หมึกสีดำของไผ่สีทอง
ความโศกทั้งหลาย ย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้มีจิตมั่นคง ไม่ประมาท เป็นมุนี ศึกษาในทางปฏิบัติถึงมโนปฏิบัติ เป็นผู้คงที่ ระงับแล้ว มีสติทุกเมื่อ,, การไม่ทําบาปทั้งปวงหนึ่ง การยังกุศลให้ถึงพร้อมหนึง การชําระจิตใจของตนให้ผ่องแผ้วหนึ่ง นี่แลเป้นคําสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
ทางสายพระนิพพาน ตอนที่ 11




สรุปการปฏิบัติเพื่ออนาคามีผล


อันดับต่อไปนี้จะขอพูดสรุปในการปฏิบัติของพระอนาคามีมรรคเพื่อให้เข้าถึงอนาคามีผล


สำหรับพระอนาคามีตัดสังโยชน์ 2 คือ กามฉันทะ กับ ปฏิฆะ

กามฉันทะ เรา ใช้สมถะควบด้วยกายคตานุสสติกับอสุภกรรมฐาน ให้เกิดนิพพิทาญาณ ความเบื่อหน่ายในรูปร่างของคนและสัตว์และวัตถุประเภทใดที่จะมีความสะอาด สวยสดงดงาม มีการทรงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกายของคน สัตว์เต็มไปด้วยความสกปรก มีมูตรและการีต คือ มูตรและคูถเต็มไปหมด มีน้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนองเต็มไปหมด พิจารณากรรมฐานกองนี้ให้เกิดนิพพิทาญาณ คือ ใช้อารมณ์จิตให้เข้มแข็ง การใช้กำลังจิตให้เข้มแข็งน่ะ ไม่ใช่นั่งหลับตาปี๋ทรงฌาน การทำอย่างนั้นเป็นการฝึกจิตให้ทรงตัว อารมณ์จิตที่เข้มแข็งจริง ๆ ก็มีความรู้สึกตามความเป็นจริงว่ามีสภาพตามที่กล่าวมาแล้ว

นอกจากนั้น ก็พิจารณาไปด้วยว่า รูปของคนและสัตว์ ที่เราเรียกว่า ขันธ์ 5 นอกจากว่ามันจะมีความสกปรกแล้ว มันยังไม่เที่ยง คือ มีความเสื่อมไปเป็นปกติ ในที่สุดมันก็ถึงการสลายตัว ถ้าเราเอาจิตไปยึดไปถือในกามารมณ์ หรือ กามฉันทะ พอใจในความสวยของรูป พอใจในความหอมของกลิ่น พอใจในความเพราะของเสียง พอใจในรสอร่อยของการสัมผัส อย่างนี้เป็นต้น ก็ชื่อว่าเราโง่เกินไป ไม่ได้พิจารณาหาความเป็นจริง รู้แล้วว่าทั้งหมดนี่ รูป เสียง กลิ่น รส และ สัมผัสก็ดี มีความสกปรกน่าสะอิดสะเอียน แล้วก็มีการทำลายตัวเองอยู่เป็นปกติไม่มีการทรงตัว

สำหรับ ปฏิฆะ เราก็ใช้พรหมวิหาร 4 ให้เข้าถึงจุด คือ จับอยู่ในระดับอภัยทาน นี่เป็นเรื่องของสกิทาคามี

สำหรับอนาคามี ไม่ทำให้ปฏิฆะเกิดขึ้นเลย คำว่าปฏิฆะนี่การกระทบกระทั่งอารมณ์ของจิต ถ้าจะกล่าวไปอีกที ยังไม่ถึงกับโกรธหรือโกรธจัด หรือไม่ถึงกับผูกโกรธเข้าไว้ สิ่งที่กระทบอารมณ์ที่ไม่ชอบใจ ไม่มีสำหรับเราซึ่งเป็นพระอนาคามี ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าเรามีความรู้สึกอยู่ว่า ถ้อยคำของคนหรือจริยาของคนไม่ได้สร้างความดี หรือ สร้างความเลวให้เกิดขึ้นกับเรา เราจะดีหรือว่า เราจะเลวมันอยู่ที่การปฏิบัติของตัวเราโดยเฉพาะ

ฉะนั้น ถ้อยคำของบุคคลต่าง ๆ ที่จะชมก็ดี สรรเสริญก็ดี ไม่สนใจ เราไม่เป็นทาสของการนินทาและสรรเสริญ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของโลก โดยมีความรู้สึกว่าคนที่สร้างความเร่าร้อนในทางวาจา หรือทางกาย มันเกิดขึ้นกับเรา เพราะคนประเภทนี้เขาไม่มีอิสระในตัว มีปกติในความเป็นทาส อย่างนี้เราจะต้องมีความรู้สึกอยู่เสมอว่า คนพวกนี้เขาเป็นทาส เขาไม่ได้เป็นไท

คำว่า ไท ก็หมายถึงอิสรภาพ ความเป็นอิสระของตัวเอง คำว่า ทาส ในที่นี้ก็เป็นทาสของกิเลส ความเศร้าหมองของจิตปล่อยให้จิตสกปรกไปด้วยอำนาจของอกุศลกรรม มีความเลวทรามหมุนไปด้วยอำนาจของตัณหา

เมื่อจิตมีความเศร้าหมองด้วยอำนาจของอกุศลกรรม จิตดวงนั้นก็มีสภาวะเป็นจิตสกปรก หรือเป็นจิตที่เต็มไปด้วยความโง่ ปราศจากความผ่องใสในการรู้จริง เหมือนกับนัยน์ตาของเราที่ถูกเอาของดำเข้ามาผูก ยังไม่ทราบความเป็นจริงว่าอะไรดี อะไรชั่ว

ฉะนั้น คนที่ตกเป็นทาสของกิเลส ตัณหา อุปาทาน คือ ความยึดมั่น คิดว่าตัวจะไม่ตาย ตัวจะไม่แก่ คิดว่าความชั่วที่ทำไปมันเป็นผลของความดี เป็นผลของความสุข แต่เนื้อแท้ที่จริงมันเป็นผลทำให้เกิดความเร่าร้อนขึ้นภายหลัง คนประเภทนี้เป็นคนที่น่าสงสาร

ในเมื่อเขาทำชั่วขึ้นมาแทนที่เราจะโกรธ กลับมีความเมตตาว่า น่าเสียดาย ที่คนประเภทนี้กว่าจะเกิดมาเป็นคนได้ก็แสนลำบาก พยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากนรก จากนรกมาเป็นเปรต จากเปรตมาเป็นอสุรกาย จากอสุรกายมาเป็นสัตว์เดรัจฉาน จากสัตว์เดรัจฉานกว่าจะมาเป็นคนได้ก็ยากแสนจะยาก พอเกิดขึ้นมาเป็นคนได้แล้วกลับมาสร้างความชั่ว ไม่สำรวมกาย ไม่สำรวมวาจา ไม่สำรวมจิต คิดไว้แต่ในด้านอิจฉาริษยาบุคคลอื่น หวังทำลายบุคคลอื่นให้เสื่อมจากความดี คนประเภทนี้เรารู้อยู่แล้วว่ามีความชั่วล้นจากใจ เข้ามาถึงกายและวาจา

ถ้าจะเทียบกับเราซึ่งทรงจิตอยู่ในระดับของความดี ก็เป็นอันว่าคนประเภทนี้ถ้าจะเปรียบกันไป จะเปรียบกับสัตว์เดรัจฉานกับคนก็ยังเข้าไม่ได้ เพราะว่าสภาวะที่เขาทำ มันเป็นสภาวะของสัตว์นรก เราไม่ถือโทษโกรธเขา เราไม่คิดจะทำร้ายเขา แทนที่เราจะคิดยังงั้นเรากลับสงสาร ว่าเขาช่างโง่เง่าเต่าตุ่นอะไรอย่างนี้ มาเป็นคนได้นิดเดียวใช้เวลาไม่กี่ปี ก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินทางลงไปสู่นรกใหม่ นี่ทำกำลังใจของเราให้เกิดความรู้สึก แทนที่จะโกรธกลับมีความเมตตาปราณี กลับสงสาร ถ้าโอกาสมีพอจะเกื้อกูลให้มีความสุขและเราจะไม่อิจฉาริษยาเขา ถ้าเขาจะได้ดีพลอยยินดีด้วย เราไม่ซ้ำเติม ในเมื่อเขาทำความชั่ว คือ เขาทำความชั่วแล้ว แทนที่จะยั่วให้เขาชั่วมากขึ้น เราเฉยเสีย เราไม่ยอมรับปล่อยมันไป นี่เรียกว่า พระอนาคามี

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกล่าวว่า เป็นผู้หนักอยู่ใน อธิจิตสิกขา หมายความว่า มีอารมณ์ทรงตัว อธิจิตสิกขานี่ก็ต้องอย่าลืม เพราะเราพูดกันเสมอ ก็ได้แก่มีสมาธิมั่นคง มีสมาธิมั่นคงนั่น ไม่ใช่ยามที่เราจะนั่งสมาธิหลับตา กำหนดรู้เฉพาะให้จิตมันทรงตัวอยู่อย่างนี้เป็นอารมณ์ ขณะใดที่มีความรู้สึกอยู่ เรารังเกียจในรูปคนและรูปสัตว์ รังเกียจในเสียงของคนและสัตว์ รังเกียจในกลิ่นต่าง ๆ รังเกียจในรส รังเกียจในสัมผัส จิตไม่มั่วสุมในกามารมณ์ เห็นว่ากามารมณ์เป็นปัจจัยของความสกปรกโสมม เป็นของน่าเกลียด กามารมณ์เป็นเครื่องถ่วงให้เราเกิดแก่เจ็บตายอยู่ตลอดเวลา เราจะมีแต่ความลำบากยากแค้น หาความสุขที่แน่นอนไม่ได้

ใจคิดไว้อย่างนี้ไว้เป็นปกติ สิ่งที่เราจะพึงหวังนั่นก็คือ พระนิพพาน ตั้งใจไว้ว่าเราพยายามทำลายกามารมณ์ไม่ให้เกิดขึ้นกับจิตของเรา ก็เพื่อเป็นการสร้างความเบาให้เข้าถึงพระนิพพาน เราไม่ยอมรับคำนินทาและสรรเสริญใด ๆ ที่มีอารมณ์มากระทบจิต พระอนาคามีนี่ไม่ทำจิตให้โกรธ คำว่าโกรธไม่มี เป็นแต่เพียงว่า อารมณ์ใด ๆ เข้ามากระทบปั๊บให้มันร่วงหล่นไปทันที จิตไม่หวั่นไหวไปตามนั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จำถ้อยคำขององค์สมเด็จพระภควันต์ที่ สุปิยปริพาชก กับ นันทมานพ ลุงกับหลานมีความเห็นเป็นข้าศึกซึ่งกันและกัน สำหรับท่านลุงนินทาพระรัตนตรัย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ตลอดคืนยันรุ่ง ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะเห็นว่าองค์สมเด็จพระชินวร และบรรดาพระสงฆ์ทั้งหลาย มีความสงบเสงี่ยม น่ารัก น่าเคารพ แต่บรรดาลูกศิษย์ของตนเกลื่อนกล่นแสดงอาการรุกรี้รุกรน เล่นหัวกัน หยอกล้อกัน ไม่มีอาการสำรวม แทนที่เขาจะเห็นความดีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสงฆ์ กลับมีอารมณ์อิจฉาริษยาพระพุทะเจ้าและพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย เป็นอันว่าเขาก็เลยนั่งนินทาพระพุทะเจ้าด้วย นั่งนินทาพระสงฆ์ด้วย ตลอดคืน สำหรับนันทมานพผู้เป็นหลานชายกลับมีคติเห็นตรงกันข้ามกับท่านลุง เห็นว่าพระพุทธเจ้าดี เห็นว่า พระสงฆ์ดี มีระเบียบเรียบร้อยดี กลับนั่งสรรเสริญองค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดคืน ลุงนินทาพระรัตนตรัย หลานสรรเสริญพระรัตนตรัย อยู่ในที่เดียวกัน คนสองคนมีถ้อยคำเป็นข้าศึกซึ่งกันและกัน

มาในตอนเช้าบรรดาพระสงฆ์ไปบิณฑบาตรทราบข่าว จึงเข้ามาเฝ้าองค์สมเด็จพระภควันต์ กราบทูลให้ทรงทราบ

ตอนนี้ องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนา แนะนำบรรดาพระสงฆ์ทั้งหลายว่า "ภิกขเว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นินทา ปสังสา ท่านถือว่าการนินทาเป็นธรรมดาของโลก คนเกิดมาในโลกทั้งหมดจะพ้นการนินทาไม่มี ตามพระบาลีว่า นัตถิ โลเก อนินทิโต คนไม่ถูกนินทาเลยไม่มีในโลก

ฉะนั้นพวกเธอทั้งหลายจงอย่าสนใจกับคำสรรเสริญและคำนินทา เราจะชั่วในเมื่อเราทำความดี มีชาวบ้านเขานินทา เราก็จะไม่ชั่วไปตามคำเขาว่า ถ้าเราเลว เขาจะสรรเสริญเราเพียงใดก็ดี เราก็จะไม่ดีไปตามคำสรรเสริญนั้น ขอเธอทั้งหลายจงอย่าสนใจกับคำนินทาและสรรเสริญ ถือว่าธรรมดาของสัตว์ที่เกิดมาในโลก ต้องมีสภาวะกระทบกระทั่งแบบนี้ทั้งหมด

แล้วองค์สมเด็จพระบรมสุคตก็ทรงแนะนำให้บรรดาภิกษุทั้งหลายทรงอารมณ์จิต ไม่ยอมรับถ้อยคำทั้งสองประการ ทั้งคำนินทาและสรรเสริญ คำว่า ไม่ยอมรับ ก็คือไม่สนใจ นินทาก็ช่าง สรรเสริญก็ช่าง ตั้งหน้าตั้งตาทำความดีเข้าไว้ นี่เป็นอันว่าเราเพ่งในด้านเห็นคนอื่น เห็นว่าเขาเลว

รวมความว่าเราจะไม่ยอมเอาทองเข้าไปเสียดสีกับอุจจาระ หรือว่าโบราณบอกว่า ไม่ยอมเอาพิมเสนไปแลกเกลือ เอาเนื้อไปแลกหนัง พิมเสนค่ามันสูงกว่าเกลือ เนื้อค่ามันสูงกว่าหนัง

ทีนี้เมื่อเราทรงอารมณ์ในด้านความดี เห็นคนอื่นเขาทำความชั่ว เราก็ปล่อยให้เขาชั่วไปแต่ฝ่ายเดียว เราไม่ยอมชั่วด้วย ในขณะที่เราไม่ยอมชั่วด้วย จิตเราก็ไม่สนใจในความชั่วของเขา เขาจะเต้นแร้งเต้นกาเป็นประการใด ก็คิดว่าเขาจะไปนรกก็ช่างเขาเถอะ เราไม่ไปกับเขา ใจเราสาบ นี่เพราะว่าเรามีอารมณ์จิตสบายแบบนี้ มีความรู้สึกอยู่เสมอว่าจิตของเราเป็นสุข

ความสวยสดงดงามของรูปโฉมโนมพรรณต่าง ๆ เห็นปั๊บ ความรู้สึกเกิดขึ้นทันที ว่าสภาพของรูปนี้มันเป็นอสุภสัญญา ก็หมายความว่ามันเป็นของสกปรก ต้องมีสติสัมปชัญญะควบคุมตามปกติ และก็ตัดอารมณ์คำว่าสวยสดงดงามออกได้จริง ๆ โดยพิจารณาเห็นว่าร่างกายของคนและสัตว์ แม้แต่ของเราก็ตาม มันไม่ได้อยู่ในอำนาจของเรา มันไม่ได้เป็นทรัพย์สินของเรา มันไม่ใช่ของเราไม่ใช่ของเรา เราไม่มีอำนาจที่ควบคุมมัน

ร่างกายของคนทุกคนต้องการความสะอาด พยายามชำระล้างร่างกายนอกคือผิว แต่แล้วมันก็สกปรกไปด้วยเหงื่อไคล ต้องชำระล้างกันตลอดวัน โดยเฉพาะเหงื่อไคลที่มันสกปรกนี่มันมาจากไหน มันมาจากภายในของร่างกาย เพราะในร่างกายเต็มไปด้วยส่วนสกปรกทั้งหมด หาอะไรสะอาดมิได้เลย นี่ทำความรู้สึกให้เข้าใจ ตามความเป็นจริง นอกจากสกปรกแล้วมันมีความเกิดขึ้นในเบื้องต้น และมีความแปรปรวนเสื่อมตัวไปท่ามกลาง มีการสลายตัวไปในที่สุด

ในเมื่อมันพัง เรายึดถือร่างกายของเราว่าเป็นเราเป็นของเราก็ดี ไปพยายามรักร่างกายของบุคคลอื่นก็ดี ในที่สุดร่างกายทั้งสองประเภทนี้ไม่สามารถจะควบคุมไว้ได้ มันสลายตัว ในที่สุดก็ไม่ใช่สมบัติของเราสักอย่างหนึ่ง เป็นอันว่ามันเป็นสมบัติของโลก จิตเป็นผู้อาศัยร่างกายชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้นเราจะมีความสุขหรือความทุกข์ก็ได้ อาศัยการชำระจิต ถ้าจิตของเราสกปรกยังมีความหลงใหลใฝ่ฝันในรูปโฉมโนมพรรณต่าง ๆ เป็นต้นก็ดี จิตของเรายังรับทราบ ปฏิฆะ ความกระทบกระทั่งทางจิต แล้วในด้านความดี คือ ความสรรเสริญ ในด้านความชั่วคือ การนินทา ก็เชื่อว่าจิตของเราเลวมากเกินไป จิตใจของเราน้อมไปในอบายภูมิ นี่เราต้องพยายามรู้ตัวอยู่เสมอ พยายามประณามจิตของเราไว้ ดูจิตของเราอย่าไปดูจิตของคนอื่น คนทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ พระทุกองค์ เณรทุกองค์ เราพูดกันในตอนเย็นทุกวัน ว่ามีพรหมวิหาร 4 เว้นอคติ 4 ทรงอิทธิบาท 4 นี่พูดกันอย่างนี้ตลอดวัน มีทุกวัน แล้วยังมีอารมณ์เลว ก็เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าท่านทั้งหลายจะต้องกลับไปสู่นรกใหม่

ฉะนั้น จึงมีความรู้สึกใจ ประณามใจไว้เป็นปกติ อย่าทนงตนว่าเป็นคนดี ถ้าเรารู้สึกว่าเราดีเมื่อไหร่ นั่นจงทราบว่าเราเลวมากเกินไปสำหรับคนอื่นที่เขาจะยอมรับนับถือว่าเราเป็นคนดีอยู่บ้าง คำว่าดีอยู่บ้าง ไม่มีสำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวดี ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะคำว่า รู้สึกว่าตัวดี น่ะมันเป็นมานะกิเลส แล้วมันก็แบกความชั่วเข้าไว้ทั้งหมด อมความชั่วเข้าไว้ทั้งหมด ประคับประคองความชั่วเข้าไว้ทั้งหมด ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะเราไม่มองตัวเลว เพราะว่า รัดรึงเอาความเลวเข้าไว้เต็มใจ เป็นอารมณ์ของใจ

ในเมื่อมีความรู้สึกตัวว่าดี แต่ไม่มองความชั่วของตัว ก็เที่ยวเสียดสีชาวบ้าน แคะไค้ชาวบ้าน ทำลายความสุขของชาวบ้านและอาการอย่างนี้จงทราบว่านี่กิเลสมันล้นใจ ก็จงภาวนาไว้ว่า นรกเป็นที่อยู่ของเรา และอีกนานแสนกัปจนกว่าจะกลับมาเกิดเป็นคนได้ ถ้าเรามีความพอใจก็จงสร้างความเลวอย่างนั้นไว้เป็นปกติ สังคมแห่งคนดีเขาไม่ยอมรับ สักวันหนึ่งข้างหน้าเขาจะไล่เราออกไปจากสังคมนั้น เพราะไม่มีใครเขาปรารถนา นอกจากเขาจะไล่เราไป ก่อนที่เขาจะไล่เราก็มีแต่ความร้อนใจ ในเมื่อบุคคลใดก็ตามเขาพูดถึงความเลวขึ้นมาเมื่อไรเราก็สะเทือนใจเมื่อนั้น คิดว่าเขาด่าเรา ความจริงไม่มีใครเขาด่า เขาประณามว่าความเลว มันเป็นของไม่ดี เรามีสภาพเหมือนวัวสันหลังหวะ พอเขาพูดเข้ามากระทบนิดก็เข้าใจว่าเขาด่าเรา นี่อารมณ์อย่างนี้มันเป็นความเลวของเรา ความเลวนี้จะนำเราลงนรก ต้องเป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน กว่าจะมาเป็นคนที่มีสติสัมปชัญญะ ประกอบด้วยสัมมาอาชีวะ สัมมาทิฏฐิเป็นของยาก น่าเสียดายกาลเวลาที่เราพยายามทำความดีเข้ามาเกิดเป็นคน นี่จงประณามตนไว้เป็นปกติ อย่าชมตัวเองและก็จงรู้ตัวเองรู้ตัวไว้เสมอ ว่าเราเลวอยู่เสมอ เราจะระมัดระวังความเลวไม่ให้เกิดขึ้น จะทำลายมันเสีย จะทรงไว้แต่ความดี

จุดแห่งพระอนาคามีก็คุมจิตไว้ว่าเราจะไม่เห็นรูปใด ๆ เป็นของสวย ไม่มีความรู้สึกว่าเสียงใด ๆ มีความไพเราะจับใจ จนลืมไม่ลง จะไม่ติดใจอยู่ในกลิ่นใด ๆ หรือว่าสภาพอันสลายตัวง่าย จะไม่หลงใหลใฝ่ฝันในรส เพราะรสไม่มีความหมาย ผ่านลิ้นแล้วก็หายไป จะไม่มีความสัมผัสใด ๆ ในระหว่าเพศ เพราะร่างกายของแต่ละคนสกปรก เราไม่ต้องการ เพราะร่างกายทุกร่างกายของแต่ละคนสกปรก เราไม่ต้องการ เพราะร่างกายทุกร่างกาย ร่างกายเราก็ดี มีสภาพเหมือนถุงใส่อุจจาระ แล้วถุงมันก็บางแสนบาง กลิ่นไอความซึบซาบของอุจจาระมันซึมออกมานอกถุง แสดงว่าเป็นสิ่งน่ารังเกียจ ตัดอารมณ์นี้เสียให้ได้ด้วยอำนาจสมถะ คือ กายคตานุสสติกรรมฐาน และก็ตัดอารมณ์มีความต้องการเสียด้วยสักกายทิฏฐิ เห็นว่าร่างกายไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เขา ไม่ใช่ของเขา มันเป็นเรือนอาศัยของจิตชั่วคราวเท่านั้น ชำระจิตให้ผ่องใส

ถ้าจิตใจของเรารักษาอารมณ์อย่างนี้ได้เป็นเอกกัคคตารมณ์โดยไม่ต้องระมัดระวัง และรักษาอารมณ์ความโกรธความพยาบาท ความไม่พอใจในถ้อยคำใดที่เกิดขึ้นกับเรา โดยจิตมีความสุข รับฟังคำสรรเสริญก็ไม่สนใจ รับฟังคำนินทาว่าร้ายเสียดสีก็ไม่สนใจ อารมณ์สบาย มีความสุข มีศีลบริสุทธิ์ มีความเคารพในพระรัตนตรัย มีกำลังใจไม่ติดอยู่ในความโลภ ความโกรธ ความหลง ซึ่งเป็นอารมณ์หยาบ มีกำลังใจไม่สนใจกับรูปโฉมโนมพรรณ ไม่มีความพอใจในระหว่างเพศ จิตใจเราไม่หาเหตุในการกระทบจิต คือ ไม่มีความหวั่นไหว เป็นสังขารุเปกขาญาณ คือ มีความวางเฉยเป็นปกติ อย่างนี้ต้องถือว่าเป็นปกติ ไม่ใช่ขณะใดขณะหนึ่งมันเกิดขึ้น เมื่อทรงอารมณ์อย่างนี้ก็ได้ชื่อว่า เราเป็น พระอนาคามีผล เป็นพระอริยบุคคลที่ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ ตายจากคนเป็นเทวดาหรือพรหมแล้วก็พระนิพพานบนนั้น

เอาละ บรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน ธรรมใดที่พึงกล่าวต่อไปก็หมดเวลาเสียแล้ว ต่อจากนี้ไปขอบรรดาท่านทั้งหลายตั้งกายให้ตรง ดำรงจิตให้มั่น กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก ใช้คำภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัยจนกว่าจะได้ยินสัญญาณบอกหมดเวลา


**********************
ทางสายพระนิพพาน มีทั้งหมด 14 ตอนนะครับ โปรดติดตามทุกๆ ตอนนะครับ
ที่มา เวปพลังจิต






Create Date : 10 สิงหาคม 2552
Last Update : 10 สิงหาคม 2552 21:49:14 น. 45 comments
Counter : 3083 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ พี่ไผ่
ตามมาอ่านทางสายนิพพานตอนที่ 11 ค่ะ

รักษาอารมณ์ความโกรธความพยาบาท
ความไม่พอใจในถ้อยคำใดที่เกิดขึ้นกับเรา
โดยจิตมีความสุข รับฟังคำสรรเสริญก็ไม่สนใจ
รับฟังคำนินทาว่าร้ายเสียดสีก็ไม่สนใจ
อารมณ์สบาย มีความสุข มีศีลบริสุทธิ์
มีความเคารพในพระรัตนตรัย
มีกำลังใจไม่ติดอยู่ในความโลภ ความโกรธ ความหลง

ผู้ใดทำได้ดั่งนี้ คงถึงนิพพานแน่แท้ นะคะ
ได้เป็นบางเวลา ไม่ได้หลายเวลาค่ะ พี่ไผ่

โมทนานะคะ
ขอให้เจริญในธรรม บุญรักษาค่ะ


โดย: พ่อระนาด วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:21:50:36 น.  

 
ตามมาแล้วค่ะ แต่ไม่ทันพี่ปุ๊กอีกแล้วค่ะ หนูยังเป็น ทาสอยู่เลยค่ะพี่ไผ่ ยังไม่เป็นไท หนูยังอ่อนไหวกับคำพูดคนอื่นเสมอค่ะ


โดย: tukta IP: 125.24.243.191 วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:22:29:03 น.  

 
Photobucket

แวะมาอนุโมทนาค่ะคุณไผ่



เอาชนะความทรงจำ นี่ยากนัก อยากจะให้อภัย
ไม่อยากจดจำ กำลังพยายามค่ะ ทำได้เป็นช่วงๆ
ตอนที่กำลังถือศีล จะพยายามค่ะ



มีความสุขมากๆค่ะคุณไผ่




โดย: นายกุหลาบ วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:22:52:56 น.  

 
เข้ารับธรรมะก่อนนอนค่ะ ดีจังเลย ธรรมะสวัสดีนะค่ะ นอนหลับฝันดีค่ะ



โดย: นู๋ดีค่ะ (kun_isara ) วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:0:02:48 น.  

 


โดย: golo_me วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:0:52:34 น.  

 
ตามมาอ่านค่ะ ได้ข้อคิดดีๆ มากมาย...
ทำให้จิตใจสงบค่ะ


โดย: redclick วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:5:45:06 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:6:19:52 น.  

 
แวะมาอรุณสวัสดิ์ยามเช้าก่อนทำงานค่ะ
กัลยาณมิตรคนดีเสมอ

น่าจะใช่อย่างที่คิดว่าใช่ค่ะ

ดีใจมากมายเลยยย


ไม่เคยลืมเลือนในสิ่งดีดีที่มีให้กันเสมอ
ห่างหายใช่ห่างเหิน...ระลึกถึงกันเสมอ
บางจุดเมื่อปล่อยวางก็สุขใจค่ะ


ไว้จะมาอ่านนะค่ะต้องไปทำงานแล้วละ
มีความสุขทุกวันนะค่ะ
คิดดีทำดีย่อมทำให้เราประสพพบเจอแต่สิ่งดีดีเสมอค่ะ

มิตรคนดีเสมอ

แคทรียา





โดย: catt.. (catt.&.cattleya.. ) วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:6:24:31 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


รักแม่ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
สวัสดีคนรักแม่ค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:6:32:07 น.  

 
มารับธรรมะให้ทราบซึ้งอีกรอบค่ะ ธรรมะสวัสดวันอังคารค่ะ



โดย: นู๋ดีค่ะ (kun_isara ) วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:6:51:18 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าค่ะ.....
เข้ามาอ่านแต่เช้าเลยนะเนี้ย ตอนอยู่ที่วัดป่าพระท่านก็ให้พิจารณาแบบนี้แหละค่ะ ท่านให้ผ่าอกแล้วเข้าไปดมจนใกล้ จนต้องบอกพระท่านว่า ไม่ไหวแล้วค่ะ ให้ดมต่อไปเสร็จแน่ๆ......
แต่พอกลับมาบ้าน...ก็อดที่จะติด รูป เสียง ไม่ไ้ด้อีก อยู่บ้านนี้ต่างกับอยู่วัดจริงๆนะค่ะ สงสัยต้องฝึกอีกนานถึงจะไม่มีอารมฌ์หวั่นไหว ไปกับอะไรง่ายๆ......

รูปที่เอามาลง.....เห็นครั้งแรงที่บล๊อกคุณพ่อระนาด ไม่ทราบว่าเป็นรูปอะไรค่ะ เห็นแล้วตกใจนิดๆ เพราะว่าเหมือน วิหารธรรม ........ที่เคยเห็น


โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:8:02:22 น.  

 
สวัสดีค่ะ...คุณไผ่ขา

ธัญมีความคิดถึงและความห่วงใยมาเติมเต็มค่ะ
วันนี้มีความสุขกับวันและเวลาดีๆนะคะ

ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่มอบให้นะคะ



โดย: tanjira วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:8:38:19 น.  

 


โดย: พรหมญาณี วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:9:57:42 น.  

 

Dear! พี่ไผ่ค๊า …
Miss Miss Miss z z….
Good morning Tuesday naka
Be strong enough to face the world each day
And So Happy too na

。*.。'☆*。mastana 。mastana'ㅇ.☆.。'..*。'




ปล...อ่านธรรมตอนเช้าเหมือนได้ฟังเทศน์ เรยเนอะพี่ไผ่…




โดย: mastana วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:10:29:32 น.  

 
ขอเบรคแป๊บนะค่ะ....คุณไผ่
พอดีเมื่อคืน มันมึนๆ ก็เลยยังไม่ค่อยเข้าใจ.....
ตรงที่คุณไผ่ถามว่า

เมื่อคืนเป็นไงบ้าง
เก่งดีจังครับกลับมาได้อย่างปลอดภัย
ไม่มาเล่าให้ฟังในบล็อกบ้างครับ..

หมายถึง..เรื่องจิตตกหรือว่าเรื่องจะไปขโมยดอกบัว
อ่านตอนแรกก็ยังงงๆ นึกถึงแต่เรื่องจิตตก แต่มาคิดอีกที จิตตกตอนกลางวันก็ไม่เกี่ยวกับตอนกลางคืน
แล้วตอนกลางคืน มานนน....อารายละหว่า.......
ขอคำตอบด้วยค่า......


โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:10:50:14 น.  

 
คุณไผ่ขา.....ยังตอบคำถามไม่หมดค่ะ


โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:11:21:50 น.  

 
ขอบคุณค่ะ.....ที่กลับมาตอบ


ปกติก็ชอบฟังพระเทศน์ เวลาเข้าไปตามบล๊อกของเพื่อนๆ ยังคิดเลยว่าเปลี่ยนจากเพลงเป็นเสียงพระเทศน์แทนได้ไหม ก็เลยมาลงตัวที่บล๊อกคุณไผ่นี้แหละค่ะ
อนุโมทนาค่ะ


โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:11:50:42 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณไผ่
โมทนาในความรู้ที่แบ่งปัน
ตราบใดที่มีขันธ์ห้า
อารมณ์ก็จะทรงอยู่ครบ รัก โลภ โกรธ หลง
ต้องเรียนรู้จิต และตัดคำว่าตัณหาอยู่เสมอนะค่ะ

มีความสุขในธรรมค่ะ


โดย: ชีวิตมีลีลา วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:12:16:27 น.  

 
ขอบคุณคะที่แวะไปชมสวน


โดย: พี่นู๋อ้อ (pinuaoo2006 ) วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:12:43:47 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณไผ่ แวะมาเยี่ยม ขอให้มีความสุขในวันแม่กับคุณแม่มากๆนะคะ



โดย: นางฟ้าในโลกไซเบอร์ วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:13:16:08 น.  

 



สวัสดีวันสีชมพูค่ะคุณไผ่...


ขอให้มีความสุข มาก มาก รักษาสุขภาพด้วยนะคะ...

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

อนุโมทนาสาธุด้วยนะคะ...


โดย: หนุ่มน้อยแห่งลุ่มแม่น้ำบางปะกง วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:14:08:16 น.  

 
สวัสดีวันอังคาร พรุ่งนี้วันแม่ เรามาทำสิ่งดีๆกันนะค่ะ
ปล.ไม่ต้องเกรงใจนะค่ะ ถ้าสะดวกเมื่อไหร่บอกได้ตลอด


โดย: sawkitty วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:14:13:09 น.  

 
คุณไผ่ ..พยายามอ่านอ่านแล้วเข้าใจยากเหมือนกัน ปฏิบัติยิ่งยากเย็น มีหลักการควบคุมจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน ง่ายๆบ้างไหมคะ

ขอเดินทางสายกลางไปก่อนแล้วกัน เพราะว่ายังละซึ่งกิเลสไม่ได้เลย จะพยายามทำความเข้าใจ ละลงให้ได้บ้างค่ะ

ขอบคุณอนุโมทนาด้วยค่ะ


โดย: นางฟ้าในโลกไซเบอร์ วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:14:14:26 น.  

 


รักของแม่เหมือนมะลิบริสุทธิ์
กลีบจะรานก้านจะหลุดไม่หยุดหอม
เมื่อโลกร้อนเลวร้ายมารายล้อม
รักแม่หลอมโลกให้….ได้ร่มเย็น

โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์


นำความระลึกถึงมาฝากค่ะคุณไผ่
วางไว้บนโต๊ะแถวๆนี้แหละลองหาดู

มีความสุขมากมากนะคะ


คมคำ : เรื่องไม่แปลก…แต่จริง
ลูกมีวันแม่แค่ปีละ 1 วัน แต่แม่มีวันลูกตลอดทั้งปี





โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:15:40:03 น.  

 
อ่านแล้วก็ทำยากไม่ใช่เล่นนะครับคุณไผ่ แต่จะพยายามครับ


โดย: JohnV วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:15:46:36 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่ไผ่

พูพยายามระงับอารมณ์โกรธนะคะ
แต่ยากจริงๆ เลยค่ะ มีเรื่องมากระทบ
ทำให้ไม่สบายใจไปบ้างค่ะ แต่ก็ดีขึ้นแล้ว

พี่ไผ่สบายดีนะคะ




โดย: พธู วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:16:04:44 น.  

 
ขอบคุณสำหรับลิ้งค์ต่างๆ ที่หามาให้ จะยายามค่ะ ปฏิบัติแต่สิ่งดี ไม่เป็นทาสกิเลส จะเป็นไทยให้ได้ค่ะ





โดย: นางฟ้าในโลกไซเบอร์ วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:16:43:05 น.  

 
ตามมาอ่านแล้วค่ะ ..ยิ้มกว้าง..

ฝันดี ราตรีสวัสดิ์นะคะ


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:23:16:02 น.  

 
เกือบลืมไป...

ขอให้มีความสุขในวันหยุดนะคะ
..ยิ้มใหญ่..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:23:16:49 น.  

 


ฝันดีนะคะ เมื่อมีลูกจึงตระหนักว่าแม่รักเรามากแค่ไหน รักแม่ทุกวันค่ะ


โดย: redclick วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:0:08:25 น.  

 


อุ่นนนอายย..แห่งรัก






เป็นคนดีมากที่สุด..อาจไม่เคยได้พูดถึง
เพราะเธอคือความลึกซึ้ง เป็นที่หนึ่งในหัวใจ

อาจไม่เคยได้บอกรัก เพราะมากกว่าคำว่ารักจะใช้ได้
แต่เธอเป็นทุกอย่างลึกข้างใน
ที่ฉันคงเก็บไว้มิลืมเลือน







ความรักใดในพื้นหล้า..ทั่วฟ้า..ปฐพี
หาได้มีมากล้น..ดั่ง..แม่รัก
ลูกยังคงเหมือนเด็กน้อย..แม้เติบใหญ่
เพราะหัวใจแม่อาทรห่วงเสมอ..ชั่วนิรันดร์











วันนี้นอนดึกค่ะ..
แล้วจะมาอ่านนะค่ะ
ขอไปเที่ยวสักแป๊บบนะค่ะ

นอนหลับฝันดีนะค่ะมิตรน่ารักเช่นกัน


โดย: catt.&.cattleya.. วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:0:23:45 น.  

 



Photobucket


Happy Mother Day ค่ะ คุณไผ่






โดย: นายกุหลาบ วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:0:26:27 น.  

 



สวัสดีวันแม่นะคะ
ขอคุณที่เข้าไปทักทายจ๊ะ

เมื่อวานพอดีไม่ค่อย
ที่จะสบายใจนักก็เลย
ไม่ได้ทักทายใคร

ตอนนี้เริ่มรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
วันนี้ตอนเช้าโทรไป
Happy mother day ให้
กับแม่เรียบร้อยแล้วคะ

มีความสุขๆมากๆนะคะ


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:9:05:50 น.  

 




ขอกราบแม่
ขอกราบแม่ขอกราบแม่

ธัญขอร่วมกราบแม่กับคุณไผ่ด้วยนะคะ

จากใจของธัญคนนี้นะคะ






โดย: tanjira วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:9:24:29 น.  

 
อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข..

ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์

ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข

ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์


๐๓๕๓

แวะมันส์ วันแม่ เข้า..........คลับพา สุขเอย
ขาพับ เหนื่อยกลับมา........จะแห่เม้นต์ (บล๊อกแก๊งค์)
เห็นแม่ หลับกรนครา.........สุขนั่น
ฉันสนุก เพลินโลดเต้น.......แม่ต้องหลับคอย ฯ

๐๓๕๖
๑๒๐๘๕๒

สวัสดีครับท่านหมึกฯ


โดย: คนสาธารณะ วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:10:15:54 น.  

 


บอกรักแม่ได้ทุกวัน...แม้ไม่ใช่วันแม่
วันนี้บอกรักแม่หรือยังค่ะ


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:10:29:47 น.  

 
สาธุกับธรรมค่ะ
ขอบคุณนะคะ นำของว่างน่าทานมาฝากเสมอๆ


โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:11:14:01 น.  

 
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทนาสาธุค่ะคุณไผ่ อ่านแล้วดีมากๆเลยค่ะทุกๆคำที่เตือนสติ สุขสันต์วันหยุดน่ะค่ะ ขอให้เจริญในธรรมค่ะ


โดย: Budratsa วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:12:27:39 น.  

 
สุขสันต์วันแม่นะค่ะธรรมะสวัสดีค่ะ



โดย: นุ๋ดีค่ะ (kun_isara ) วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:12:47:15 น.  

 
ส วั ส ดี วั น แ ม่ ค๊ ะ

อั น รั ก ใ ด ไ ห น เ ล่ า เ ท่ า รั ก แม่

อั น รั ก แ ท้ แ ม่ นี้ มี แ ต่ ใ ห้

อั น รั ก ลู ก ผู ก จิ ต คิ ด ห่ ว ง ใ ย

อั น รั ก ใ ด ใ ห ญ่ เ ท่ า รั ก แ ม่ เ อ ย . .


โดย: หมวยเล็ก_รักไม่ช่วยอะไร วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:13:00:29 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะ สำหรับคำเตือนสติ
อากาศร้อนเนอะว่าไหม
วันนี้หนูลงทุนพาแม่ไปเลี้ยงไอติมมา
แต่แม่กินไม่หมด ขนมก็ไม่ยอมกิน
แต่พอพาไปชอปปิ้ง แม่ช๊อปใหญ่ ฮ่าๆ
ช๊อปจนลูกท้อแท้ เดินไม่รอด
ต้องลากแม่กลับ


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:14:12:39 น.  

 
เอ๋.....วันนี้คนบ้านนี้หายไปไหนหนอ
เห็นไปบ้านคนโน้น.....บ้านคนนี้
ก็ยังสบายดีอยู่นี้นา......
สงสัยจาาลืมราวววว.....ซะแล้ว
มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง......ไม่รู้อยากฟังหรือเปล่า
เอาไว้อารมฌ์ดี....ค่อยเล่าให้ฟังละกัน
เอาดอกมะลิมาฝากนะค่ะ จะได้อารมฌ์ดีๆ



โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:15:12:00 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณไผ่

สุขสันต์วันแม่ค่ะ....



โดย: ชีวิตมีลีลา วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:17:54:28 น.  

 
คุณไผ่ขา
ธัญมาส่งเข้านอนนะคะ

files/2150/emoticon/43.gif>




โดย: tanjira วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:20:00:01 น.  

 
สวัสดียามค่ำค่ะ พี่ไผ่
ขอนำบุญที่ได้จากการปฏิบัติธรรมในวันนี้มาฝากนะคะ
ขอให้พี่ไผ่ ไดุ้บุญเท่ากันค่ะ สาธุ

ผลการปฏิบัติวันนี้
ได้ปฏิบัติกับพระพี่ชายของหลวงพ่อ
ด้วยเพราะพระอาจารย์ไปลอยอังคารคุณอาที่เสียชีวิตไปค่ะ
ที่น่ายินดีมากคือ ได้ขออโหสิกรรมกับพ่อและแม่
โดยลูกทุกคนไปกันหมด แม่น้ำตาซึมเลย
ที่สำคัญ ญาติธรรมหลายๆ คน ขออนุโมทนากับพ่อแม่ด้วยค่ะ
ที่ลูกมากันหมด มีแต่คำกล่าวที่ว่า ดีจังปฏิบัติธรรมทั้งครอบครัวเลย
และที่ทำได้วันนี้คือ ได้กอดพ่อกะแม่ ทั้งๆที่ตั้งแต่เกิดไม่เคยกอดท่านเลย
แต่วันนี้ได้ทำรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิด ความห่างเหินหายไป
ยิ้มได้ทั้งน้ำตาเลยค่ะ พี่ไผ่ (ขณะเล่าก็ยังซึมๆ เลยค่ะ)
ไม่รู้จะเล่าอะไรดี แล้วค่ะ มันตื้อขึ้นมาเฉยๆ ซะงั้น
ขอให้พี่ไผ่มีความสุขนะคะ
ขอส่งเข้านอน ฝันดี
ตื่นมาสดชื่น แจ่มใสนะคะ พี่ไผ่



โดย: พ่อระนาด วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:22:22:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

หมึกสีดำ
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หมึกสีดำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.