) บ้างไหม





Create Date : 03 กันยายน 2553
Last Update : 6 กันยายน 2553 11:31:31 น.
Counter : 3457 Pageviews.

11 comments
Food For Fun : #58 :เมื่อร่างกายต้องการไวตามินSea : ยำสาหร่ายพวงองุ่น ตะลีกีปัส
(29 เม.ย. 2564 10:47:01 น.)
ทนายอ้วนชวนหิว - อร่อยนอกกรุง - ครัวกำปั่น เขาใหญ่ ทนายอ้วน
(28 เม.ย. 2564 12:53:37 น.)
✿ ✿ Food For Fun :: Hot Wok Return #58 :: เมื่อร่างกายต้องการไวตามิน SEA "หมึกกะตอยน้ำดำ " ✿ ✿ เนินน้ำ
(27 เม.ย. 2564 09:32:40 น.)
จู่ๆก็อยากกินอะไรจู้ๆ ..... "เก๋าจู้ขิง" เสือตะหลิว
(27 เม.ย. 2564 08:09:48 น.)
  
อาลัว เราก็ชอบมากๆ ค่ะ แต่ต้องเป็นเจ้าท่าหินที่เพชรบุรีเท่านั้น อิอิ


อ่า..เคยอยากกินอะไรมากๆ แต่กลัวเป็นโรคซับจางเหรอคะ ก็บุฟเฟท์ที่ลอร์ดส จิม น่ะสิคะ อยากไปกินมากมาย
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:11:37:45 น.
  
ชอบทานขนมไทยเหมือนกันค่ะ แต่ชอบเม็ดขนุด กะขนมชั้นรสใบเตย อาลัวก็อร่อยแต่หวานมากกกก
โดย: diamondsky วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:11:59:02 น.
  
โรคเดียวกับเป็น "ซาง" หรือเปล่าคะ

"ซางจั๊บ" อ่ะ

อิ อิ


โดย: addsiripun วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:13:29:52 น.
  
บล็อกนี้น่ารักมากเลยครับคุณน้ำอ้อย
ผมชอบทานเม็ดขนุนหรือทองหยิบมาก
แต่เดี๋ยวนี้เวลาจะกิน
สายตาอำมหิตของมาดามจะส่งประกายออกมาครับ 555
เธอไม่อยากให้พุงผมโตกว่านี้อีกแล้ว 555


ขอบคุณคำอวยพร
และขอให้คุณน้ำอ้อยมีความสุขมากๆเช่นกันนะครับ


.
.
.


มองตัวเองให้เห็น แล้วเป็นคนคนนั้น


.
.


ถ้าใครทำได้
ผมเชื่อว่าชีวิตของเขาหรือเธอจะมีความสุขมากกว่าความทุกข์แน่นอนครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:14:36:57 น.
  
สวัสดีงามๆ ค่ะคุณน้ำอ้อยที่น่ารัก

ไม่ได้แวะมาสองวัน แต่ละวันก็ยังอ่าน "กล้องส่องทางใจ"ทุกวัน
คุณน้ำอ้อยอย่างเพิ่งค่อนขอดนะคะ ว่าอ่านอะไรกันนานนักหนาหนังสือเล่มนิดเดียว กลัวอ่านจบง่ะค่ะ อิ๊อิ๊

ว่าแต่ว่าคุณน้ำอ้อยมีหนังสือแนวนี้ที่คุณน้ำอ้อยเขียนอีกไหมคะ
ฉัตรอยากสั่งซื้ออีกสักเล่มค่ะ เดี๋ยวจบเล่มนี้จะได้อ่านต่อค่ะ มิมิ ^ ^

ฉัตรชอบทานอาลัวค่ะ
ชอบสีน้ำตาลน่ะ แต่ที่เคยเห็นจะเป็นเกลียวๆ ด้วย ผิวมันจะไม่เรียบแบบนี้
ต้องไม่หวานมาก จะอร่อยเอร็ดทีเดียวค่ะ ว่าแล้วก้ออยากอ้วนขึ้นมาทันใด ฮี่ๆๆๆ ^ ^
เรื่องทานแล้วกลัวทรัพย์จางนั้นไม่มีหรอกค่ะ
เพราะฉัตรนิยมของไม่แพง และไม่หรู ฮิฮิ
โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:19:15:36 น.
  
สวัสดียามเช้าครับคุณน้ำอ้อย






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กันยายน 2553 เวลา:7:57:12 น.
  
สวัสดีค่ะ
กว่าจะได้เข้ามาเยี่ยมบล็อกตัวเองและเพื่อนๆก็เกือบเที่ยง ช่วงนี้ยุ่งจังเลยค่ะ

ตอนนี้เราไม่ค่อยทานขนมหวานเลย ขนมไทยนี่ ชิ้นสองชิ้นก็เบรคตัวเองแล้ว กินเอารส ไม่ได้กินเอาอิ่ม

แต่จะมาเน้นผลไม้มากกว่า ซึ่งเราก็งงๆค่ะว่า พี่ๆเพื่อนๆในที่ทำงานคนอื่นที่กินขนมหวานเป็นตันๆ ดื่มโอวัลตินภูเขาไฟที่เราชงให้ทุกวัน เขายังตัวเล็กผอมบางกัน เขาเอาแคลอรี่เหล่านั้นไปไหนหมดคะ !!!

เรื่องจริง - - เวลาเราอยากกินขนมอะไรมากๆ เราจะซื้อมาให้พี่หรือน้องๆกิน แล้วเราก็มองเขากินอย่างอร่อย เหมือนว่าได้กินไปกับเขาด้วย เป็นการไดเอตกลายๆที่ได้ผลทั้งทางกาย (ที่ไม่ขยายขึ้น) และทางใจ ( แต่ใจกลับพองตัว)



โดย: Love At First Click วันที่: 7 กันยายน 2553 เวลา:11:09:12 น.
  
คุณน้ำอ้อยขา
ขอลิงค์ไปชมรีวิวหน่อยจิคะ แหะๆ
โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 7 กันยายน 2553 เวลา:12:22:26 น.
  
โรคซับจางนี่รักษายากด้วยเนอะ

ตอนหลังๆ หนึ่งอยากกินอะไรก็ซื้อดะไม่เลือก
แต่ไม่ค่อยได้กินเองหรอกนะ
เอาให้พี่ชายกับน้องชายจัดการแทนค่ะ
แต่ตอนนี้ทั้งสองคนย้ายไปอยู่หอกันหมดแล้วอ่ะ
สงสัยช่วงนี้ต้องกินน้อยลงแน่ๆ เลย

พูดถึงน้ำมะนาวปั่น
หนึ่งมีเจ้าอร่อยที่ภูมิใจนำเสนออยู่ร้านนึงค่ะ
ร้านอยู่ที่หน้าศาล ใกล้ๆ กับร้านขายโจ๊ก (สองร้านนี้เค้าเป็นแม่ลูกกันค่ะ)
ใกล้ๆ กับร้านที่ขายไก่ทอดกับเฟรนด์ฟรายด์
พอจะนึกออกมั้ย
ตู้โชว์เค้าจะเป็นตู้ไม้อ่ะ มีป้ายเขียวๆ
แม่ค้าจะหน้าบึ้งๆ ตลอดเวลา
แต่ไม่ต้องคิดมาก เพราะของเค้าอร่อยจริงๆ
คอนเฟิร์ม

หนึ่งชอบกินน้ำแครอทมะนาวปั่นค่ะ
อร่อยเข้มข้นสะใจทั้งเนื้อแครอทกับน้ำมะนาว
แก้วละ 20 บาทจ้า

โดย: chenyuye วันที่: 7 กันยายน 2553 เวลา:13:07:04 น.
  
แบบนี้แสดงว่าคุณน้ำอ้อยเป็นคอขนมหวานเหมือนเราเลยนะเนี่ย มิน่าล่ะ พาไปเที่ยวทีไร ถ่ายรูปขนมหวานมาตรึม ชอบกินขนมมากกว่าข้าวมาตั้งแต่เด็ก กินทีละมาก ๆ ไม่ได้แต่กินบ่อย ๆ ยิ่งขนมไทยที่ใส่กะทิด้วยแล้ว กินได้ไม่เคยเบื่อเลยค่ะ

ตอนเด็ก ๆ ชอบกินขนมทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน แต่เดี๋ยวนี้กินไข่ไม่ได้ก็เลยมาเน้นพวกแกงบวดหรือสลิ่มอะไรแบบนี้ อ้อ อีกอย่างคือขนมเรไร ถั่วแปบ ขนมเหนียว แต่หาเจ้าที่ทำได้อร่อย ๆ ไม่ค่อยมี หูยยย ยิ่งพูดก็ยิ่งนำ้ลายไหล
โดย: haiku วันที่: 7 กันยายน 2553 เวลา:13:48:52 น.
  
เคยอยาก
เคยกิน
เคยอ้วน

ไม่อยาก
ไม่กิน
แต่ทำไม... ยังอ้วน

.
.

เคยแอบ
เคยกิน
เลยอ้วน

ไม่อยาก
ก็กิน
ยิ่งอ้วน






แถมพออ้วน
เมียก็ดุอีกด้วยครับ
ฮ่าๆๆๆ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กันยายน 2553 เวลา:14:22:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Atfirstclick.BlogGang.com

Love At First Click
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]

บทความทั้งหมด