...Reading - listening - feelinG... สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พุทธศักราช ๒๕๓๗ มิให้ทำการคัดลอก ดัดแปลง หรือแก้ไข รูปภาพตลอดจนบทความเพื่อนำไปใช้ก่อนได้รับการอนุญาต
 
 

Fingersmith -- เล่ห์รักรักล้วง -- ลงตัวด้วยกลลวงและความรัก



Fingersmith นวนิยายจากปลายปากกาของ Sarah Waters

ซึ่งโด่งดังจนได้รับการจัดอยู่ใน shortlisted for the Orange prize และ Man Booker Prize

แถมยังถูกเลือกไปสร้างเป็น miniseries ทางช่อง BBC ที่อังกฤษ

เมื่อหนังสือเล่มนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย

ฉันจึงไม่ลังเลที่จะหามาครอบครอง แม้ว่าจำนวนหน้านั้นจะหนักหนาเอาเรื่องถึงเกือบ 500 หน้า และมีราคาที่สูงตามขึ้นไป คือ 385 บาท



Fingersmith เล่าเรื่องราวของหญิงสาวสองคน

ที่ชะตาชีวิตขีดให้โคจรมาพบกัน และพัวพันกันจนยุ่งเหยิง

สาวคนแรก...ซูซาน ทรินเดอร์

จอมโจรล้วงกระเป๋าประจำเบอโรห์ เด็กกำพร้าผู้เติบโตมาในครอบครัวมิจฉาชีพ ได้รู้ ได้เห็นเล่ห์ลับกลลวงสารพัดจากผู้คนรอบข้าง


สาวคนที่สอง...โมด ลิลลี

คุณหนูในกรงทองแห่งบ้านไบรอาห์ ผู้เติบโตมากับกฎระเบียบแบบแผน ที่ลุงผู้เปรียบดั่งหนอนหนังสือวัยชรา ได้วางเส้นทางชีวิตไว้ให้


เรื่องราวในหนังสือเริ่มต้นขึ้น เมื่อเจ็นเทิลแมน โจรหนุ่มหล่อในคราบสุภาพบุรุษได้ชักชวนซูซานให้ร่วมมือกับเขา

ในการหลอกโมดแต่งงาน และชิงมรดกจำนวนมหาศาล



หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบลงอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาแค่ 2 วันเศษ

ฉันก็ต้องรีบยกผลงานนี้ขึ้นเป็น 1 ใน shortlisted prize ของตนเองด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุผลที่ทำให้ประทับใจมากมายหลายประการ เช่น


1. กลิ่นอายของความเป็นวิคตอเรียน และอังกฤษแท้ๆ ที่กระจายคลุ้งอยู่ตลอดทั้งเรื่อง

ทั้งที่เดิมที ฉันไม่ได้ชื่นชอบสิ่งเหล่านี้เป็นพิเศษเลยแม้แต่น้อย แต่ผู้เขียนบรรยายรายละเอียดยิบย่อยในเรื่องได้สมจริง

ราวกับผู้อ่านกำลังชมภาพยนตร์ย้อนยุค ทั้งกระโปรงสุ่ม ชุดรัดทรง ถุงมือ ผ้าคลุมไหล่

สภาพบ้านไร่ และถนนหินกรวดตามตรอกซอกซอยต่างๆ


2. ทั้งที่โปรยปกหลังและโปรโมตอย่างชัดแจ้ง ว่าเป็นนวนิยายที่เด่นด้วยชั้นเชิงการหักมุม

แต่ไม่ว่าผู้อ่านจะจับจุดคำใบ้ ร่องรอยที่ผู้เขียนทิ้งไว้ประปรายตามรายทางได้หรือไม่ ก็ยังสามารอ่านสนุกได้ไม่แพ้กัน

(ส่วนตัวแล้วเดาได้เป็นบางมุม แต่บางช็อตอ่านแล้วยังตื่นเต้น ตกใจไปด้วย)


3. แม้จะเป็นเรื่องราวการหักเหลี่ยม เฉือนคม แต่ในแง่การบรรยายความรู้สึกตัวละคร กลับโดดเด่นและเป็นจุดแข็งสำคัญในเรื่อง

ผู้เขียนแบ่งเรื่องออกเป็นสามส่วน โดยผ่านมุมมองของตัวละครหลักทั้งสอง ซึ่งโดยปกติแล้ว การเล่าเรื่องลักษณะนี้ ดูจะยากเข็ญเอาการ

เพราะหลายเหตุการณ์จะต้องถูกหยิบมาพูดซ้ำ หากผู้เขียนทำการบ้านไม่ดี นิยายคงถูกทอนความสนุกลงจนน่าใจหาย

แต่แน่นอน ว่าผู้เขียนเรื่องนี้ทำได้ดีมากทีเดียว กับการยกเอาสิ่งเดิมๆ มาขยับจับพลิก เติมเครื่องปรุงเล็กน้อยจนอร่อยกลมกล่อม

นอกจากจะไม่น่าเบื่อแล้ว ยังช่วยให้ผู้อ่านเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้มากขึ้น



สำหรับฉันแล้ว ทั้งซูซานและโมดนั้น ให้ความรู้สึก "จริง" มาก

คือ เป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มีรัก โลภ โกรธ หลง จนเกือบจะนึกไปว่าทั้งคู่มีตัวตนจริง อยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งบนเกาะอังกฤษ


หลังจากหน้าหนังสือสุดท้ายถูกปิดลง ความอินของฉันยังคงไม่ลดระดับตามไปด้วย

สุดท้ายจึงลงมือควานหา ซีรีย์เรื่องนี้มาดู แม้จะไม่มีซับไทย แต่ด้วยใจสู้ ก็สามารถดูไปสนุกไปได้อีกแบบ ^^V







SPOILER ALERT

(ถัดจากนี้เปิดเผยเนื่อหาสำคัญ หากท่านยังไม่เคยอ่านหนังสือ และคิดจะอ่านในอนาคต ท่านควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง)

.

.

.

.


.

.

.

.

.

ส่วนที่ชอบมากๆ ยังมีอีก ^^

หัวข้อที่จะลืมไม่ได้เลย คือ ความรักของซูซานและโมด



ความรักของซูซาน = การให้

แม้จะกำพร้าพ่อแม่ แต่เพราะซูซานได้รับความรัก ความเอาใจใส่ จากป้าซักส์บี เธอจึงมองเห็นคุณค่าของความรักนี้มาโดยตลอด

เธอยอมร่วมมือกับเจ็นเทิลแมน ไปบ้านไบรอาห์ และท้ายที่สุดถึงขนาดยอมหักหลังหัวใจตัวเอง

ก็เพราะเชื่อว่านี่คือการตอบแทนความรักของป้า ผู้มีพระคุณยิ่งกว่าแม่แท้ๆ



แม้ในขณะที่ถูกกักขังในรพ.บ้า เธอก็ยังเชื่อมั่นในความรักนั้น เชื่อว่าหญิงชราจะต้องส่งคนออกตามหาเธอจนสุดหล้าฟ้าเขียว

ทันทีที่หลุดออกมาได้ เธอจึงรีบตรงดิ่งกลับบ้าน พอได้พบโมดยืนอยู่ริมหน้าต่าง คนแรกที่เธอเป็นห่วงก็คือป้าซักส์บีคนเดิม

ทั้งกลัวว่าป้าจะโดนหลอก และกลัวว่าตัวเองจะถูกยื้อแย่งความรักเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่



จนท้ายที่สุด เมือความจริงเปิดเผย ความแค้นสาหัสทับถมใจ

แต่ซูซานก็ทำได้เพียงเบือนหน้าหนี เมื่อป้าของเธอถูกส่งขึ้นบนตะแลงแกง



ร่องรอยความทรงจำจากความรัก ไม่ใช่สิ่งที่คนเราจะลบออกได้ง่ายดาย

แม้อีกฝ่ายจะทรยศ หลอกลวง สร้างความเจ็บช้ำ แต่ตราบใดที่เรื่องราวดีๆระหว่างกันยังคงล่องลอย วนเวียนในจิตใจ

การสูญเสียบุคคลนั้น ย่อมนำมาซึ่งความเจ็บปวด



ซูซานซึ่งเติบโตมาพร้อมกับความรักจอมปลอม คงไม่อาจก้าวผ่านโศกนาฎกรรมนี้ได้

...หากไม่มีโมด...





ในสายตาของซูซาน แรกเริ่มเดิมทีโมดคือคุณหนูผู้อ่อนโยน อ่อนต่อโลก

บ่อยครั้งที่ความใกล้ชิด ผูกพัน มักนำมาซึ่งความรัก

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน


จากคนที่เคยใช้ชีวิตหยาบกร้าน ทำทุกอย่างเพื่อตนเองและพวกพ้อง

เมื่อต้องมาดูแล ปกป้องคนอีกหนึ่งคน ย่อมต้องก่อให้เกิดความรู้สึกผิดแผก

แม้ซูซานจะทำไปเพราะหน้าที่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาจากโมด มันมีค่ามากมายกว่านั้น


จากเด็กหัวขโมยข้างถนน ที่มีแต่คนรุมก่นด่า สาปแช่ง แค่คำพูดคำจาดีๆภายในครอบครัว ยังแทบจะหาฟังไม่ได้

จู่ๆมาได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ความสนิทสนม จากคุณหนูผู้สูงศักดิ์

ทั้งที่ตั้งใจมาเป็นสาวรับใช้ รองมือรองเท้า กลับได้เลื่อนขั้นเป็นเหมือนเพื่อนสนิท ที่สามารถกิน นอน ร่วมปรับทุกข์กันได้

นั่นคือเครื่องหมายของการยอมรับ สัญลักษณ์ของ "คนพิเศษ"



และคำว่า "คนพิเศษ" ก็มักทำให้หัวใจเราพองโตได้เสมอ



หากใครได้ชมภาพยนตร์ จะเห็นว่ามีอยู่ฉากหนึ่งที่ทั้งคู่วิ่งไปหลบฝนกันหน้าโบสถ์

จากนั้นจึงเกิดเสียงฟ้าผ่า และโมดก็ตกใจจนต้องโผเข้าไปกอดซูซาน

เป็นฉากธรรมดาที่กระตุกอารมณ์ได้มากมาย เพราะอ้อมกอดของ Sally Hawkins ซึ่งรับบทซูซานนั้นดูแข็งแรง อบอุ่น

แถมยังมีการสื่อผ่านสายตาแสดงถึงความต้องการปกป้องอีกฝ่ายอย่างชัดเจน



...ไม่ใช่อารมณ์ของหญิงรักหญิง แต่เป็นคนกับคนที่รักกัน...



ในตอนท้ายของเรื่อง เมื่อปมปริศนาคลี่คลาย

แม้จะอ้างได้ว่าโมดปิดบังเรื่องป้าซักส์บี เพราะเป็นห่วงความรู้สึกเธอ

แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่โมดทำก่อนหน้านั้นเข้าขั้นเลวร้าย กับการล่อลวงเธอเข้ารพ.บ้า ซึ่งไม่ต่างจากตกนรกทั้งเป็น



หากซูซานเลือกที่จะจดจำ เก็บความแค้นไว้และหาทางเอาคืนก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก แต่เธอกลับเลือกอีกหนทางหนึ่ง เลือกที่จะให้ ให้กับคนรักของเธอ

ซึ่งนั่นก็คือ การ "ให้อภัย"

.

.



กลับมาที่อีกหนึ่งตัวละครหลัก


ความรักของโมด = ความเจ็บปวด


โมดถูกเลี้ยงดูมาในรพ.บ้า แต่พยาบาลที่นั่นก็ดูแลเธอเป็นอย่างดี

มันจึงเป็นเรื่องโหดร้ายเกินกว่าหัวใจเล็กๆของเด็กคนหนึ่งจะรับไหว เมื่อต้องถูกพรากจากไออุ่นที่คุ้นเคย

ออกมาสู่สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยกฏระเบียบ การบีบบังคับ และกลิ่นอายของตัณหาราคะ


ยิ่งเมื่อถูกแวดล้อมด้วยเหล่าผู้คนที่แสนจะเย็นชา หัวใจของเธอจึงค่อยๆปรับสภาพกลายมาเป็นน้ำแข็ง

น้ำแข็งที่จะละลายได้ด้วย "อิสรภาพ" เท่านั้น


แต่แล้วก้อนน้ำแข็งนี้กลับถูกสั่นคลอนก่อนเวลาอันควร ด้วยฝีมือจอมโจรสาวแห่งเบอโรห์

หลายครั้งหลายหนที่ซูซานให้ความสำคัญกับเธอจนล้ำเส้นเกินคำว่าเจ้านาย

นอกจากจะสอนให้รู้จักการเต้นรำ การเล่นไพ่ เปิดโลกใบเล็กๆของนายหญิงแห่งไบรอาร์ ให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น

สาวใช้คนนี้ยังคอยมานอนข้างๆ ปลอบโยนยามเธอฝันร้าย

ใช้ปลอกนิ้วเหล็ก ช่วยขัดฟันที่แหลมจนหายบิ่น

แถมยังกล้าขัดคำสั่งเจ็นเทิลแมน ไม่ปล่อยให้เขาอยู่กับเธอเพียงลำพัง



ยิ่งเวลาล่วงเลยไป ความรู้สึกพิเศษ จึงก่อกำเนิดขึ้นในใจทั้งสองฝ่าย

ไม่ใชแค่ซูซานหรือโมด แต่ทั้งคู่กลายมาเป็น "คนพิเศษ" ของกันและกัน



ทุกอย่างเหมือนจะดำเนินไปด้วยดี แต่ความรักของโมด ยังคงไม่อาจหลีกพ้นความเจ็บปวด

เมื่อได้ยินคำพูดที่หลุดจากปากหญิงคนรัก ภายหลังค่ำคืนอันยาวนาน

ทันทีที่ซูซานตัดสินใจปฏิเสธว่าไม่ได้มีตัวตนอยู่ในความฝันของเธอ ฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดลง


เมื่อไม่สามารถพึ่งพา "ความรัก "เธอจึงหันหลังกลับไปเลือก "อิสรภาพ" เป็นสิ่งปลดปล่อยตนเองอีกครั้ง


แม้เมื่อได้พบป้าซักส์บี ซึ่งเป็นแม่บังเกิดเกล้า ได้เจอความเอาใจใส่ที่น่าจะคล้ายกับความรัก

แต่เธอจะซาบซึ้งกับมันได้มากแค่ไหน ในเมื่อหญิงชราคือคนเดียวกับคนที่ทอดทิ้งเธอไปตั้งแต่ลืมตาดูโลก

ปล่อยให้เธอต้องไปตกอยู่ท่ามกลางปีศาจร้ายแห่งบ้านไบรอาห์ และสุดท้ายยังวางแผนแยกเธอกับคนรักออกจากกัน


ความปวดร้าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ย่อมส่งผลให้หัวใจเหนื่อยล้า

ในตอนจบเรื่อง ซูซานเข้ามาพบโมดที่ห้องสมุด ถึงจะแอบดีใจ โมดก็ได้แต่เอ่ยถามด้วยความคลางแคลงว่า


"เธอมาฆ่าฉันหรือ"


"ฉันจะทำร้ายเธอลงได้ยังไง..." คำตอบจากซูซาน สั้นๆแต่อธิบายนิยามความรักได้อย่างดีเยี่ยม


เพราะแม้ในอดีต ทั้งสองจะทำผิดพลาดต่อกันอย่างไร แต่ท้ายที่สุดแล้ว


...คนรักกันย่อมไม่ทำร้ายกัน...























 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2553   
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2553 15:15:17 น.   
Counter : 1541 Pageviews.  


คิดถึงทุกปี - - เล่มนี้ที่ "ตกหลุมรัก"



ผู้เขียน : บินหลา สันกาลาคีรี
แพรวสำนักพิมพ์


ห่างหายจากการอัพบล็อกไปเนิ่นนาน เพราะความขี้เกียจมาเข้าสิงจขบ.แบบติดแน่นแกะไม่ออกอยู่หลายเดือน ได้แต่เปิดหนังสืออ่านผ่านตาไปเรื่อย
โดยที่ยังไม่มีเล่มไหน "โดน" พอจะทำให้ลุกขึ้นมาขยันได้อีกครั้ง

จนกระทั่งพรหมลิขิตชักพาให้มาเจอหนังสือเล่มบางๆนี้

ความรู้สึกแรกที่ชัดเจนมากๆ หลังอ่านจบ
คือ "ตกหลุมรัก" ผู้ชายชื่อบินหลาเข้าเสียแล้ว



ขอหยิบยกเอาเรื่องสั้น 4 เรื่อง (จากทั้งหมด 9 เรื่อง) ที่ชอบมาก มาเล่าสู่กันฟังค่ะ

1. คิดถึงทุกปี...เรื่องที่เคยถูกพูดถึงมากที่สุดจากเพื่อนๆชาวบล็อกแก็งค์
ว่าด้วยแง่มุมของคนที่ไม่อาจรับรักคนที่เข้ามาในชีวิต รวมไปถึงคนที่รักเขาข้างเดียว ได้อย่างอบอุ่น ละเมียดละไมจนเหลือเชื่อ

จขบ. ที่เคยหลงคิดว่าตัวเองเป็นคนโรแมนติก ยังต้องยอมแพ้อย่างราบคาบ

2. งามแสงดาว....ทึ่งกับการร้อยโยงเรื่องราวของผู้เขียน ที่สามารถสะท้อนความสัมพันธ์ในครอบครัว ได้ซาบซึ้ง กินใจ ไม่แพ้เรื่องแรก

3. สารนาถ....ว่าด้วยศาสนา ศีลธรรม และการเลือกดำเนินชีวิต
ดำเนินเรื่องได้น่าติดตาม ต้องร่วมค้นหาคำตอบไปจนหน้าสุดท้าย

แต่ด้วยสติปัญญาอันมีจำกัดของจขบ. ทำให้ไม่ค่อยเข้าใจความหมายที่แอบแฝงอยู่ เพราะฉะนั้นผู้ใดที่เคยอ่านแล้วหลงมา ช่วยสปอยด์ด้วยเน้อ....

4. ตาหมาหมวก...สะท้อนสังคมแบบเจ็บๆ คันๆ มันส์ดี
อ่านแล้วคล้ายโดนหลอกด่าเล็กๆ เพราะเราเองก็ไม่ได้ต่างจากคนส่วนใหญ่นักหรอก ที่ชอบใช้แวนสายตาของตัวเอง มองดูคนอื่น

สุดท้ายต้องขอขอบคุณคุณบินหลาจริงๆ
ที่ทำให้จขบ.สามารถรวบรวมพลังกลับมาได้อีกครั้ง

ว่าแล้วคงต้องไปคุ้ย "หลังอาน" (หนังสือสร้างชื่อของบินหลา)
ที่หมักอยู่ในกองดองออกมาอ่าน

อ่านจบเมื่อไหร่ สงสัยจะถอนตัวจาก "หลุมรัก" นี้ไม่ขึ้นแน่ๆ




 

Create Date : 26 มีนาคม 2553   
Last Update : 27 มีนาคม 2553 16:54:08 น.   
Counter : 116 Pageviews.  


*-* กรรมพยากรณ์...ตอน ชนะกรรม *-* นิยายธรรมะที่อ่านจนติดหนึบ



ผู้แต่ง....ดังตฤณ
สนพ.....DMG


นวนิยายผลงานของคุณ ศรัณย์ ไมตรีเวช เจ้าของนามปากกา " ดังตฤณ " ผู้ปลุกปั้นหนังสือ เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน จนเกิดกระแสหนังสือธรรมะ ครองตำแหน่ง best seller ติดอันดับยาวนานอย่างไม่น่าเชื่อ

" กรรมพยากรณ์ " เล่มนี้เป็นนวนิยายที่ผู้แต่งตั้งใจเขียนเพื่อให้ธรรมะเข้าถึงคนหมู่มากได้อย่างไม่ขัดเขิน
ฉันจึงอดที่จะชื่นชมหลังอ่านจบไม่ได้ว่าคุณดังตฤณ ทำงานนี้สำเร็จได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ

...............

เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ บอกเล่าถึงชีวิตหญิงสาวผู้เพียบพร้อม ชื่อว่า ...ลานดาว...
เธอเกิดมามีครบเกือบทุกสิ่งอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูปสมบัติ คุณสมบัติ ทรัพย์สมบัติ

แต่ชีวิตที่เริ่มต้นอย่างสวยหรูนั้น ใช่จะมีแต่ข้อดีเสมอไป
ความสมบูรณ์แบบกลับกลายเป็นพิษร้าย ที่ทำให้เธอติดนิสัยหยิ่งทะนง ดูแคลนคนอื่น และออกจะดื้อรั้น
นอกจากนั้น มันยังทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอย เพราะไม่รู้จะต้องดิ้นรนแสวงหาอะไรอีก

แล้ววันหนึ่งเมื่อเธอพบกับหมอดูกรรมพยากรณ์ ผู้ทำนายว่าเธอจะต้องรับผลกรรม เสียอกเสียใจในเรื่องของความรักถึง 2 ครั้ง ก่อนจะพบกับเนื้อคู่ตอนอายุปาเข้าไป 40 ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป...

นวนิยายเรื่องนี้ มีการเล่าถึงความสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจมาก จนกระทั่งคุณดังตฤณ ต้องเขียนหนังสือคู่มือกรรมพยากรณ์ (รูปด้านบน) ออกมาช่วยขยายความ

ความสัมพันธ์ที่กล่าวถึง มีทั้งกับ
--- บุคคลที่ไม่ได้รักมากมาย แต่กลับมีความรู้สึกทางเพศด้วย
--- บุคคลที่รักจนหมดใจ หากแต่ความรักนั้นไม่มีทางที่จะเป็นไปได้
--- บุคคลที่เหมือนจะเข้ากันได้ทุกอย่าง แต่คบๆไปเหนื่อยใจขึ้นทุกที
--- บุคคลที่เป็นดั่งคู่ครองในฝัน

ทุกเส้นใยระหว่างชีวิตนั้น ถูกถักทอขึ้นอย่างมีเหตุมีผลเสมอจากกฎแห่งกรรม และหนังสือเล่มนี้ก็ได้อธิบายที่มา ที่ไปต่างๆ อย่างแจ่มชัด
นอกเหนือจากเรื่องราวความรักแล้ว ยังมีรายละเอียดอื่นๆที่น่าสนใจอยู่มากไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการฆ่าตัวตาย ทำแท้ง และการสร้างกรรมเวรต่อกัน

ในแง่ของเนื้อหาสาระทางธรรม ต้องบอกว่ามีอยู่เยอะมาก แทบจะแทรกเข้าไปในทุกตัวอักษร
แต่คุณดังตฤณก็สามารถใส่คำสอนต่างๆ เข้าไปในบทและปากของตัวละครอย่างแนบเนียน ไม่ทำให้คนอ่านรู้สึกว่าถูกยัดเยียดแต่อย่างใด

ในส่วนของอรรถรส ความสนุกสนานนั้น ก็ทำได้ดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย
หลายช่วง หลายตอนที่ฉันต้องพลิกหน้าต่อไปด้วยความอยากรู้ และวางไม่ลง
คล้ายๆกับกำลังอ่านนิยายสืบสวน สอบสวนยังไงยังงั้น

ผลจากความสนุก บวกกับสาระนี้เอง ที่ส่งให้บทประพันธ์นี้ ถูกนำไปสร้างเป็นละครทางช่อง TPBS
( กำหนดออกอากาศไม่เกินปลายปีนี้ )



ละครเรื่องนี้ ได้รับการสนับสนุนจากวัดพระรามเก้าด้วย

จึงขอเชิญชวนให้ผู้ที่หลงแวะมา ช่วนกันอุดหนุนละครสร้างสรรค์สังคม เพื่อเป็นกำลังใจให้คณะผู้จัดทำต่อไป...


ป.ล....สามารถอ่านหนังสือของคุณดังตฤณทุกเล่ม ( รวมถึงเล่มนี้ด้วย ) ได้ฟรี ที่ http://www.dungtrin.com











 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2552   
Last Update : 8 กันยายน 2553 14:02:46 น.   
Counter : 288 Pageviews.  


นัดหมายในความมืด <==> อบอุ่นในความเงียบงัน



ผู้แต่ง.....โอ๊ตสึ อิจิ
ผู้แปล....พรพิรุณ กิจสมเจตน์
สนพ......J BOOK


" นัดหมายในความมืด " เป็นผลงานเล่มแรกของโอ๊ตสึ อิจิ ที่ฉันได้มีโอกาสอ่าน
และเมื่อหนังสือจบลง ฉันก็เริ่มเข้าใจว่าเพราะเหตุใด ผู้แต่งถึงได้รับการขนานนามว่าเป็นนักเขียนดาวรุ่งพุ่งแรง แห่งแวดวงวรรณกรรมญี่ปุ่นในยุคนี้

เนื้อหาในหนังสือเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเอก 2 คน คือ
ฮมมะ มิจิรุ....หญิงสาวผู้มีดวงตามืดบอดจากอุบัติเหตุ
เธออาศัยอยู่บนโลกอันโหดร้ายนี้เพียงลำพัง โดยหวังจะเก็บตัวเงียบเชียบอยู่ภายในบ้านจวบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

โออิชิ อากิฮิโระ....ชายหนุ่มพนักงานบริษัทการพิมพ์ ผู้มีจิตใจมืดบอดเนื่องจากไม่สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงาน และสังคมภายนอกได้

ทั้งคู่ได้โคจรมาพบกันในวันเกิดเหตุฆาตกรรม ซึ่งโออิชิ อากิฮิโระ ตกเป็นผู้ต้องสงสัย


++.............................................++

ในแง่ของการดำเนินเรื่อง ผู้แต่งได้ใช้สไตล์เดียวกับนวนิยายญี่ปุ่นส่วนใหญ่
นั่นคือ การบรรยายที่ค่อนข้างเนิบช้า ไม่หวือหวา หากแต่ปล่อยให้อารมณ์ต่างๆซึมลึกลงเรื่อยๆ

ผู้เขียนเล่าเรื่องโดยอาศัยการตัดสลับมุมมองของตัวเอกทั้ง 2 ฝ่าย
ทำให้บางเหตุการณ์ถูกนำมาเล่าซ้ำ 2 ครั้ง ส่งผลให้ในช่วงแรกเนื้อเรื่องอาจดูอืดๆไปบ้างเล็กน้อย

แต่เมื่อเล่ามาถึงกลางเรื่อง การตัดสลับมุมมองดังกล่าวทำได้น่าประทับใจมากขึ้น เนื่องจากมีการฉายฉากเหตุการณ์ซ้ำน้อยลง เรื่องราวต่างๆจึงสามารถดำเนินไปข้างหน้าได้โดยผู้อ่านไม่รู้สึกติดขัด

ในส่วนท้ายเรื่อง ซึ่งเป็นการคลี่คลายเงื่อนปมต่างๆนั้น เป็นส่วนที่ฉันชอบมากที่สุด
เนื่องจากผู้เขียนสามารถแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า เหตุการณ์ต่างๆที่ถูกเล่ามาอย่างเรียบเรื่อยในตอนต้น ล้วนมีเหตุมีผลในตัวมันเอง ไม่ใช่ถูกเล่าขึ้นมาเพื่อให้เพียงแต่อ่านผ่านๆไป

นอกจากนี้...

การบรรยายอารมณ์ ความรู้สึกของตัวละครในเรื่องนี้ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำมาได้ดีมากเลยทีเดียว
มีหลายตอนที่เหตุการณ์ซึ่งดูเหมือนแสนจะธรรมดา สามารถสะกดอารมณ์คนอ่านอย่างฉันให้รู้สึกอึดอัด บีบคั้น หรือแม้กระทั่งตื้นตันไปกับตัวละคร

ชื่นชมกันมาซะขนาดนี้ เห็นทีในงานหนังสือคราวหน้า จขบ.คงจะต้องไปสอยผลงานของโอ๊ตสึ อิจิ มานอนอ่านเล่นอีกแน่ๆ




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2552   
Last Update : 18 กรกฎาคม 2552 10:30:02 น.   
Counter : 121 Pageviews.  


" ลางลวง " ล่อหลอกได้ดี...แต่ถ้าเล่มบางกว่านี้จะดีมาก



ผู้แต่ง : ลิซ่า แจ็คสัน
ผู้แปล : วลัญช์ วัฒนา
สนพ. : อมรินทร์


เรื่องย่อ (ยกจากคำโปรยปกหลังมาเลยละกัน)

โอลิเวีย เบ็นเชต์ หญิงสาวที่ “สวยแต่เพี๊ยน” ในสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวออร์ลีนส์ อ้างว่าตนมี “มโนภาพ” มองเห็นการฆาตกรรมสยองขวัญ และวิ่งโร่ไปแจ้งความอยู่เป็นประจำ ซึ่งทั้งหมดคงเป็นเพียงแค่เรื่องตลกในโรงพัก ถ้าหากในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้พบว่าเหตุการณ์ที่โอลิเวียพูดไว้นั้นเกิดขึ้นจริงๆ !

ริก เบนต์ซ ตำรวจสืบสวนแห่งกรมตำรวจนิวออร์ลีนส์ ก็เป็นคนหนึ่งที่จำต้องเชื่อสิ่งที่โอลิเวียพูด เมื่อหญิงสาวคนแล้วคนเล่าถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม โดยเลียนแบบการเสียชีวิตของนักบุญคาทอลิกที่พลีชีพเพื่ออุดมการณ์ทางศาสนา ริกต้องตามล่าหาตัวฆาตกรจากเบาะแสอันน้อยนิดที่มีเพียง “มโนภาพ” ของโอลิเวีย

เธอ...เป็นพยานรู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นห่างออกไปหลายไมล์ได้อย่างไร
ใคร...คือฆาตกรผู้บิดเบือนศาสนาให้กลายเป็นความศรัทธาแห่งการฆ่า

ริก เบนต์ซ ไม่เพียงต้องจัดการกับฆาตกรโรคจิตที่เร้นกายอยู่ไม่ไกลจากบรรดาคนที่เขารัก หากเขายังต้องรับมือกับหญิงสาวผู้มองเห็นมโนภาพคนนี้ ที่ทำให้กำแพงในหัวใจของเขาสั่นสะเทือน

++ ................................................. ++

สำหรับเรื่องนี้ ก่อนอื่นคงต้องขอยกความดีให้ทั้งผู้เขียนและผู้แปล
ที่ร้อยเรียงภาษาในหนังสือออกมาได้อย่างดี ลื่นไหล อ่านแล้วไม่มีอาการสะดุดให้เสียอารมณ์

ส่วนเรื่องความเข้มข้น น่าติดตามของเนื้อเรื่องนั้น
จขบ.คงต้องขอแบ่งออกเป็น 2 ช่วง...(จากความหนาของหนังสือกว่า 500 หน้า)

ช่วงแรก...ประมาณ 1/3 (150 หน้าแรก)
เนื้อเรื่องเริ่มต้นได้น่าตื่นเต้นพอสมควร เพราะเปิดตัวมาด้วยฉากฆาตกรโรคจิต
แต่หลังจากเรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ รายละเอียดของเรื่องกลับเดินหน้าไปไม่ถึงไหน...ทำให้รู้สึกเหมือนถูกพาไปพายเรือในอ่างซะยังงั้น
ฉันถึงกับอ่านๆ วางๆ อยู่หลายรอบ หมดไปหลายวันอยู่

...พอเข้าสู่...

ช่วงที่ 2...(ตั้งแต่หน้า 150+ ไปจนจบ)
เนื้อเรื่องเดิมที่ออกจะเยิ่นเย้อ ก็ได้ทวีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น..มากกก
ผู้เขียนได้ใส่มิติของตัวละคร ทำให้บุคคลในเรื่องดูเป็นผู้ต้องสงสัยไปเสียหมด
ส่วนฆาตกรต่อเนื่องนั้นก็ซาดิสต์ ระดับต้องติดเรทกันเลยทีเดียว
ในส่วนนี้ เรื่องราวได้ดำเนินไปอย่างเข้มข้นแบบไม่ติดเบรก
จนเข้าสู่ช่วงคลี่คลายปมคดีในตอนท้าย
(ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว จขบ.คิดว่าน่าจะจบได้ประทับใจกว่านี้สักนิด)

สรุปได้ว่า...เป็นอีกหนึ่งผลงานลุ้นระทึก
ที่ยังมีดีพอให้คอนิยายสืบสวนจับจองหามาอ่านกัน
-




 

Create Date : 15 กรกฎาคม 2552   
Last Update : 15 กรกฎาคม 2552 9:42:15 น.   
Counter : 118 Pageviews.  


1  2  3  

wind_drizzle
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ลายปากกา
[Add wind_drizzle's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com