อยู่ระหว่างการเดินทางบนโลก...ก่อนสุดท้ายจะลาจาก

Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
18 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
ถนนสายนี้มีตะพาบ...โครงการ๒๔ : ห้ามเดินออกนอกเส้นทางโดยเด็ดขาด




...........................................




“เรียนให้เก่งๆนะจะได้สอบได้ที่หนึ่ง”

“เรียนให้สูงๆนะจบมาจะได้มีงานการที่ดีมีหน้ามีตามีเงินมีทอง”

“เสาร์อาทิตย์ไปเรียนพิเศษนะ จะได้สอบแข่งขันเข้ามหาลัยกับคนอื่นเขาได้”

“เข้ามหาลัยดังๆ จะได้จบมามีการมีงานที่ดีทำ”

“ไม่เรียนสูงๆ ระวังจะเป็นควาย”

เคยได้ยินประโยคเหล่านี้จากคนรอบข้างไหม? ไม่มากก็น้อยทุกคนที่ผ่านวัยเด็กน่าจะเคยได้ยิน

ยังมีประโยคอีกมากมายในลักษณะเช่นนี้ตั้งแต่เราเริ่มเข้าโรงเรียน เราโดนกรอกหูอยู่บ่อยๆจากผู้ใหญ่ที่ใช้คำว่าหวังดี ชี้แนะชี้นำเรา ตั้งแต่ที่บ้านที่โรงเรียนและที่อื่นๆ

มีบ้างไหมใครที่เคยได้ยิน “เรียนเพื่อนำความรู้มาใช้ในการดำรงชีวิต เพื่อให้ชีวิตมีความสุข”

เราเล่าเรียนตามคำสอน เราเดินไปตามทางที่ผู้มีประสพการณ์ทั้งหลายในโรงเรียนชี้แนะ ใช่ไหมนั้นคือความถูกต้อง เราถูกตี เราถูกเคี่ยวเข็ญ ให้ท่องก.ไก่ ให้ท่องสูตรคูณ ให้ทำอินติเกตสองชั้นสามชั้น ให้เรียนเฟคเตอร์ เราใช้อะไรบ้างในชีวิตประจำวันในทุกวันนี้

หากการเรียนคือเส้นทางเดินไปหาความสุข ทุกๆคนคงมีความสุขมากมาย คนจบปริญญาตรีคงนอนยิ้มร่า คนจบปริญญาโทคงนอนฝันหวาน ดอกเตอร์ทั้งหลายคงหน้าบานอยู่ตลอดเวลา จริงไหม?

แต่ความจริง การศึกษาใช่นำพาซึ่งความสุขเสมอไป เคยเห็นไหม...คนจบปอสี่แต่มีความสุขมากกว่าดอกเตอร์บางคน

ความจริง...ความสุขใช่มาจากการแข่งขันเล่าเรียนแบบเอาเป็นเอาตายไม่ใช่หรือ เด็กเล็กๆควรจะมีความสุขในความซุกซนแบบวัยเด็กดีกว่าที่จะต้องคร่ำเคร่งกับการเรียนพิเศษไหม วัยรุ่นควรมีสังคมในวัยของเขาดีกว่าเอาเวลามาเคร่งเครียดกับการแข่งขันสอบเข้ามหาลัยดีๆ

ทุกวันนี้เราวัดคุณภาพได้ไหม กับเกรดบนหน้ากระดาษแผ่นนั้น ใช่หรือไม่ คนสอบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจะเป็นคนดี หรือยืนยันได้ไหมเขาไม่ได้เอาเปรียบคนอื่น

จะมีบ้างไหม โรงเรียนที่พร่ำสอนให้เด็กมีความสุขกับการใช้ชีวิต พร่ำสอนถึงวิธีการดำรงชีวิตให้มีความสุข มิใช่บ่มเพาะพร่ำสอนขีดเส้นให้เด็กแต่ละคนแก่งแย่งแข่งขัน ทะเยอทะยานให้ได้ซึ่งสิ่งสูงสุดเหนือผู้อื่น

ใช่การพร่ำสอนเป็นสิ่งไม่ดี แต่จะดีกว่านี้ไหมหากการพร่ำสอนสั่ง ทำให้คนเป็นคนดี

...........................................


สวัสดีครับ

ขออนุญาตอับบล็อคก่อนล่วงหน้าสี่ชั่วโมง คงไม่ผิดกติกา

งานเขียนแบบสดๆไม่ได้ทบทวน หลังจากได้โจทย์มานานแต่ไม่ได้เขียนไว้ซะก่อน ก่อนจะมาคิดได้ว่า อ้าว..พรุ่งนี้อับงานตะพาบนี่หว่า

คิดได้อย่างไรก็เขียนอย่างนั้นออกมาเลย ไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไหร่

สุดท้ายขอความสุขอยู่คู่ทุกๆท่านครับ



Create Date : 18 มกราคม 2554
Last Update : 18 มกราคม 2554 19:49:18 น. 51 comments
Counter : 1094 Pageviews.

 
ข้อเขียนสั้นๆ

แต่ชวนคิดทุกบรรทัดเลยค่ะ...เยี่ยม!


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 27.130.192.91 วันที่: 18 มกราคม 2554 เวลา:20:15:28 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ เด็กสมัยนี้เรียนพิเศษกันจริง ๆ เวลาเล่น เวลาสนุก ในแต่ละช่วงวัยมันหายไปหมดจริงๆ สมัยก่อนไม่เห็นต้องบ้าเรียนพิเศษกันขนาดนี้เลย มีลูกเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยบังคับว่าต้องเรียนโน่น เรียนนี่ ขอให้เค้าเรียนในสิ่งที่เค้ารัก เค้าชอบ ก็พอแล้ว ซึ่งนั่นก็คือความสุขของเค้า และความสุขของเราผู้เป้นพ่อแม่ด้วย


โดย: kapeak วันที่: 18 มกราคม 2554 เวลา:20:16:51 น.  

 
เข้ามาอ่านเพราะอยากจะอัพหัวข้อนี้บ้างเลยมาดูว่าคนอื่นเขียนแนวไหน
แต่เจ้ากรรมที่คิดไว้ในสมองตอนนี้
มันแบบเดียวกับที่คุณเจ้าของบล็อกอัพเลยค่ะ
เวลาอีกสี่ชั่วโมงเดี๋ยวขอคิดเรื่องใหม่ก่อนก็แล้วกัน


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 18 มกราคม 2554 เวลา:20:40:24 น.  

 
กำลังเตรียมตัวอัพบล็อกตะพาบครับ พรุ่งนี้เข้ามาอ่านนะครับ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 18 มกราคม 2554 เวลา:23:34:41 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับครูเทพ

โชคดีที่ผมไม่เคยเรียนด้วยความรู้สึกนี้เลยครับ
ที่บ้านไม่บังคับให้เรียไม่บังคับให้ต้องเรียนเก่ง

ผมไม่เคยเรียนพิเศษ ไม่เคยกวดวิชาเลย
ตั้งแต่เด็กจนจบมหาวิทยาลัยครับ







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:7:44:10 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณดอกหญ้าฯ
ใช่สินะคะ เพราะที่สุดของชีวิต สิ่งที่ทุกคนอยากมี คือ "ความสุข"
เรียนให้เก่ง .. เพื่อ ..ได้งานทำดีๆ 6 + 6 + 4 = 16 ปี
ได้งานทำดีๆ .. เพื่อ .. ได้เงินเดือนสูง ๆ 3 ปี
ได้เงินเดือนสูงๆ .. เพื่อ .. จะได้มีความสุข + + ปี

ประมาณ 20 ปี ถึงจะมีความสุข ทำไมเขาไม่ให้ลูกเขามีความสุขตั้งแต่แรก เนอะ





โดย: PhueJa วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:8:31:27 น.  

 
มาจดที่อยู่ไป ก่อนชั่วโมงเน็ตจะหมดครับพี่

เหอๆ

เดี๋ยวแวะมาอ่านน้อ


โดย: มนุษย์ต่างดาว..ผมยาว..ปากหวาน... (เป็ดสวรรค์ ) วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:10:01:59 น.  

 
สมัยนี้เห็นเด็กๆส่วนใหญ่ ที่ความสุขในวัยเด็กขาดหายไปเยอะ
โดยเฉพาะเด็กในกรุงเทพฯ เด็กต่างจังหวัดจะได้เปรียบในเรื่องของเวลามากกว่า อย่างที่ทราบๆกัน

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:10:06:53 น.  

 
เห็นด้วยทุกประการค่ะ พ่อแม่สมัยใหม่นิยมให้ลูกเรียนเก่งๆ
จับลูกเรียนพิเศษตั้งแต่อนุบาล น่าสงสารเด็กน้อยนะคะ



โดย: ท่านหญิงน่าเกลียด วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:11:09:01 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณดอกหญ้า เส้นทางที่สังคมส่วนใหญ่กำหนดบางครั้งถ้าเรายังต้องอยู่ตรงจุดนั้นก็ต้องคล้อยตามและตามอย่างเพราะเราไม่สามารถกำหนดหนทางได้ด้วยตนเองทั้งหมดไม่เหมือนสมัยเราเป็นเด็ก...เล็กก็เรียนจบมาแบบไม่ต้องเรียนพิเศษอะไรเพิ่มเติม ก็สามารถใช้ชีวิตในวัยช่วงนั้นได้อย่างมีความสุขและเติบโตมาอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างดี แต่ณ. ปัจจุบัน รุ่นลูก รุ่นหลานเราไม่สามารถเป็นแบบนั้นได้ทั้งหมดอีกแล้วในสังคมเมือง ถ้าไม่เรียนพิเศษความรู้ในห้องไม่สามารถไปสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนดีดีได้ เพราะบางครั้งครูก็กั๊กความรู้ในห้องเพื่อเรียกร้องให้เด็กเรียนพิเศษเพิ่มเป็นต้น แต่เล็กเองก็ไม่เคยยัดเยียดวิชาการให้ลูกมากมายนอกเหนือเวลาเรียนปกติ ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องดนตรี ศิลปะมากกว่า จะบอกว่าเส้นทางนั้นสามารถกำหนดได้โดยพ่อแม่เหมือนกันว่าจะให้เดินไปทางไหน โดยคิดร่วมกันกับลูก ดีด้วยกันทั้งหมด ทั้งมวล


โดย: หญิงแก่น วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:11:35:38 น.  

 
ครั้งหนึ่งเคยเดินออกนอกเส้นทาง
สุดท้ายก้อหลงทางไปไหนไม่ถูก
ไปไม่ถึงที่หมาย
จนต้องกลับมาเริ่มต้นที่จุดเดิมอีกเสียเวลา
เสียใจ..แต่ได้ประสบการณ์


โดย: Inki วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:11:51:19 น.  

 


สวัสดีค่ะ
มาอ่านงานตะพาบค่ะ

เห็นด้วยและเข้าใจในเรื่องราวที่เขียนมาค่ะ
แต่ก็เข้าใจว่า พ่อแม่ มักจะคาดหวังกับลูกๆ นะคะ
พูเองก็ถูกคาดหวังเช่นกัน แต่ไม่กดดันตัวเองมากนักค่ะ
แม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่พ่อแม่คาดหวัง
แต่ก็ไม่ละความพยายาม โดยที่..ยังทำให้ชีวิตมีสุขอยู่ได้นะคะ



โดย: พธู วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:11:55:21 น.  

 
สวัสดียามใกล้เที่ยงครับ ครูเทพ
แวะมาอ่านตะพาบครับ
เกี่ยวกับการศึกษา พ่อแม่ไม่เคยบังคับเลยครับ
พ่อบอกเสมอ ว่า พ่อแม่ไม่มีที่ไม่มีทาง(บ้าน+ที่ดิน)
มีแต่การศึกษาเท่านั้น ที่พ่อจะส่งเสียได้



โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:12:03:31 น.  

 
สวัสดีครับ
ลูกๆบอกว่า ไม่จำเป็นต้องเรียนพิเศษ
เพียงตั้งความหวังและตั้งใจเรียนในห้องเรียน
เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว การเรียนพิเศษ บางที่บางแห่ง
สอนให้ทำการบ้านเป็นพอครับ...จึงเป็นเหตุทำให้เด็ก
เดินออกนอกเส้นทางโรงเรียนไปนะครับ


โดย: panwat วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:12:10:10 น.  

 
นิสมฺม กรณํ เสยฺโย
คิดให้รอบคอบก่อนแล้วจึงทำดีกว่า

มีความสุขในการดำเนินชีวิตด้วยความรอบคอบ ตลอดไป..นะคะ



เห็นพ่อแม่ ผู้ปกครองสมัยนี้เคี่ยวเข็ญเรื่องเรียนพิเศษแล้วเวทนาจริง ๆ ..ค่ะ
โชคดีที่ลูก ๆ ของปอป้าแก่กันหมดแล้ว ไม่งั้นคงบ้าตาย..อิ อิ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:12:51:48 น.  

 
อยากออกนอกเส้นทางเหมือนกันครับ

การศึกษาไทยยังคงต้องปรับปรุงอีกมากเมื่อเทียบกับการศึกษาหลายๆ ประเทศ ผมให้ข้อคิดที่น่าสนใจไว้ ข้อเดียวพอไม่งั้นเดี๋ยวกลายเป็นผมมาช่วยเขียนบล็อก

- จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อครูจำลูกศิษย์ไม่ได้
มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ สำหรับสังคมในปัจจุบัน 1 ห้องนักเรียน 60 คน ไม่มีครูคนไหนจำได้หรอกครับ พอจำไม่ได้ความสนิทสนมจะไม่มี ทำให้การสื่อสารสองทางทำได้ลำบาก หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ผมอยากให้มองว่า ถ้าเราเป็นผู้ใช้บริการอะไรซักอย่าง แล้วพนักงานจำชื่อเราได้เรียก คุณ (ชื่อ) กับเรียกเรา คุณ ID 25G8A14X เราจะรู้สึกดีกับแบบไหนมากว่ากัน

อีกอันนึงที่ผมได้ยินบ่อยๆ ตั้งแต่ประถมเลยคือ "โตแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก......" (ที่ระดับต่ำกว่า เช่น อยู่ประถมก็จะโดนด่าว่า ไม่ใช่เด็กอนุบาล)


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:14:12:16 น.  

 
เฮ้อ ไว้อาลัยให้กับการศึกษาไทยครับ

ผมยังรักไม้เรียว เท่าๆๆ ที่รักอาจารย์ที่สุดแสนจะโหดแต่สนใจลูกศิษย์ครับ

ทุกวันนี้ยังนึกถึง

แต่อยากให้เด็กทุกวันนี้ ได้มีเวลา ถอดรองเท้าวิ่งเล่นในสนามหญ้าหลังเลิกเรียนมากๆๆ ครับ

มาชวนไปอ่านงานผมครับ




โดย: Sleeping_prince วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:17:16:12 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: หยุดนิ่ง วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:19:58:04 น.  

 
มาทักทายตอนค่ำๆ ลมพัดเย็นๆ
ขอให้มีความสุขทุกค่ำคืนค่ะ


โดย: Inki วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:20:30:10 น.  

 
สวัสดีวันพุธครับผม


การศึกษา ไม่ได้เป็นดัชนี วัดความสุข และ ความดี ของคนเลยครับ

บางคนยิ่งการศึกษาสูง อาจจะยิ่งทุกข์มากกว่า ก็ได้นะครับ




โดย: กลิ่นดอย วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:22:10:06 น.  

 
เป็นการเขียนแบบครูเขียนเลยนะครับนี่

มีความสุขมากๆครับ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:23:04:15 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:6:15:02 น.  

 
สวัสดีค่ะ

เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ... ก็ได้ยิน ได้ฟัง คำพูด
ข้างบนนี่ล่ะค่ะ เรียกว่าเหมือนกรอกหูทู๊กวันเลยค่ะ
เครียดมาก แต่ว่าขนาดเครียดนะค่ะ ยังแบบว่า
ยังไม่สามารถเป็น อยู่ คือ ได้อย่างที่เค้าพูด
กรอกเราทุกวันเลยค่ะ เพราะว่าเรียนไป เรียนมา
ก็มาจับทางตัวเองถูกล่ะค่ะ ว่าเรียนอย่างที่
เราอยากเรียนและมีความสุขกับมันดีกว่า
ยังดีนะค่ะ ที่ว่าเรายังสามารถทำตามใจตัวเองได้
แต่วาถ้าเกิดทำไม่ได้ เกิดความทุกข์เลยเชียวล่ะค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:7:45:34 น.  

 
สวัสดียามสายของตะวันครับ

ใกล้วันหยุดแล้วนะครับ ใครหลายคนคงมีโปรแกรมไปเที่ยวพักผ่อน ช่วงนี้อากาศหนาวรักษาสุขภาพนะครับ

มีควาสุขทุกท่านครับ


โดย: ดอกหญ้า บนทางดิน วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:10:08:47 น.  

 
ขอบคุณครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:10:09:12 น.  

 
สวัสดีสายๆครับคุณดอกหญ้าบนทางดิน


โดย: panwat วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:10:24:08 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ


โดย: kapeak วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:10:25:48 น.  

 


IQ และ EQ ต้องเดินไปด้วยกันพร้อมกัน
เด็กจะเติบโตเป็นคนที่สมบูรณ์
และไม่เอาเปรียบสังคม





โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:10:28:16 น.  

 
อาหารเช้าของคนป่วยที่น่าสงสารต้องมานั่งทำงานทุกวันค่ะ หัวหน้าก็เลยให้น้ำเต้าหู้มา 1 ถุง กับ สตอเบอรรี่ 1 จาน ส่วนขนมนั้นซื้อเองค่ะ
เมื่อวานงานยุ่งกันมากๆ เหลือบไปมองพี่ที่เคยช่วยเราหยิบนั่นหยิบนี่ พูดง่ายๆก็ช่วยเหลือกัน เวลาเราว่างเราก็ช่วยเค้า เวลาเค้าว่างก็ช่วยเราบ้าง 5555 พอเมื่อวานมองพี่เค้าด้วยหางตาประมาณว่าช่วยฉันด้วย help me please พี่เค้าก็ตอบกลับมาด้วยหางตาว่า ฉันก็ยุ่ง อย่ามายุงได้ใหม 555 กลับกันเย็นเลยค่ะเมื่อวาน



พอเช้ามาพี่ที่สนิทกันเค้าโทรมาเล่าให้ฟังว่าไปดูหนังที่เทศกาลหนังฟรีที่ Central word มาแล้วเจอพี่หมิว ลลิตากับสามีเค้า น่ารักมากๆ พี่เค้าก็บอกว่าฉันไม่อยากกวนเวลาแกทำงานนะแค่อยากเล่าไปหล่ะ เราก็เออนะ เราเจอพี่ดอมกับภรรยาเค้าที่ สยามพารากอนด้วยนะ ยังไม่ได้เล่าเลยพี่เค้าไปซะแล้ว มาเร็ว ไปเร็ว จริงๆ สมกับเป็นจัดซื้อสาว จริงๆ


5 วิธีฟิตสมองในตอนเช้า



1. หลับตาอาบน้ำ เปิดก็อกน้ำ ปรับความแรงหรืออุณหภูมิของน้ำโดยใช้ประสาทสัมผัสและความรู้สึก (อย่าลืมฝึกวิธีปรับอุณหภูมิให้แม่นก่อนลงมือเพื่อป้องกันน้ำร้อนลวกตัว) หลับตาใช้มือสัมผัสหาอุปกรณ์อาบน้ำ จากนั้นจึงล้างหน้า อาบน้ำหรือโกนหนวด

2.เกมสลับมือ ขยับสมอง ฝึกใช้มือข้างที่คุณไม่ถนัด แปลงฟัน หมุนฝาหลอดยาสีฟันและป้ายยาสีฟันบนแปรง อาจใช้วิธีนี้กับกิจกรรมยามเช้าอื่นๆ ...การฝึกลักษณะนี้เป็นการกระตุ้นสมองส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ให้เริ่มสั่งการเพื่อปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ที่สมองซีกนี้ไม่ค่อยมีส่วนร่วม มีการวิจัยพบว่าการฝึกเช่นนี้ส่งผลให้วงจรและเครือข่ายสมองในส่วนเยื่อหุ้ม สมองคอร์แทกซ์ที่ทำหน้าที่ควบคุม และรับส่งคำสั่งจากมือ มีการขยายตัวอย่างมากและในอัตราที่รวดเร็ว หรืออาจลองทำสิ่งต่างๆด้วยมือข้างเดียว ก็ได้

3. อยู่ในโลกไร้เสียง

4. เช้าวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ลองเลือกกิจกรรมต่อไปนี้หนึ่งหรือสองข้อ แต่ไม่ควรทำหมดทุกข้อในเช้าวันเดียวกัน

• สลับลำดับกิจวัตรตอนเช้า เช่น ถ้าคุณเคยแต่งตัวก่อนกินข้าว ลองเปลี่ยนมากินข้าวก่อนแต่งตัว

• ถ้าคุณเคยรับประทานกาแฟกับขนมปังทุกเช้า ลองเป็นข้าวโอ๊ตและชาสุขภาพ หรืออาหารอื่นบ้าง

• เปลี่ยนเสียงนาฬิกาปลุก
• เปลี่ยนเส้นทางที่จะเดินทางไปทำงาน

5. เซ็กซ์ สุดยอดกิจกรรมออกกำลังสมอง ความตื่นเต้นระทึกใจจากกิจกรรมแปลกใหม่ เป็นหัวใจหลักของการเร้าอารมณ์รักโดยเฉพาะในคู่สมรสที่แต่งงานมานาน เพราะช่วยให้คู่รักพบกับความท้าทายและตื่นเต้นจากประสบการณ์ทางเพศแบบใหม่ ใช้จินตนาการและดึงอารมณ์ความรู้สึกทุกส่วนออกมาปรับใช้ เช่น สวมชุดนอนผ้าไหมที่ให้ความรู้สึกสัมผัสที่เรียบลื่น โรยกลีบกุหลาบหอมกรุ่นบนเตียง นวดสัมผัสกันและกันด้วยน้ำมันหอมระเหย หรือสร้างบรรยากาศด้วยเสียงเพลงโรแมนติค

เซ็กซ์ที่ดีนับเป็นการออกกำลังสมองที่ดี ฟังดูอาจเป็นการสรรเสริญเยินยอกิจกรรมบนเตียง แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นการกล่าวเกินจริง เพราะในกิจกรรมร่วมรักมีการใช้ประสาทสัมผัสทุกอย่างที่ก่อให้เกิดการกระตุ้น ในวงจรสมองทุกส่วนรวมทั้งวงจรที่รับรู้เรื่องอารมณ์

เรียนเก่งๆนะจะได้สอบให้ได้ที่ 1 อันนี้ได้ยินตลอดและ เรียนสูงๆนะจะได้มีเงินมีทอง อันนี้ก็ได้ยินค่ะพี่ชาย แต่พอมาชีวิตจริงตอนนี้การเรียนเก่งไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะคะพี่ชาย การที่เราเข้าใจโลกมากกว่านะคะที่จะทำให้เราอยู่รอดและอ่อนไหวตามกำลังลมมันก็ทำให้เราอ่อนแอ ถ้าเราแข็งเหมือนต้นหลิวเราก็จะแตกหักง่ายๆเพราะฉะนั้นต้องมียืดหยุ่น โอนอ่อนบ้าง ผ่อนปรนบ้าง ก็พอแล้วค่ะชีวิตนี้ สนุก สุข สบาย ชิล์ ชิลล์ ชีวิตเราสั้นค่ะพี่ชาย อะไรที่สุขก็รีบคว้าไว้ หาเข้ามาใส่ตัวไห้มากที่สุด ว่าแต่เอ วาเลนไทนน์นี้ไปเที่ยวใหนดีน๊า อยากไปทะเล อิอิอิ


โดย: ภายใต้ วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:10:40:22 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอให้มีความสุข สนุกกับการทำงานทุกสิ่งอย่างนะคะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:10:49:55 น.  

 
สวัสดีเช่นกันค่ะ


โดย: Inki วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:10:55:05 น.  

 
สวัสดีค่ะ...ลงชื่อแระเด่วจามาอ่านต่อนะค่ะ


โดย: mastana วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:12:55:39 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: หยุดนิ่ง วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:18:45:05 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 มกราคม 2554 เวลา:6:47:12 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณดอกหญ้า



รับกาแฟรับอุ่นๆ สักถ้วยนะคะ

ขอบคุณที่ชอบขนมไทยๆ นะคะ
ขนมจิ๋วของฟู่กินไม่ได้ แต่เท่ห์ (ไหมเนี่ย?)
ช่วงนี้พักขนมนิดหนึ่งค่ะ ชวนคุยถึงหนังสือเล่มโปรดค่ะ


โดย: PhueJa วันที่: 21 มกราคม 2554 เวลา:8:10:45 น.  

 
อ้อมแอ้มขอฝากบล็อค
ให้เพื่อนๆดูแลหน่อยนะค่ะ
วันเสาร์นี้อ้อมแอ้มจะขึ้นเชียงใหม่ค่ะ
ไปเป็นตากล้องถ่ายภาพรับปริญญาเอก
ให้กับน้องๆที่มช.ค่ะรับ 24 ม.ค.นี้
และจะเอาหนังสือธรรมะไปบริจาค
ตามโครงการณ์ของคุณกะว่าก๋า
ก่อนไป..อ้อมแอ้มเลี้ยงOishi Dilivery
แก่แม่เจ้าโว๊ยและน้องๆค่ะ
แม่ชอบทานอาหารญี่ปุ่น/ปลาแซลมอนมาก



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 21 มกราคม 2554 เวลา:13:23:43 น.  

 
แวะเข้าส่งกำลังใจให้นะคะ

เขียนได้ดี มีฝากข้อคิดแทรกไว้ตลอด OK ค่ะ




โดย: jamaica วันที่: 21 มกราคม 2554 เวลา:15:22:50 น.  

 
ตามมาเสพครับ

นั้นสินะครับบางครั้งทางที่ขีดไว้ก็ไม่จำเป็นต้องถูกเสมอไป

อิอิ ชอบครับชอบ


โดย: eroz_killer วันที่: 21 มกราคม 2554 เวลา:17:08:59 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับ








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 มกราคม 2554 เวลา:7:29:14 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับผม

วันนี้ไม่ได้เที่ยวนอกจังหวัดครับ
กะว่าจะเดินเล่นแถวๆ สวนจตุจักรเสียหน่อย



โดย: กลิ่นดอย วันที่: 22 มกราคม 2554 เวลา:10:10:42 น.  

 
กลับมาถึงบ้านตอนเย็นก็เปิดโน็ตบุ้คแวะมาหา แต่ว่าวันนี้ก็อยู่ด้วยกันทั้งวันแล้ว แต่ก็อยากมาเขียนอย่างคนอื่นเขาบ้าง พรุ่งนี้ไปตกปลาให้ได้ปลามาเยอะๆๆๆนะจะที่รัก


โดย: หยุดนิ่ง วันที่: 22 มกราคม 2554 เวลา:18:00:21 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:6:36:21 น.  

 
หวัดดียามเช้า


โดย: หยุดนิ่ง วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:9:23:45 น.  

 
สวัสดีครับ

มารายงานตัวสั้นๆ ว่าถึงบ้านแล้วครับ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:10:42:41 น.  

 
สวัสดีตอนเย็นค่ะ



โดย: jamaica วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:17:18:10 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: หยุดนิ่ง วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:20:55:02 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:5:50:14 น.  

 
สวัสดีวันแรกของการทำงานค่ะ


โดย: Inki วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:14:41:46 น.  

 
นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี

มีความสุขกับความสงบที่มีในใจตน ตลอดไป..นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:18:38:41 น.  

 
ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ



"ตาดฟาน" จุดบรรจบของสายน้ำ 2 สาย
............................................................


… ภาพสายหมอกงดงาม...เมื่อยามเช้า

ช่างแผ่วเบาจนรู้สึกสัมผัสได้

ดอมระลอกหมอกละมุนกระกรุ่นไกล

หอมกลิ่นไอ … ธรรมชาติ ... สะอาดจริง ...



... สูรย์เรื้องหล้าฟ้าคราม ... เมื่อยามสาย

ม่านหมอกกลายเลือนลับจากสรรพสิ่ง

ทุกหนทางสว่างไสวได้พึ่งพิง

ยิ่งอุ่นยิ่งรู้สึกดีมีพลัง ...
.
.
.


โดย: ploythana วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:0:21:05 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:6:46:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ดอกหญ้า บนทางดิน
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดอกหญ้า บนทางดิน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.